ย้อนกลับไปตอนปี 1
"น้องเบลล์เป็อะไรกับไวน์หรอจ๊ะ"
"เปล่าค่ะ"
"หึ หน้าด้าน! ก็เห็นๆ อยู่ว่าไวน์เขาตามแกไปทุกที่ แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าไวน์เขามีเ้าของแล้วคือฉันต่างหาก!"
"ถ้าพี่ไวน์เขาเป็ของพี่จริง เขาจะมาตามจีบหนูทำไมคะ"
"กรี๊ดดด นังเบลล์! พวกแก จับมัน!"
"ปล่อยนะ!!!"
เพียะ! เพียะ!
"แกจำใส่หัวไว้เลยนะ ว่าไวน์เขาเป็ของฉันคนเดียว! อย่ามาสะเออะมาแย่งของคนอื่น!"
"หน้าตาก็ดี แต่ทำไมพี่ดูไม่มีสมองเลยคะ"
"กรี๊ดด นี่แกว่าฉันหรอ!”
เพียะ!
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!"
"ไวน์!?!"
ตลกเนอะ ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย ฉันอยู่ของฉันดีๆ ก็มีคนมาหาเื่ เพียงเพราะเื่ผู้ชาย และผู้ชายคนนั้นก็คือ ‘พี่ไวน์’ รุ่นพี่ในคณะอีกคนที่เป็ประธานสาขาหรือประธานภาคที่ฉันเรียนอยู่ เขาตามจีบฉันั้แ่ตอนปีหนึ่ง จีบนะ แต่ก็ยังควงผู้หญิงคนอื่น น่าเบื่อ จะจีบใครทำไมไม่รู้จักเคลียร์ปัญหาตัวเองให้เสร็จก่อน โคตรมักง่ายเลยผู้ชายเ้าชู้
"เบลล์ หยุดก่อน" คุณแกริคก็เดินมาตัดหน้าฉัน แต่เขารู้ชื่อฉันได้ยังไง ฉันไม่เคยบอกชื่อกับเขาเลยนะ แต่พอคิดไปคิดมา เขาคงได้ยืนชื่อฉันตอนที่พี่แนนเรียกเมื่อกี้สินะ
"รู้จักชื่อฉันได้ไงคะ!?"
"ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง" ถามไม่ตอบแล้วยังชอบสั่งอีก
"ไม่ขึ้น แล้วก็เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว นี่ปล่อยมือนะ!"
"ไม่ปล่อย แล้วเดินไปขึ้นรถ"
"ก็บอกว่าไม่ไปไง" ฉันบอกพร้อมกับพยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขาไปด้วย แต่แรงเท่ามดจะไปสู้แรงเท่าช้างแบบเขาได้ยังไงกัน
"จะไปไม่ไป?" เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หน้านิ่งๆ แต่ทำไมคำพูดของเขามันถึงทำให้ฉันกลัวได้นะ
"ไม่!" กลัวแต่ก็จะขัดขืนให้ถึงที่สุดนั่นแหละ "แน่ใจนะ?" เขาเลิกคิ้วถามฉันอีกครั้ง
"ไม่ไปว้อยยย" แต่ฉันก็ยืนยันคำตอบเดิมอยู่ดีว่าไม่ไป เขาจะสั่งฉันทุกเื่ทั้งๆ ที่เราพึ่งเจอกันเมื่อคืนแบบนี้ไม่ได้นะ
หมับ!
"ว้าย! คุณอุ้มฉันทำไม ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ!!" เพียงแค่พริบตาเดียวจากที่เท้าแตะพื้น ตอนนี้เท้าลอยเหนือพื้นเรียบร้อยแล้วเพราะโดนคนเผด็จการอุ้มพาดบ่า
"ถ้าดิ้นอีกจะโยนทุ่มกับพื้นตรงนี้!"
"ไอคนบ้า!!!" ยิ่งฉันดิ้น เขาก็ยิ่งรัดตัวฉันแน่นไปอีก
ตุ้บ!
"ชิส์ วางเบาๆ ไม่ได้รึไง =_=!" เปิดประตูรถให้เสร็จสรรพก็จับฉันยัดเข้ารถทันที ย้ำว่ายัดเข้ารถเพราะไม่มีความอ่อนโยนในการกระทำนั้นแม้แต่นิดเดียว
"รัดเบลท์ด้วย หรือต้องรัดให้?" คุณแกริคถามฉันหลังจากที่วางฉันกับเบาะที่นั่งฝั่งข้างคนขับ แต่ไม่ได้ถามอย่างเดียวยังจะยื่นหน้าขาวๆ นั่นเข้ามาใกล้อีก "มะ..ไม่ต้อง รัดเองได้ จะไปส่งก็รีบไปสิ" ฉันเลยรีบปฏิเสธเขาไป ถึงจะไม่ชอบแต่การอยู่ใกล้ผู้ชายหล่อ แบบนี้มันก็ไม่ดีต่อใจเหมือนกัน….
ภายในรถ เราสองคนเงียบกันมาตลอดทาง จนติดไฟแดง คุณแกริคเขาก็ทำลายความเงียบด้วยการถามฉันเื่พี่แนน รุ่นพี่ในคณะคนเมื่อกี้
"กับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ทะเลาะกันหรอ" เขาถาม แต่สายตายังไม่ละจากท้องถนน ถึงแม้จะเป็วันหยุดสุดสัปดาห์แต่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพก็ยังคงรถติดรถเยอะเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
"ไม่ต้องรู้สักเื่จะได้ป่ะ"
"จะไม่ตอบก็ได้นะ...แต่ระวังจะไม่ถึงที่ทำงาน" ประโยคแรกก็ดีอยู่แรก แต่ประโยคหลังนี่มันยังไง
"ก็มีเื่กันนิดหน่อย" ฉันลดน้ำเสียงลงตามรูปประโยค เพราะมันไม่ใช่เื่หน้าอวดเลยสักนิดที่ไปมีเื่กับคนอื่นแบบนี้ "เื่ผู้ชายสินะ"
"รู้ได้ไง O_O" ฉันหันขวับไปหาเขาทันที
"เขามาแย่งแฟนเธอ หรือเธอไปแย่งแฟนเขากันล่ะ"
"ไม่ใช่สักหน่อย แฟนนางมายุ่งกับฉันเอง"
"หรอ..." ทำไมต้องตอบเหมือนไม่เชื่อด้วย "ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องถาม!" ฉันสะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่างรถแทนการพูดกับเขา หงุดหงิด ถ้าไม่เชื่อแล้วจะมาถามทำไม มาบอกให้ฉันเล่าทำไม
หลังจากนั้นเราสองคนก็ไม่ได้คุยกันอีก
"ทำงานที่นี่ใช่ไหม"
"คุณรู้ได้ไง!?" รู้ตัวอีกก็ตอนเขาพาฉันส่งถึงหน้าที่ทำงานโดยที่ฉันไม่ได้บอกทางเขาเลยสักคำ มันชักจะแปลกๆ แล้วนะ "เดี๋ยวเลิกงานมารับ"
"ไม่ต้อง เลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว" ประโยคที่พูดไปเหมือนมันจะหายไปกับสายลม ทันทีที่ฉันก้าวขาลงจากรถ
บรื้นนน!!
กรี๊ดด ไอคนบ้า!! ฉันยังพูดไม่ทันจบเขาก็ขับรถหนีไปเฉยเลย อะไรของเขากันเนี่ย
สรุปวันนี้ทั้งวันไม่มีกะจิตกะใจทำงานเพราะเอาแต่เหม่อนึกถึงเื่เขา โดนผู้จัดการเรียกไปดุตั้งหลายครั้ง เฮ้อ เพราะคุณแกริคคนเดียวเลย แถมพอถึงเวลาเลิกงาน เขาก็มารอรับฉันจริงๆ ด้วย ขนาดแอบออกก่อนแล้วนะ
"ไปผับก่อนนะ"
"…." ฉันไม่ตอบเขา เพราะตอนนี้เหมือนฉันเป็ตุ๊กตาหน้ารถเขามากกว่า เขาจะพาไปไหนก็ตามใจเลย หนีก็หนีไม่ได้ พอถึงผับ ฉันก็ต้องใอีกครั้ง เพราะเวลาผ่านไปแค่วันสองวัน ผับนี้ก็กลับมามีสภาพเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่รอยร้าว หรือเศษกระจกแตกเลยสักนิด! เป็ไปได้ยังไง แถมตำรวจยังยอมให้เปิดผับอีก ทั้งๆ ที่มีเหตุการณ์ยิงกัน
"นายครับ อ้าว คุณ...นายพาเธอมาด้วยหรอครับ" ลูกน้องของเขาถามขึ้นเมื่อเห็นฉันกับคุณแกริคเดินเข้าไปในผับด้วยกัน แต่เราเข้าทางด้านหลัง เพราะด้านหน้าเปิดให้บริการอยู่ คนมันวุ่นวาย ดูสิ ขนาดมีเหตุการณ์ยิงกัน คนยังไม่กลัวกันเลย "ได้เื่เป็ยังไงบ้าง" ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังแต่อยู่ด้วยกันฉันเลยได้ยินบทสนทนาของเขาไปโดยปริยาย
"ลูกน้องมันยอมพูดแล้วครับ นายจะไปคุยกับมันมั้ยครับ"
"ไม่ล่ะ จัดการแทนกูด้วยล่ะกัน"
"ได้ครับ" พอเขาคุยกับลูกน้องเสร็จ เขาก็พาฉันขึ้นไปชั้นสอง ซึ่งเป็ห้องทำงานของเขา ห้องทำงานแต่มีเตียง มีห้องน้ำ มีครบทุกอย่าง? แบบนี้มันเรียกว่าห้องทำได้งานหรอ แถมอีกด้านของห้องยังเป็กระจกมองเห็นทั้งผับได้หมด คนด้านนอกมองมาจะไม่เห็นแต่คนด้านในจะเห็นทุกอย่าง
"หิวไหม กินอะไรมารึยัง"
"ไม่หิวค่ะ จะกลับตอนไหนคะ ฉันอยากกลับหอแล้ว"
โครกคราก~ และแล้วเสียงท้องของฉันก็ดังขึ้นขัดแย้งกับคำพูดก่อนหน้าไปเรียบร้อย
"ก่อนจะตอบ ถามร่างกายตัวเองก่อนนะ"
"ไม่ใช่เสียงของฉันสักหน่อย" ถึงหลักฐานจะคาตาคาหูแต่ฉันก็ยังไม่ยอมรับ เื่หน้าอายแบบนี้ใครจะไปยอมรับกันเล่า!
"หึ เดี๋ยวกินข้าวก่อนค่อยกลับ"
"สั่งตลอด"
"ได้ยินนะ" ขนาดบ่นพึมพำกับตัวเองแต่เขาก็ยังจะได้ยินอีก คุณแกริคแยกออกไปนั่งทำงานที่โต๊ะของเขา ส่วนฉันก็นั่งแยกอีกโต๊ะ สักพักคนของเขาก็ยกอาหารขึ้นมา เยอะมาก หน้าตาหน้าทานแถมดูแพงด้วย
"ฟรีรึเปล่าคะ?" ฉันถามคำถามสงสัยที่ออกไปเพราะไม่กล้ากินอาหารที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้า ถ้าเขามาเก็บเงินทีหลังทำไง ไม่เอาหรอก
"...." แต่เขาก็ไม่สนใจฉัน ยังก้มหน้าดูเอกสาร ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน!!
"ถ้าไม่ตอบจะถือว่าฟรีนะ ห้ามมาเก็บเงินทีหลัง"
"...." โอเค เขาไม่ตอบแสดงว่าฟรี เริ่มกินได้!
พอกินเสร็จจนอิ่ม หนังตาก็เริ่มหย่อน ความง่วงก็เริ่มมา ฮือ อยากนอน วันนี้ทำงานทั้งวัน ลูกค้าก็เยอะ ต้องเดินตลอด อยากนอนพักที่หอสบายๆ "จะกลับตอนไหนคะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปทำงานอีก" ถามพลางหาวหวอดๆ ไม่มีความเป็ผู้หญิงเลยสักนิด
"มาทำงานกับฉัน" คุณแกริคพูดขึ้นแต่มือก็ยังจับปากกาเซ็นกองเอกสารตรงหน้า
"อะไรนะคะ?" ฉันถามย้ำอีกครั้งเพราะไม่มั้นใจว่าตัวเองจะได้ยินถูกรึเปล่า
"เงินเยอะกว่างานที่เธอทำเป็ไหนๆ เหนื่อย เสียเวลา เงินก็ไม่คุ้ม" แต่หลังจากที่ได้ฟังคำตอบเขาถึงได้รู้ว่าตัวเองได้ยินถูกแล้ว เขาชวนฉันไปทำงานด้วย ถ้าชวนดีๆ มันก็น่าทำอยู่หรอก แต่การชวนพร้อมกับพูดแดกดันแบบนี้ไม่มีใครเขาอยากทำงานด้วยหรอกนะ
"มันก็ชีวิตฉันนี่ คุณมายุ่งอะไรด้วย" จากที่ง่วงอยู่ก็เริ่มตื่นเพราะได้เถียงกับเขานี่แหละ "อยากมีคนจ่ายค่าเทอมให้ไหมล่ะ" ประโยคนี้ร่างสูงลุกจากเก้าอี้ตัวหรูแล้วเดินมาหาฉันที่นั่งงงเป็ไก่ตาแตกอยู่
“….”
"มา ‘ทำงาน’ กับฉันสิ" เขาน้ำอีกครั้งด้วน้ำเสียงหนักเน้นกว่าเดิม "งานอะไรคะ" เหมือนโดนมนต์สะกดจากสายตาของเขา ปากเลยถามไปอัตโนมัติว่างานอะไร
"ตอบก่อนว่าจะทำหรือไม่ทำ"
"ถ้าไม่บอกว่างานอะไรแล้วฉันจะตัดสินใจได้ยังไงกันเล่า" อะไรของเขาเนี่ย "คิดดีๆ นะ ค่าเทอมก็มีคนจ่ายให้ ค่ากินค่าอยู่ก็มีคนจ่ายให้ แลกกับการที่เธอต้องมาทำงานกับฉัน"
"ไม่ทำหรอก งานอะไรก็ไม่รู้ ถ้าเกิดคุณให้ฉันไปฆ่าคนจะทำยังไง" เขายิ่งเ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจอยู่ด้วย
"ก็แล้วแต่นะ...เอ๊ะ หมดเขตจ่ายค่าเทอมวันไหน ใช่วันมะรืนรึเปล่า" คนเ้าเล่ห์ทำสีหน้าครุ่นคิด แต่มันคือท่าที่ทำให้ฉันลังเล
"...." ใช่ วันมะรืนคือหมดเขตจ่ายค่าเทอม ถ้าไม่จ่ายก็ไม่มีสิทธิสอบ แต่ตอนนี้ฉันเก็บได้เกือบพอจ่ายค่าเทอมแล้ว แค่เกือบนะ เหลืออีกนิดเดียวเอง ค่าหอก็ต้องจ่ายพร้อมกัน ไหนจะค่ากินอีก...
"ติ่กต่อกๆ~ จะนับหนึ่งถึงสามนะ"
"หนึ่ง..."
"…." ถ้างานเขาเป็งานไม่ดีจะทำยังไง...
"สอง..."
"...." แล้วถ้าแกหมดสิทธิสอบ ไม่มีที่ซุกหัวนอนล่ะจะทำยังไงยัยเบลล์!! โอ้ย เครียด ปกติฉันหมุนเงินทันทุกเดือน แบ่งว่าเงินไหนใช้อะไร แต่่นี้ต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ เยอะมาก ค่าอุปกรณ์ ค่าโปรเจกต์นู่นนี่นั่น ที่มันเข้ามาพร้อมๆ กัน ค่าไฟก็ขึ้นอีก เครียดจนต้องกุมขมับ
"สะ../ เดี๋ยว!"
"ทำ หรือ ไม่ทำ" เขาถามฉันด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์ ยกยิ้มมุมปากนิดๆ ให้ตายเถอะ ฉันเกลียดเขา!!!
"ทำ ก็ได้..." ตอบเสียงแ่เบาอย่างจำยอม สุดท้ายก็ต้องยอมเขาทุกอย่าง
"ก็แค่นี้"
"ตกลงว่ามันคืองานอะไร บอกได้รึยัง"
"ถึงเวลาก็รู้เอง :)"
_____________________________
TALK
เห็นนิ่งๆ แต่พี่เขาร้ายนะคะทุกคน 55555