กรกนกแทบอยากจะะโตัวลอย! ในที่สุดบอสก็ยอมให้เธอเป็คนจัดการหาเลขาคนใหม่เสียที เธอรู้ดีว่าการหาเลขาที่ 'คลิก' กับบอสอย่างคุณธาวินนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ๆ แต่เธอก็มั่นใจว่าบอสจะต้องประทับใจเพื่อนสาวของเธออย่างแน่นอน
"ขอบคุณมากค่ะบอส!" เธอพูดพลางฉีกยิ้มจนแก้มแทบปริ "ฉันรับรองว่าจะไม่ทำให้บอสผิดหวังอย่างแน่นอนค่ะ"
ธาวินมองรอยยิ้มของกรกนกแล้วก็อดขำไม่ได้ หลังจากทำงานร่วมกันมา 7 ปี เขาไม่เคยเห็นเธอตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนเลย หรือว่าปกติเขาเป็เ้านายที่น่ากลัวเกินไปหรือเปล่า? ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาในใจขอให้กรกนกจัดหาเลขาที่เข้าท่ามาให้เขาได้จริง ๆ ไม่งั้นเขาคงได้หัวปั่นกับการสัมภาษณ์คนเป็สิบ ๆ คนแน่ ๆ
"ผมก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น" เขาพูดเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ
กรกนกถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะขอตัวไปทำงาน เธอรู้สึกเหมือนโดนปลดปล่อยความเหนื่อยล้าทั้งหมดออกมาจากร่างกายที่บัดนี้ขยายใหญ่ขึ้นจนแทบจะจำเค้าโครงเดิมไม่ได้ คนเป็เลขาก้มมองหน้าท้องที่ป่องออกมาจนชุดคลุมท้องตัวเก่งแทบจะปริ เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"สองเดือนสุดท้ายก่อนคลอดนี่มันช่างหฤโหดเสียจริง"
มือข้างหนึ่งของเธอลูบท้องน้อยแ่เบา ราวกับจะปลอบลูกน้อยที่ดิ้นตุ๊บป่องไม่หยุดราวกับกำลังซ้อมมวยไทยอยู่ในนั้น อีกข้างหนึ่งก็ควานหาโทรศัพท์มือถือคู่ใจ
"งานก็ท่วมหัว ลูกก็ดิ้นตุ๊บป่อง หวังว่ายัยฟ้าคงจะยังไม่ได้งานทำที่ไหนนะ"
กรกนกคิดถึงอิงฟ้า เพื่อนรักของเธอที่มีชะตากรรมน่าสงสารเหลือเกิน ไปสมัครงานเป็เลขาที่ไหนก็โดนเ้านายจ้องงาบกินตลอด จนต้องลาออกจากงานมาแล้ว 3-4 ที่ ตอนนี้ก็ต้องไปทำงานพาร์ทไทม์เป็พนักงานเสิร์ฟร้านอาหารในห้างดังที่รายได้ก็ไม่แน่นอน
"ถ้ายัยฟ้ารู้ข่าวดีเื่งาน คงจะต้องดีใจแน่ๆ"
กรกนกคิดพลางยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เธอตั้งใจจะยกตำแหน่งเลขาของเธอให้กับอิงฟ้า เพราะอย่างไรเสีย เธอก็ต้องลาออกจากการทำงานอยู่แล้ว ที่สำคัญอิงฟ้าเป็คนขยัน อดทน และซื่อสัตย์ แถมยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่บริษัท้า ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เคยทำงานเป็เลขาจริงๆ จังๆ มาก่อน แต่กรกนกก็มั่นใจว่าเพื่อนรักของเธอจะทำได้ดีอย่างแน่นอน
กรกนกตัดสินใจโทรหาอิงฟ้าทันที แต่ปรากฏว่าไม่มีใครรับสาย
"สงสัยยัยฟ้าน่าจะยุ่งกับงานพาร์ทไทม์อยู่ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยโทรไปบอกข่าวดีให้ยัยฟ้ารู้ก็แล้วกัน"
กรกนกคิดในใจก่อนจะสาวเท้าเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง พร้อมกับเผชิญหน้ากับเอกสารกองพะเนิน
'เอาล่ะ เ้าตัวน้อย อย่าพึ่งกวนแม่นะแม่ขอเคลียร์งานก่อนนะเด็กดี' กรกนกพูดกับลูกในท้อง 'แม่จะรีบทำงานให้เสร็จเร็วๆ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นเราค่อยไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันนะ' หลังจากที่เธอเอ่ยเ้าตัวเล็กในท้องเธอก็เงียบสงบลงทันที
….
ธาวินยืดเส้นยืดสายอย่างผ่อนคลายหลังเลขาคนสนิทออกไปจากห้องไป เขาบิดี้เีจนกระดูกดังลั่นไปทั้งตัว ก่อนจะเดินอาด ๆ ไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปยังทิวทัศน์ของเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้าเบื้องล่าง เสียงถอนหายใจดังขึ้นอีกครั้ง ความรู้สึกกังวลถาโถมเข้ามาในใจ
"หวังว่าเลขาคนใหม่ คงจะไม่ทำให้ฉันปวดหัวอีกนะ?"
ั้แ่ที่เลขาของเขา รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ เธอได้เตรียมจัดหาเลขาคนใหม่มาแทนที่เธออย่างขะมักเขม้น เนื่องจากสามีของเธอ้าให้เธอลาออกจากงานเพื่อเตรียมตัวเป็คุณแม่เต็มตัวแต่ปัญหาก็คือ เลขาแต่ละคนที่ฝ่ายบุคคลส่งมา มีอยู่สองประเภท
ประเภทแรก คือพวกที่อยากเป็ 'เมีย' มากกว่าเป็ 'เลขา' พวกนี้ทำงานไม่ได้เื่เอาเสียเลย เอาแต่ส่งสายตาหวานเยิ้มให้เขาตลอดเวลา หรือไม่ก็หาเื่มาออเซาะอยู่ใกล้ ๆ จนเขาทำงานไม่ได้
ส่วนประเภทที่สอง คือพวกที่ทำงานเก่ง แต่ก็ 'กลัว' เขามากเกินไป คนพวกนี้เวลาพูดด้วยก็ก้มหน้าก้มตา ตัวสั่นงันงก พูดอะไรก็ตะกุกตะกัก จนเขาเองก็เหนื่อยใจที่จะต้องคอยจับใจความ
"เฮ้อ..." เขาถอนหายใจอีกครั้ง "เมื่อไหร่จะเจอเลขาที่ 'พอดี' สักทีนะ"
"หวังว่า...เลขาคนใหม่จะไม่ทำให้ฉันต้องปวดหัวอีกนะ" ธาวินบ่นพึมพำกับตัวเอง เขาเบื่อหน่ายกับการจะต้องเปลี่ยนเลขาเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า เขานึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มของกรกนก เลขาคนปัจจุบันของเขา ที่ดีใจราวกับถูกหวยเมื่อเขาคิดจะรับเพื่อนสนิทของเธอเข้ามาทำงาน
"เอาเถอะ อย่างน้อยกนกก็บอกว่าเพื่อนเธอคนนี้เป็คนดีและทำงานเก่ง" ธาวินพยายามปลอบใจตัวเอง
"มันคงไม่แย่ไปกว่าพวกที่ผ่าน ๆ มาหรอกมั้ง"
ท่านประธานหนุ่มถอนหายใจยาว ความคิดของเขาล่องลอยไปไกล ก่อนจะหยุดลงที่ภาพใบหน้าของพริมพิลา คู่หมั้นสาวที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบ ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักเธอ แต่เขาก็ไม่เคยคิดว่าเธอจะเปลี่ยนไปได้มากถึงเพียงนี้
"เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ น้องพริม" ธาวินบ่นพึมพำกับตัวเอง เขารู้สึกแปลกใจกับท่าทีเ็าและห่างเหินของพริมพิลาใน่หลัง
หรือว่าเธอความจำเสื่อมจริงๆ อย่างที่คุณหมอบอก? ธาวินขมวดคิ้วแน่น ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งยิ่งสับสน
ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งก็ขมวดคิ้วมุ่น เพียงแต่นึกถึงคำพูดของพริมพิลาที่บอกว่าอยากจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ เรียบง่าย ไม่อยากให้เป็ข่าวใหญ่โต
"ไม่มีทาง!" ธาวินพูดเสียงดังขึ้นมา "เธอคิดว่าเธอเป็ใคร ถึงจะมาดูถูกเกียรติของฉันและตระกูลของฉันแบบนี้"
เพียงแต่นึกถึงหญิงสาว ความโกรธเริ่มก่อตัวขึ้นในอก ธาวินกำมือแน่น ความอดทนของเขากำลังจะหมดลง เขาจะไม่ยอมให้พริมพิลา หรือใครหน้าไหน มาทำลายงานแต่งงานที่เขาและครอบครัวตั้งใจจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่นี้
"น้องพริมจะจัดงานเล็กๆ อย่างนั้นเหรอ?" ธาวินพึมพำกับตัวเอง เสียงหัวเราะเยาะหยันดังก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงสะท้อนจากหุบเหวลึก "น้องพริมคิดว่าพี่จะยอมให้มันเป็เช่นนั้นเหรอ?"
ความโกรธที่คุกรุ่นในอกของธาวินเริ่มก่อตัวเป็แผนการสุดแสบ เขาจะไม่ยอมให้พริมพิลา หรือใครก็ตาม มาทำลายงานเกียรติของตระกูล อัศวรุ่งเรือง เขาจะเปลี่ยน 'งานเล็กๆ' ของเธอ ให้กลายเป็ 'งานใหญ่' ที่ทุกคนต้องตะลึง!
"น้องพริมจะต้องเสียใจที่ดูถูกคนอย่างพี่" ธาวินพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเ็า รอยยิ้มเ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา "พี่จะทำให้น้องพริมต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่พี่จะทำ"
"พี่จะทำให้เธอรู้ว่าการหักหน้าพี่นั้นมันเป็ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอ" ธาวินคิดในใจพลางหัวเราะเยาะให้คู่หมั้นที่เขาหมั้นมาั้แ่สมัยที่เขายังเด็ก
ในขณะที่พริมพิลาคิดว่าเธอชนะ ธาวินกำลังเตรียมการที่จะเปลี่ยนงานแต่งงานของพวกเขาให้กลายเป็ 'งานแก้แค้น' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
"น้องพริมจะต้องจำวันนี้ไปตลอดชีวิต พริมพิลา" ธาวินพูดกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมุมปากของเขากว้างขึ้นเรื่อยๆ "และมันจะไม่ใช่วันที่น้องพริมมีความสุขที่สุดอย่างแน่นอน" เขาพูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปากเบาๆ
ถ้าพริมพิลาได้มาเห็นธาวินตอนนี้เธอคงต้องคิดว่าเขาเป็ตัวร้ายแทนที่จะเป็พระเอกในนิยายแน่ๆ
.............
อีพี่มันร้ายค่ะ ไม่ยอมยัยน้องง่ายๆหรอก ยิ่งยัยน้องดื้อ อีพี่ก็ยิ่งจะจับยัยน้องมาสั่งสอน