ตอนที่30 อดีตของไช่อิง
ปัง !
“ไอ้ขยะนั่นมันกล้าขนาดนี้เชียวเหรอ?! พวกเธอก็ใจเย็นเกินไปน่ะสิ ทำอะไรมัวชักช้าอยู่นั่นแหละแล้วที่นี้จะเอายังไงกันดีล่ะ”
เติ้งซูเม่ยหญิงวัยกลางคนแต่งกายสวยงามทันสมัยในชุดเดรสสีแดงสดใส ผู้เป็ภรรยาของฟางหวงลู่และเป็พี่สะใภ้ของฟางอิ่งเธอตบโต๊ะในห้องรับแขกคฤหาสน์ตระกูลฟางด้วยความโมโหแทนน้องสามีและครอบครัว
“ผมก็ไม่คิดว่ามันจะกล้าขนาดนี้เหมือนกันครับคุณป้า”
หลงลู่หลิงกำหมัดทุบพนักเก้าอี้ด้วยความโมโหพร้อมบอกความรู้สึกตนเองให้เติ้งซูเม่ยรับรู้เช่นกันเขายังไม่คิดโทรเรียกภรรยาให้มารับรู้เื่ราวทั้งหลายเพราะเบื่อเสียงบ่นจากเธอจึงพาแม่และน้องสาวมาปรึกษาวางแผนรับมือน้องชายตัวร้ายอยู่บ้านป้าก่อน
“บอกแล้ว...เห็นหงิมๆ อย่างนั้น อย่าคิดว่าเขาโง่เหมือนนังไช่อิงสิ”
หลงฟางจิงในชุดสูทกระโปรงหรูสีครีมพูดขึ้นมาอย่างเข้าใจสถานการณ์เธอเคยเตือนพ่อแม่และพี่ชายมาั้แ่ปีก่อนเพราะััได้ว่าหลงปิงไม่ใช่คนโง่เง่าเหมือนภาพลักษณ์แสดงออกมาให้คนอื่นเห็นทว่าไม่มีครอบครัวสนใจคำเตือนจากเธอสักคน กระทั่งเกิดเหตุร้ายแรงจนไม่สามารถตอบโต้ทันควันจึงได้แต่ถอนหายใจด้วยความกังวลใจ
“ตอนนี้นังไช่อิงก็ชักจะไว้ใจไม่ได้มันคอยช่วยไอ้สวะนั่นเกินไป หรือว่าเสี่ยวปิงจะจ่ายเงินให้มันมากกว่าทางเรา”
หลงลู่เอินพ่นลมหายใจออกทางปากอย่างไม่พอใจพลางพูดถึงการแสดงออกของสะใภ้สามซึ่งเปลี่ยนแปลงในทิศทางคล้ายเป็พวกเดียวกับหลานชายตัวแสบจึงคิดว่าหญิงสาวอาจถูกซื้อด้วยเงินเพราะเธอเรียกร้องค่าตอบแทนมากขึ้นบ่งบอกว่าเธอยังเป็คนจนกระหายเงินอยู่
“แล้วพวกเราจะเอาไงกันต่อดีละครับ”
หลงลู่หลิงถามทุกคนขึ้นมาในวงสนทนาพลางกวาดตามองด้วยความหนักใจเพราะจำเป็ต้องรีบแก้มือให้ทันท่วงที ก่อนพวกตนจะตกอยู่ในสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำมากกว่านี้
“บอร์ดี้การ์ดในบ้านก็คงกลายเป็พวกไอ้พิการนั่นหมดขนาดพี่เจี๋ยยังไม่รู้เื่พ่อเขามาพูดพินัยกรรมเลยดูเหมือนมันจะวางแผนมาดีซะเหลือเกิน หนูว่ารอถามความเห็นคุณลุงก่อนดีกว่าค่ะ”
หลงฟางจิงผู้เข้าใจสถานการณ์แสดงความคิดเห็นออกมาอย่างมั่นใจเธอพบเหตุการณ์หลายอย่างเหนือการควบคุมของครอบครัว จึง้าให้ทุกคนรอฟังความเห็นแล้วค่อยวางแผนการร่วมกับผู้เป็ลุงหรือพี่ชายแม่
อนึ่งเหตุการณ์แม่ครัววางพิษดอกวิสทีเรียก็เป็ฝีมือของฟางหวงลู่ซึ่งเธอเพิ่งจะรับรู้ในวันนี้เองเพราะลุง้าปิดเงียบเป็ความลับเพื่อไม่ให้หลงปิงรู้ตัวก่อนกระนั้นแผนการกลับผิดพลาดเพราะชายพิการได้รับความช่วยเหลือจากไช่อิง
“ดีเหมือนกันรอพี่ชายกลับมาก่อนดีกว่า แล้วค่อยวางแผนใหม่ให้รัดกุมกว่านี้”
ฟางอิ่งพยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของลูกสาวเธอเชื่อมั่นในความเก่งกาจของพี่ชายมากที่สุด รองลงมาถึงเชื่อมั่นในตัวสามีเพราะเขาทำผิดพลาดบ่อยครั้งจนตระหนักได้ว่าไม่เก่งกาจเท่ากับพี่ชายตนเอง
สมาชิกครอบครัวหลงลู่เอินต่างรอคอยฟางหวงลู่ให้กลับบ้านเพื่อวางแผนรับมือหลงปิงร่วมกันอีกครั้งโดยยังไม่คิดกลับไปเผชิญหน้าหลานชายพิการขณะยังไม่มีแผนรับมือเหมาะสม เหตุเพราะต่อไปจะต้องต่อสู้กันทั้งในที่ลับและที่แจ้งเนื่องจากทางฝั่งชายพิการเปิดฉากท้าทายพวกตนก่อน
..........
ไช่อิงลงจากรถลีมูซีนแล้วเดินตรงไปยังห้องพักรักษาตัวของพ่อเธอพบว่าพ่อไม่อยู่ในห้องพักรวมเหมือนเดิมแล้วทว่าถูกย้ายไปรักษาตัวยังห้องพิเศษโดยตระหนักได้อย่างชัดเจนว่ามาจากความช่วยเหลือของสามีจึงเดินไปสอบถามห้องใหม่กับเ้าหน้าที่โรงพยาบาลแล้วเดินยิ้มไปหาพ่อในห้องพักใหม่ด้วยความยินดีพลางอดพูดชมสามีไม่ได้ว่า
“เขาก็น่ารักเหมือนกันนะนี่แบบนี้ถือว่าเป็การติดสินบนดีไหม อ๊ะ!ไม่ใช่สิ! เขาแค่ตอบแทนฉันต่างหากก็วันนี้ฉันอุตส่าห์ทำตัวดีและใจเย็นกว่าปกติมาก ลองไม่ตอบแทนอะไรฉันเลยสิเดี๋ยวแม่ทิ้งะเิให้ปวดหัวกว่าเดิมซะนี่ แต่ยังไงฉันก็ตัดสินใจเลือกแล้วขอโทษทีนะคุณสามี”
สะใภ้สามพูดลากเสียงคำว่ามากยาวกว่าปกติด้วยความสุขใจ พลางรู้สึกดีที่สามีทำดีต่อตนโดยคิดจะเก็บสิ่งดีจากเขาไว้เป็ความทรงจำในส่วนลึกทว่าเธอไม่คิดเสียเวลาสืบค้นข้อมูลของเขาจากโลกโซเชียลอีกเพราะคิดว่าหน้าที่ภรรยาในนามของตนกำลังจบสิ้นลง
ครั้นหญิงสาวมาถึงหน้าประตูห้องพักพิเศษของพ่อพลันได้ยินเสียงร้องไห้ของครอบครัวดังเล็ดลอดออกมาจากภายใน จึงรีบเปิดเข้าไปด้านในทันทีด้วยความอยากรู้พลางเหลือบเห็นแม่และน้องสาวกอดแขนพ่อคนละฝั่งแล้วร้องไห้ไปด้วยกันโดยไม่สนใจเธอเดินเข้ามาก่อนพูดทักทายทุกคนด้วยความเข้าใจว่า
“พ่อคะ แม่คะปินปิน ฉันมาแล้ว...อย่าร้องไห้กันเลย มันไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ”
“อิงอิง!” ไช่เฟิงและภรรยาต่างหันขวับมองต้นเสียงแล้วอุทานเรียกชื่อด้วยความยินดี
“เจี่ยเจีย!” ไช่ปินเรียกพี่สาวด้วยความยินดี
ถางเจียหลิงและไช่ปินต่างโผเข้ามากอดไช่อิงคนละข้างด้วยความยินดีครู่หนึ่งพอได้สติต่างผละออกมาแล้วกวาดตาสำรวจลูกสาวคนโตั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความตกตะลึงพลางอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อสายตา
ครู่หนึ่งไช่เฟิงได้สติก่อนคนอื่นเขาพูดทักทายลูกสาวคนโตจากบนเตียงอย่างไม่เชื่อสายตาและมีน้ำเสียงแฝงความตื่นเต้นยินดีว่า
“โอ้โฮ! อิงอิง!ลูกสวยจนพ่อจำแทบไม่ได้แน่ะ แสดงว่าคุณชายสามคงดูแลลูกดีแน่เลย”
“อิงอิง! ชุดนี้แพงมากไหมแม่ทำชุดลูกเปื้อนหรือเปล่าเนี่ย”
ถางเจียหลิงได้สติขึ้นมาพลางเพ่งมองเสื้อผ้าตามตัวลูกสาวด้วยความกังวลใจเพราะเธอกอดลูกแน่นโดยไม่ระวังเครื่องสำอางและคราบน้ำตาจะเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าทว่าพอได้สติแล้วถึงรู้สึกกังวลว่าจะทำให้เสื้อผ้าหรูของลูกเปรอะเปื้อนได้
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ถ้าเปื้อนก็ซักได้อยู่แล้วล่ะค่ะ แม่อย่ากังวลไปเลย” ไช่อิงตอบแม่อย่างผ่อนคลาย
“เจี่ยเจียทำไมสวยกว่าหนูขนาดนี้ละคะ พอแต่งหน้าแต่งตัวแบบนี้แล้ว...ไม่เห็นเหมือนหนูเลย”
ไช่ปินผละจากอ้อมกอดพี่สาวออกมายืนพิจารณาด้วยความสนใจเช่นกันพลันพูดขึ้นด้วยความแปลกใจทว่าไปสะกิดความสงสัยแต่เดิมของไช่อิงให้กลับคืนมาทันที
ไช่อิงยืนนิ่งอึ้งชั่วครู่ก่อนตัดสินใจสอบถามเื่ราวตนเองกับพ่อแม่ให้กระจ่างทว่าเธอเลือกจะพูดถึงเื่การเปลี่ยนห้องรักษาอาการาเ็ของพ่อแทนเพราะมีความสำคัญมากกว่าว่า
“ตอนนี้พ่อเป็ยังไงบ้างคะมาอยู่ห้องใหม่คงดีขึ้นกว่าเดิม คงสะดวกสำหรับแม่กับปินปินด้วย”
สะใภ้สามเดินไปสอบถามอาการาเ็ของพ่อซึ่งนอนอยู่บนเตียงพลางััาแแต่ละแห่งตามตัวเขาอย่างละเอียดเพื่อประเมินการฟื้นตัวเธอพบว่าอาการาเ็ของพ่อโดยรวมดีขึ้นมากคาดว่าอีกไม่เกินสองสามวันน่าจะออกจากโรงพยาบาลได้โดยก่อนหน้าเธอรู้แล้วว่าพ่อไม่มีกระดูกหักในส่วนใดมีเพียงอาการาเ็ทางิัเท่านั้น
“ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยแต่มาแย่ก็ตรงที่ถูกไล่ออกนี่แหละ ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ”
ไช่เฟิงพยักหน้าบวมช้ำซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันแผลโดยพยาบาลปิดแผลใหญ่บนหน้าผากด้วยการพันรอบศีรษะส่วนาแเล็กน้อยแห่งอื่นปิดด้วยเทปใสฆ่าเชื้อแบบพิเศษ เขาพูดกับลูกสาวด้วยความสงสัยใคร่รู้ต่อเหตุร้ายแรงอันไม่คาดฝันพลางรู้สึกเหมือนบ้านถล่มทับตัวเองจนแทบหายใจไม่ออกทั้งรู้สึกสงสารภรรยาและลูกสาวคนเล็กจะต้องมาลำบากไปด้วย
สะใภ้สามทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งซ้ายมือของพ่อขณะแม่และน้องสาวยืนอยู่ฝั่งขวามือของพ่อเธอจับแขนพ่อเป็เชิงให้กำลังใจและบอกความจริงอันคาดเดาได้ไม่ยากเกินไปให้ทุกคนรับฟังทั้งเธอ้าสอบถามเื่สำคัญต่อไปด้วยว่า
“คงเพราะหนูช่วยงานสามีได้ดีมังคะเขาก็เลยให้รางวัลแต่มันก็ไปขัดพวกคุณนาย พวกเขาก็เลยมาลงเอาที่พ่อนั่นซีแต่หนูว่าเป็แบบนี้ก็ดีนะคะ พวกเราออกมาทำธุรกิจเล็ก ๆ กันเองดีกว่าพ่อออกจะเก่งขนาดนี้ ยังจะไปทำงานเป็ลูกจ้างอีกทำไมกันละคะ”
ขณะไช่อิงกำลังคุยกับพ่อและทุกคนอยู่นั้นโทรศัพท์ของน้องสาวดังขึ้นพอดี ไช่ปินหยิบขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้าแล้วมีสีหน้าแช่มชื่นก่อนส่งสัญญาณขอตัวออกไปคุยอยู่นอกห้องพักคนป่วย ทั้งยังบอกด้วยว่าแฟนหนุ่มโทรมาหา
หญิงสาวปล่อยให้น้องสาวออกไปคุยธุระส่วนตัวกับแฟนหนุ่มให้สบายใจเธอพูดกับพ่อแม่อย่างจริงจังต่อแผนการซึ่งเคยวางไว้กับครอบครัวไช่ก่อนหน้าเธอไม่อยากให้พ่อไปทำงานเป็หัวหน้าแผนกหรือลูกจ้างบริษัทหลงกรูปอีก โดยตำแหน่งงานที่พ่อทำอยู่นั้นขึ้นตรงต่อสุ่ยเจ๋อิผู้เป็หนึ่งในคนของฝั่งอาสามีพลางรู้สึกรำคาญหากพวกเขาคิดจะใช้พ่อมาบีบบังคับตนอีกในอนาคต
ไช่เฟิงและภรรยาจับมือมองหน้ากันด้วยความแปลกใจทั้งคู่รู้สึกประหลาดใจต่อพฤติกรรมเปลี่ยนไปของลูกสาวคนโตั้แ่คราวไปช่วยใช้หนี้พนันครั้งก่อนขณะครั้งนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกินตัวในการสร้างฐานะซึ่งเป็เื่เพ้อฝันเกินไปทว่าเขาััได้ถึงความห่วงใยจากลูกจึงตอบตามจริงว่า
“ไม่ใช่ว่าพ่อไม่อยากเป็อิสระหรือมีธุรกิจของตัวเองหรอกนะแต่ที่ผ่านมาพ่อมันไม่ดีเอง มีเงินเท่าไรก็ไปเล่นเสียหมด เงินเก็บเลยไม่มีนั่นซีถ้าพวกเราจะลงทุนทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มันก็ต้องมีเงินทุนอย่างน้อยหลายแสนหยวนเชียวนะจะให้พ่อไปเข็นรถขายของได้เงินวันละไม่กี่ร้อยหยวนแล้วจะพอจ่ายให้ปินปินไปมหาลัยได้เหรอ”
“จริงด้วยแล้วลูกจะขอเงินสามีได้อยู่เหรอ ทางนั้นเขาจะให้ลูกง่ายขนาดนั้นเชียวขนาดแม่โทรไปหาลูก แม่ยังกลัวอยู่เลยว่าเขาจะยกเลิกสัญญา แล้วพาลูกมาส่งคืนกับครอบครัวทีนี้ละพวกเราแย่แน่เลย”
ถางเจียหลิงพูดความจริงให้ลูกสาวคนโตฟังด้วยความเห็นใจเพราะที่ผ่านมาได้อาศัยเงินเดือนของลูกช่วยส่งค่าเรียนให้กับลูกสาวคนรองและไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัวขณะเงินเดือนสามีถูกละลายไปหมดกับการพนันก่อนกลับมาถึงบ้านด้วยซ้ำไปจึงไม่อยากให้ลูกฝืนทำงานไม่เต็มใจอีก
ไช่อิงััได้ถึงความรักและจริงใจอันบริสุทธิ์จากพ่อแม่ทว่าอีกใจเธอก็อยากรู้เื่ราวในอดีตของตนพลางเหลือบมองประตูห้องอีกครั้งแล้วเห็นว่าน้องสาวน่าจะยังไม่เข้ามาเร็วเกินไปจึงสอบถามพ่อแม่โดยตรงว่า
“พ่อแม่คะช่วยบอกความจริงเกี่ยวกับหนูได้ไหมคะ ตกลงหนูเป็ลูกพ่อแม่จริงไหม”
สะใภ้สามบีบมือพ่อแน่นกว่าเดิมเพื่อส่งสัญญาณว่าเธอพร้อมรับรู้ความจริงทั้งหมดแล้วพลางมั่นใจว่าพ่อแม่จะต้องไม่ปิดบังตน
ไช่เฟิงและถางเจียหลิงต่างเบิกตากว้างตกตะลึงครู่หนึ่งก่อนแม่จ้องมองลูกสาวคนโตด้วยความรู้สึกหลากหลาย แล้วถามลูกด้วยความประหลาดใจว่า
“อิงอิง...ลูกรู้เื่นี้ได้ยังไง?!”
“แม่อย่ากังวลเลยค่ะหนูแค่สังเกตเอาเอง...แล้วก็เห็นว่าหน้าตาหนูไม่เหมือนน้องแล้วก็ไม่เหมือนพ่อแม่เท่าไร มันทำให้หนูอดคิดไม่ได้ว่าอาจมีบางอย่างผิดปกติ หนูเลยอยากรู้ความจริงแค่นั้นเองค่ะ”
ไช่อิงบอกเหตุผลตามความรู้สึกแท้จริงให้พ่อแม่รับรู้เพราะเธอเองก็ไม่มั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ทว่ามากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เธอมั่นใจว่าตนเองไม่ใช่ลูกสาวตระกูลไช่แน่นอน
ถางเจียหลิงผินหน้ามองสามีบนเตียงด้วยความเข้าใจสิ่งสงสัยของลูกสาวเธอคิดว่าอาจถึงเวลาต้องบอกความจริงกับลูกแล้วโดยไม่คิดซักไซ้ว่าลูกรู้ความลับนี้มาจากที่ใดอีกจึงบอกกับสามีอย่างจริงจังว่า
“คุณคะพวกเราอย่าปิดอิงอิงเลย ไหน ๆ ลูกก็ช่วยพวกเรามาเยอะแล้วให้ลูกรู้เื่ทั้งหมดดีกว่า”
.********************.
เริ่มติดเหรียญถาวรตอนที่32 เป็ต้นไปจ้า (ติดบางตอน) ในราคาย่อมเยา