ตอนที่ 11 ออกเดินทาง
ดวงตาสีดำล้ำลึกมองดูผิวกายขาวปานหิมะที่ผ่านน้ำร้อนจนกลายเป็สีชมพูอ่อนราวกับกุ้งสุกก็มิปานก่อนที่เขาจะวางถังน้ำลงและเดินไปลงกลอนประตูอย่างแ่า แล้วค่อยเดินย้อนกลับมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของหญิงสาว
ลู่จิวยังคงไม่กล้าหันหน้ากลับไปจวบจนเมื่อได้ยินประตูปิด ตามมาด้วยความเงียบสงบภายในห้องนางจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ถึงแม้จะเคยมีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันมาแล้วแต่นางก็ยังไม่คุ้นชินกับความใกล้ชิดสนิทสนมถึงเพียงนี้
มือบางรีบใช้กระบวยตักน้ำขึ้นมาเพื่อชำระล้างร่างกายแต่ทว่ากระบวยไม้นั้นกลับไปฟาดโดนของแข็งบางอย่างเข้า
ลู่จิวค่อยๆหันกลับไปมองอย่างเชื่องช้า ทันใดนั้นนางก็ต้องสะดุ้งใจนน้ำกระบวยไม้ตกเมื่อพบกับเงาร่างเปลือยเปล่าของสามียืนอยู่ข้างหลังวินาทีต่อมานางก็ถูกเขาช้อนร่างขึ้นมาแนบอกโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะเข้ามานั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำร่วมกัน
หญิงสาวรีบหันกายหนีไปเกาะขอบอ่างไม้อีกฝั่งด้วยหวังจะปิดบังเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของตัวเองจากสายตาล้ำลึกที่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าของอีกฝ่าย
วินาทีต่อมาผิวน้ำก็พลันสั่นไหวจนเกิดระลอกคลื่นแตะััผ่านเรือนร่างของนางอย่างแ่เบาก่อนจะมีฝ่ามือหนาโอบลำเอวเล็กให้ลอยเข้าไปนั่งอยู่ในระหว่างต้นขาแข็งแกร่งทั้งสองข้างกักขังนางเอาไว้ในอ้อมแขน แล้วใช้ผ้าสะอาดที่วางเตรียมไว้อยู่ด้านข้างมาช่วยขัดถูแผ่นหลังบอบบางอย่างนุ่มนวล
“ทะ...ท่านทำอะไร ข้าอาบน้ำเสร็จแล้ว ท่านปล่อยเดี๋ยวนี้นะ” ลู่จิวเอ่ยไปพร้อมกับดิ้นตัวหนีออกจากท่อนแขนที่รัดแน่นของเขา
ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือเขาไม่เพียงแต่จะไม่ปล่อยนางยังใช้ท่อนขาหนักๆ วางทับลงบนขาอ่อนนุ่มของนางเป็เหตุให้นางต้องเอนตัวทับแผงอกแกร่งที่อยู่ด้านหลังอย่างจำยอม
“ท่านมัน...คนนิสัยไม่ดี” ลู่จิวที่ถูกบังคับให้ต้องนอนเอนตัวไปด้านหลังก็เอ่ยออกมาอย่างแง่งอนเนินอกขาวเนียนที่โผล่พ้นขึ้นมาเหนือน้ำทำให้นางต้องยกฝ่ามือขึ้นมาปิดไว้ด้วยความเขินอาย
เมื่อเห็นใบหูเล็กน่ารักเป็สีแดงระเรื่อรวมถึงท่าทางพยายามปิดบังตัวเองให้พ้นจากสายตาของเขาแล้ว เฮ่าตู๋ก็โน้มตัวเข้าไปที่ด้านหลังใบหูเล็กและเอ่ยว่า“เ้าไม่รู้หรอกว่าวันหนึ่งข้าอยากทำนิสัยไม่ดีกับเ้าตั้งกี่ครั้ง...”
*CUT*
ดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่: ดั่งฝันชะตาลวงreadAwrite
ประกาศ: ในเด็กดีกับกวีบุ๊คจะไม่มีเนื้อหา NC นะคะ เนื่องจากผู้เขียนต้องปฏิบัติตามกฎของบ้านเด็กดีและกวีบุ๊คค่ะ เื่นี้ NC ไม่ดุเดือดมาก พอแค่กรุบกริบชุ่มฉ่ำหัวใจ
“ท่านมันเ้าเล่ห์ที่สุด!” ลู่จิวพยายามหยุดยั้งฝ่ามือชั่วร้ายที่กำลังรังแกซาลาเปาลูกน้อยของนางไม่ต้องบอกเลยว่ายามนี้ใบหน้าของนางคงจะแดงก่ำไปจนถึงปลายเท้าเรียบร้อยแล้ว
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำพราวเสน่ห์ดังขึ้นในลำคอเล็กน้อยเขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังราวกับกำลังสอนสั่งลูกศิษย์ตัวน้อยอยู่ก็มิปาน “เ้าเล่ห์อะไรกันนี่คือกลยุทธ์เปล่งเสียงบูรพาตีฝ่าประจิมต่างหาก หลอกล่อศัตรูให้หลงทิศจากนั้นค่อยจู่โจมในยามที่คาดไม่ถึงจึงจะทำให้เ้ากุมชัยชนะเอาไว้ได้ เฮ้อเป็เพราะเ้าไม่ยอมตั้งใจศึกษาตำราให้ดีจึงถูกตีพ่ายเสียจนยับเยินน่าสงสารจริงๆ...”
“นี่ท่านยังคิดที่จะสอนตำราให้ข้าในเวลาน่าอายเช่นนี้อยู่อีกรึเห็นภรรยาเป็ศัตรูเช่นนี้ ใช้ได้ที่ไหนกัน ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะลุกขึ้นมาใส่เสื้อผ้าดีๆ ข้าสัญญาว่าคืนนี้จะตั้งใจเรียน หากไม่ทำตามอย่าหวังว่าข้าจะเชื่อฟังท่านเลย!” ลู่จิวเอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
สถานการณ์น่าอายเช่นนี้ความรู้จะไปเข้าหัวได้อย่างไรกันเล่า!
“นั่นเป็เพราะเ้าทำตัวี้เี หากไม่ลองเจอสถานการณ์คับขันดูบ้างเกรงว่าต่อให้ข้าจะสอนจนปากเปียกปากแฉะ สมองน้อยๆ ของเ้าก็คงจะไม่จดจำข้าหวังดีแท้ๆ แต่เ้ากลับกล่าวหาข้าเสียได้เช่นนั้นข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าสิ่งใดคือการรอซ้ำยามเปลี้ย[1]…”
*CUT*
ดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่: ดั่งฝันชะตาลวงreadAwrite
ประกาศ: ในเด็กดีกับกวีบุ๊คจะไม่มีเนื้อหา NC นะคะ เนื่องจากผู้เขียนต้องปฏิบัติตามกฎของบ้านเด็กดีและกวีบุ๊คค่ะ เื่นี้ NC ไม่ดุเดือดมาก พอแค่กรุบกริบชุ่มฉ่ำหัวใจ
ลู่จิวทิ้งตัวลงในอ้อมแขนของสามีอย่างเหน็ดเหนื่อยราวกับว่านางได้สูญสิ้นเรี่ยวแรงที่มีไปจนหมดแล้วลมหายใจที่หนักหน่วงของทั้งคู่สอดผสานจนกลายเป็จังหวะเดียวกันเวลาผ่านไปเนิ่นนานกว่าที่ลมหายใจของทั้งคู่จะกลับมาเป็ปกติ
หญิงสาวใช้ปลายนิ้วเขี่ยรอยแผลเป็บนแผงอกกว้างตรงหน้าเบาๆก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “ศึกครั้งนี้ข้าไม่แพ้ใช่หรือไม่”
เมื่อได้ยินสตรีในอ้อมแขนเอ่ยด้วยความมั่นใจขนาดนั้นแล้วเฮ่าตู๋ก็ก้มลงมองใบหน้าดวงเล็กสีแดงระเรื่อแวบหนึ่งและหัวเราะออกมาเบาๆ เขาอุ้มตัวนางขึ้นมาจากผิวน้ำก่อนจะตรงดิ่งกลับไปยังห้องนอนด้วยสภาพที่เปลือยเปล่า “ศึกครั้งนี้ยังอีกยาวไกลนักอย่าเพิ่งด่วนสรุปไป ข้ายังมีกลยุทธ์อีกมากมายที่ยังไม่ได้สอนเ้า...”
ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่บนผิวกายทำให้นางทั้งเขินอายและทำตัวไม่ถูกก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มต้นศึกษากลยุทธ์ร่วมกันอีกครา
จวบจนเมื่อถึงกลางยามจื่อ[2]ลู่จิวก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและจิตใจที่จะไล่ตามกลยุทธ์ร้ายกาจนั้นแล้วนางรอรับการปรนนิบัติทำความสะอาดร่างกายจนสะอาดหมดจด ก่อนจะสวมเสื้อให้เรียบร้อย จบลงด้วยการดื่มยาบำรุงที่สามีเตรียมไว้ให้แล้วจึงผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
เฮ่าตู๋มองดูหญิงสาวที่นอนกรนน้อยๆด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลุกขึ้นมาแต่งกายให้เรียบร้อย พร้อมลงกลอนประตูให้แ่าจากนั้นลอบออกไปทางหน้าต่างและหายลับไปในความมืด
ชีวิตในชนบทที่เรียบง่ายนี้ทำให้เขามีความสุขเป็อย่างมากแต่ทว่ามันไม่มากพอที่จะทำให้เขาลืมเลือน่เวลาและผู้คนในอดีตไปได้
เฮ่าตู๋ใช้เวลาในยามคืนลอบเข้าจวนผู้อื่นเพื่อทำการบางอย่างให้ลุล่วงส่วนเวลากลางวันนั้นเขาก็ทำหน้าที่สามีแสนดีให้กับสตรีผู้หนึ่งอย่างไร้ที่ติ
สำหรับเขาแล้วนางเปรียบเสมือนผู้มีพระคุณในยามทุกข์ยากที่สุดในชีวิตเป็คนที่เขาอยากตอบแทนและรักษาไว้มากที่สุด นั่นจึงเป็เหตุผลที่ทำไมเขาถึงไม่ยอมไปจากหมู่บ้านชนบททุรกันดารแห่งนี้เพราะนางคือความห่วงหาเดียวที่เขายังทำใจตัดไม่ขาดและทำได้แค่ยื้อเอาไว้อยู่อย่างนี้
่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอเมื่อยามฤดูเหมันต์ได้ผ่านพ้นไปแทนที่ด้วยวสันต์ในที่สุดก็ถึงเวลาออกเดินทางอีกครั้ง
ลู่จิวกอดร่างสูงโปร่งของสามีด้วยความอาลัยอย่างสุดแสนนางไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องกอดลากันเช่นนี้เลยสักนิด
นางเงยหน้ามองดูใบหน้าหล่อเหลาทรงเสน่ห์ของสามีและพูดออดอ้อนเหมือนอย่างเช่นเคยด้วยหวังว่าเขาจะอยู่เป็เพื่อนนางต่ออีกสักหลายเดือน “ท่านไม่ไปไม่ได้เหรอข้าไม่้าเงินทองพวกนั้นแล้ว ข้า้าแค่ให้ท่านอยู่กับข้า”
หากเป็เมื่อก่อนนางคงจะไม่ดื้อรั้นกับเขาให้เสียเวลาอยู่เช่นนี้แต่ภายหลังจากที่ได้ลิ้มรสชาติความรักหอมหวานที่ลึกซึ้งตรึงใจนั้นแล้วลู่จิวก็แทบจะไม่อยากแยกห่างจากเขาเลยสักวินาทีเดียว
“เป็เด็กดีรอข้านะ ยามนี้เป็ฤดูเหมันต์สถานศึกษาเริ่มทยอยเปิดกันแล้วครั้งนี้ข้าอาจจะไปนานหลายเดือน แต่ข้าสัญญาว่าหลังจากที่ปิดภาคเรียนแล้วข้าจะรีบกลับมาหาเ้า ระหว่างนี้ข้าจะคอยส่งของอร่อยกับเสื้อผ้าสวยๆ มาให้เ้านะหากเดือดร้อนอะไรก็บอกพี่ชายข้า เขารู้ว่าจะส่งจดหมายให้ถึงมือข้าได้อย่างไรดูแลตัวเองให้ดี แล้วอย่าลืมตั้งใจอ่านตำราที่ข้ามอบให้ด้วยล่ะ” เฮ่าตู๋ลูบศีรษะเล็กตรงหน้าอย่างอ่อนโยน พร้อมเอ่ยกำชับราวกับนางเป็เพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
“อื้อ ท่านเองก็ดูแลตัวเองให้ดีนะ รีบกลับมาหาข้าไวๆข้ารักท่านมากที่สุดเลย” ลู่จิวะโกอดสามีด้วยความรักใคร่และอาลัยอาวรณ์อย่างสุดซึ้งสร้างความอิจฉาให้กับชายหนุ่มอีกคนที่อยู่บนรถม้ายิ่งนัก
ทั้งสองกอดร่ำลากันด้วยความอาลัยอยู่นานก่อนที่เฮ่าตู๋จะตัดใจปล่อยร่างบางในอ้อมแขนแล้วขึ้นไปนั่งบนด้วยท่วงท่าที่สง่างามเหมือนอย่างเช่นเคย
“สามี ข้าจะรอท่านกลับมานะ!” เสียงร้องะโที่ดังคล้อยหลังนั้นทำให้มุมปากของเฮ่าตู๋โค้งขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆเขาสะกดกลั้นความคิดถึงเอาไว้ในใจและมองไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว
ขอเพียงจัดการเื่พวกนั้นเสร็จเขาก็จะเป็อิสระอย่างแท้จริง
รถม้าได้เคลื่อนไปตามเส้นทางที่ขรุขระผ่านเมืองแล้วเมืองเล่าจนกระทั่งหยุดลงที่ท่าเรือขนาดใหญ่
เฮ่าตู๋ลงจากรถม้าพร้อมด้วยสัมภาระเพียงหนึ่งใบเขาหยิบถุงเงินหนักๆ ออกมาหนึ่งถุงก่อนจะยื่นให้คนขับรถม้าและเอ่ยกำชับไปว่า “ครั้งนี้ข้าอาจจะไปนานหน่อยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วข้าจะติดต่อกลับมาเอง”
“ไม่ต้องห่วงน้องชาย ข้าจะดูแลน้องสะใภ้เป็อย่างดีแน่นอนลู่จิวมีพวกข้าอยู่เป็เพื่อนนางไม่มีทางเหงาแน่ เ้าไม่ต้องห่วงไปหรอก” เหล่าจางเอ่ยยืนยันด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ก่อนจะรับถุงเงินมาแต่โดยดี
เหล่าจางเป็ชายหนุ่มที่นิสัยซื่อตรงและไว้วางใจได้จึงไม่แปลกที่เขาจะวางใจให้ชายผู้นี้เป็คนดูแลจัดการเื่ราวต่างๆ
ชายทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพักแล้วจึงแยกย้ายไปตามทางของตัวเองเหล่าจางบังคับรถม้าให้มุ่งหน้ากลับไปทางหมู่บ้าน
แต่ในระหว่างที่เดินทางอยู่นั้นเขาก็ได้เหลือบไปเห็นห่อผ้าบางอย่างเมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็ห่อเสบียงที่ลู่จิวเตรียมไว้ให้อีกฝ่ายเหล่าจางไม่รอช้ารีบวนรถกลับไปทางท่าเรือทันที
ยามนี้มีคนรอขึ้นเรืออยู่เป็จำนวนมากเหล่าจางรีบคว้าห่อผ้าแล้ววิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปเขามองเห็นอีกฝ่ายกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับเด็กรับใช้ของเรือโดยสารลำนั้นก่อนที่จะเดินออกจากแถวเพื่อมุ่งไปยังเรือขนสินค้าที่อยู่ด้านข้างแทน
เมื่อเห็นอย่างนั้นเหล่าจางก็นึกร้อนใจจึงรีบะโร้องเรียกทันทีด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะขึ้นเรือลำนั้นไปเสียก่อน “น้องชาย หยุดก่อนเ้าลืมของเอาไว้!”
เหล่าจางพยายามชูห่อผ้าในมือขึ้นและะโร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังทันใดนั้นเองเขาก็เห็นอีกฝ่ายหันหลังกลับมา
เมื่อเห็นอย่างนั้นเหล่าจางจึงยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะรีบแทรกตัวเข้าไปเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะเห็นเขาแล้วทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็คืออีกฝ่ายกำลังพยุงสตรีผู้หนึ่งที่มีใบหน้างดงามขึ้นเรือไปพร้อมกันที่สำคัญคือสตรีผู้นั้นกำลังตั้งครรภ์ท้องโตอยู่ท่าทางของทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเกินกว่าปกติฉับพลันนั้นเหล่าจางก็นิ่งอึ้งไปเพราะภาพที่ได้เห็นตรงหน้าทันที
เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเบื้องหน้าอีกฝ่ายดูเป็คนที่รักและดูแลเอาใจใส่ภรรยาถึงเพียงนั้นเื้ัจะแอบซุกซ่อนภรรยาลับเอาไว้อีกคนดูเหมือนชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าบุรุษคนอื่นๆ เลยสักนิดมิน่าล่ะเขาถึงได้เดินทางอยู่บ่อยๆ ทั้งยังสั่งให้พวกตนคอยจับตามองภรรยาที่อยู่ชนบทผู้นั้นเอาไว้ให้ดีที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง
น่าสงสารก็แต่หญิงสาวแสนดีอีกคนที่ป่านนี้คงจะยังไม่รู้ว่าสามีได้ปันใจไปหาสตรีนางอื่นแล้วหนำซ้ำยังถึงขนาดมีโซ่คล้องใจร่วมกันอีกด้วย
[1]รอซ้ำยามเปลี้ย หมายถึงการบุกโจมตีในตอนที่ศัตรูกำลังอ่อนแอ เพื่อข่มขวัญไม่ให้ศัตรูกลับมาแข็งแกร่งดังเดิม
[2]ยามจื่อหมายถึง ่เวลาประมาณ 23.00-00.59 น.