บทที่ 7 ผู้ฝึกยุทธ์
“หัวเราะบ้าอะไร! น่ารำคาญ ฆ่ามันซะ!”
ชุยเซียวได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กหนุ่มแล้วรู้สึกโมโหโทโส
ลูกน้องคนหนึ่งรับคำสั่งแล้วถือดาบเดินตรงไป ตั้งใจจะส่งเด็กหนุ่มคนนั้นไปลงยมโลก
ครั้นแสงอันเย็นเยียบส่องประกาย ไม่มีใครสนใจเด็กหนุ่มคนนั้นอีก ต่างคนต่างเตรียมตัวไปเก็บเกี่ยวข้าวในนา
“อึ่ก!”
คมดาบกรีดเนื้อ
“จากไปง่าย ๆ แบบนี้ จะเอาหน้าที่ไหนไปพบพ่อแม่ที่ตายไปแล้วของข้า?”
เสียงอ่อนเยาว์ทว่าเย็นะเืพลันดังขึ้น ชุยเซียวที่เตรียมตัวจะจากไปหันขวับกลับมา
หันกลับไปเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาแล้ว ม่านตาถึงกับหดเล็กลงในทันใด
คนที่ล้มไม่ใช่เด็กหนุ่ม แต่เป็ทหารคนสนิทของตน!
ถึงแม้ทหารคนสนิทไม่เก่งกาจเท่าตน แต่ก็เป็ถึงยอดฝีมือที่รอดชีวิตจากสมรภูมิรบ
ทว่ากลับถูกเด็กหนุ่มแย่งดาบและสังหารในชั่วพริบตา!
เมื่อสักครู่นี้เกิดเื่อะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ?
หากว่าอีกฝ่ายเป็ผู้ใหญ่ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เป็แค่เด็กหนุ่มอายุสิบสี่สิบห้าเท่านั้น!
ความโกรธเกรี้ยวถาโถมโหมซัดหัวใจของเจียงผิงอัน
บิดามารดาอดทนจ่ายภาษีเพราะหวังจะมีชีวิตที่สงบสุข ไม่ต้องหวาดเกรงต่อคนชั่ว!
แต่… ความเหน็ดเหนื่อยตรากตรำของพวกเขากลับได้รับการกดขี่และความตายเป็สิ่งตอบแทน
ช่างไร้เดียงสาเสียจริง… ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าคนเลวมีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น คนดี ๆ ยังมีอีกมาก
จนกระทั่งได้เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ ความหวังในใจพลันพังทลายสิ้น
วันข้างหน้าจะไม่แยกแยะคนดีกับคนชั่วด้วยสถานะอีกแล้ว!
เจียงผิงอันถือดาบเล่มใหญ่บุกเข้าไปประจันหน้ากับชุยเซียว
วันนี้เขา้าระบายความโกรธแค้นทั้งหมดออกมา จะใช้เืสด ๆ เซ่นไหว้ชีวิตที่ล่วงลับของบิดามารดากับคนในหมู่บ้าน!
“ไม่รู้จักประมาณตัวเสียจริง”
ชุยเซียวมองเด็กหนุ่มที่บุกเข้ามาแล้ว บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหยียดหยาม
เขาเป็ถึงนายกองขั้นสอง เปรียบได้กับขอบเขตก่อปราณระดับสาม
อย่าว่าแต่เด็กหนุ่มเพียงคนเดียวเลย กระทั่งทหารธรรมดาร้อยนายก็อย่าคิดว่าจะสามารถทำอะไรเขาได้
เขาชักดาบออกมาเพื่อจะปลิดชีวิตของเด็กหนุ่มผู้โง่เขลาคนนี้
ชั่วขณะที่เจียงผิงอันวิ่งมาจนถึงตัวชุยเซียว จู่ ๆ ความเร็วก็พุ่งสูงเต็มอัตรา จากนั้นถีบขาะโจนตัวลอยสูง
เพื่อทำให้อีกฝ่ายชะล่าใจ เมื่อครู่เขาวิ่งโดยใช้ความเร็วของคนปกติทั่วไป
เวลานี้ต่างหากจึงเป็เวลาแห่งการพิฆาตอย่างแท้จริง!
ไม่เสียแรงที่ชุยเซียวเป็ทหารผู้ผ่านศึกมานับไม่ถ้วน เพียงแค่่ระยะเวลาสั้น ๆ สามารถพลิกดาบในมือขึ้นมาต้านได้อย่างรวดเร็ว
เคร้ง!
ดาบของเจียงผิงอันหักสะบั้นเป็สองท่อน
ดาบของคนทั้งสองคนละระดับชั้น เห็นได้ชัดว่าดาบของชุยเซียวดีกว่ามาก
ทว่า.... คมดาบที่หักไปแล้วยังคงกรีดโดนหน้าของชุยเซียว รอยบาดปรากฏพร้อมกับเืที่ไหลซิบ
เจียงผิงอันควงดาบที่หัก ฟันไปที่คอของอีกฝ่าย
สีหน้าของชุยเซียวเปลี่ยนไป รีบะโลงจากหลังม้า
น่าเสียดายม้าศึกสีแดงเพลิงตัวนี้เสียจริง เมื่อดาบของเจียงผิงอันฟันลงมา หัวของม้าก็หลุดกระเด็น เืไหลย้อมผืนดินจนเป็สีแดงฉาน
ทหารโดยรอบต่างตื่นตระหนก เหตุใดพลังของเด็กหนุ่มคนนี้จึงมีมากถึงเพียงนั้น! สามารถฟันหัวม้าให้ขาดได้ภายในดาบเดียว!
เหงื่อเปียกชุ่มเต็มหลังของชุยเซียว เขารีบถอยร่นไม่รอช้า “เ้าไม่ใช่คนธรรมดา!!”
เสียงร้องคำรามอันดังกึกก้องแฝงไว้ซึ่งความตื่นกลัว รอดหวุดหวิดไปได้อย่างเฉียดฉิว
หากเขาประมาทกว่านี้อีกสักหน่อย เวลานี้คงเป็ศพไปแล้ว!
อีกฝ่ายไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาเป็แน่ ความเร็วเมื่อครู่ไม่ด้อยกว่าตนเลยสักนิด!
เหตุใดเด็กหนุ่มจึงร้ายกาจถึงเพียงนี้?
เจียงผิงอันไม่สนใจคำพูดของอีกฝ่าย ในมือปรากฏดาบทหารอีกเล่มหนึ่ง จากนั้นพุ่งเข้าใส่ชุยเซียวอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาของชุยเซียวพลันเบิกกว้างแทบถลน
“คลังศัสตราต้องประสงค์! เ้าคือผู้ฝึกตน!”
เรียกวัตถุให้ปรากฏขึ้นได้เช่นนี้ มีแต่คลังศัสตราต้องประสงค์เท่านั้นที่สามารถทำได้!
เจียงผิงอันไม่พูดอะไรให้มากความควงดาบฟันใส่ชุยเซียวไม่หยุดยั้ง
ชุยเซียวต้านรับโดยเร็ว
เคร้ง! เคร้ง!
อาวุธของคนทั้งสองกระทบกันอย่างรุนแรง จนสะเก็ดไฟสาดกระเซ็น
“ฮ่า ๆ ์มีตาจริง ๆ ไม่นึกเลยจะให้ข้าได้มาเจอของวิเศษเช่นนี้!”
จู่ ๆ ชุยเซียวก็หัวเราะขึ้นมา เด็กหนุ่มคนนี้ต้องได้ของวิเศษมาเป็แน่ จึงก้าวสู่หนทางแห่งการฝึกตนได้
และสิ่งนี้สามารถเป็เครื่องอธิบายได้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
ชุยเซียวคาดหวังมาโดยตลอดว่าจะได้ฝึกตน แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อไม่มีวิถีทางให้ดำเนินสู่การฝึกตน และไม่มีทุนทรัพย์ จึงได้แต่ร่ำเรียนวิชายุทธ์อันยากลำบากสุดแสน
บัดนี้เด็กหนุ่มคนนี้ได้แสดงออกมาให้เห็นแล้ว เช่นนี้เท่ากับว่าในตัวของเขาจะต้องมีวิธีฝึกตนเป็แน่!
เช่นนี้ก็หมายความว่า เพียงแค่สังหารเด็กหนุ่มคนนี้ ของวิเศษเหล่านี้ก็จะเป็ของเขา!
เมื่อความตื่นกลัวผ่านพ้นไป คงเหลือไว้แต่เพียงความดีใจกับความละโมบ
“เ้าร้ายกาจมาก เกือบจะถึงขอบเขตก่อปราณระดับสามแล้ว แต่เ้าคงไม่เคยร่ำเรียนวิชาประเภทจู่โจมมาก่อนใช่หรือไม่?”
ชุยเซียวหัวเราะเ้าเล่ห์ ฉับพลันก็สะบัดดาบยาวคมกริบสีดำในมือ
เพล้ง!
ดาบทหารธรรมดาทั่วไปในมือเจียงผิงอันหักอีกครั้ง
สีหน้าของเจียงผิงอันเปลี่ยนไป เขาถอยร่นไม่หยุด
ชุยเซียวตวัดดาบในมือ ตามไล่ฟันไม่ลดละ
“ไม่เคยมีใครบอกเ้ามาก่อนเลยหรือ อยู่ในระดับเดียวกัน ผู้ฝึกตนไม่ควรต่อสู้กับผู้ฝึกยุทธ์ในระยะประชิด?”
“ดูท่าทางเ้าไม่ได้รู้เื่อะไรเลยจริง ๆ เสียด้วย เพียงแค่ได้วิธีฝึกตนมา ไม่มีสำนักและไม่มีอาจารย์”
“ของวิเศษของเ้า ต้องตกเป็ของข้า!”
เห็นเด็กหนุ่มทำหน้าซื่อเช่นนี้ ชุยเซียวยิ่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่มีคนหนุนหลัง ดาบในมือพลันเพิ่มความเร็ว
เจียงผิงอันถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ยกดาบที่หักขึ้นต้านการโจมตีที่ถาโถมเข้ามาในทันใด
ทว่า… เหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องตื่นตระหนกก็ปรากฏขึ้น
ดาบของชุยเซียวเปลี่ยนสภาพกลายเป็เงา ไม่รู้ว่ามันเคลื่อนตัวผ่านดาบที่หักไปั้แ่เมื่อใด เวลานี้กำลังฟันมาที่คอของเขาแล้ว!
โครม!
หยกคุ้มภัยเปล่งประกายแสงสีเขียวออกมาปะทะการโจมตีของชุยเซียวได้อย่างเฉียดฉิว
เจียงผิงอันได้โอกาสรีบถอยหนี ความกลัวตายทำให้หัวใจของเขาเต้นระรัว
ดาบเมื่อสักครู่คืออะไร! เหตุใดจึงกลายเป็เงาได้?
“หยกคุ้มภัย!!”
ชุยเซียวอิจฉาจนตาร้อน มีของสิ่งนี้อยู่กับตัว โอกาสรอดชีวิตบนสนามรบก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นสูง
ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงมีของวิเศษมากมายเพียงนี้?
ของวิเศษเหล่านี้ต้องเป็ของเขาทั้งหมด! ต้อง่ชิงมาให้ได้!
เห็นชุยเซียวพุ่งเข้ามา เจียงผิงอันหยิบดาบขึ้นตั้งรับอีกครั้ง
เกิดสถานการณ์แบบเมื่อครู่อีกแล้ว ทั้ง ๆ ที่เห็นว่าสามารถต้านดาบของอีกฝ่ายได้แล้ว แต่ไม่รู้เหตุใดดาบของอีกฝ่ายกลับยังคงผ่านทะลุเข้ามาและฟันลงบนม่านแสงคุ้มกายได้อีก
“ฮ่า ๆ ใมากเลยใช่หรือไม่? นี่คือวิชาดาบมายา ต่อให้ข้าใช้กลวิธีรบไม่เป็ แต่เมื่อผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกข้าประจันหน้ากับผู้ฝึกตนธรรมดาอย่างพวกเ้า การต่อสู้ในระยะประชิดก็ไม่คณนามือข้าหรอก!”
“ยิ่งไปกว่านั้น เ้าไม่เคยร่ำเรียนวิชาการต่อสู้โจมตีมาก่อน วันนี้แหละคือวันตายของเ้า!”
ชุยเซียวเริ่มโจมตีเจียงผิงอันทางด้านจิตใจ
สภาพจิตใจระหว่างการต่อสู้จะส่งผลกระทบต่อผลการต่อสู้อย่างยิ่ง
เขาไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มจะสามารถต้านทานไหว
เป็ไปดังคาด เมื่อได้ฟังคำของชุยเซียวแล้ว แรงโจมตีกับการตอบโต้ของเจียงผิงอันก็เริ่มติดขัด
เจียงผิงอันแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการฝึกตน ไม่รู้ว่าผู้ฝึกยุทธ์หมายความอย่างไร ทั้งไม่รู้จักกลวิธียุทธ์อะไรเ่าั้ด้วย
หากไม่ใช่เพราะมีหยกคุ้มภัย ป่านนี้เขาคงตายไปแล้ว!
ดาบของชุยเซียวกระทบลงบนหยกคุ้มภัยอีกครั้ง ประกายแสงบนหยกเริ่มหมองและอับแสงลงเรื่อย ๆ
ขืนปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไป พลังของหยกคุ้มภัยก็จะหมดลง เจียงผิงอันต้องตายแน่
“ท่านนายกองผู้ยิ่งใหญ่! สังหารไอ้เด็กนั่นเลย!”
“ไอ้เด็กคนนั้นก็คือของวิเศษของท่านนายกอง!”
“ฮ่า ๆ ท่านนายกอง ต่อไปได้ดิบได้ดีแล้ว อย่าลืมพวกเราพี่น้องนะขอรับ!”
ทหารธรรมดาทั่วไปไม่สามารถร่วมสู้ในครั้งนี้ได้ เพียงแค่ดูการต่อสู้ระหว่างคนทั้งสอง พวกเขาก็ยังมองได้ไม่ชัดเจน
แต่...พวกเขามองเห็นเจียงผิงอันโดนบีบให้ถอยร่นไปเรื่อย ๆ
เจียงผิงอันอยากจะหนี ทว่าอีกฝ่ายกลับบีบจนหนีไปไหนไม่ได้
เจียงผิงอันรู้สึกเสียใจที่ตนลงมือโดยไม่รู้ความสามารถที่แท้จริงของอีกฝ่าย ในโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่มีพลังเหนือคนทั่วไป
เขาไม่อยากตาย! เขา้าแก้แค้นแทนบิดามารดา! ยังอยากจะเห็นหู่นิวได้ออกเรือนเป็ฝั่งเป็ฝา! เขายังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป!
สงบไว้ ทำใจให้สงบเข้าไว้ อีกฝ่ายจะต้องมีจุดอ่อนแน่!
บิดาเคยสอนไว้ว่าไม่ว่าเวลาไหนก็ต้องทำใจให้สงบ
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ สะกดกลั้นความหวาดกลัวและความร้อนใจลง
เขาค่อย ๆ ตามการจู่โจมของชุยเซียวได้ทันอย่างช้า ๆ
ชุยเซียวถึงกับตื่นตระหนกในใจ เด็กหนุ่มคนนี้สามารถสงบใจลงได้จริง ๆ
ภาวะจิตแกร่งมาก!
หากเป็ทหาร จะต้องเป็บุคคลผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน!
แต่… ถึงแม้จะเป็เช่นนี้ วันนี้เด็กหนุ่มก็ยังต้องตายอยู่ดี!
เด็กคนนี้ไม่มีกลยุทธ์ เปรียบกันด้านพละกำลังแล้ว เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่น้อย
ของวิเศษในตัวเด็กคนนี้ต้องเป็ของข้าคนนี้ ชุยเซียว!
ดาบแล้วดาบเล่าที่ฟันโดนม่านแสงคุ้มกายจนแทบจะพังทลายลง
เวลานี้เอง… ในที่สุดเจียงผิงอันก็พบจุดอ่อน!
ความละโมบโลภมาก
ในสายตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความละโมบ
เขานึกถึงภาพเมื่อในอดีตตอนที่บิดาจับลิง เพื่อล่อให้ลิงเข้ามาติดกับ พวกเขาวางผลไม้ไว้ในกรง เมื่อลิงยื่นมือเข้ามา มือของลิงก็จะติดอยู่ในกรง
เพียงแค่ปล่อยมือก็สามารถหนีไปได้ แต่ลิงยอมโดนจับดีกว่ายอมปล่อยผลไม้แล้วหนีไป
นี่ก็คือบทเรียนของความละโมบโลภมาก
เพล้ง!
พลังบนม่านแสงคุ้มกายหมดลง แตกสลายเป็ละอองแสงพร่างพราว