[END]ทะลุมิติมาเป็นนางเอกนิยายในยุค70s

    7 เทศกาลปีใหม่...ที่รอคอย

    7

    เทศกาลปีใหม่...ที่รอคอย


     

            วันเวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน เหมยลี่ไม่อยากให้ถึงปีใหม่เลย แต่วันนี้ก็เป็๲วันสิ้นปีแล้ว พรุ่งนี้ก็จะเริ่มปีต้นปี 1977 แล้ว และใครที่เธอไม่อยากเจอจะเดินทางมาถึงในวันพรุ่งนี้๰่๥๹เย็น ๆ 

    มุดดินหนีได้ไหม ? หรือว่าจะแกล้งป่วยดี เหมยลี่คิดมโนในหัว บ้านถูกตกแต่งอย่างสวยงามเพื่อตอนรับเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง สามศรีพี่น้องช่วยกันตกแต่งบ้านในวันหยุด ทุกคนต่างก็ได้หยุดเพื่อรอฉลองเทศกาลปีใหม่

            “พี่เหมยลี่ครับ เหม่ออีกแล้วนะครับ” พักนี้มักเห็นพี่สาวทำสีหน้าเหมือนมีเ๱ื่๵๹ให้คิดตลอดเวลา ก่อนวันสิ้นปีพวกเขาจัดส่งสินค้าให้ลูกค้ากันเยอะมาก 

    แถมพี่สาวยังมีสินค้าพิเศษให้ลูกค้าประจำที่มียอดสั่งซื้อสูงสุดจำนวน 10 บ้าน พี่สาวบอกว่าเป็๞แคมเปญหรือของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า แต่ละบ้านก็จะได้สินค้าพิเศษจากพี่สาวไม่เหมือนกัน 

            อย่างบ้านคุณนายเจิน พี่สาวให้ลิปสีแดงสดและสีส้มเป็๲ของขวัญ คุณนายเจินถูกอกถูกใจเป็๲อย่างมาก บ้านนายพลจางได้เค้กส้มและเค้กวานิลลา ถูกใจลูกชายและลูกสาววัย 10 ขวบของนายพลจางอย่างแน่นอน  

    เป็๞การซื้อใจลูกค้า ให้ลูกค้ากลับมาซื้อของกับเราอีก

            “อย่ากังวลเ๱ื่๵๹ที่ยังมาไม่ถึงสิครับ” หยางเฟยเอ่ยปลอบใจพี่สาว 

            “จ้ะ” เหมยลี่ตัดสินใจเลิกคิดมาก จะเป็๞ยังไงก็ให้มันเป็๞ไป ไม่เจอวันนี้ก็ต้องเจอกันวันหน้าอยู่ดี ยังไงก็รับหมั้นฝ่ายนั้นมาแล้ว การหมั้นหมายในยุคนี้ใช่ว่าจะยกเลิกกันได้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีเหตุจริง ๆ 

            “พี่รู้ไหมลูกค้าชอบของขวัญพิเศษที่พี่จัดมากเลยนะครับ แถมบางคนยังถามซื้อด้วย แต่ผมบอกว่ามีจำนวนกำจัดแค่บ้านที่สั่งซื้อของกับเรามากที่สุด 10 บ้านเท่านั้น” หยางเฟยบอกลูกค้าตามที่พี่สาวสั่ง 

            “ดีแล้ว จะได้กระตุ้นยอดขาย ปีหน้าพี่จะเพิ่มสินค้าพิเศษให้ในทุกเทศกาลสำคัญ”  หยางเฟยส่งยิ้มพี่สาว พี่สาวของเขาเก่งจริง ๆ เ๹ื่๪๫ซื้อใจลูกค้า

            “พี่เหมยลี่ครับ” หยางหลงที่เดินเข้ามาเอ่ยเรียกพี่สาว พร้อมกับยื่นของบางอย่างให้ 

            “...” แม้จะงงเล็กน้อย แต่เหมยลี่ก็รับของที่น้องชายยื่นมาให้ก่อนจะพบว่ามันคือเค้กถั่วเขียว 

            “พี่ซานเต๋อฝากมาให้พี่ครับ” หยางหลงไขข้อสงสัยให้พี่สาว 

            “อ๋อ งั้นเอาไปเก็บไว้ในครัวก่อนไป พี่ยังไม่หิว” เหมยลี่ยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลเข้มให้กับหยางหลงเอาไปเก็บไว้ก่อน เธอยังไม่หิวจริง ๆ

            ในคืนสุดท้ายส่งท้ายปีครอบครัวเทียน กินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อย หยางอวี้ฟ่านลงมือเข้าครัวทำอาหารให้สามีและลูก ๆ มีทั้งของคาวและของหวาน 

    มีเนื้อที่ได้รับปันส่วนจากการทำงานมาด้วย แล้วก็ทำการสั่งจองเนื้อเอาไว้เพิ่มอีก 10 จิน โดยคนเป็๞แม่นำมาให้ลูกสาวคนโตเก็บเอาไว้ในมิติ  รอจนถึงวันสิ้นปีถึงเอาออกมาทำอาหาร 

    ทุกคนกินอาหารกันอย่างมีความสุข พูดคุยและมีเสียงหัวเราะดังมาเป็๲ระยะ 

            “พรุ่งนี้พ่อกับแม่จะแวะไปบ้านคุณปู่คุณย่าแต่เช้า ยังไงลูกเตรียมตัวให้พร้อมนะ” เทียนอี้หยางบอกกับลูก ๆ เทศกาลปีใหม่เขาก็จะพาครอบครัวไปที่บ้านของพ่อแม่ทุกปี 

    ทุกคนตื่นกันแต่เช้า เหมยลี่และน้อง ๆ มาช่วยกันจัดเตรียมข้าวของ เป็๲ธรรมเนียมของคุณพ่อที่จะต้องเอาของไปให้คุณปู่คุณย่า

    แม้ในใจของเหมยลี่คิดว่าพ่อไม่จำเป็๞ต้องทำแบบนี้ แต่นั้นก็พ่อแม่ของคุณพ่อ เธอจะพยายามเข้าใจ 

            “แม่ว่าแค่นี้ก็พอแล้ว” หยางอวี้ฟ่านมองของที่จัดเตรียมเอาไว้ มากกว่าปีก่อนเสียอีก ผ้า 4 พับ ข้าวสาร แป้งสาลี น้ำตาล ธัญพืช มีขนมเค้กถั่วเขียวอีก 4 ชิ้น ขนมสาลี่ ขนมเทียน อีกอย่างละสองกล่อง 

    ทุกคนกินมื้อเช้าแล้วออกเดินทางไปหมู่บ้านฟู่เทียนที่อยู่ไม่ไกลหนัก เมื่อมาถึงก็พบกับครอบครัวของอาสาม เป็๞น้องสาวของพ่อ เธอพาสามีและลูก ๆ มาเช่นกัน

            “คุณพ่อ คุณแม่ สวัสดีครับ” คนเป็๲พ่อยังคงเอ่ยทักทายพ่อแม่ด้วยความสุภาพ แม้ว่าคนเป็๲ย่าจะมองพ่อด้วยความไม่พอใจ คงจะยังโกรธพ่อเ๱ื่๵๹ของเฉิงฮวาอยู่

            “ชักช้าเสียจริง” คนเป็๞ย่าบ่นออกมา 

            “ไหนละของ ทำไมปีนี้เอามาน้อยจัง แล้วเงินที่ต้องให้เพื่อแสดงความกตัญญูละ ?” ยังคงเป็๲คุณย่าที่เอ่ยประโยคที่แสนน่ารังเกียจออกมา 

            “ผมเตรียมมาแล้วครับ นี้ครับ” พ่อยื่นให้คุณปู่แต่คุณย่าเร็วกว่า คว้าไปได้ก่อน

            “แล้วเป็๲ยังไงบ้าง หยางเฟย หยางหลงโตเป็๲หนุ่มแล้วสินะ” หลานสาวอย่างเธอคุณปู่ไม่เห็นหัว ทั้ง ๆ ที่นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ อึดอัดชะมัด 

            “แหม ครอบครัวน้องรองก็ออกจะร่ำรวย เอาของมาแค่นี้เองหรือคะ” เป็๞ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เอ่ยออกมา แต่จ้องของที่เอามาตาลุกว้าว 

            “พี่สะใภ้ก็พูดเกินไป ปีนี้ฉันจัดของมามากกว่าปีที่แล้วอีกนะคะ” หยางอวี้ฟ่านบอกกับพี่สะใภ้ ใจจริงเธอก็ไม่อยากจะมาหรอกแล้วก็ไม่อยากจะให้ลูก ๆ ของเธอมาด้วย แต่ขัดสามีไม่ได้

            “ถ้าไม่อยากได้เราเอากลับก็ได้นะคะป้าสะใภ้” เหมยลี่เอ่ยออกมาอย่างทนไม่ได้ 

            “สั่งสอนลูกสาวเธอเสียบ้างนะอวี้ฟ่าน ไม่ใช่เอาแต่ทำงานจนไม่มีสั่งสอน ผู้ใหญ่เขาจะคุยกันอย่าได้เอ่ยปากมาสอด เสียมารยาทจริง ๆ”  จ้ะ ป้าคนมีมารยาม มาส่งสายตาทิ่มแทง เอ่ยวาจากัดแซะ มีมารยาทมาก ๆ 

            “ที่เหมยลี่พูดก็ถูกนะคะ ถ้าพี่สะใภ้ไม่พอใจของที่สามีและฉันเอามาฝากคุณพ่อคุณแม่ ฉันเอากลับก็ได้”

            “นี่...” มันต้องอย่างนี้ค่ะคุณแม่

            “พอ ๆ เอาของไปเก็บได้แล้ว” เป็๞คุณปู่ที่ห้ามทัพ ป้าสะใภ้และคุณย่าเลยรีบเอาของไปเก็บ คงกลัวว่าแม่จะขนกลับ พ่อพูดคุยกับครอบครัวของอาสาม เอาอังเปามาแจกหลานๆ จากนั้นก็ขอตัวกลับ 

            “ได้ข่าวว่าเหมยลี่หมั้นแล้ว แกไม่เห็นหัวฉันกับแม่แกแล้วหรือไง ถึงได้ทำอะไรข้ามหัวฉันแบบนี้ ยังไงเหมยลี่ก็เป็๲หลานฉัน” นี่คุณปู่เห็นเธอเป็๲หลานด้วยเหรอ ? อยู่ ๆ ก็นึกสงสัย

            “แล้วฝั่งนั้นเขาให้สินสอดเท่าไหร่ ที่บ้านฐานะดีหรือเปล่าก็ไม่รู้” คนเป็๞ย่าเอ่ยถาม 

            “ทางฝั่งนั้นเขาแค่มาเจรจาทาบทามครับ ยังไม่ได้หมั้นหมายอย่างเป็๲ทางการ แค่เอาสินสอดบางส่วนมาให้ไว้ แล้วเจรจาทาบทามสู่ขอ” เทียนอี้หยางบอกกับคนเป็๲พ่อแม่ 

            “แล้วไม่คิดจะแบ่งสินสอดทองหมั้นให้ฉันกับพ่อแกหรือไง เหมยลี่มันก็เป็๞หลานฉัน” ฟังมาถึงประโยคนี้เหมยลี่อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง เห็นเธอเป็๞หลานตอนมีผลประโยชน์

            “ผมแยกบ้านออกมาแล้วนะครับแม่” เทียนอี้หยางเอ่ยออกมา ย้ำเตือนความทรงจำของคนเป็๲แม่ 

            “เหอะ อกตัญญูจริง ๆ ฉันเป็๞แม่แกนะเหมยลี่ก็หลานฉัน สินสอดก็ควรจะมีส่วนแบ่งให้ฉันบ้างสิ” นี้มันเหตุผลบ้าบออะไรวะ ?? เหมยลี่คิดในใจ แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา 

            “นั่นสิน้องรอง เหมยลี่ก็เป็๲หลานของคุณพ่อคุณแม่ สินสอดทองหมั้นก็ควรมีส่วนของท่านด้วย” ลุงใหญ่เปิดปากพูดก็มองเห็นลิ้นไก่เลย สมแล้วที่อยู่ด้วยกันได้ มีแต่คนเห็นแก่ตัว 

            “ถ้าอย่างนั้นตอนแต่งทางคุณพ่อคุณแม่จะแบ่งสินเดิมให้เหมยลี่ลูกสาวผมด้วยใช่ไหมครับ ถ้าใช่ผมจะทำสัญญาเก็บเอาไว้ แล้วจะได้แบ่งให้” เทียนอี้หยางเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น 

            “แกแยกบ้านออกไปแล้ว สินเดิมของเหมยลี่มันเกี่ยวอะไรกับฉัน” คนแม่เอ่ยสวนกลับทันที 

            “นั่นสิครับ ผมแยกบ้านออกมาแล้ว คุณพ่อ คุณแม่ พี่ใหญ่จะมาสนใจสินสอดของลูกสาวผมทำไม ?” เทียนอี้หยางสวนกลับ ทำเอาทั้งสามคนถึงกับชะงัก 

            “แหมทำเหมือนว่าได้สินสอดมากมายมาก ไม่รู้ว่าน้องรองให้ลูกสาวแต่งกับใคร” ป้าสะใภ้พูดแล้วหันมามองเธอ 

    ทำไมบ้านหลังนี้มันมีแต่ท็อกซิกเต็มไปหมด ลุงใหญ่ที่เห็นแก่ตัว ป้าสะใภ้ที่ชอบพูดจาจิกกัด ย่าที่ปากร้าย เห็นแก่ตัว มลพิษเยอะสุด ๆ ไปเลย 

    จะดีหน่อยก็มีอาสามนี้แหละที่พูดจาดีกับครอบครัวเธอ แถมแจกอังเปาให้ด้วย ลูก ๆ ของอาสามก็น่ารัก น้อง ๆ เพิ่งจะ 4-5 ขวบเท่านั้น 

            “ออกมาได้สักที” หยางหลงถึงกับถอนหายใจออกมา เขาอึดอัดมาก ๆ ดีที่พ่อไม่อยู่ทานมื้อเที่ยงที่นั่น คงกินอะไรไม่ลง 

            “กลับไปกินมื้อเที่ยงที่บ้านก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องแย่งใคร” หยางเฟยเอ่ยออกมา ดีที่ปีนี้พ่อไม่อยู่ทานข้าวที่บ้านคุณปู่คุณย่า

            “ปีหน้าไม่ต้องพาลูก ๆ มาแล้วนะคะพี่อี้หยาง” หยางอวี้ฟ่านเอ่ยออกมา 

            “อืม พี่แค่อยากมาเจอน้องสาว”

            “เราเชิญอาสามไปทานข้าวที่บ้านเราก็ได้หนิคะ” เหมยลี่บอกกับพ่อ เธอพอจะมองออกมาว่าพ่อเป็๞ห่วงอาสามมาก หากพ่อไม่มา อาสามคงโดนป้าสะใภ้พูดจาแย่ ๆ ใส่ 

            “ก็จริงของลูก” เทียนอี้หยางถอนหายใจออกมา ปีต่อไปเขาคงเอาของและเอาเงินมาให้แล้วก็กลับเลย พ่อกับแม่ได้สนใจเขาอยู่แล้ว ถึงจะแยกบ้านออกมาก็ยังคงต้องเลี้ยงดูพ่อแม่เพื่อแสดงความกตัญญูอยู่ ตามที่ลงนามเอาไว้ในหนังสือแยกบ้าน 

            “แม่คะ ต้องทำอาหารเยอะขนาดนี้เลยหรือคะ ?” เหมยลี่เอ่ยถาม เพราะอาหารมื้อเย็นวันนี้มันมากกว่าวันก่อนเสียอีก 

            “ก็คู่หมั้นของลูกจะมา แม่ก็ต้องเตรียมเอาไว้ให้เยอะหน่อย” หยางอวี้ฟ่านบอกกับลูกสาว จะได้เจอว่าที่ลูกเขยทั้งที ก็ต้องทำของอร่อย ๆ เอาไว้ตอนรับ 

            “ลูกควรไปอาบน้ำ แต่งตัวได้แล้วนะ อีกเดี๋ยวพี่เขาก็มาแล้ว” ตอนนี้งานในครัวก็เสร็จแล้ว เหลือแค่ตักใส่จานเท่านั้น 

            “ค่ะ” เหมยลี่รับคำ เธอเข้าครัวช่วยแม่มาร่วมชั่วโมงแล้ว อาบน้ำหน่อยจะได้สดชื่น 

    ในใจของเธอรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ใจหนึ่งก็ไม่อยากเจอ แต่อีกใจก็คิดว่าไม่เจอวันนี้ วันหน้าก็ต้องเจออยู่ดี  และแล้วเวลาที่ทุกคนในบ้านรอคอยก็มาถึง เมื่อมีรถยนต์วิ่งเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน 

    พ่อและแม่ออกไปตอนรับ ส่วนเหมยลี่จัดเตรียมชาและน้ำเอาไว้รับแขกในวันนี้ 

            “ผมช่วยยกครับพี่เหมยลี่” หยางเฟย

            “ผมก็จะช่วยครับ” หยางหลง เมื่อน้องชายสองคนอาสา มือเธอก็เลยว่าง เดินออกมาจากห้องครัว เดินมาที่ห้องโถงของบ้าน 

            “สวัสดีค่ะ คุณลุงเจียง” เหมยลี่เอ่ยทักทายคนที่มีอายุมากกว่า 

            “สวัสดีครับลุงเจียง” น้องชายทั้งสองคนก็เอ่ยทักทายด้วยเช่นกัน 

    เหมยลี่มองคนที่อยู่ในห้องโถง พ่อ แม่ ลุงเจียง ... มีแค่สามคน เธอมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นใคร หรือว่าเขาไม่ได้มา ? 

            “เหมยลี่ลูกมานั่งข้าง ๆ แม่นี่มา” หยางอวี้ฟ่านเอ่ยเรียกลูกสาว เหมยลี่เดินไปนั่งลงข้างผู้เป็๲แม่ 

            “หนูเหมยลี่สบายดีนะ”

            “สบายดีค่ะคุณลุง เดินทางมาเหนื่อยไหมคะ ?” เหมยลี่เอ่ยถามกลับ แต่ก่อนที่ลุงเจียงจะเอ่ยตอบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน

            “ขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มของผู้มาใหม่ ดังมาจากด้านหลัง

            “เยียหลุน มานั่งนี่สิ พ่อจะแนะนำให้รู้จัก” เหมยลี่หันไปมอง เธอพบกับชายหนุ่ม เขาคือ เจียงเยียหลุน คู่หมั้นของเธอ คนที่เธอไม่อยากจะเจอเขา 

    แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ๆ กับภาพที่เห็นตรงหน้า ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปรง กำลังเดินเข้ามา หล่อ แบบหล่อมาก ๆ ดูดีทุกอณู คนบ้าอะไรหล่อขนาดนี้ เส้นผมยังหล่ออะ

            ใบหน้าหล่อเหลา มีเสน่ห์ หุ่นดีมาก เธอวางสิบบาทว่าเขาจะต้องมีซิกซ์แพ็กอย่างแน่นอน 

            หล่อยิ่งกว่าพระเอกของเ๹ื่๪๫ นี่คือตัวประกอบจริง ๆ เหรอ หล่ออะไรขนาดนี้ เขากินอะไรเข้าไป ทำไมหล่อ หล่อบาดตาบาดใจ หล่อโฮกไม่แบ่งใครเลยพ่อคุณพ่อทูนหัว

    เห็นหน้าไม่ถึงสามวิ ใจบางเป็๲กระดาษบอกเลย 

            “เหมยลี่”

            “เหมยลี่ลูก”

            “คะแม่ ว่าไงคะ” เหมยลี่ได้สติ เธอเอาแต่จ้องใบหน้าของเขา จนคนเป็๞แม่ต้องเอ่ยเรียก แต่เรียกขนาดนี้เธอก็ยังไม่ได้สติ 

            “น้องคงดีใจที่ได้เจอกัน อย่าถือสาเลยนะคะ” 

            “ครับ”

            เจียงเยียหลุน สบมองคู่หมั้นของตนเอง นี้พ่อหาผู้หญิงสติไม่สมประกอบมาหมั้นกับเขาอย่างนั้นหรือ ? เธอดูไม่ปกติ ? ไม่สิดูไม่ได้สติ 

    นี่เขาเดินทางมาตั้งไกลก็เพื่อมาพบหน้าคู่หมั้นที่สิติไม่ค่อยดีอย่างนั้นหรือ ช่างเสียเวลาจริง ๆ