ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูหยุดความคิดฟุ้งซ่านของคนตัวเล็กลง
“คุณโจวให้ผมเอาเอกสารมาให้คุณครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ไอรารับซองเอกสารมาและเดินกลับไปที่เตียงก่อนจะเปิดซองนั้นออก
“สมุดบันทึกเหรอ” ไม่ใช่กระดาษปึกหนาๆอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้หากมันคือสมุดบันทึกเล่มโตที่ข้างเต็มไปด้วยข้อมูลส่วนตัวของ’เขา’
“หนาขนาดนี้เชียว” ไอราเริ่มอ่านั้แ่หน้าแรกหญิงสาวอ่านทุกตัวอักษรไม่มีตกหล่น
“ก็กินได้ทุกอย่างนี่นา...เสื้อผ้าจะให้เธอจัดให้ทำไมในเมื่อทุกวันใส่แต่สีดำทั้งนั้น” อ่านไปได้สักพักก็สังเกตเห็นดอกจันสีแดงอย่างที่้าจะเน้นย้ำบางอย่าง*แพ้มอร์ฟีน...มอร์ฟีนอย่างนั้นเหรอเขาจำเป็ต้องใช้มันด้วยหรือไงกัน แม้จะสงสัยแต่คงเป็เื่ปกติสำหรับคนพวกนี้เธอจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันเท่าไร ไอราอ่านไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกง่วงเธอจึงคิดว่าจะพักสายตาสักครู่
“พักสักแป๊บแล้วกัน”
กุ๊ก...กัก...โครม...
“อ๊ะ !!”
ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานเท่าไรแต่มาสะดุ้งตื่นเอาตอนที่เสียงเหมือนของหนักๆร่วงลงที่พื้นนี่แหละ ไอรามองไปรอบๆห้องตอนนี้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีแล้วแสงแดดยามเย็นถูกแทนด้วยแสงจันทร์ที่ส่องมาให้เห็นแค่สลัวๆเท่านั้น
“เสียงอะไร” ไอราค่อยๆเดินไปหาที่มาของเสียงและปรากฏว่ามันดังมาจากห้องที่อยู่ติดกับเธอนี่เอง
“กลับมาแล้วเหรอ” เธอยังคงเงี่ยหูฟังต่อพยายามแนบหูให้ชิดประตูที่สุดเพื่อที่จะได้รู้ว่าเขากำลังทำอะไร
“อ่า...บ้าชิบ” ไอราได้ยินคนที่อยู่ในห้องสบถคำหยาบออกมาเสียงดังก่อนที่เสียงของตกระเนระนาดจะดังตามมาอีกระรอก
“โถ่เว้ย !! หายหัวไปไหนกันหมดวะ” คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงสบถแถมยังโมโหเผื่อแผ่พาลไปถึงคนอื่นๆด้วย
“อ่า...เจ็บชิบ” หยางิยังคงสบถคำหยาบออกมาไม่หยุด
“เจ็บเหรอ...าเ็กลับมาหรือไง” ไอราใเมื่อเริ่มจับใจความสิ่งที่เขาพูดได้แต่เธอก็ยังไม่กล้าเข้าไป
“พวกเวร” หยางิรู้สึกเจ็บใจที่คราวนี้เขาประมาทเกินไป พวกหมาลอบกัดมันฉลาดกว่าที่เขาคิดพวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเขาได้ยังไง งานนี้คงต้องสืบกันหน่อย ชายหนุ่มหยิบผ้าขนหนูที่พันเป็ก้อนกลมๆมาคาบไว้ก่อนจะใช้มีดเล็กสำหรับผ่าตัดจ่อลงไปที่แขนข้างซ้ายอย่างทุลักทุเล
“อ่า...อื้มม” ขากรรไกรขบผ้าขนหนูแน่นเหงื่อเริ่มซึมออกตามไรผมความเ็ปเริ่มเข้าเล่นงาน ลูกน้องคนสนิททั้งสองคนไม่มีใครอยู่ส่วนคนอื่นเขาก็ไม่ไว้ใจใครหน้าไหนให้เข้ามาในห้อง มีทางเดียวก็คือต้องช่วยเหลือตัวเอง
เสียงกัดฟันที่อดทนกับความเ็ปนั้นบีบหัวใจไอรายิ่งนัก เธอไม่อาจทนฟังเสียงนั่นได้อีกต่อไปแล้ว หญิงสาวตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปไม่สนใจว่าเขาจะไล่ตะเพิดเธอออกจากบ้านหรือไม่ อย่างมากเธอก็แค่กลับไปอยู่บ้านตัวเองแต่จะเธอไม่อาจทนอยู่เฉยๆได้อีกต่อไปแล้ว
“คุณ” ไอราถลาเข้าไปหาคนเจ็บแน่นอนเป็อย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิด’เขา’ าเ็และเืก็ยังไหลออกมาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“เธอ...เป็ใคร” แม้จะเจ็บจนหน้ามืดแต่เขาก็จำได้ว่าไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้าน แล้วเธอเป็ใครกัน มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
“คุณรอเดี๋ยวนะฉันโทรหาคุณโจวก่อน” ไอราวิ่งกลับไปเอาโทรศัพท์ที่ห้องของตัวเอง เธอจำได้ว่าโจวเฟิงให้เบอร์โทรศัพท์กับเธอไว้ ไอรารีบกดไปที่เบอร์นั้นด้วยมืออันสั่นเทาแต่เธอก็พยายามควบคุมสติได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้
“หยุดและตอบคำถามฉัน” มือเปื้อนเืคว้าหมับที่แขนเรียวเล็กอย่างไม่นึกสนใจว่าเธอจะเปื้อนเืของเขาด้วยหรือไม่
“คุณอยากตายหรือไง...เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ” ไอราไม่สนใจท่าทีรุกรานของคนเจ็บ เธอพยายามติดต่อโจวเฟิงอยู่หลายครั้งแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย
“รับสิคุณโจว” ไอราภาวนา
“พอเถอะ...เขาไม่รับหรอก”
“แล้วคุณ...ไปโรงพยาบาลไหมฉันขับรถเป็นะฉันจะพาคุณไปเอง”
“ไม่ต้อง...ตอบคำถามฉันมามา เธอเป็ใคร...มาทำอะไรที่นี่” ไม่พูดเปล่าหยางิยังหยิบปืนที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาจ่อหน้าคนตัวเล็ก
“ฉัน...ฉันยอมบอกแล้ว คุณเอาปืนลงก่อนสิ”
คนหน้าซีดลดปืนในมือลง
“พ่อฉันให้ฉันมาหาคุณ”
“พ่อเธอ...ใคร”
“เฉินลู่ร์”
“เฉินลู่ร์...อาเฉินงั้นเหรอ” คนเจ็บพึมพำ
“ใช่” คนตัวเล็กรีบพยักหน้า
“แล้วอาเฉินอยู่ไหน”
“พ่อฉันเสียแล้ว” แววตาเศร้าสร้อยส่งผลให้คนเจ็บหยุดถาม เอาเถอะไว้ค่อยซักเอากับอาโจวอีกที...ตอนนี้เขาต้องเอาะุเ้าปัญหานี่ออกจากตัวเขาก่อน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้ไปเอาคำตอบกับอาเฉินบน์เป็แน่