ภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 44 ดักรอ

            เมื่อหลี่หยางกลับจากโรงน้ำชาก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน วันสองวันแรกหลี่ซุยก็ยังไม่นึกสงสัยและคิดว่าที่ผ่านมาบุตรชายบุญธรรมถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในห้องใต้ดิน เมื่อมีโอกาสได้ออกมาใช้ชีวิตข้างนอกจึงไม่คุ้นเคย ยิ่งฟู่วั่งเสียนพาออกไปนั่งรถม้าชมเมืองเสียหลายวัน คงทำให้หลี่หยางเกิดอาการหวาดกลัวผู้คน หลี่ซุยร้อนใจส่งคนไปตามฟู่วั่งเสียนมาที่จวนหลี่ทันที

            หลี่หยางที่นั่งอยู่ในห้องไม่รู้เลยว่าบิดาบุญธรรมของเขาว้าวุ่นใจขนาดไหน เพราะเขามัวแต่เก็บเอาคำพูดของฟู่ซีซวนมาคิดทบทวน การจะใช้ชีวิตในยุคนี้ต้องมีอำนาจที่แข็งแกร่ง บิดาบุญธรรมของเขาเป็นเพียงตระกูลพ่อค้าที่ร่ำรวยเงินทองเท่านั้น ในเมื่อตัวเขากับบิดาบุญธรรมตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่หันหน้าไปรับใช้ตระกูลผู้มีอำนาจอีก เขาก็ต้องหันมาทุ่มเทให้กับอาชีพที่ตนเองถนัด 

            อีกอย่างฟู่ซีซวนมีองครักษ์ฝีมือดีประจำอยู่ข้างกาย หากฝ่ายนั้นคิดจะส่งคนมาฆ่าปิดปากเพื่อป้องกันไม่ให้เขานำเรื่องที่จูจื้อโหยวทะลุมิติมาจากโลกอนาคตไปบอกกับคนอื่น หลี่หยางเชื่อเหลือเกินว่าฟู่ซีซวนทำได้อย่างที่พูดแน่นอน และหากเรื่องของจูจื้อโหยวถูกแพร่ออกไป ไม่ใช่แค่นางที่จะต้องประสบเคราะห์ร้าย แต่ตัวเขาก็ต้องประสบเคราะห์ร้ายเหมือนกัน เพราะเขาก็ทะลุมิติมาจากโลกอนาคตเหมือนกับนาง เพราะฉะนั้นสงบศึกกันไปเลยเสียดีกว่า ทำเช่นนี้เขาจะได้มีชีวิตที่ยืนยาวต่อไป เพราะแม้ว่ายุคโบราณจะล้าหลังจากยุคที่เขาจากมาอยู่มาก แต่การได้กลับมามีชีวิตและหายใจได้อีกครั้งนั้นเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า

             “พี่หยาง ข้าเข้าไปในห้องได้หรือไม่ขอรับ” ฟู่วั่งเสียนยืนเรียกอยู่หน้าห้อง

            หลี่หยางได้ยินเสียงเรียกก็หลุดจากภวังค์ หลายวันมานี้เขาคิดได้แล้ว ถึงแม้เขาจะโกรธจูจื้อโหยวมากแค่ไหนที่ทำลายงานแต่งของเขา แต่ในเมื่อมันย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ เขาก็ต้องทำใจเก็บความโกรธนั้นไว้ในใจ แก้แค้นกับเรื่องเดิมน่ะหรือ ไม่จำเป็น...แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ต้องได้ข้อสรุประหว่างเขาและเธอ นั่นก็คือเขาต้องขึ้นเป็นเชฟอันดับหนึ่งของแคว้นให้ได้

            “เข้ามาได้” หลี่หยางตอบ

            “ท่านลุงเป็นห่วงท่านมากก็เลยให้ข้าแวะมาดู เพราะเป็นห่วงว่าท่านเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหลายวัน” ฟู่วั่งเสียนเดินมาก็ถามอาการญาติผู้พี่ทันที “ท่านไม่ได้ป่วยกระมัง หรือจะให้ข้าไปเชิญท่านหมอให้มาตรวจดูอาการท่านสักหน่อย”

            “ก่อนหน้านี้ข้ายังปรับตัวกับชีวิตภายนอกไม่ได้ พอเจอผู้คนมากมายก็เลยเกิดอาการตื่นกลัวจนทำให้แสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป ตอนที่เราอยู่ในโรงน้ำชาของฟู่ซีซวน ข้าควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ” หลี่หยางทำหน้าเศร้า “เจ้าก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ข้าถูกกักบริเวณอยู่ที่ห้องใต้ดินของเรือนดอกเหมยเป็นเวลานาน วันทั้งวันหากไม่มองผนังห้องอันมืดมิดก็ต้องเจอกับหญิงสาวมากมายที่คอยวนเวียนมายั่วยวน เมื่อข้าได้เจอกับแม่นางจูจื้อโหยว มันทำให้ข้าอดที่จะนึกไปถึงหญิงสาวเจ้ามารยาพวกนั้นไม่ได้”

            คำตอบของหลี่หยางบังเอิญไปตรงกับความคิดของฟู่วั่งเสียนและหลี่ซุยเข้าพอดี

            ฟู่วั่งเสียนยิ้มออกมาได้ในที่สุดและไม่สงสัยหลี่หยางอีกต่อไป “ข้าก็นึกอยู่แล้วว่าท่านต้องคิดถึงช่วงชีวิตที่ยากลำบากตอนที่ท่านอยู่ที่เรือนดอกเหมยเป็นแน่ ตอนนั้นท่านคงถูกหญิงงามเหล่านั้นยั่วยวนจนแทบบ้าไปเลยล่ะสิ แต่ข้าก็นับถือท่านเหมือนกันนะที่ท่านอดทนต่อสิ่งยั่วเย้าได้ ถ้าเป็นข้าคงได้นอนกอดหญิงงามเหล่านั้นทุกวันอย่างไม่ซ้ำหน้าแน่ๆ หรือว่า...ท่านก็พลาดท่าไปกับพวกนางแล้ว”

            คำถามของฟู่วั่งเสียนแทบจะทำให้หลี่หยางเตะญาติผู้น้องของตนเองออกจากห้องไปให้รู้แล้วรู้รอด “หญิงสาวเหล่านั้นเป็นคนของฉินซีหลาง ข้าไม่มีรสนิยมใช้ผู้หญิงร่วมกับคนอื่น”

            หลี่หยางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งคล้ายว่าไม่เชื่อคำพูดนั้นเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำเป็นรับทราบ “ข้าเชื่อท่าน ว่าแต่เรื่องโรงน้ำชาของเราเล่า คราวนี้จะทำอย่างไรต่อ”

            “หาโอกาสให้ข้าได้พบกับฟู่ซีซวน ข้าคิดว่าได้คุยกับเขาน่าจะดีกว่าคุยกับจูจื้อโหยว”

            “ตกลง ข้าจะหาวิธีให้ท่านได้พบพี่ใหญ่...ไม่สิ ได้พบกับคุณชายรองเอง” ฟู่วั่งเสียนรีบรับคำ ซึ่งความคิดของหลี่หยางคราวนี้ตรงกับใจเขาพอดี ดูจากเหตุการณ์คราวที่แล้ว เขาคิดว่าหลี่หยางกับจูจื้อโหยวไม่ควรพบกัน ไม่เช่นนั้นทั้งสองคนคงได้ตีกันจริงๆ แล้ว

            “วั่งเสียน...ข้าสังเกตว่าเจ้ากับคุณชายฟู่ซีซวนหน้าตาคล้ายกันมาก ทั้งพวกเจ้ายังใช้สกุลฟู่เหมือนกัน” หลี่หยางนึกข้อสงสัยขึ้นมาได้ทันที ถ้าหากเมื่อครู่ฟู่วั่งเสียนไม่พลั้งปากเรียกฟู่ซีซวนว่าพี่ใหญ่ เขาก็คงลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

            “ความจริงแล้วฟู่ซีซวนก็คือพี่ใหญ่ของข้า เขาเป็นบุตรชายคนโตของท่านพ่อที่เกิดจากฮูหยินเอกคนเก่า เอ่อ...คือว่าท่านแม่ของข้าเคยเป็นอนุมาก่อน” ฟู่วั่งเสียนตอบอย่างเก้อกระดาก ความจริงแล้วหากเป็นคนอื่นถามคำถามนี้กับเขา แน่นอนว่าฟู่วั่งเสียนย่อมไม่ตอบคำถามนี้แน่นอน แต่หลี่หยางเข้ามาเป็นญาติผู้พี่ของเขาแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้เขาจึงไม่คิดที่จะปิดเป็นความลับ

            “ตอนนี้พวกเจ้าเสียใจไหมที่ไล่ฟู่ซีซวนออกจากบ้าน ไม่ใช่ว่าตอนนี้เขากลายเป็นคุณชายรองของจวนอ๋องฉีไปแล้วหรือ”

            “คนที่เสียใจอาจจะไม่ใช่ข้า เพราะฟู่ซีซวนเหนือกว่าข้าทุกอย่าง เพราะฉะนั้นน่าจะเป็นท่านพ่อที่เสียใจมากกว่า” 

            “ท่านแม่เจ้าก็เก่งเหมือนกันนะ ทำให้สามีไล่ลูกชายแท้ๆ ออกจากบ้านได้” หลี่หยางยิ้มอย่างเย้ยหยัน ในชีวิตที่แล้วของเขาก็ไม่ต่างจากฟู่ซีซวน พ่อของเขาแต่งงานกับภรรยาคนใหม่ ถึงแม้หล่อนจะไม่ได้ไล่เขาออกจากบ้านโดยตรง แต่หล่อนก็ทำเหมือนกับเขาเป็นคนนอก พอเขาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย เขาก็ออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองตั้งแต่วันนั้น

            “พี่หยาง...เวลานี้ท่านแม่ของข้ามีฐานะเป็นท่านอาของท่านแล้วนะขอรับ” ฟู่วั่งเสียนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ เขารู้ดีว่าสิ่งที่มารดาทำกับฟู่ซีซวนนั้นมันไม่เหมาะ แต่ที่ท่านแม่ทำไปก็เพราะความรักที่มีต่อเขาและน้องสาว เพราะฉะนั้นไม่มีสิทธิ์ที่ใครจะมาต่อว่านาง 

            “ข้าขอโทษเจ้าด้วยก็แล้วกัน อาจจะเพราะข้าเติบโตมาคนเดียว พอมีคนพูดถึงเรื่องครอบครัวขึ้นมาก็เลยอ่อนไหวไปหน่อย”

            ฟู่วั่งเสียนไม่อยากจะเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ เพราะการขับฟู่ซีซวนออกจากจวน ทั้งยังถูกลบชื่อออกจากผังของตระกูลนั้นก็ถือว่าบิดาและมารดาของเขาทำรุนแรงเกินไปจริงๆ

            “เอาเป็นว่าเจ้าไปหาวิธีให้ข้าได้พบฟู่ซีซวนสักหน่อย ระหว่างนี้ข้าจะคิดสูตรเครื่องดื่มและขนมไปพลางๆ”

     

            จากนั้นฟู่วั่งเสียนก็ไปดักรอฟู่ซีซวนที่หน้าสำนักศึกษา เพราะคิดว่าเวลานี้ใกล้วันสอบจิ้นซื่อเข้ามาทุกทีแล้ว เขาจึงคิดว่าพี่ชายอาจจะไปทบทวนตำรากับอาจารย์ที่สำนักศึกษาอย่างแน่นอน ในที่สุดฟู่วั่งเสียนก็ได้พบกับฟู่ซีซวนเสียทีหลังจากที่เสียเวลารอมาแล้วหลายวัน

            “คุณชายรองขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอปรึกษา” ฟู่วั่งเสียนไปขวางหน้าฟู่ซีซวนไว้ ความจริงแล้วเขาเกือบจะหลุดปากเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ใหญ่แล้วด้วยซ้ำยังดีห้ามตัวเองไว้ได้ทัน ฟู่วั่งเสียนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน เมื่อก่อนเขาไม่อยากเรียกอีกฝ่ายว่าพี่ชาย แต่เวลานี้เขากลับอยากเรียกฟู่ซีซวนว่าพี่ชายเหลือเกิน

            “เจ้าอยากปรึกษาข้าหรือหลี่หยางอยากปรึกษา” ฟู่ซีซวนถามอย่างรู้ทัน จากการวิเคราะห์ของเขาคิดว่าหลี่หยางคงอยากเปิดโรงน้ำชาแข่งกับภรรยาของตน แต่คงติดปัญหาที่อุปกรณ์ทำเครื่องดื่มและวัตถุดิบที่ใช้ในการทำขนม ภรรยาเคยบอกเขาไว้แล้วว่าในชีวิตที่แล้ว นางมักจะได้อันดับหนึ่งในการประกวดทำอาหาร และหลี่หยางไม่เคยเอาชนะนางได้เลยสักครั้ง ภรรยาของเขาช่างเก่งจริงๆ

            “เป็นญาติผู้พี่ของข้าที่ต้องการพบท่านขอรับ เขาอยากปรึกษาท่านเรื่องการเปิดโรงน้ำชา” ฟู่วั่งเสียนตอบ

            ฟู่ซีซวนแปลกใจกับท่าทีสงบเสงี่ยมของฟู่วั่งเสียนมาก แต่เขาก็ไม่คิดที่จะหาเหตุผล หากฟู่วั่งเสียนกลับตัวได้ ต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่ แต่หากฟู่วั่งเสียนยังคิดจะลอบกัดเขาเหมือนที่ผ่านมา เขาก็ไม่เกรงใจที่จะให้องครักษ์ข้างกายจัดการกับน้องชายต่างมารดาคนนี้

            “ช่วงนี้ข้าไม่ว่าง อีกสิบวันพวกเจ้าค่อยไปพบข้าที่โรงน้ำชาของโหยวเอ๋อ” ฟู่ซีซวนตอบ ความจริงแล้วช่วงนี้เขาสามารถปลีกตัวมาพบหลี่หยางได้ แต่เมื่อนึกถึงว่าหลี่หยางเคยทำร้ายความรู้สึกของภรรยาเขามาก่อน เช่นนั้นก็ให้หลี่หยางรอไปสักหน่อยก็แล้วกัน 

            “สิบวันเลยหรือขอรับ” ฟู่วั่งเสียนถามอย่างนึกเสียดาย เขาขอให้ท่านลุงปรับปรุงโรงน้ำชาและเสียเงินทองไปมากมาย หากเปิดกิจการได้เร็วเขาก็จะทำเงินได้เร็วตามไปด้วย แต่เขายังต้องรอเจรจาการค้าไปอีกตั้งสิบวัน

            “รอไม่ได้หรือ เช่นนั้นก็รอให้ข้าสอบจิ้นซื่อให้เสร็จก่อนก็แล้วกัน อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ค่อยมานัดกันใหม่”

            “สิบวันก็สิบวันขอรับ” ฟู่วั่งเสียนรีบตอบรับ เขาเปิดทางให้ฟู่ซีซวนเดินผ่านไป แต่ไม่รู้อะไรดลใจ เขาจึงเรียกอีกฝ่ายไว้ “พี่ใหญ่ ท่านสบายดีนะขอรับ”

            “คนถูกไล่ออกจากจวนและตัดชื่อออกจากสกุล เจ้าคิดว่าข้าควรสบายดีไหม” 

            ฟู่วั่งเสียนตอบในใจ ‘ท่านต้องสบายดีสิ ออกจากจวนฟู่ไปก็ได้เป็นบุตรบุญธรรมของท่านอ๋องฉี แถมพี่สะใภ้ยังได้รับจวนพระราชทานจากฝ่าบาทอีกหนึ่งหลัง ยังไม่นับตำแหน่งงานที่ได้รับสืบทอดจากพ่อตาที่ล่วงลับไปแล้วอีก ชีวิตท่านไม่ดีตรงไหน หากเป็นข้าคงจุดประทัดแสดงความยินดีกับตัวเองแล้ว’

            “มีอะไรจะถามอีกไหม” ฟู่ซีซวนถาม

            “เอ่อ...ไม่มีแล้วขอรับ เชิญคุณชายรองตามสบายขอรับ” ฟู่วั่งเสียนรีบก้มศีรษะคำนับเพราะไม่อยากให้ฟู่ซีซวนโมโหจนยกเลิกนัดในอีกสิบวันข้างหน้าไป

    คล้ายกับเรื่องภารกิจพลิกฟื้นโรงน้ำชาเป็นคาเฟ่สุดปัง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508