สายตาของเย่เจียงเฉินจับจ้องไปยังลานประลอง อีกคู่หนึ่งในรอบรองชนะเลิศกำลังจะเริ่มขึ้น ไป๋อวี้หลง อัจฉริยะดาบผู้ถูกยกให้เป็ตัวเต็งอันดับหนึ่ง และ ิเจี๋ย ศิษย์เอกจากสถาบันอวิ๋นซาง
"นายว่าใครจะชนะ?" เสียงกระซิบถามจากศิษย์สถาบันซินหยวนที่นั่งอยู่ข้างๆ เย่เจียงเฉิน แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"แม้ไป๋อวี้หลงจะแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ แต่ิเจี๋ยก็ไม่ใช่คนที่จะประมาทได้เลย" เพื่อนอีกคนตอบกลับ พลางมองไปยังร่างของิเจี๋ยบนเวทีด้วยความสนใจ "ิเจี๋ยเป็ถึงศิษย์ที่เก่งที่สุดของสถาบันอวิ๋นซาง มีข่าวลือว่าสำนักโยวิทาบทามเขาก่อนเริ่มงานประลองเสียอีก"
"จุดเด่นของทั้งคู่คือความเร็วสินะ น่าตื่นเต้นจริงๆ อยากรู้จังว่าผลจะออกมาเป็ยังไง" ชายคนแรกเอ่ยด้วยน้ำเสียงลุ้นระทึก
ร่างสูงสง่าของไป๋อวี้หลงก้าวขึ้นสู่ลานประลองอย่างองอาจ เสื้อคลุมสีขาวสะบัดพลิ้วตามแรงลม แสงดาบสีเงินยวงที่เหน็บอยู่ข้างเอวสะท้อนแสงอาทิตย์เป็ประกาย ตามมาด้วยิเจี๋ยที่มีใบหน้าคมคาย ดวงตาเฉลียวฉลาดราวกับเหยี่ยว เขาก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทางมั่นใจ ไม่แสดงความหวาดหวั่นต่อชื่อเสียงของคู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อสัญญาณเริ่มการต่อสู้ดังขึ้น ทั้งสองร่างก็พุ่งเข้าหากันราวกับสายลม ิเจี๋ยชักมีดสั้นคู่สีดำออกมาป้องกันการโจมตีของดาบในมือไป๋อวี้หลงได้อย่างฉับพลัน เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวาน ไป๋อวี้หลงพยายามใช้ระยะดาบเข้ากดดัน แต่ิเจี๋ยก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว ชดเชยจุดอ่อนได้อย่างน่าทึ่ง
"อะไรกัน นึกว่าจะเก่งกว่านี้เสียอีก" ิเจี๋ยเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่ไป๋อวี้หลงอย่างท้าทาย
ใบหน้าของไป๋อวี้หลงยังคงสงบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับคำพูดของิเจี๋ยไม่มีผลต่อจิตใจของเขาเลยแม้แต่น้อย
ดาบในมือของไป๋อวี้หลงถูกเก็บเข้าฝักอย่างเชื่องช้า ท่าทีที่สงบนิ่งนั้นขัดแย้งกับความดุเดือดของการต่อสู้เมื่อครู่
"ฝีมือนายเองก็ไม่เลวทีเดียว เอาเป็ว่าเดี๋ยวฉันจะแสดงให้ดูเองว่าความเร็วที่แท้จริงมันเป็ยังไง" ไป๋อวี้หลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาคมกริบของเขากลับเปล่งประกายอันตราย จับจ้องไปที่ิเจี๋ยราวกับเหยื่อที่อยู่ในกรง
บรรยากาศรอบตัวไป๋อวี้หลงพลันเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน กระแสพลังปราณที่แผ่ออกมารุนแรงขึ้นอย่างฉับพลัน จนิเจี๋ยซึ่งยืนอยู่ตรงข้ามยังััได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ิัของเขารู้สึกถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมา
ในชั่วขณะนั้น ดาบที่อยู่ในฝักก็ถูกชักออกมาด้วยความเร็วราวกับภาพติดตา แสงสีขาววูบวาบราวกับสายฟ้าฟาด การฟันนับสิบครั้งเกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที แม้ิเจี๋ยจะพยายามยกมีดคู่ขึ้นป้องกันสุดกำลัง แต่ความเร็วในการโจมตีนั้นเหนือกว่าที่เขาจะตามทัน ร่างของเขาถูกคมดาบกระหน่ำฟันจนเกราะพลังงานที่ปกป้องร่างกายแตกสลาย หากไม่ได้ผู้ตัดสินพุ่งเข้ามาขวางไว้ในจังหวะสุดท้าย เขาคงกลายเป็ศพไปแล้ว
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงมทั่วสนามประลอง ผู้ชมเบิกตากว้าง ไม่อยากเชื่อสายตา ความเร็วในการชักดาบและจู่โจมของไป๋อวี้หลงนั้นเหนือกว่าจินตนาการของพวกเขาไปมาก
แววตาของเย่เจียงเฉินที่จับจ้องการต่อสู้อยู่ข้างสนามเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เขาเห็นเมื่อครู่เป็เพียงภาพที่เลือนรางและรวดเร็วเกินกว่าที่สายตาจะจับต้องได้
"เจ็น วิเคราะห์การโจมตีเมื่อกี้ได้ไหม"
[กำลังวิเคราะห์]
[รายงาน การฟันดาบสิบครั้งภายใน 0.8 วินาที จำเป็ต้องใช้กำลังแขนมหาศาล และการควบคุมพลังปราณที่ไหลเวียนอย่างสมบูรณ์แบบ หากควบคุมปราณไปรวมที่การเหวี่ยงแขนเพียงจุดเดียว โอกาสที่จะสามารถเลียนแบบการโจมตีด้วยความเร็วระดับเดียวกันได้เท่ากับ 76%]
เย่เจียงเฉินคาดไม่ถึงว่าเจ็นจะสามารถวิเคราะห์และประเมินโอกาสในการเลียนแบบการโจมตีที่น่าเหลือเชื่อนั้นได้ หากเป็เช่นนี้ การเผชิญหน้ากับไป๋อวี้หลงในรอบชิงชนะเลิศอาจไม่ได้สิ้นหวังอย่างที่เขาเคยวาดภาพไว้ เพราะมันอาจเป็โอกาสอันดีในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะดาบ โดยมีไป๋อวี้หลงเป็ต้นแบบ และบางทีเขาอาจต่อยอดเป็รูปแบบเฉพาะของตนเอง
ในที่สุดการต่อสู้รอบสุดท้ายที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ท้องฟ้าเป็สีส้มทอง เสียงเชียร์ดังกึกก้องราวกับจะทำให้พื้นดินสั่นะเื นี่คือ่เวลาที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ ทว่าพวกเขาส่วนใหญ่ต่างมั่นใจในชัยชนะของไป๋อวี้หลง แม้เย่เจียงเฉินจะเป็ม้ามืดที่มีพร์สูงส่ง แต่ด้วยระดับพลังฝึกยุทธ์ที่ยังห่างชั้นและประสบการณ์ที่น้อยกว่า ก็ยังยากที่จะเทียบชั้นกับอัจฉริยะดาบผู้ถูกยกให้เป็ตัวเต็งอันดับหนึ่งผู้นี้
มู่หานซวงนั่งอยู่ในห้องรับรองพิเศษที่จัดไว้สำหรับบุคคลสำคัญ ดวงตาคู่สวยของเธอยังคงจับจ้องไปยังร่างของเย่เจียงเฉินในสนามประลองอย่างไม่วางตา
ขณะเดียวกัน ณ สนามประลอง เย่เจียงเฉินและไป๋อวี้หลงได้เผชิญหน้ากันเป็ครั้งแรก พวกเขาไม่พูดจาใดๆ ต่อกัน บรรยากาศเงียบสงัดแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียด เย่เจียงเฉินยืนหยัดอย่างมั่นคง ดาบสีเงินในมือของเขาดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ซ่อนเร้น ดวงตาของเขาแน่วแน่ ไม่มีความหวาดหวั่นปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย
เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วสนามประลอง สะเก็ดไฟกระเด็นว่อน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชม ก่อนหน้านี้ในการประลองรอบอื่นๆ ทักษะดาบของเย่เจียงเฉินดูห่างชั้นกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ อย่างชัดเจน แต่ในเวลานี้ ทั้งคู่กลับต่อสู้กันได้อย่างสูสี
เย่เจียงเฉินพยายามใช้ย่างก้าวอัสนี ซึ่งเป็ทักษะการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วของเขา รุกเข้าใส่หมาย่ชิงความได้เปรียบ ร่างของเขาเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเกิดเป็เงา แต่ไป๋อวี้หลงก็สามารถเคลื่อนไหวป้องกันและปัดป้องทุกกระบวนท่าได้อย่างแม่นยำ ดาบในมือของเขาตวัดแกว่งอย่างต่อเนื่องราวกับพายุโหมกระหน่ำ
"เป็อะไรไป เห็นว่าฉันเป็นักสู้ฝึกหัดขั้นกลางเลยไม่คิดจะเอาจริงหรือไง" เย่เจียงเฉินเอ่ยถาม ดวงตายังคงจับจ้องอยู่ที่คู่ต่อสู้
"เปล่า... นายแข็งแกร่งจริงๆ ฉันยอมรับในเื่นั้น ในทางกลับกัน นายคือคู่ต่อสู้ที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลมากที่สุด" ไป๋อวี้หลงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"หมายความว่ายังไง" เย่เจียงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย
"ในการต่อสู้ครั้งแรก ทักษะดาบของนายแทบจะเป็ศูนย์ แต่หลังผ่านการต่อสู้มาหลายครั้ง ทักษะของนายกลับพัฒนาอย่างก้าวะโ พร์ระดับนี้แม้แต่ตัวฉันก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นฉันเลยคิดว่านายเป็คู่ต่อสู้ที่ไม่ควรประมาทเด็ดขาด" ไป๋อวี้หลงอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
ไหวพริบและสติปัญญาของไป๋อวี้หลงนั้นเข้าขั้นอัจฉริยะ แม้ว่าเย่เจียงเฉินจะพยายามปกปิดความสามารถที่แท้จริง แต่ก็ถูกอีกฝ่ายมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งนั่นทำให้เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น
"ฉันจะถือว่านั่นเป็คำชมแล้วกัน" เย่เจียงเฉินตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
เย่เจียงเฉินใช้ย่างก้าวอัสนีพุ่งเข้าหาราวกับสายฟ้าฟาด ดาบยาวในมือของเขากวัดแกว่งอย่างรวดเร็ว ทุกกระบวนท่าที่ฝึกฝนมาถูกใช้ออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ยังไม่สามารถทะลวงแนวป้องกันที่แข็งแกร่งของไป๋อวี้หลงได้ ดาบในมือของอีกฝ่ายราวกับมีชีวิต สามารถป้องกัน ปัดป้อง และตอบโต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ทว่าในวินาทีนั้นเอง ไป๋อวี้หลงก็ตัดสินใจเก็บดาบเข้าฝัก ท่าทีที่สงบนิ่งของเขากลับแฝงไว้ด้วยอันตรายที่เย่เจียงเฉินััได้อย่างชัดเจน เขารู้ว่าคู่ต่อสู้กำลังเตรียมใช้กระบวนท่าที่ทรงพลังสำหรับการปิดฉากการต่อสู้
ผู้ชมในสนามต่างส่ายหน้าด้วยความเสียดาย พวกเขาส่วนใหญ่ต่างคิดว่าเย่เจียงเฉินคงไม่อาจต้านทานการโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงของไป๋อวี้หลงได้ มันเป็กระบวนท่าที่ทำให้ิเจี๋ยพ่ายแพ้อย่างหมดสภาพในพริบตา
ดาบของไป๋อวี้หลงถูกชักออกจากฝักด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แสงสีขาววูบวาบ คมดาบนับสิบสายพุ่งเข้าหาเย่เจียงเฉินราวกับพายุ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เย่เจียงเฉินกลับใช้กระบวนท่าเดียวกันกับไป๋อวี้หลงอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ดาบยาวของเขากวัดแกว่งรวดเร็วจนดูคล้ายภาพลวงตา และในที่สุด เย่เจียงเฉินก็สามารถป้องกันการโจมตีที่บ้าคลั่งของไป๋อวี้หลงได้ ทว่าก็มีคมดาบสองสาย ทะลุผ่านเข้ามาปะทะกับเกราะพลังงาน
เย่เจียงเฉินขบกรามแน่นด้วยความเ็ปที่แล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ไม่ได้แสดงอาการออกมาภายนอก เขาใช้พลังปราณบางส่วนฟื้นฟูความเสียหายของเกราะพลังงานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเข้าฟาดฟันกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้
ไป๋อวี้หลง มีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่ากระบวนท่าอันรวดเร็วและรุนแรงที่สุดของเขาถูกเย่เจียงเฉินป้องกันเอาไว้ได้ แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่การที่อีกฝ่ายสามารถตอบโต้ด้วยกระบวนท่าเดียวกันนั้นเป็สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
เสียงเชียร์ที่เคยดังกึกก้อง แปรเปลี่ยนเป็ความเงียบงัน ผู้ชมในสนามต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งประจักษ์ต่อสายตา การโจมตีที่พวกเขาคาดหมายว่าจะเป็จุดจบของเย่เจียงเฉิน กลับถูกตอบโต้ด้วยกระบวนท่าเดียวกัน ถึงจะไม่สามารถป้องกันโดยสมบูรณ์ แต่การที่เย่เจียงเฉินสามารถเลียนแบบและต้านทานได้ถึงเพียงนี้ มันก็เหนือกว่าสามัญสำนึกไปมาก
"เด็กคนนั้นกำลังเลียนแบบกระบวนท่าของไป๋อวี้หลงอย่างนั้นรึ!" ผู้าุโหลิวชิงอุทาน พลางลุกขึ้นยืนด้วยความใ
"นี่มันอัจฉริยะฟ้าประทานชัดๆ ดูเหมือนผู้าุโชิงจะพลาดมหันต์แล้วล่ะที่ปล่อยให้เด็กคนนี้หลุดมือไป" ซ่งเทียนหัวเราะเบาๆ ด้วยความขบขัน
มู่หานซวง ที่นั่งชมอยู่มุมหนึ่ง เผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ ในที่สุดเด็กหนุ่มคนนี้ก็ไม่ทำเธอผิดหวัง
“นายนี่มันบ้าระห่ำจริงๆ เห็นกระบวนท่าของฉันแต่ครั้งเดียวก็เลียนแบบได้ถึงขนาดนี้”
หลังจากที่พูดจบ ไป๋อวี้หลงก็พุ่งเข้าหาเย่เจียงเฉินด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิม คมดาบหลายสายถาโถมเข้าใส่ราวกับพายุฝน กดดันดันให้เย่เจียงเฉินต้องถอยร่นไปยังบริเวณขอบสนามประลอง
ทักษะดาบที่ไป๋อวี้หลงแสดงออกมานั้นเฉียบคมและรวดเร็วเกินกว่าที่ตาเปล่าจะตามทันได้ แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับอยู่ในสายตาของเย่เจียงเฉินอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้ว่าจะอยู่ในระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด เขาก็ยังคงจดจำ เรียนรู้ และพยายามเลียนแบบการเคลื่อนไหวเ่าั้ ยิ่งเวลาผ่านไป เย่เจียงเฉินก็เริ่มโต้ตอบการโจมตีของไป๋อวี้หลงได้ดีกว่าเดิม
ความประหลาดใจเริ่มปรากฏอยู่บนใบหน้าของไป๋อวี้หลงอย่างชัดเจน ความได้เปรียบที่เขาเคยมีเริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว หากเขา้าที่จะเอาชนะเย่เจียงเฉิน จำเป็ต้องรีบจบการต่อสู้ให้เร็วที่สุด ก่อนที่อีกฝ่ายจะสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้มากกว่านี้
แววตาของไป๋อวี้หลงกลายเป็แข็งกร้าว ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจใช้กระบวนท่าที่เก็บซ่อนเอาไว้ ซึ่งเป็ท่าไม้ตายที่เขาฝึกฝนมาอย่างหนัก ดาบสีเงินยวงในมือของไป๋อวี้หลงวาดเป็วงโค้งที่ซับซ้อน ปลดปล่อยคลื่นพลังปราณสีขาวสว่างจ้ารูปจันทร์เสี้ยวอันทรงพลัง พุ่งเข้าหาเย่เจียงเฉินด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
การคำนวณการโจมตีล่วงหน้าของเจ็นทำงานอย่างแม่นยำ ข้อมูลการเคลื่อนไหวและพลังปราณของคลื่นดาบถูกส่งมายังความคิดของเย่เจียงเฉินในเสี้ยววินาที ทำให้เขาสามารถแอ่นตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด คลื่นพลังจันทร์เสี้ยวเฉียดร่างของเขาไปเพียงเล็กน้อย ทว่าในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง เขาก็สั่งให้เจ็นวิเคราะห์และเลียนแบบกระบวนท่าดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
[กำลังคัดลอก…]
ภาพการเคลื่อนไหวอันซับซ้อนปรากฏขึ้นในหัวเย่เจียงเฉิน ในตอนนั้นเขารู้สึกราวกับว่าเวลาถูกหยุดลง ทุกรายละเอียดของการโจมตีของไป๋อวี้หลงถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของเขา เมื่อคำนวนเสร็จสิ้น เย่เจียงเฉินก็วาดดาบยาวในมือเป็วงโค้งแบบเดียวกับไป๋อวี้หลง โจมตีสวนกลับไป ทว่าการโจมตีในครั้งนี้กลับแฝงไว้ด้วยพลังปราณสีฟ้าสว่างจ้าของปราณอัสนีที่รุนแรงกว่าหลายเท่า
ไป๋อวี้หลงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง คลื่นคมดาบสายฟ้าที่พุ่งเข้ามาปะทะกับคลื่นพลังจันทร์เสี้ยว สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า ทำเอาหัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ทักษะดาบที่เขาภาคภูมิใจที่สุดถูกเย่เจียงเฉินเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังถูกดัดแปลงให้ทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าเดิม