บทที่ 1 ตอนที่ 15
การต่อสู้ของทุกคนนั้นน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก การเคลื่อนไหวของรามท่ามกลางเหล่าอาวุธที่โหมเข้ามานั้นรวดเร็วและเยือกเย็นในการตัดสินใจ ทั้งความเร็วในการจู่โจมและการรับมือกับสถานการณ์คับขันต่างๆ เขาก็สามารถทำกับมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขจัดจุดด้อยของลูก้าที่มักจู่โจมแต่เพียงข้างหน้าไม่สนใจสิ่งรอบตัวเท่าไหร่นัก พวกโนมนักธนูและโนมนักเวทก็ทำอะไรได้ไม่ถนัด เนื่องจากการการก่อกวนระยะไกลของมาคัสที่ทำให้พวกมันต้องใช้เวทมนตร์เพื่อป้องกันการก่อกวนของเขา ไม่สามารถที่จะช่วยจู่โจมได้ แม้มันจะมีถึง 3 ตัวที่เป็นนักเวทแต่ทั้ง 3 ตัวก็ต้องช่วยเหลือกันเพื่อจะร่ายเวทมนตร์ออกมา ยังมีเสี่ยวฉางที่คอยจู่โจมจากระยะไกลด้วยบอลเพลิงของเขา โดยเน้นหนักทางพวกนักธนูและนักเวทซึ่งมีพวกโนมนักรบมากมายที่ช่วยขวางกั้นเอาไว้ น้ำที่เฝ้ามองการต่อสู้นั้นอยู่ห่างๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นไร้ค่าเป็นอย่างมาก เธอจึงหันไปหาความเห็นจากอารินที่อาจจะช่วยเหลือเธอได้ ''ฉะ... ฉันควรที่จะทำอะไรหรอคะ?'' อารินหันมามองน้ำที่อยู่ข้างๆ เธอกลับลืมไปเลยว่ามีน้ำอีกหนึ่งคนที่พึ่งสามารถใช้พลังพรสวรรค์ได้ ตอนนี้ที่เธอเห็นแค่มี 4 คนนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะจัดการกับพวกโนมนักรบทั้ง 34 ตัว ต่อให้น้ำจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ช่วยมันก็คงจะไม่ได้ทำให้อะไรแตกต่างไปมากกว่านี้ แต่ถ้าหากปล่อยตัวเธอนั้นนิ่งเฉยต่อไป ความสามารถของน้ำก็จะไม่ถูกขัดเกลา ในช่วงเช้าน้ำแสดงให้เห็นแล้วว่าเธอนั้นมีพลังพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งกว่าทุกๆ คนในกลุ่ม เพราะเธอสามารถใช้พลังพรสวรรค์ออกมาจากร่างกายได้ 2 ส่วนต่างจากคนอื่นๆ ที่มีพรสวรรค์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตซึ่งใช้ได้กับร่างกายแค่ส่วยเดียวเท่านั้น คลื่นน้ำสายบางที่คมราวกับใบมีดนั้นก็ดูอันตรายเป็นอย่างมาก มันสามารถทำให้ต้นไม้โค่นลงได้ด้วยการฟันคลื่นน้ำใส่ 3-4 ครั้ง แม้จะฟังดูมากมาย แต่การที่เธอนั้นมีมือทั้งสองข้างที่ใช้พลังของพยัคฆ์น้ำได้ก็ทำให้ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาทีในการหักโค่นต้นไม้โดยที่มือไม่ต้องสัมผัสมันตรงๆ เลยด้วยซ้ำไป จุดด้อยที่สุดและเป็นที่น่ากังวลมากที่สุด คือร่างกายของน้ำนั้นอ่อนแอเป็นอย่างมาก อารินได้เคยลองขอดูพีเอสการ์ดของเธอแล้ว นอกเหนือจากค่าวิญญาณที่สูงมากถึง 30 หน่วย และค่าสติปัญญาที่ 11 หน่วย ค่าสถานะอื่นๆ ของเธอนั้นเฉลี่ยเพียงแค่ 4-5 หน่วยเท่านั้น ''รออีกสักพักก่อน... ถ้าเธอเข้าไปตอนนี้อาจจะถูกลูกหลงได้ง่าย'' แม้จะผ่านมาเพียงหนึ่งวัน แต่อารินนั้นเห็นน้ำเป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่งของเธอ หากจะต้องมาเห็นเธอบาดเจ็บหนักมันก็คงจะทำให้จิตใจของเธอเจ็บปวดไม่ใช่น้อย น้ำเองก็เคารพอารินเป็นอย่างมาก เธอยอมรออย่างสงบจับจ้องการต่อสู้ครั้งนี้เผื่อบางทีแล้วเธออาจจะต้องทำตามในบางรูปแบบ... หลังจากลงมือสังหารโนมนักรบไปมากกว่า 10 ตัวแล้ว รามก็รู้สึกได้ว่าพวกโนมนักธนูและนักเวทในแนวหลังเริ่มที่จะสร้างความรำคาญให้กับเขามากจนเกินไป ดังนั้นแล้วรามจึงได้ขอความช่วยเหลือจากลูก้าเล็กน้อย โดยที่เขานั้นให้ลูก้าโยนเขาไปยังจุดแนวหลังเพื่อจัดการกับโนมถือธนูและนักเวทก่อน ซึ่งลูก้าก็ยอมที่จะทำตามแต่โดยดี ซึ่งเขาก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ต้องต่อสู้คนเดียวท่ามกลางคมหอกดาบและการกระแทกจากโล่มากมายเช่นนี้ ร่างของรามถูกโยนข้ามหัวพวกโนมนักรบทั้งหลาย ข้ามตรงมายังร่างของโนมนักเวทหนึ่งในสามที่กำลังพยายามร่ายเวทขัดขวางการรบกวนของมาคัสอยู่ รามที่พุ่งลอยมาก็ได้ใช้ขาทั้งสองข้างถีบเข้าไปบนร่างของมันอย่างแรงจนทำให้พิธีร่ายเวทครั้งนี้เสื่อมสภาพไป คมดาบในมือซ้ายและแขนเพลิงในมือขวาพุ่งสังหารโนมนักเวทอีกสองตัวที่ยังตกตะลึงอยู่อย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยเวลาให้พวกมันตั้งสติได้ เมื่อไม่มีอะไรมาขัดขวางอีก มาคัสก็สามารถควบคุมพลังพรสวรรค์ธาตุดินของเขาได้อย่างอิสระ มาคัสได้ทำให้พื้นดินนอกเหนือจากจุดที่รามและลูก้ายืนอยู่นั้นเกิดการเคลื่อนไหวแปลกๆ อย่างต่อเนื่อง พวกโนมนักธนูไม่สามารถที่จะตั้งคันศรได้ในเวลาที่รวดเร็วพอ รามพุ่งเข้าหาหนึ่งในพวกมันราวกับราชสีห์ทะยานหาเหยื่อ คมดาบในมือราวกับเขี้ยวเล็บที่แสนอันตราย ปลิดชีพหนึ่งในโนมนักธนูลงไปด้วยการปาดเพียงหนึ่งครั้ง ถึงแม้จะใช้ธนูแต่พวกมันก็ย่อมต้องมีวิธีการต่อสู้ในระยะประชิด โนมนักธนูที่เหลืออยู่ 6 ตัวได้ชักมีดสั้นของพวกมันออกมาเพื่อที่จะต่อสู้กับรามอย่างห้าวหาญ สิ่งที่ปกป้องมันอยู่ก็มีเพียงเกราะหนังเท่านั้น เพื่อให้การเคลื่อนไหวของพวกมันคล่องตัวมากที่สุด ชุดเกราะหนังจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักธนู แต่แม้มันจะเร็วมากถึงขนาดไหนก็ตามที รามก็ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีในการจัดการพวกมันทั้ง 6 ตัวลง... แนวหลังของพวกมันพังทลายลงด้วยเวลาไม่ถึง 3 นาที แต่ก่อนจะไปลุยต่อ รามจำเป็นที่จะต้องใช้ยาเพิ่มพลังวิญญาณที่เขาจำเป็นต้องซื้อในทุกๆ การต่อสู้ยกขึ้นมาดื่มเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณของเขาที่มีน้อยมากกว่าคนอื่นๆ เมื่อรามคิดที่จะสู้ต่อ เขาก็เห็นได้ว่าพวกโนมนักรบทั้งหลายไม่ได้ให้ความสนใจกับเขาเลยแม้แต่น้อย พวกมันหันหน้าสู้กับอยู่กับลูก้า โดยที่มีท่าทีกล้าๆ กลัวๆ เลยทำให้ลูก้านั้นไม่ได้รับบาดเจ็บมากมายนัก รามจึงได้อาศัยจังหวะนี้เองพุ่งเข้าไปจัดการพวกมันจากทางด้านหลัง มือขวาของเขาหลอมละลายเกราะโลหะจนไปถึงผิวเนื้อพวกมันทำให้ตายลงได้ไม่ยาก ส่วนคมดาบที่ถือไว้ด้วยมือซ้ายก็กวัดแกว่งไปมาอย่างน่าหวาดผวา การกวัดแกว่งหนึ่งครั้งจะต้องมีโนมนักรบหนึ่งตัวเสียชีวิต ยิ่งต่อสู้ไปเรื่อยๆ รามยิ่งมองเห็นถึงจุดอ่อนของพวกโนมนักรบพวกนี้มากยิ่งขึ้น พรสวรรค์ในการต่อสู้ของเขายิ่งถูกขัดเกลาให้แหลมคมมากยิ่งขึ้นไปอีก รามรู้สึกได้เลย ว่าตอนนี้ต่อหน้าเขาพวกโนมทั้งหลายก็ไม่ต่างจากหมูตัวหนึ่ง! ในขณะที่รามกำลังต่อสู้อยู่อย่างสนุกสนานนั้น เขาก็รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา หางตาข้างขวาของเขากระตุกอย่างแรงหลายครั้ง หากเป็นไปตามความเชื่อแล้ว มันย่อมหมายถึงจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่นอน ... ตึกๆๆๆๆๆๆๆ หูของกระต่ายปัญญานั้นสั่นไหวไปมา อารินถึงกับตะดุ้งร่างขึ้นมาเพราะเธอนั้นได้ยินเสียงของสิ่งมีชีวิตกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาเธอด้วยความเร็วสูง ''มีบางอย่างกำลังมา...'' เธอได้พูดเตือนขึ้น น้ำที่มองดูการต่อสู้อยู่ก็รีบหันมองไปทางเดียวกับอาริน มาคัสที่เห็นว่าตัวเองไม่จำเป็นจะต้องช่วยเหลือพวกรามกับลูก้าอีกแล้วก็เตรียมพร้อมจะรับคำสั่งของอารินต่อไป... เห็นได้จากที่ไกลห่างไปประมาณ 20 เมตร กลุ่มคนจำนวน 4 คนกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างมายังทิศทางที่พวกกลุ่มของรามกำลังสู้กับพวกโนมนักรบ แต่ถ้าพวกมันวิ่งมาโดยไม่มีอะไรติดตามมาก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร สิ่งที่ตามหลังพวกมันมา คือกลุ่มของโนมนักรบที่กำลังวิ่งตามล่าสังหารมนุษย์ทั้ง 4 คนที่ไม่อาจจะทำอะไรพวกมันได้ พวกโนมนักรบที่ได้ใจนั้นใช้อาวุธของพวกมันเคาะกับเกราะโลหะจนเกิดเสียงดังไปทั่ว ข่มขวัญของมนุษย์ทั้งหลายที่แม้ไม่เห็นแต่ก็รู้ได้ว่าอันตรายกำลังไล่ตามพวกเขามาตลอด ''ช่วยด้วย! ช่วยพวกเราด้วย!!'' เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นเป็นระยะๆ ในกลุ่มที่มีผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 1 คน ควรที่จะไม่ยากนักถ้าหากจะสู้กับพวกโนมนักรบ แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างทำให้พวกมันต้องวิ่งหนีกันมาแบบนี้ หลังจากวิ่งหนีมาได้สักพักหนึ่ง กลุ่มคนทั้ง 4 จึงได้เห็นกลุ่มมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่งจึงคิดโล่งใจ เมื่อยิ่งวิ่งเข้าไปใกล้มากยิ่งขึ้น ก็เห็นได้ว่าพวกเขาได้ต่อสู้กับกลุ่มของโนมนักรบจนเกือบที่จะชนะอยู่แล้ว พวกมันทั้งหมดจึงคิดที่จะโล่งใจ แต่ก่อนจะโล่งใจได้เต็มที่พวกมันก็รู้สึกได้ว่าพวกโนมนักรบเหล่านี้มีความเร็วมากกว่าพวกเขาเล็กน้อย ดังนั้นแล้วพวกมันจึงคิดที่จะตัดสินใจอะไรบางอย่างเพื่อที่จะทำให้คนหมู่มากนั้นรอดชีวิต ''ฉันขอโทษ! แต่นายต้องเป็นคนเสียสละ!'' ชายที่วิ่งนำหน้ามาหันหลังไปกล่าวกับเด็กหนุ่มที่เยาว์วัยกว่าซึ่งวิ่งตามหลังมาติดๆ ชายหนุ่มที่ได้ยินก็ยังไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร หากแต่เมื่อเวลาผ่านไปครู่เดียว ชายหนุ่มก็เข้าใจได้ถึงเจตนานั้น และถ้อยคำที่หันมากล่าวขอโทษคืออะไร ฉัวะ!!! ดาบที่ถืออยู่ในมือถูกฟันเข้าไปที่ขาของชายหนุ่ม ทำให้ความเร็วของเขานั้นตกลงจนสุดท้ายก็ไปรั้งท้าย และไม่นานหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ได้ถูกโล่กระแทกเข้ากับแผ่นหลังอย่างแรง พวกโนมนักรบได้รุมกันจิ้มแทงเล่นกับชายหนุ่มผู้โชคร้ายอย่างสนุนสนาน ถ่วงเวลาให้กับพวกมันได้วิ่งหนีต่อไปอีกเล็กน้อย การกระทำอันผิดหลักมนุษย์ธรรมและน่าโหดร้ายนั้น ทำเอาอาริน น้ำและมาคัสที่มองดูอยู่ถึงกับรู้สึกขนลุกหวาดกลัว และขยะแขยงชายผู้ได้กระทำแบบนั้นลงไป! แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรต่อไป พวกเธอก็รู้แล้วว่าพวกปีศาจในคราบมนุษย์ได้นำพาหายนะเข้ามาหาพวกเขาอีกระรอกหนึ่งแล้ว...