“ตาสีแดง...แปลกสุดๆ ในฐานะคนธรรมดา” คิรินพึมพำกับตัวเอง จับๆ ลูบๆ ใบหน้าที่มองเห็นผ่านธารน้ำ เท่าที่มีข้อมูลในตอนนี้ ประวัติของเฉิงเหลียงเฟิ่งเป็เพียงแค่คนธรรมดา ไม่ได้มีเชื้อสายของปีศาจหรือเทพอะไรทั้งนั้น พ่อแม่ก็แสนจะเป็คนธรรมดา แต่เฉิงเหลียงเฟิ่งดันเกิดมามีใบหน้าเหมือนเสด็จแม่ไม่พอ ยังมีสีดวงตาแปลกประหลาดที่คนทั่วไปไม่ตงิดใจอีก
ตอนแรกคิรินก็คิดว่าส่วนหนึ่งคงเพราะเป็ที่นักเขียนอยากจะเขียนอะไรก็เขียน แต่คิรินก็เป็คนที่ช่างสังเกตมากพอที่จะรู้ว่าประวัติพ่อแม่ของเฉิงเหลียงเฟิ่งมันแปลกๆ
พอได้แผนที่มาในมือ คิรินก็รับรู้ได้ทันทีว่าพื้นที่ของพรรคมารนั้นกว้างขวางมากขนาดไหน คุกที่ตัวเขาถูกจับขังไว้มันเป็เพียงแค่คุกเล็กๆ เท่านั้น วังของพรรคมารตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้า เพราะประมุขพรรคมารคนปัจจุบันเป็หงส์ฟ้าสีขาวสี่ปีก เื่ชื่อเสียงด้านแย่หรืออำนาจก็เลื่องลือ
ในคืนก่อนวันแต่งงาน ประมุขเยว่กลับคืนสู่ร่างหงส์ฟ้าที่แสนสง่างามและน่าเกรงขาม บินโฉบลอบเข้าวังหลวงเพื่อฉุดกระชากเฉิงเหลียงเฟิ่งที่กำลังนอนไม่ได้สติกลับพรรคมารของตน
ไม่มีใครกล้าท้าทายหรือต่อต้านอำนาจของหงส์ฟ้าทั้งนั้น...
พรรคมารในโลกนี้มีอยู่สองพรรค หนึ่งคือพรรคหงส์ฟ้าของ ประมุขเยว่ สองคือพรรคอีกาทมิฬของประมุขอู๋ ส่วนพรรคธรรมะนั้นก็มีอยู่สองพรรค แต่ปกติพรรคธรรมะจะขึ้นตรงต่อวังหลวง ในจุดนี้คิรินก็ไม่คิดจะสนใจสักเท่าไหร่ เพราะมีโอกาสยากมากที่จะได้เจอ
ระหว่างทางก็พยายามถามข้อมูลต่างๆ เพื่อจะได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบและโลกใบนี้มากขึ้น เพราะจากคุกเล็กๆ ตอนนี้ ก็ไกลมากกว่าจะถึงจุดที่คาดว่าจะได้พบเจอกับประมุขเยว่
“ข้าขอบัญชา สายลมจงหมุน” คิรินลองพูดใช้ทักษะ ทว่ามันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น พลังปราณที่อยู่ในตัวก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
“ข้าขอบัญชา เ้าน่ะ มานี่...” คราวนี้คิรินลองสั่งนกกระจิบที่เหลือบไปเห็น เ้านกกระจิบรีบบินมาเกาะมือเขาทันทีเมื่อเขาสั่งเสร็จ จู่ๆ ร่างกายก็หนักอึ้งขึ้น รู้สึกถึงบางสิ่งในร่างกายถูกดูดลอยออกไป พอตรวจสอบดูก็พบว่าปราณของตนเองนั้นหายไปแล้วหนึ่งร้อยแต้ม
‘ระบบ ถ้าปราณหมดมันจะเป็ยังไง’
[ก็ลงไปนอนหมอบกับพื้นเพราะขยับตัวไม่ได้ โฮสต์ก็ฉลาดนี่ แค่นี้น่าจะรู้ตัวั้แ่ใช้แล้วนะ]
‘แล้ววิธีเพิ่ม?’
[ก็พักผ่อน ไม่ว่าจะเป็การนั่ง นอน ทำสมาธิ มันจะค่อยๆ เพิ่มเอง]
‘ถ้าอยากปลดขีดจำกัดปราณล่ะ หนึ่งร้อยห้าสิบไม่พอใช้หรอกนะ’
[โฮสต์ใช้แต้มอัพได้ ส่วนอัตราอัพเพิ่มคือหนึ่งต่อหนึ่ง] จะแบบไหนมันก็ดูบีบเคล้นคนไม่มีแต้มจะใช้ชัดๆ!
กว่าจะเดินจนเห็นหน้าวัง คิรินก็เข้าใจทักษะของตัวเองอย่างถ่องแท้ ทักษะของเขานั้นสั่งได้เพียงแค่สัตว์หรือคน ไม่สามารถสั่งพวกสิ่งไม่มีชีวิตหรือพืชต้นไม้ได้
แต่แค่นี้ก็ดีแล้ว...
สถานที่โดยรอบของพรรคมารส่วนใหญ่จะเป็ที่โล่งกว้างขวาง มีป่าขนาดย่อมๆ ประดับประดาทุกพื้นที่ด้วยดอกไม้นานาชนิด มีวังสีขาวสูงใหญ่อยู่ตรงกลาง ด้านหลังเป็ูเาสูง มีน้ำตกขนาดใหญ่และธารน้ำไหลผ่าน มองข้ามๆ มันก็สวยเสียจนไม่มั่นใจว่านี่เป็พรรคมารจริงๆ
‘สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมกับเป็พรรคมาร’
[โฮสต์เอาอะไรมาวัด]
‘ก็มัน...’ คิรินอยากจะบอกเหลือเกินว่ามันนั้นสวยเกินไป ถ้านึกถึงประมุขมารผู้ชั่วร้าย สภาพแวดล้อมต่างๆ ก็ไม่น่าจะสวยขนาดนี้
[ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เื่นี้มันใช้วัดกันไม่ได้หรอกนะ อีกอย่างสถานที่อาจดูดี แต่ท่านประมุขเยว่ทำเพียงแค่กางปีกทุกคนก็สยบหมดแล้ว] ระบบตอบกลับเสียงเอื่อย น้ำเสียงง่วงเหงาหาวนอนเสียจนน่าหมั่นไส้
“อวยกันเหลือเกิน” คิรินได้แต่ส่ายหัว หากอยากจะถามว่าแฟนคลับของประมุขเยว่มีใครบ้าง คิรินก็จะขอบอกเลยว่าเ้าระบบคนนี้หนึ่งคนนี่แหละที่เป็แฟนคลับของท่านประมุขมารแน่ๆ
พอเดินต่อมาอีกสักระยะจนเห็นประตูวังใกล้มากขึ้น แผนที่ในมือที่คิรินเปิดดูตลอดในระยะห้าร้อยเมตรก็เริ่มมีจุดกะพริบ จากสถานที่โล่งว่างเปล่า คิรินก็เริ่มเห็นผู้คนในชุดสีขาวลายขนนกเดินสวนกันไปมา หน้าตาแต่ละคนก็ดูปกติดี การแต่งกายก็ดูเรียบร้อย ในมือส่วนใหญ่หอบหนังสือ ส่วนกระบี่ก็มีติดเอวกันอยู่ทุกคน
คิรินหยิบหน้ากากจิ้งจอกของตัวเองขึ้นมาใส่ เดินตรงเข้าวังอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนเดินมาถึงที่นี่เขานั้นแอบลอบเดินเข้าป่าไปหาไม้ที่แหลมพอจะเป็อาวุธได้เพื่อเอามาเป็เครื่องป้องกันตัวก่อนแล้ว ก็เลยไม่ค่อยจะกลัวสักเท่าไหร่ อีกอย่างก็พักจนพอจะสั่งบัญชาได้สักครั้งแล้วด้วย
ความสามารถของทักษะจะเก่งหรือไม่ มันก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ส่วนหนึ่ง
“แม่นางทั้งสอง”
“หืม ท่านเป็ใครหรือ ข้ามั่นใจว่าในแดนวิหคฟ้าข้าไม่เคยเห็นท่านมาก่อน”
“ข้ามาตามหาสหาย เห็นว่าเขานั้นเข้าไปหาท่านประมุขเยว่”
คิรินเลือกที่จะโกหกหน้าตาย หญิงสาวสองคนหันไปกระซิบกระซาบกันไม่นานก็หันกลับมายิ้มกว้าง ก่อนที่มือเรียวจะฉกหน้ากากเขาไปอย่างว่องไว คิรินที่แอบเตรียมหยิบไม้ไว้ก็เกือบนำขึ้นมาป้องกันตัว ทว่าหญิงสาวทั้งสองกับพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน
“เ้าคงเป็วิหคที่เพิ่งมาที่นี่ล่ะสิ ดวงตาสีแดงแบบนี้คงเป็วิหคเพลิง รู้หรือไม่ว่าท่านประมุขนั้นเกลียดเหล่าจิ้งจอก สหายเ้าคงเป็ ท่านอวิ้นจุยคนสนิทของท่านประมุขเยว่แน่ๆ ดังนั้นขออภัยด้วยที่พวกข้าเสียมารยาท แต่หน้ากากใบนี้ท่านไม่ควรที่จะสวมใส่เมื่ออยู่ที่นี่จริงๆ”
[คุณตำรวจ มีคนจะเอาไม้แทงหญิงสาวผู้บริสุทธิ์!]
ได้แต่แอบกลอกตาให้กับเสียงน่ารำคาญภายในหัว ท่าทีเมื่อครู่ของเขามันคือความเคยชิน ยังดีที่ยั้งมือไว้ทัน “ขอบคุณแม่นาง ข้าเสียมารยาทมากจริงๆ”
“อย่าคิดมาก เหล่าวิหคที่เพิ่งมาหรือหลงถิ่นต่างก็ไม่รู้กันทั้งนั้น ถ้าอย่างนั้นข้าสองคนขอตัวก่อนนะ”
หญิงสาวทั้งสองคนเดินจากไป อาจเพราะชุดที่เขาสวมใส่อยู่นั้นมันค่อนข้างคล้ายกับลวดลายชุดของที่นี่ แถมดวงตาของเขาก็ยังมีสีแดงก่ำ พวกนางจึงยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ เื่นั้นมันก็ดี...
แต่วางใจคนแปลกหน้ามากไปหน่อย ถ้าไม่ติดว่าที่นี่มันสงบสุข จนทุกคนไม่คิดว่าจะมีข้าศึก ก็คงเป็เื่หนึ่งในความเพี้ยนของนิยายล่ะมั้ง
ในเมื่อเปิดเผยในหน้าและเห็นดวงตามันดีกว่า คิรินก็ไม่คิดปิดใบหน้าอีกต่อไป ไม่มีใครคุ้นใบหน้าของเขาจริงๆ สมกับเป็องค์ชายที่ถูกเลี้ยงแบบปิดตัวตนมาตลอด ทำเอาแทบจะเดาได้เลยว่าแม้แต่ประมุขเยว่ก็คงไม่มีทางรู้ว่าเขานั้นคือใคร
ด้านนอกว่าสวยงามแล้ว ด้านในภายในวังก็ไม่ต่างกัน ทั้งกว้างขวาง ยิ่งใหญ่ ประดับประดาไปด้วยอัญมณีและทองคำ มองดูก็รับรู้ได้ถึงความฟุ่มเฟือยสุดๆ ผู้คนภายในวังไม่ได้มีเยอะมากนัก ไม่ค่อยต่างกับข้างนอกสักเท่าไหร่ เหมือนคนอยากจะเดินไปไหนก็ไป เพราะเขาเดินมาไกลขนาดนี้ยังไม่มีคนคิดห้ามสักคำ
คิรินยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยอาศัยแผนที่ที่อุตส่าห์เสียแต้มซื้อมาตั้งสิบห้าแต้ม แผนที่ในมือของเขาฉายชัดถึงพื้นที่ทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่กระทั่งภายในวัง ก่อนจะมาหยุดหน้าบานประตูบานใหญ่ที่สลักลายวิหคสี่ปีก อีกทั้งในแผนที่ก็ปรากฏจุดสีทองขนาดใหญ่ รายล้อมด้วยจุดสีเขียวราวๆ สี่จุด เห็นทีท่านประมุขเยว่ที่ว่าคงอยู่ภายใน
‘ระบบ ถ้าข้าเข้าไปแทรกแซงเนื้อหาแบบนี้ เนื้อเื่จะไม่เพี้ยนหนักเลยเหรอ’
[เฉิงเหลียงเฟิ่งควรจะตายก็จริง แต่ต่อให้รอดก็ไม่เป็ไร อย่าลืมว่าองค์หญิงสามไม่มีทางมาที่นี่ กว่าจะมาก็คงอีกนาน ยังไงก็แล้ว ผู้สร้างไม่ให้ห้ามถึงข้อกำหนดในการเปลี่ยนแปลงเนื้อเื่ ถ้าจะทำให้ทุกอย่างมันสมเหตุสมผลขึ้น ผู้สร้างฝากมาบอกว่ามันก็โอเค งดทักระบบสักพัก ระบบขอนอน]
บอกแล้วว่าระบบช่วยอะไรไม่ได้...
คิรินปัดทุกความสนใจ ฝ่ามือเรียวเอื้อมมือไปผลักบานประตูใบใหญ่ แสงจากห้องด้านในสาดส่องเข้ามาจนต้องยีตา พอเริ่มปรับสายตาคิรินก็ต้องชะงักและจับขอบบานประตูแน่น
“ท่านประมุขโกงข้าอีกแล้วหรือขอรับ”
“เ้าจะกล่าวหาข้าอีกแล้วหรือ”
“หลักฐานเห็นอยู่เต็มตา”
ชายหนุ่มสองคนเถียงกันด้วยใบหน้าที่แสนจริงจัง คนหนึ่งอยู่ในชุดสีดำ ั์ตาสีฟ้า ผมสีขาว กำลังยิ้มอย่างผู้เหนือกว่าใส่ชายหนุ่มที่สวมชุดสีแดง ผมสีดำสนิท ส่วนั์ตาดันมีสีเดียวกันกับเขาจนดูเหมือนพี่น้องไม่มีผิด ชายทั้งสองยังคงโต้เถียงกันไม่เลิกเกี่ยวกับไพ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ จริงจังเสียจนดูเหมือนจะเกิดา แม้แต่การมาของเขาก็ไม่อาจทำให้ทั้งสองคนละใบหน้าจากไพ่เ่าั้ได้
คิรินทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเอ่ยขัดดีไหม แต่ทั้งสองคนก็ยังคงเล่นไพ่ต่อไป ส่วนอีกสองคนที่เฝ้ามองอยู่ก็วางเงินเดิมพันกันอย่างเมามัน
“วันนี้เ้าคิดว่าใครจะชนะ”
“ไพ่ท่านอวิ้นจุยดีขนาดนี้ เ้าไม่น่าถามเลยนะ”
“เื่การพนันท่านประมุขพวกเราล้วนเป็หนึ่งไม่มีสอง วันนี้จะอย่างไรท่านประมุขก็ชนะอย่างแน่นอน!” จบคำกล่าวเสียงเชียร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนท้ายที่สุดคนที่ดูเหมือนเป็ประมุขเยว่ก็ชนะจริงๆ
“ฮะๆ จะชนะข้าหรือ ไว้อีกร้อยปีเถอะ”
คิรินตัดสินใจเปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาดู ก็พบว่าตอนนี้นั้นข้อมูลที่ปิดเอาไว้ได้ถูกเปิดเผยขึ้นมาบางส่วน โดยเฉพาะข้อมูลของจ้าวเยว่เทียน จ้าวเยว่เทียนนั้นเป็บุรุษที่บ้าการพนัน ตัวเขานั้นเป็บุรุษที่มีความมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลา สายเืที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวของหงส์ฟ้า แถมเป็หงส์ฟ้าสี่ปีกเสียด้วย ผู้นำของเหล่าวิหคทั้งมวลในตอนนี้
คิรินยืนนิ่งอยู่นานสองนาน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อดี แต่ในชั่วขณะที่กำลังลังเล ั์ตาสีฟ้าอ่อนก็เหลือบมาเห็นเขาเสียก่อน คราวนี้ถึงกลับนิ่งชะงักไปเลยทั้งห้อง
ทั่วทั้งห้องเงียบสงัด เงียบชนิดที่ว่าถ้ามีเข็มตกหล่นภายในห้องก็คงได้ยิน คิรินตัดสินใจถอยหลังพร้อมกับเอื้อมมือกลับไปปิดบานประตูอย่างช้าๆ ขอยืนนิ่งเพื่อทำใจครู่หนึ่ง
รู้สึกอยากจะหาน้ำมาล้างตาจริงๆ ไอ้ภาพประมุขพรรคมารนั่งเล่นไพ่เนี่ย!
พอตั้งสติทำใจได้ คิรินก็เปิดประตูเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้ประมุขเยว่นั่งทำหน้าราบเรียบ เท้าคางอยู่บนบัลลังก์ตัวใหญ่ เ้าคนที่ชื่ออวิ้นจุยก็ยืนหน้านิ่งกดตามองต่ำ ส่วนบุรุษอีกสองคนที่เคยยืนวางเงินเดิมพันก็มายืนเก๊กอยู่ด้านล่างบัลลังก์เช่นเดียวกัน
“เ้าเป็ใคร”
“...”
สายตาของประมุขเยว่มองเขาดั่งผู้อยู่สูงกว่า พอเห็นเขายืนนิ่งงันอีกฝ่ายจึงกางปีกทั้งสี่ออกมาช่วยกดดัน คิรินก็อยากจะใ แต่ภาพก่อนหน้านั้นมันทำเอาเขามองภาพท่านประมุขพรรคมารเปลี่ยนไปทันที
ใดๆ ก็ตาม...มันไม่ทันแล้วล่ะ...