เสียงของฮวาเฮ่าเย่ว์ที่อยู่ด้านนอกฟังดูโล่งใจขึ้นทันตา “ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว เ้านี่ยังซุ่มซ่ามเหมือนตอนเด็กๆ ไม่ผิด ชอบทำตัวเองเจ็บตัวอยู่เรื่อย รีบล้างตัวแล้วออกมาให้ท่านแม่ทายานะ”
“รับทราบแล้วเ้าค่ะ”
ฮวาชิงเหยียนตอบรับก่อนจะหยิบชุดผ้าหยาบสีซีดจากตู้เสื้อผ้าของเ้าของร่างเดิมมาสวม นางนั่งลงบนเตียงแล้วหลับตาเพื่อรวบรวมพลังจิตไปยังแหวนหยกวงนั้น
แม้ตอนแช่น้ำนางจะเผลอหลับไป แต่กลับรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก จึงสามารถรวบรวมพลังจิตััถึงแหวนหยกได้ในไม่ช้า
ทันทีที่พลังจิตเข้าถึงแหวนหยก นางก็ััได้ถึงสายสัมพันธ์กับมิติส่วนตัวเหมือนที่เคยมีในชาติก่อน
ฮวาชิงเหยียนยิ้มเล็กน้อย ทว่าผ่านไปเพียงชั่วครู่กลับขมวดคิ้ว
นางรู้สึกถึงมิติของตนจริงๆ อีกทั้งยังเห็นของต่างๆ ที่อยู่ในนั้น ทั้งอาวุธ ชุดเกราะพิเศษ ไปจนถึงยารักษามากมาย หากนางสามารถเอาอาวุธออกมาได้ แม้แต่ยอดนักสู้ระดับเก้าของโลกนี้ก็มิอาจต้านนางได้
นางตั้งใจจะหยิบโอสถน้ำสมานแผลออกมา แต่กลับพบว่าพลังจิตไม่สามารถแทรกเข้าไปในมิติได้เลย
เกิดอะไรขึ้น
ฮวาชิงเหยียนพยายามอยู่นานแต่ก็ไร้ผล แต่ด้วยใช้พลังจิตจนเกือบเกินขีดจำกัดจึงต้องยอมละมือไปก่อน แล้วเดินไปยังห้องของซูซื่อ
แม้ยังไม่สามารถใช้งานได้ แต่เมื่อยืนยันได้แล้วว่าแหวนนี้คือมิติเก็บของของนางก็ทำให้โล่งใจไม่น้อย
ความจริงตอนที่ชายหน้ากากเงินมาแย่งแหวนไป นางก็ยังไม่แน่ใจว่าใช่ของตนหรือไม่ นางเดาว่าที่เปิดไม่ออกน่าจะเกี่ยวข้องกับเขา หากมีโอกาสเจออีกครั้ง อาจถามอะไรได้บ้าง
นางยังไม่ทันเดินถึงห้องของซูซื่อ ก็ได้ยินเสียงไออย่างรุนแรงอีกครั้ง
ฮวาชิงเหยียนขมวดคิ้วแน่น
อาการของซูซื่อนั้นชักช้าไม่ได้ สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดตอนนี้คือต้องหาสมุนไพรที่้าให้ได้ ส่วนเื่เงินนางมั่นใจว่าไม่ยากเกินความสามารถ
ด้วยซูซื่อร่างกายอ่อนแอเป็ทุนเดิม ฮวาชิงเหยียนจึงไม่ยอมให้นางช่วยทายา นางขอยามาแล้วตั้งใจจะไปทายาเองในห้อง ทว่าเมื่อเปิดกล่องยาซึ่งมีขนาดเท่าผลพุทรา กลับเห็นผงยาสีแดงคล้ำจับตัวเป็ก้อนแข็งอย่างชัดเจน
คุณภาพแย่ยิ่งนัก
ฮวาชิงเหยียนยิ่งมั่นใจว่าต้องหาเงินซื้อสมุนไพรคุณภาพให้ได้ในเร็ววัน
จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ผงยานี้เป็ของเหลือจากการกลั่นโอสถฟื้นฟูเืที่ล้มเหลว ราคาถูกมาก จ่ายเพียงห้าเหวิน [1] ก็ซื้อได้หนึ่งกล่อง แม้ผงยานี้จะห้ามเืได้ แต่ก็จะทิ้งรอยแผลเป็ไว้
ถึงผงยาจะราคาแค่ห้าเหวิน ทว่าเ้าของร่างเดิมกลับคิดแล้วคิดอีกกว่าจะยอมซื้อ และหากเป็โอสถฟื้นฟูเืคุณภาพดีนั้นมีราคาสูงถึงหนึ่งตำลึงทอง
ในโลกนี้ หนึ่งตำลึงทองเท่ากับหนึ่งร้อยตำลึง หรือเท่ากับหนึ่งหมื่นเหวิน นี่แสดงให้เห็นว่านักหลอมโอสถได้รับการยกย่องมากเพียงใด
อย่างไรก็ตาม หากความจำของเ้าของร่างเดิมไม่ผิดเพี้ยน ฮวาชิงเหยียนมั่นใจว่ายาที่นางปรุงได้นั้นมีประสิทธิภาพเหนือกว่าพวกโอสถเม็ดเหล่านี้แน่นอน
แม้ไม่เคยใช้ผงยาคุณภาพต่ำเช่นนี้ แต่เพราะยามนี้ร่างกายอ่อนแอเกินไป นางจึงต้องจำใจใช้อย่างเสียไม่ได้
หลังจากทายาเสร็จ ร่างกายพลันแสบร้อน พอคลายจิตที่ฝืนทนอยู่ก็รู้สึกอ่อนล้าอย่างรุนแรง นางล้มตัวลงบนเตียงที่ทำจากไม้กระดานไม่กี่แผ่นปูทับด้วยเสื่อฟาง แล้วผล็อยหลับไปในทันที
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร เสียงเอะอะจากด้านนอกปลุกให้นางตื่นจากห้วงนิทรา
ฮวาชิงเหยียนลืมตาโพลง รู้สึกปวดเสียดในท้องราวกับคนที่ไม่ได้กินอะไรมาหลายวัน
ยังไม่ทันลุกจากเตียง เสียงนอกห้องก็ดังกว่าเดิม
“คุณชายใหญ่ สายป่านนี้แล้วท่านกลับบอกว่าคุณหนูรองยังไม่ตื่น ใครจะไปเชื่อกัน นายท่านมีรับสั่งให้คุณหนูรองไปที่โถงหน้าเดี๋ยวนี้ คุณชายใหญ่รีบเรียกนางออกมาเถิด อย่าให้นายท่านต้องรอนานเสียดีกว่า”
ฟังจากเสียงแล้วน่าจะเป็ผู้ดูแลจวนของจวน
“ข้าบอกแล้วว่าน้องสาวยังไม่ตื่น ถึงนางจะตื่นแล้ว แต่นางไม่ใช่สาวใช้! ต่อให้เป็ท่านอาก็ไม่มีสิทธิ์สั่งให้นางไปหาเมื่อไหร่ก็ได้!”
ทันทีที่ฮวาชิงเหยียนเปิดประตูก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะของฮวาเฮ่าเย่ว์ที่พูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ
ฮวาชิงเหยียนยิ้มน้อยๆ อย่างอบอุ่น แม้ครอบครัวนี้จะยากจน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคนในบ้านกลับน่าอิจฉายิ่ง
ขณะนั้นเอง ผู้ดูแลจวนร่างท้วมซึ่งสายตาเ้าเล่ห์ก็กวาดมามองนางเต็มสองตา เขาเอ่ยด้วยเสียงเหยียดหยาม “คุณหนูรองตื่นเสียทีนะขอรับ ไหนๆ ท่านก็ตื่นแล้ว ก็ตามข้าไปที่โถงหน้าเสียโดยดีเถิด”
น้ำเสียงและท่าทางของเขาไร้ซึ่งความเคารพโดยสิ้นเชิง ฮวาเฮ่าเย่ว์กัดฟันแน่นด้วยความโกรธ จนเสียงขบฟันแทบจะดังออกมา หากเขาไม่กลายเป็คนพิการ เหล่าบ่าวรับใช้พวกนี้ไม่มีวันกล้าเหิมเกริมกับครอบครัวเขาเช่นนี้เด็ดขาด!
ฮวาชิงเหยียนมองผู้ดูแลจวนอย่างไม่สะทกสะท้านพลางยิ้มบาง
“บังเอิญยิ่งนัก ข้าก็กำลังจะไปหาท่านอาเหมือนกัน เช่นนั้นไปกันเถิด”
ฮวาเฮ่าเย่ว์หน้าเปลี่ยนสี รีบเอ่ยเตือนเสียงต่ำ “น้องสาว...”
“ท่านวางใจเถิด ข้าไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะ”
ฮวาชิงเหยียนใช้สายตาแฝงนัยให้ฮวาเฮ่าเย่ว์สบายใจ แล้วเป็ฝ่ายก้าวออกจากเรือนไปก่อน
จะไม่ให้ฮวาเฮ่าเย่ว์เป็ห่วงได้อย่างไร ทว่าร่างกายเขายามนี้ไร้ประโยชน์นัก แค่จะไปที่โถงหน้าเองยังทำไม่ได้ เขารู้สึกสมเพชตัวเองจนอยากจะสบถออกมาดังๆ
ผู้ดูแลจวนเห็นท่าทีอ่อนแรงของฮวาเฮ่าเย่ว์ก็ยิ่งยิ้มเยาะในใจ
เมื่อก่อนฮวาเฮ่าเย่ว์แสดงพร์ล้ำเลิศ ฝึกฝนพลังได้รวดเร็วจนเกือบสั่นคลอนตำแหน่งของนายท่าน เหล่าบ่าวรับใช้ย่อมไม่กล้าหาเื่ แต่ตอนนี้เขาเป็แค่คนไร้พลัง ยังจะต้องกลัวอะไรอีก
ส่วนฮวาชิงเหยียนก็แค่สตรีอ่อนแอคนหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ใดๆ ทั้งสิ้น ในเมื่อนายท่านสั่งให้ทำอะไร นางย่อมต้องยอมทำตาม
ผู้ดูแลจวนเดินตามฮวาชิงเหยียนไปพลางคิดในใจอย่างเหยียดหยาม
จวนอันกั๋วกงพื้นที่กว้างใหญ่ แบ่งเป็เรือนหน้ากับเรือนหลัง เรียงรายด้วยลานและเรือนเล็กน้อยใหญ่หลายสิบหลัง
เรือนหน้าเป็ที่อยู่ของบุรุษ ส่วนเรือนหลังเป็ของสตรี ทุกเรือนล้วนประดับตกแต่งหรูหรางดงามตามฐานะ มีเพียงเรือนที่ฮวาชิงเหยียนอาศัยอยู่เท่านั้นที่เก่าทรุดโทรม อีกทั้งยังอยู่ในมุมอับตา ราวกับไก่ป่าในฝูงหงส์ ดูขัดตายิ่งนัก
ใช้เวลาเดินถึงครึ่งชั่วยามกว่าจะมาถึงโถงหน้าอันกว้างขวางสว่างไสว
ในห้องโถงมีคนกำลังรออยู่สามคน
ฮวาเจิ้นเซี่ยซึ่งแต่งกายหรูหราทว่าใบหน้าเคร่งขรึมนั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธาน ด้านข้างเขาคือสตรีวัยกลางคนที่ยังคงดูงามสง่า หรือก็คือฮูหยินรองอิ่นซื่อ ส่วนด้านล่างฝั่งซ้ายมีบุรุษรูปลักษณ์สง่างามกำลังจิบชาอย่างสำรวม ทุกอิริยาบถแสดงถึงความโอ่อ่าฟุ้งเฟ้อ และคนผู้นั้นคือองค์รัชทายาทจวินอู๋ชิง คู่หมั้นของเ้าของร่างเดิม
เมื่อฮวาชิงเหยียนปรากฏตัว สายตาทั้งหกคู่ก็หันมามองทันที
สายตาเ่าั้กวาดมองชุดผ้าหยาบสีซีดและใบหน้าซีดเซียวของนางก่อนจะฉายแววรังเกียจ ทว่าไม่มีใครสังเกตเลยว่าสายตาของนางกลับเปล่งประกายแจ่มชัดนัก
ฮวาชิงเหยียนทำเหมือนไม่รับรู้สิ่งใด ก่อนจะเอ่ยทักทายอย่างขอไปที แล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้หอมล้ำค่าที่อยู่ทางด้านขวาอย่างไม่ลังเล
ทั้งสามคนถึงกับตะลึง เพราะฮวาชิงเหยียนไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่นแบบเดิมแม้แต่น้อย แม้กระทั่งยามเห็นองค์รัชทายาทก็ไม่แสดงสีหน้าหวั่นไหวหรือหลบตาอย่างที่เคย
ผู้ดูแลจวนที่เดินตามเข้ามาเห็นภาพนี้ก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทันที “คุณหนูรองจะนั่งตรงนั้นได้อย่างไร”
นี่เป็เก้าอี้ราคาแพงเชียวนะ! เดี๋ยวก็เลอะหมดหรอก!
ฮวาชิงเหยียนมองสีหน้าอีกฝ่ายแล้วเดาได้ทันทีว่าคำต่อไปคืออะไร จึงกวาดตามองไปยังฮวาเจิ้นเซี่ยกับคนที่นั่งอยู่ ทว่าเห็นเพียงท่าทีนิ่งงันประหนึ่งเห็นด้วยกับถ้อยคำของบ่าวผู้นั้น
หากเป็เ้าของร่างเดิม คงจะใและรีบลุกขึ้นมายืนหน้าตาตื่นแล้ว แต่ฮวาชิงเหยียนกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางยิ้มอย่างไม่แยแส ก่อนจะหันไปถามฮวาเจิ้นเซี่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านอา หลังข้ามาคิดๆ ดูแล้ว ที่ที่ข้าสมควรนั่งไม่ใช่ตรงนี้จริงๆ เ้าค่ะ อีกอย่างพี่ชายของข้าอายุครบสิบหกปีมาตั้งนานแล้ว ท่านอาเคยพูดเองมิใช่หรือว่าจะคืนบรรดาศักดิ์อันกั๋วกงให้เขาเมื่ออายุครบสิบหกปี? แต่ตอนนี้พี่ชายอายุสิบเจ็ดปีแล้ว คำพูดของผู้ดูแลจวนเมื่อครู่ก็แสดงว่าท่านอากำลังจะทำตามสัญญานั้นกระมัง เช่นนั้นที่นั่งที่เหมาะกับข้าก็น่าจะเป็ตำแหน่งประธานต่างหากเ้าค่ะ”