ข้าเหนื่อยจะรักใครอีกแล้ว

    บทที่ 8 เผชิญหน้าว่าที่สามี

            บทที่ 8 เผชิญหน้าว่าที่สามี

             

            หลังจากที่ได้ครุ่นคิดหลายวันเผิงฟู่หลินก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไปพบหนี่เส้าจวินด้วยตัวเองเพื่อขอให้เขายกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้

            “เจ้าจูข้าจะลอบออกจากจวนไปพบท่านอ๋องหนี่ เจ้าเตรียมตัวไว้ให้พร้อม”เผิงฟู่หลินออกคำสั่งให้เจ้าจูด้วยเสียงอันหนักแน่น

            “คุณหนู...คุณหนูจะก่อเรื่องอีกแล้วเหรอเจ้าคะ”เจ้าจูอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ

            “แล้วเจ้าจะให้ข้านิ่งเฉยรอให้ถึงวันแต่งงานหรือไง” เผิงฟู่หลินหันมาตวาดใส่เจ้าจูด้วยความไม่พอใจเจ้าจูจึงได้แต่ก้มหน้านิ่งพร้อมโค้งรับคำสั่ง

            ในช่วงรุ่งสางของวันใหม่ เผิงฟู่หลินตัดสินใจออกจากจวนพร้อมกับเจ้าจูพวกนางแต่งกายด้วยชุดสีราบเรียบเพื่อไม่ให้เป็นที่สะดุดตาของผู้คน

            เมื่อมาถึงหน้าจวนของหนี่เส้าจวิน เผิงฟู่หลินยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของจวนหัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาจากอก นางมองดูท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมรอคอยเวลาเพื่อจะได้พบกับเขา

            จนกระทั่งแสงอาทิตย์เริ่มปรากฏบนขอบฟ้าหนี่เส้าจวินเดินออกมาจากจวน เผิงฟู่หลินจึงตรงเข้าไปหาเขาด้วยท่าทีร้อนรน

            เผิงฟู่หลินรู้สึกร้อนรนและเป็นกังวลในใจแต่เธอก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ไม่ให้หนี่เส้าจวินเห็นนางเดินตรงเข้าไปหาเขาด้วยท่าทางหยิ่งทะนง

            “คารวะท่านอ๋องหนี่ ข้าคือเผิงฟู่หลินบุตรสาวของราชครูเผิง วันนี้ข้ามีเรื่องต้องคุยกับท่านขอเวลาข้าสักครู่ได้หรือไม่” แม้จะพยายามรักษาจังหวะการพูดแต่น้ำเสียงของนางก็ยังคงสั่นเล็กน้อย

            หนี่เส้าจวินที่เห็นเผิงฟู่หลินตรงหน้าเขาก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยเขามองท่าทางหยิ่งยโสของหญิงสาวตรงหน้าแต่ทว่าร่างบางกลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ทำให้เขาอดสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเสียมิได้

            หนี่เส้าจวินหันไปส่งสายตาให้เหล่าองครักษ์ที่ยืนอยู่รอบๆ ถอยออกไป ก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อยและผายมือเชิญนางเข้าไปในจวนของตน “เชิญคุณหนูรองเผิง”น้ำเสียงและท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ

            เผิงฟู่หลินมองดูท่าทางนั้นอย่างรู้สึกหวาดหวั่นแต่ก็ยังบีบมือของตัวเองแน่น ก่อนจะตัดสินใจเดินตามหนี่เส้าจวินเข้าไปในจวน

            หนี่เส้าจวินเดินนำทางให้เผิงฟู่หลินตามเขามาจนถึงสวนดอกไม้ภายในจวนพวกเขายืนอยู่ตามลำพังในศาลาโดยมีองครักษ์และเจ้าจูยืนรักษาระยะห่างออกไป

            เผิงฟู่หลินรู้สึกถึงความกดดันที่เพิ่มขึ้นนางมองไปรอบ ๆ สวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้นานาพรรณถูกจัดวางอย่างพิถีพิถันจากการดูแลมาเป็นอย่างดีเผิงฟู่หลินถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ นางรู้สึกอึดอัดเหมือนกำลังถูกกลืนกินวิญญาณออกไป

            เผิงฟู่หลินลอบหายใจหนักก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม“ท่านอ๋อง เรื่องงานแต่งงานของพวกเรา ข้าหวังให้ท่านปฏิเสธเสีย” เผิงฟู่หลินโพล่งออกมาอย่างตรงไปตรงมาน้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความจริงจัง

            หนี่เส้าจวินที่ได้ยินคำพูดของเผิงฟู่หลินก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นแสดงความแปลกใจเล็กน้อยแต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความขุ่นข้องและหงุดหงิดอย่างที่เขาก็ไม่แน่ใจตัวเองเช่นกัน

            “เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้นกันเล่า”หนี่เส้าจวินถามกลับ น้ำเสียงของเขาที่ออกมาเต็มไปด้วยความยียวนกวนประสาท

            เผิงฟู่หลินที่ได้ยินคำตอบของหนี่เส้าจวินก็รู้สึกถึงความโกรธที่เพิ่มขึ้นในใจนางสูดลมหายใจลึกๆ อย่างอดกลั้นเพื่อไม่ให้ความโกรธนั้นครอบงำนาง นางพยายามสงบใจลงเพื่อเจรจากับหนี่เส้าจวินต่อไป

            “ท่านอ๋องกับข้าไม่ได้รักกันข้าจึงไม่เห็นประโยชน์อันใดที่พวกเราจะแต่งงานกัน ข้าจึงอยากมาขอร้องท่านอ๋องให้ทูลขอฝ่าบาทยกเลิกราชโองการนั้นเสีย”

            ใบหน้าที่เชิดหยิ่งพร้อมน้ำเสียงเข้มที่เปล่งออกมาอย่างไม่เกรงกลัวทำเอาหนี่เส้าจวินถึงกับหันมาจ้องนางด้วยสายตาท้าทาย“หากคุณหนูเผิงต้องการยกเลิกงานแต่ง เหตุใดเจ้าไม่เป็นผู้ทูลขอฝ่าบาทเองเล่ากลับผลักให้ข้าเป็นผู้ทำเสียเอง”

            น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและไม่แยแสทำเอาเผิงฟู่หลินรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที “หากข้าสามารถทำได้ ข้าคงทำไปนานแล้ว”เผิงฟู่หลินตวาดแหวออกมาอย่างไม่เกรงใจ ความอดทนของนางถึงขีดจำกัดเสียแล้วนางแทบจะเต้นร่าออกมาอย่างรู้สึกขัดเคือง

            หนี่เส้าจวินเห็นท่าทางโมโหของเผิงฟู่หลินก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเขาโน้มหน้าลงไปเผชิญหน้ากับเผิงฟู่หลินจ้องมองนางด้วยสายตาที่แปลกประหลาดและเต็มไปด้วยความหยาบคาย

            “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าก็ควรยอมรับงานแต่งนี้เสียเพราะข้าจะไม่มีวันทำในสิ่งที่เจ้าต้องการเป็นแน่”

            เผิงฟู่หลินถึงกับผงะเมื่อใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้จนเกือบจะสัมผัสใบหน้าของเธอลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวหน้าทำเอานางถึงกับขนลุกชันยิ่งเมื่อได้ยินคำตอบที่ผิดความคาดหมายก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มมากขึ้นไปอีก

            เผิงฟู่หลินถอยหลังออกไปเล็กน้อยจ้องมองหน้าเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความไม่พอใจ นางรู้สึกเหมือนกำลังถูกดูหมิ่นและหยามเกียรติอย่างรุนแรง

            “ท่าน...” เผิงฟู่หลินแค่นเสียงออกมานางโมโหจนพูดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว

            หนี่เส้าจวินเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยิ่งนึกสนุกเขาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “เช่นนั้นเจอกันในวันพิธีนะ หลินเอ๋อร์”เขาพูดพร้อมสายตาที่โลมเลียและยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินจากไปจนลับสายตา

            “ท่านอ๋อง....” เผิงฟู่หลินสบถออกมาอย่างเจ็บแค้นตั้งแต่เกิดมาเผิงฟู่หลินยังไม่เคยพบเจอใครที่กวนประสาทนางได้มากเท่านี้มาก่อน  นางมองตามหลังหนี่เส้าจวินไปจนลับสายตา ความร้อนรนสุมอกในใจจนแทบล้มทั้งยืนความไม่พอใจที่รุนแรงจนไม่สามารถห้ามน้ำตาที่ไหลออกมาได้

            เผิงฟู่หลินสะบัดหน้าพร้อมเชิดคางขึ้นก่อนจะปาดน้ำตาออกจากสองแก้ม นางสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆพยายามเก็บความรู้สึกโกรธและความท้อแท้ที่เต็มอยู่ในใจ สองมือของนางจิบกำจนเล็บจิกเข้าไปบนเนื้อนุ่มจนเป็นรอยแดง

            “เจ้าจูกลับ” เผิงฟู่หลินเชิดหน้าขึ้นและเดินออกจากจวนแห่งนี้ไปในทันที

            เผิงฟู่หลินกลับมายังจวนของตนด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและขัดใจความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของเผิงฟู่หลินไม่หยุด นางไม่เคยรู้สึกอับจนเช่นนี้มาก่อนในชีวิตเลย 

    คล้ายกับเรื่องข้าเหนื่อยจะรักใครอีกแล้ว ที่คุณอ่าน