ไป่เจ๋อเข้าไปดูอาการของไป่เหลียนฮวาเขาใช้นิ้วที่แฝงพลังปราณ กดตามจุดต่าง ๆ โดยแกล้งทำเป็บีบนวดตามตัวไป่เหลียนฮวาคาดว่าไม่นานเธอก็จะฟื้น
ไป่ชิงหยุนไม่ได้ถามถึงที่มาของเงินจำนวนมากที่อยู่ในบัญชีของลูกชายแต่รอให้ภรรยาของเขาฟื้นก่อนแล้วค่อยคุยพร้อมกัน
ไม่นานไป่เหลียนฮวาก็ฟื้นคืนสติการสอบถามถึงที่มาของเงินจึงเริ่มต้นขึ้นแน่นอนว่าไป่เจ๋อตอบตามจริงเื่ที่ลูกค้าของลุงฝูซื้อภาพอักษรที่เขาเขียนขึ้น
“จะโกหกก็ให้มันแเีหน่อยแกไปทำงานผิดกฎหมายมาใช่ไหม” ไป่ชิงหยุนมีสีหน้าน่ากลัวมาก จ้องมาทางไป่เจ๋อ เขาไม่มีทางเชื่อหรือกว่าไป่เจ๋อจะมีฝีพู่กันมากพอที่จะทำให้ลูกค้าของลุงฝูจ่ายเงินจำนวนมากขนาดนี้
ไป่เจ๋อไม่พูดอะไรมากเขาหยิบเอาปากกามาเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษ โดยแฝงเจตจำนงลงไปด้วยด้านไป่ชิงหยุนกับไป่เหลียนที่เห็นไป่เจ๋อเขียนคำว่า “รัก” ลงบนกระดาษ แม้จะเป็ลายเส้นที่มาจากปากกาลูกลื่นแต่พวกเขาก็ััได้ถึงความรักที่แผ่ออกมาจากตัวอักษร อบอุ่นใจยามชิดใกล้ร้อนรุ่มแนบชิดกันบนเตียง ความรู้สึกนี้พวกเขาเคยผ่านมาก่อนสมัยตอนที่แต่งงานกันใหม่ ๆ
“ทีนี้เชื่อผมรึยังครับ”ไป่เจ๋อถาม
“อืมแกมีฝีมือดีขนาดนี้ ไม่หาเงินทางนี้เสียเลยล่ะ” ไป่ชิงหยุนถาม
“โธ่พ่ออย่าโลภเลย ผมไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในวงการนี้เลย ไม่เสี่ยงดีกว่าครับคนแก่บางคนหัวดื้อและหวงตำแหน่งของตัวเองจะตายไป” ไป่เจ๋อตอบ
“นั่นสิคะเหมือนคุณพ่... อะแฮ่ม แค่ชิ้นงานเดียวก็พอแล้ว” ไป่เหลียนฮวากล่าวสนับสนุนความคิดลูกชายของเธอเต็มที่แต่ดูเหมือนเธอเกือบจะหลุดพูดอะไรบางอย่างออกมา
“ก็ได้แต่อย่าใช้ฟุ่มเฟือยนะเข้าใจไหม” ไป่ชิงหยุนกำชับอีกครั้ง
“ครับแต่ผมถอนเงินออกมาให้แม่เอาไปจ่ายค่าเช่าห้องครับ”ไป่เจ๋อยื่นเงินที่เขาแบ่งไว้สำหรับจ่ายค่าเช่าห้องให้กับไป่เหลียนฮวานั่นทำให้เขาถูกเธอดึงเข้าไปกอด
‘ความอบอุ่นจากพ่อแม่เป็แบบนี้สินะ’ ไป่เจ๋อคิดและกอดตอบไป่เหลียนฮวาเช่นกัน เขาหลับตาลงเพื่อซึมซับความรู้สึกนี้เอาไว้
จากนั้นไป่เจ๋อก็ช่วยไป่เหลียนฮวาทำกับข้าวส่วนไป่ชิงหยุนนั้นรับหน้าที่หุงข้าววันนี้เป็วันที่ครอบครัวไป่ได้กินอิ่มเป็ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
แม้ไป่เจ๋อจะกินอาหารลมปราณไปแล้วแต่เขายังกินอีกรอบ เพื่อไม่ให้พ่อกับแม่สังสัยเื่อาหารการกินของเขาแม้จะต้องแลกมาด้วยการที่เขาต้องเสียเวลาเอาสิ่งปนเปื้อนออกจากร่างกายก็ตาม
หลังมื้อเย็นไป่เจ๋อช่วยไป่เหลียนฮวาเก็บล้างจานชามขณะที่ไป่ชิงหยุนนั้นเข้าไปดูโทรทัศน์ในห้องนอน พองานทุกอย่างเสร็จไป่เจ๋อก็ทำการบ้านกับอ่านทบทวนบทเรียนขณะรอไป่เหลียนฮวาไปอาบน้ำ
‘การบ้านก็เสร็จแล้วเอาสมุดเปล่ามาเริ่มเขียนนิยายเลยก็แล้วกัน’ไป่เจ๋อเริ่มหยิบเอาสมุดเปล่าออกมาและเริ่มใช้ปากกาเขียนเื่ราวของอาจารย์ของเขาที่เป็เทพกระบี่แห่งต้าเซียน
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ซีหลัว
ซีหลัวกำลังมองภาพอักษรที่ไป่เจ๋อเขียนขึ้นปากก็ร่ายกลอนซ้ำไปซ้ำมา เขาไม่เคยรู้สึกประทับใจภาพอักษรชิ้นใดมากขนาดนี้มาก่อน
ก๊อกๆ ๆ
“เข้ามาได้”ซีหลัวกล่าวอนุญาต หลังได้ยินเสียงเคาะประตู
ประตูถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายชราผู้ที่มีอายุไล่เลี่ยกับซีหลัวอีกทั้งยังเป็เพื่อนสนิทของซีหลัวอีกด้วย ชื่อของเขาคือ เมิ่งตงผู้เป็ประธานบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จี๋เสียง
“สหายไหนขอฉันชมหน่อยซิว่าภาพอักษรอะไรที่ทำให้นายถึงกับต้องเรียกให้ฉันมายกเครื่องห้องสะสมของนายใหม่”เมิ่งตงกล่าว
ซีหลัวกวักมือเรียกให้สหายของตนมาที่โต๊ะทำงานเพื่อจะได้เห็นภาพอักษรที่เขาเพิ่งชื่นชมไปเมื่อครู่และอาการของเมิ่งตงก็เป็ไปตามที่ซีหลัวคาดไว้มือเท้าของเมิ่งตงสั่นด้วยความตื่นเต้น
“เทพเซียนองค์ใดกันที่สร้างสรรค์ผลงานเช่นนี้ขึ้นมาดูจากกระดาษที่ใหม่เอี่ยมเช่นนี้ ลายมือนี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ตอนแรกที่เห็นฉันคิดว่าเป็ปรมาจารย์ลั่วที่นายเคยเอ่ยปากขอภาพอักษรจากเขาเสียอีกแต่นี่มันไม่ใช่ลายมือเขา สำนึกอักษรเองก็ทรงพลัง ต่างกันลิบลับ”เมิ่งตงไม่รู้จะบรรยายถึงความยอดเยี่ยมของกลอนที่ถูกเขียนเป็ภาพอักษรนี้ยังไง
“ถ้าฉันบอกนายว่าคนที่สร้างผลงานชิ้นนี้เป็เพียงเด็กหนุ่มอายุ15 ล่ะ นายจะเชื่อไหม” ซีหลัวกล่าว
“จะ...จริงเหรอ”เมิ่งตงมองซีหลัวด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ฟังเมื่อครู่
“ฉันไม่เคยโกหกนาย”ซีหลัวยืนยังอีกครั้ง
“นายนัดเขาได้ไหมฉันอยากได้ภาพอักษรจากเขาเหมือนกัน” เมิ่งตงกล่าว
“ได้สิเดี๋ยวฉันจะให้เลขาของฉันติดต่อให้” ซีหลัวกล่าวเขาต่อสายหาเลขาหน้าห้องและสั่งให้เธอติดต่อไป่เจ๋อ ว่าเขาขอนัดวันพรุ่งนี้ถ้าอีกฝ่ายว่าง
ขณะนั้นเมิ่งตงก็จ้องภาพอักษรที่ไป่เจ๋อเขียนไม่วางตา ซ้ำยังทำปากพึมพำท่องกลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนซีหลัวก่อนหน้านี้ส่วนซีหลัวเองก็เช่นกันแต่ไม่นานทางเลขาหน้าห้องของเขาก็ติดต่อกลับมาว่าไป่เจ๋อตอบตกลงเื่นัดหมายแล้ว
“เรียบร้อยแล้วล่ะสหาย” ซีหลัวยกยิ้มขึ้น ขณะที่วางสายเลขาของเขา
“โอ้ดี ๆ ๆ” เมิ่งตงดีใจมาก เขากับซีหลัวต่างก็เป็สมาชิกชมรมคนรักภาพอักษรเหมือนกันพวกเขามีเพื่อนที่รู้จักกันผ่านชมรมนี้จำนวนมากแต่ละคนนั้นก็พอมีตำแหน่งและเส้นสายอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อยในสายอาชีพของตนนั่นทำให้บางครั้งพวกเขาก็แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางธุรกิจกันอีกด้วย
“ว่าแต่เสี่ยวชิงเป็ยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าตอนนี้กำลังทดลองงานที่บริษัท LSA (Legacy StarAgency) ของประธานเทียนเผิง นี่” ซีหลัว
“อืมต้องทดลองงานทีละแผนก เวียนไปเรื่อย ๆ จากนั้นพอครบ 3 เดือนหัวหน้าแผนกแต่ละแผนกก็จะพิจารณากันอีกทีว่าจะบรรจุเข้าแผนกไหนพวกเขาดูประสิทธิภาพในการทำงานจริงมากกว่าใบปริญญาเสียอีก” เมิ่งตงกล่าวแต่ที่จริงเขาก็เห็นด้วยกับเื่นี้เหมือนกัน
“เฮ้อหลานของฉันกับนาย พวกเขาไม่อยากพึ่งบารมีของพวกเราแต่กลับคิดแผ้วถางเส้นทางของตนเอง นี่ก็นับว่าเป็สิ่งที่ดีเสี่ยวชิง้าจะทำงานเป็ผู้จัดการดาราสินะ” ซีหลัวกล่าว
“ใช่แต่ไม่รู้ว่าจะได้เป็รึเปล่า” เมิ่งตงกล่าว
“คนเป็ผู้จัดการดารายิ่งมีเส้นสายมากเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะสูงตามไปด้วยซึ่งตรงนี้เสี่ยวชิงไม่ยอมพึ่งเส้นสายที่พวกเรามี ถ้าอย่างนั้นก็มีอยู่ทางเดียวนั่นคือเธอต้องเจอเพชรน้ำงามที่เต็มเปี่ยมด้วยความสามารถระดับสูงถึงจะพอชดเชยเื่เส้นสายที่ขาดไปได้บ้าง” ซีหลัวกล่าว
“ทางเสี่ยวโม่เหมือนการงานจะราบรื่นดีนี่ฉันได้ข่าวมาว่าปีนี้เขาจะได้เข้าชิงรางวัลนายแบบยอดเยี่ยมด้วยแถมยังมีซีรีส์เข้ามาติดต่อ 2-3 เื่อีกต่างหากรู้สึกจะมีเื่หนึ่งของเสี่ยวเฉินด้วย” เมิ่งตงกล่าว
“อานั่นทำให้ฉันมีเวลาเจอเขาน้อยลง” ซีหลัวดูมีเศร้าขึ้นมาทันทีเพราะหลานชายของเขา่หลัง ๆ ไม่ค่อยว่างมาพบเขาสักเท่าไหร่ ขนาดเวลาโทรหายังนานๆ ครั้งเท่านั้น
“งั้นเรามาคุยเื่การตกแต่งห้องนี้ใหม่ดีกว่า”เมิ่งตงรีบเปลี่ยนเื่คุยทันที เพื่อดึงอารมณ์ของซีหลัวกลับมา
ทั้ง2 เริ่มพูดคุยกันว่าจะปรับอะไรในห้องนี้บ้างเพื่อให้ภาพอักษรของไป่เจ๋อนั้นโดดเด่นที่สุดในห้องทำให้ซีหลัวหลุดจากอารมณ์เศร้าในทันที
บริษัท LSA แผนกธุรการ
“เสี่ยวชิงเื่ติดต่อนัดเซ็นสัญญาพรีเซ็นเตอร์ของเนี่ยฟงที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยดีรึเปล่า” พนักงานหญิงวัยกลางคนถามหญิงสาวที่เข้ามาฝึกงานในบริษัทได้ 2เดือนกว่าแล้ว
“เรียบร้อยแล้วค่ะนี่เป็วัน เวลา และสถานที่ที่นัดเซ็นสัญญาค่ะ อ้อ ฉันเช็กตารางงานของเนี่ยฟงจากผู้จัดการของเขาแล้ววันและเวลาที่ระบุในเอกสารเป็วันที่เขาว่างค่ะ”ชิงชิงตอบพร้อมกับยื่นเอกสารที่ระบุข้อมูลการนัดเซ็นสัญญาครั้งนี้เอาไว้
ใช่แล้วเธอคือหลานสาวของเมิ่งตงนั่นเอง ผมสีน้ำตาลเงางาม ดวงตาดอกท้อริมฝีปากบางที่ทาด้วยลิปสติกสีอ่อนดูอมชมพูเป็ธรรมชาติ เครื่องหน้าแม้ไม่สวยคมแต่ดูน่ารักน่าทะนุถนอมมากกว่า
“อืมดีมาก ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยเอาเอกสารนี่ไปให้ฉีฟง ผู้จัดการของซีโม่ทีตอนนี้พวกเขาน่าจะกำลังประชุมกับผู้กำกับซีรีส์เื่หนึ่งอยู่ ที่ห้องประชุม 1”พนักงานหญิงวัยกลางคนยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับชิงชิง
“ได้ค่ะ”ชิงชิงรับซองเอกสารและเดินออกจากแผนก เพื่อไปยังห้องประชุม 1
หน้าห้องประชุม 1
ชิงชิงยืนรออยู่หน้าห้องประชุม1 สักครู่หนึ่งประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกชิงชิงค้อมตัวลงให้กับผู้กำกับซีรีส์ที่เธอคุ้นหน้าเป็อย่างดี รวมถึงทีมงานของซีรีส์นี้ด้วย
“อ้าวชิงชิง เธอมาทำอะไรที่นี่” ชายหนุ่มผมสีดำอมม่วง ในชุดสูท ใบหน้าเรียว รูปร่างสูงภูมิฐาน เขาคือนายแบบชายที่กำลังเป็ที่ชื่นชอบของสาว ๆ วัยรุ่นตอนนี้และเป็เพื่อนสมัยเด็กของชิงชิงอีกด้วย
“พี่ที่แผนกฝากเอกสารมาน่ะ”ชิงชิงยื่นซองเอกสารให้กับซีโม่
“โอ้เอกสารเกี่ยวกับงานโฆษณาตัวใหม่มาถึงแล้วเหรอ”เสียงฉีฟงที่เป็ผู้จัดการของซีโม่ดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องประชุม
“ทดลองงานเป็ยังไงบ้าง”ซีโม่ถาม
“บางแผนกทั้งโขกทั้งสับเลยล่ะ แต่ว่าฉันก็จะทำ” ชิงชิงตอบ
“อดทนหน่อยก็แล้วกันตอนฉันทดลองงานก็โดนแบบเดียวกันนี่แหละ มันเป็การทดสอบเื่ความอดทนน่ะคนในวงการบางคนเื่มากกว่านี้ด้วยซ้ำ หน้าที่ของผู้จัดการดาราคือการเก็บอารมณ์สีหน้า และความไม่พอใจทั้งหมดเอาไว้ และทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จลุล่วงไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อดาราในสังกัดที่เราดูแลอยู่ เข้าใจไหม”ฉีฟงกล่าวสอนชิงชิง เขาเห็นชิงชิงเป็เหมือนรุ่นน้อง
“เข้าใจแล้วค่ะถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ชิงชิงรับคำ ที่จริงลึก ๆ เธออยากเป็นางแบบแต่มีมืออาชีพคนหนึ่งบอกว่าเธอไม่สามารถเป็นางแบบได้หลังจากเธอพยายามอยู่หลายครั้ง สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะทำงานเป็ผู้จัดการดาราด้วยความคิดที่ว่า ‘ฉันเป็ไม่ได้ แต่ก็จะผลักดันให้คนที่มีความฝันจะเข้าวงการไปให้ถึงฝั่งฝัน’ นั่นคือความคิดของเธอ
“อืม”ฉีฟงรับคำ
เมื่อชิงชิงหายไปจากสายตาแล้วฉีฟงหันมามองซีโม่ ด้านซีโม่เองเมื่อเห็นผู้จัดการของเขามองมา เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงมีเื่ที่้าพูดเกี่ยวกับชิงชิง
“มีอะไรรึเปล่าครับ”ซีโม่ถาม
“นายอยากให้ฉันช่วยพาชิงชิงเข้าวงการไหมฉันว่าท่วงท่าการเดิน ถ้าฝึกอีกหน่อยคงเป็นางแบบได้ถึงส่วนสูงจะหวิดไม่ผ่านเกณฑ์ก็เถอะ” ฉีฟงกล่าว
“ถ้าคุณเมิ่งเจี่ยบอกว่าเธอไม่มีทางเป็นางแบบได้ล่ะครับคุณคิดว่าเธอยังจะเป็นางแบบได้อยู่รึเปล่า” ซีโม่ถาม ซึ่งคำถามนี้ทำให้ฉีฟงชะงัก
“งั้นก็คงช่วยอะไรไม่ได้ถ้าคนคนนั้นพูดออกมาอย่างนั้น” ฉีฟงตอบเพราะเมิ่งเจี่ยนั้นคือเ้าของแบรนด์ห้องเสื้ออันดับ 1 ของโลก เท่าที่เขารู้ดูเหมือนจะเป็ลูกพี่ลูกน้องกับเมิ่งตงที่เป็ปู่ของชิงชิงด้วย
“ถ้าคิดช่วยเหลือยัยนี่ห้ามให้เธอรู้เด็ดขาด เพราะทั้งผมกับยัยนี่ ไม่ชอบใช้เส้นสายของปู่ตัวเอง”ซีโม่กล่าว
“นายกับเธอสนิทกันขนาดนี้ถ้าฉันไม่รู้จักนายมาก่อน ฉันคงคิดว่านายแอบชอบเธอแต่แค่ยังไม่รู้ความรู้สึกตัวเองเท่านั้น” ฉีฟงกล่าว
“ไม่มีทางหรอกครับผมกับยัยนั่นน่ะรู้ไส้รู้พุงกันดี เห็นสุภาพเรียบร้อยแบบนี้ถ้าปรี๊ดแตกละก็เธอจะเปลี่ยนจากกระต่ายเป็สกังค์ทันทีเลยล่ะ” ซีโม่พูดไปยิ้มไปเขาชอบเห็นตอนชิงชิงทำแก้มป่อง งอนเขา ตอนที่โดนเขาแกล้งซึ่งเขาคิดว่าความรู้สึกแบบนี้คงเป็ความรู้สึกแบบพี่ชายกับน้องสาว
“............”ฉีฟงไม่คิดเลยว่าซีโม่จะวิจารณ์เพื่อนสมัยเด็กได้ร้ายกาจขนาดนี้ขัดกับบุคลิกที่สุภาพ อ่อนโยนที่เขาเห็นเป็ประจำ
“ไปดื่มกาแฟกันดีกว่าครับจะได้อ่านสัญญางานโฆษณาด้วย” ซีโม่กล่าว
“อืมดีเหมือนกัน” ฉีฟงเห็นด้วย
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ซีหลัว
ที่ชั้นบนสุดมีส่วนห้องพักสำหรับให้ซีหลัวได้ใช้พักผ่อนหรือใช้ชีวิตประจำวันเหมือนอยู่บ้านของตัวเอง ตอนนี้ซีหลัวเพิ่งอาบน้ำเสร็จเขาใช้สมาร์ทโฟนเข้าไปยังหน้าเพจของชมรมคนรักภาพอักษร เพื่อโพสต์ภาพอักษรของไป่เจ๋อ ก่อนที่เขาจะเข้านอน โดยไม่รู้เลยว่าเขาจะทำให้สมาชิกชมรมที่ได้เห็นโพสต์นี้ไม่ได้นอนกันทั้งคืน
[นะ...นี่มัน]หลวงจีนเหม็น แสดงความคิดเห็น
[เหล่าซีไปได้ภาพอักษรนี้มายังไง] เฒ่าทารก แสดงความคิดเห็น
[ลายเซ็นอ่านว่าไป่เจ๋อ ใครรู้จักปรมาจารย์ท่านนี้บ้าง] เฒ่าหัวงูกลัวเมีย แสดงความคิดเห็น
[ใครััถึงพลังที่ส่งออกมาจากตัวอักษรได้เหมือนฉันบ้าง]ตะคริวหรือเก๊าต์ แสดงความคิดเห็น
[กลอนงดงามมากทั้งการใช้คำ ัั ฉันทลักษณ์ ถูกต้อง นี่มันสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้ชัด ๆ] พระะโกำแพงคุก แสดงความคิดเห็น
[ซีหลัวไปไหนมาตอบคำถามพวกเราด่วนเลย] หลวงจีนเหม็น แสดงความคิดเห็น
[นอนแล้วละมั้งเขาชอบโพสต์ก่อนตัวเองเข้านอนตลอด] เฉินเฟิง แสดงความคิดเห็น
[ฉันส่งอีเมลไปหาเขาแล้วว่าอยากชมภาพอักษรนี้ด้วยตาของฉันเอง พรุ่งนี้เขาน่าจะเห็นอีเมลของฉันเพราะเขาชอบอ่านอีเมลหลังตื่นนอน] สนมจาง แสดงความคิดเห็น
หลังจากนั้นทุกคนต่างขออีเมลของซีหลัวพวกเขาเองก็อยากเห็นภาพอักษรนี้ด้วยตาของเขาเองเช่นกันเพราะขนาดเห็นผ่านโพสต์ยังััได้ถึงพลังที่แผ่ออกมาขนาดนี้แล้วของจริงจะขนาดไหนกัน
สุดท้ายพวกเขาก็ให้ผู้ใช้ที่ชื่อสนมจาง เป็คนรวบรวมรายชื่อผู้ที่อยากชมภาพอักษรของไป่เจ๋อและส่งรายชื่อนี้ไปที่อีเมลของซีหลัว
ส่วนไป่เจ๋อที่กำลังเขียนนิยายอยู่ไม่ได้รู้เื่ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจากภาพอักษรที่เขาเขียนให้ซีหลัวเลยสักนิดเขาอยู่เขียนนิยายจนถึง 5 ทุ่ม จึงค่อยเก็บของทุกอย่าง ก่อนจะไปอาบน้ำและเข้านอน
เช้าวันถัดมา
ไป่เจ๋อตื่นขึ้นมาและพบว่ายังเช้ามืดอยู่ อีกทั้งแม่ก็ยังไม่ตื่น เขาจึงทำในสิ่งที่ได้พูดเอาไว้นั่นคือการทำอาหาร โดยเขาจะทำทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันไว้ให้พ่อกับแม่
เมื่อไป่เหลียนฮวาออกมาจากห้องนอนเธอก็พบเพียงกระดาษโน๊ต กับอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย อีกทั้งยังใช้พลาสติกซีนอาหารไว้อย่างดีอีกด้วย
‘ลูกคนนี้ไปไหนแต่เช้ากันนะ’ไป่เหลียนฮวาคิด
โรงเรียนมัธยมต้นของไป่เจ๋อ
ขณะเดียวกันไป่เจ๋อตอนนี้ได้มาอยู่ที่ดาดฟ้าของอาคารเรียนเป็ที่เรียบร้อยแล้วเขาทำการบ่มเพาะพลังปราณของตนเองต่อไป
จนกระทั่งเสียงออดเข้าเรียนดังขึ้นไป่เจ๋อจึงเข้าไปที่ห้องเรียน แม้เพื่อนร่วมชั้นกับอาจารย์จะยังเกร็ง ๆ กันอยู่แต่ก็เริ่มคลายความระแวงไปพอสมควร
หลังเลิกเรียน
ไป่เจ๋อเก็บเครื่องเขียนกับหนังสือใส่กระเป๋าและกำลังจะไปที่ร้านจันทรกาล ตามที่เลขาของซีหลัวได้นัดเอาไว้แต่ก็ถูกหัวหน้าห้องของเขารั้งไว้เสียก่อน
“ไป่เจ๋อวันนี้เป็เวรนายทำความสะอาดนะ” หัวหน้าห้องยืน เท้าเอว ดวงตาจับจ้องมาที่ไป่เจ๋อขณะที่เพื่อนคนอื่นหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะกลัวหัวหน้าห้องจะโดนไป่เจ๋อทำคุณไสยใส่
“ก็สะอาดดีนี่”ไป่เจ๋อลอบส่งปราณไปจัดการสิ่งสกปรกในห้องทันหมดทันที โดยไม่มีใครทันได้สังเกตเพราะมัวแต่มองหัวหน้าห้องกับไป่เจ๋อที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่
“กระดานดำนั่น........”หัวหน้าห้องยังพูดไม่ทันจบ เธอก็เห็นว่ากระดานดำที่อาจารย์เขียนเนื้อหาบทเรียนตอนนี้กลับสะอาดราวกับมันผ่านการทำความสะอาดมาแล้ว
“ถ้าไม่มีอะไรฉันกลับล่ะนะบาย” ไป่เจ๋อเลิกสนใจและเดินออกจากห้องไปท่ามกลางความงุนงงของหัวหน้าห้องและเพื่อนร่วมชั้น
ร้านจันทรกาล
ไป่เจ๋อเปิดประตูและเดินเข้ามาภายในร้านซึ่งภายในนั้นมีคน 3 คนกำลังนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์คิดเงิน คือ เถ้าแก่ฝู ซีหลัวกับชายชราอีกคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ดูเหมือนจะสนิทกับซีหลัว
“เสี่ยวไป่เธอมาตรงเวลาดีนะ” ซีหลัวลุกขึ้นและเดินมาหาไป่เจ๋อ
“โอ้คนนี้เหรอที่เขียนภาพอักษรนั่น” เมิ่งตงลุกตามซีหลัวมา
“ไป่เจ๋อเธอมีฝีมือขนาดนี้ สนใจเขียนภาพอักษรส่งให้ร้านฉันขายไหม” ลุงฝูกล่าว
“คงไม่ได้หรอกครับวงการลิปิศิลป์มีปรมาจารย์มากมายที่มีฝีมือเก่งกาจผมก็แค่พวกปลายแถวที่สร้างงานออกมางู ๆ ปลา ๆ ในสายตาพวกเขาเท่านั้นครับ”ไป่เจ๋อกล่าว
“ส่วนใหญ่พวกเขาไม่ได้ใจแคบแบบนั้นหรอกนะ”ซีหลัวกล่าว
“ยังไงก็ขอปฏิเสธครับ”ไป่เจ๋อกล่าว
“เอ่อเสี่ยวไป่ ฉันชื่อเมิ่งตง เป็เพื่อนของประธานซีหลัววันก่อนฉันได้เห็นภาพอักษรของเธอแล้วฉันบอกได้เลยว่ามันยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดาภาพอักษรที่ฉันเคยเห็นมา” เมิ่งตงกล่าว
“คุณเมิ่งชมผมเกินไปแล้วครับ”ไป่เจ๋อกล่าว
“ไม่เลยวันนี้เป็ฉันที่ขอให้ซีหลัวนัดเธอมา เพื่อที่จะขอร้องให้เธอสร้างสรรค์ผลงานให้ฉันสักชิ้นจะได้รึเปล่า แน่นอนว่าฉันจะจ่ายให้เท่ากับที่ซีหลัวให้เธอ” เมิ่งตงกล่าว
“อืมมมได้ครับ” ไป่เจ๋อตอบตกลง เพราะเขา้าลดภาระให้พ่อกับแม่ การมีเงินมากขึ้นจะช่วยแบ่งเบาภาระของพวกท่านได้มากตามไปด้วย
ด้านลุงฝูนั้นรีบจัดเตรียมของให้ทันทีส่วนไป่เจ๋อเองก็ไม่รอช้าเขาเริ่มตวัดพู่กันด้วยท่วงท่าราวกับปรมาจารย์ผู้คร่ำหวอดในวงการลิปิศิลป์มาอย่างโชกโชนหลายสิบปี
ลุงฝูถึงกับปากอ้าตาค้าง มองเด็กที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดีกำลังแสดงความสามารถในด้านที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แน่นอนว่าในฐานะคนที่ค้าขายของเก่าและงานศิลป์มาหลายสิบปีเขาย่อมมองออกถึงทักษะที่ไป่เจ๋อแสดงออกมาในตอนนี้
ด้านซีหลัวกับเมิ่งตงนั้นตื่นเต้นเช่นกันแม้ซีหลัวจะเคยเห็นการสร้างสรรค์ภาพอักษรของไป่เจ๋อมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้
“เสร็จแล้วครับ”ไป่เจ๋อวางพู่กันในมือลง
ลุงฝูเมิ่งตง ซีหลัว ต่างเข้ามารุมล้อมชมผลงานในครั้งนี้ซึ่งเนื้อหานั้นกล่าวถึงหลวงจีนรูปหนึ่ง ผู้ที่ทุกคนต่างขนานนามท่านว่าพระโพธิสัตว์เดินดินแห่งต้าเซียน
“...............”ทั้ง 3 คน ไม่ได้พูดอะไร หลังอ่านลำนำเพลงที่ถูกเขียนขึ้นนี้เพื่อบอกเล่าเื่ราวของไท่ซื่อคงพวกเขาต่างััได้ถึงความสุข มันเป็ความสุขที่เกิดจากความสงบอย่างแท้จริง
ใช่แล้วไป่เจ๋อนั้นใส่เจตจำนง [ความสงบ] ลงไปเขาคิดว่ามันจะทำให้คนที่ทำงานหนักและอายุมากได้พักผ่อนร่างกายและจิตใจทุกครั้งที่ได้มอง ได้อ่านมัน
“ผลงานนี้ชื่อว่า “ไท่ซื่อคง” สินะ” เมิ่งตงที่ซึมซับอารมณ์ที่ได้จากภาพอักษรจนพอใจเขาลืมตาขึ้นและหันไปถามไป่เจ๋อ
“ครับเป็เื่เล่าของพระรูปหนึ่งที่ท่องไปทั่วทวีปเพื่อปลีกวิเวกและโปรดชาวบ้านกับสรรพสัตว์ครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“เธอได้มาจากตำราหรือบันทึกเล่มไหนกันฉันไม่เคยรับรู้เื่นี้มาก่อน” ซีหลัวถาม ในฐานะคนที่รักการอ่านหนังสือเขาไม่คิดว่าเขาจะพลาดหนังสือหรือตำราหายากที่มีวรรณศิลป์ยอดเยี่ยมเช่นนี้
“ผมแต่งขึ้นมาครับแน่นอนว่ามันอยู่ในนิยายที่ผมกำลังเขียนอยู่ด้วย แค่นำมาดัดแปลงเป็ลำนำเพลงเท่านั้น”ไป่เจ๋อตอบ