“นายหญิงเ้าคะ คราวนี้ท่านจะใช้เวลากี่วันหรือเ้าคะ?”
บ่าวรับใช้ตัวเล็กในชุดสีชมพูสดใสเอ่ยถามเ้านายของเธอด้วยน้ำเสียงมีความสุขเธอเดินตามนายหญิงของเธอไม่ห่างไปตามทางเดินที่ทอดยาวและเต็มไปด้วยหญิงสาวงดงามซึ่งกำลังวุ่นวายกับธุระของพวกเธอแต่เมื่อใดก็ตามที่สองนายบ่าวเดินผ่าน พวกนางล้วนแต่ก้มหัวแสดงความเคารพอย่างสูงสุดด้วยความนอบน้อม
“เ้าก็รู้ว่าโอสถที่ข้าจะปรุงครานี้ไม่ง่ายเลย...”
เสียงที่ตอบกลับมาเต็มไปด้วยเสน่ห์และทรงอำนาจอย่างร้ายกาจแม้จะแฝงความเ็าเอาไว้แต่กับคนสนิทจะรู้ดีว่านายหญิงของพวกนางไม่ได้ตั้งใจให้เป็แบบนั้นแม้แต่น้อย
ในโลกที่พลังเป็ใหญ่และเต็มไปด้วยเหล่าผู้ฝึกตนหญิงสาวที่เติบโตขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยวและก่อตั้งตำหนักของตนขึ้นมาท่ามกลางาและความวุ่นวายนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวย่อมไม่ใช่หญิงสาวธรรมดา
“ไป่ฟานเซียน”คือชื่อที่เป็ดั่งตัวตนสูงสุดของยุคสมัยนี้ เ้าตำหนักหนึ่งเดียวของตำหนักโอสถเทพธิดาความสามารถในศาสตร์การปรุงโอสถของนางคืออันดับหนึ่งไม่มีสองตระกูลและสำนักั์ใหญ่มากมายล้วน้าตัวนางแต่นางก็ตอกหน้าพวกเขาด้วยการสร้างตำหนักของตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวสิ่งที่พวกเขาจะทำได้มีเพียงมอบสมบัติมากมายให้นางและก้มหัวอย่างเจียมตัวยามที่ขอร้องให้นางปรุงโอสถให้เท่านั้น
มีผู้คนมากมายเพียงใดที่้าตัวนางเพราะนอกจากความสามารถแล้วนางยังเป็ถึงสาวงามล่มเมืองเสน่ห์และความเ็าของนางทำให้เหล่าชายหนุ่มอยากจะพิชิต
แต่น่าเสียดายที่อีกสิ่งที่นางมีอย่างเหลือล้นก็คือพลัง
เพราะตัวเองถูกเรียกขานว่า“จักรพรรดินีโอสถ” สิ่งที่นางไม่เคยขาดก็คือโอสถและของวิเศษ ยามฝึกตนโอสถทุกเม็ดนางล้วนปรุงขึ้นมาเองทั้งสิ้นไม่มีใครรู้ว่าตลอดชีวิตของนาง นางใช้ร่างกายตนเองเป็หนูทดลองโอสถที่ปรุงขึ้นมาไปเท่าใดแล้ว
นั่นทำให้ทั้งพลังปราณและร่างกายของนางพุ่งทะยานไปสู่ขอบเขตที่เหนือกว่าตัวตนใดในโลกแม้แต่ตระกูลจักรพรรดิที่สืบทอดเทคนิคการบ่มเพาะพิเศษมาหลายพันปีก็มิอาจเทียบเคียงกับเศษเสี้ยวพลังของนาง
เหล่านักปราชญ์ของโลกในยุคสมัยนั้นถึงกับบัญญัติระดับพลังใหม่ที่สูงกว่าที่โลกเคยมีให้นางโดยเฉพาะ
“ตัวตนกึ่งะ”
คือสิ่งที่พวกเขาเรียกนาง
“โอสถครานี้จะตั้งชื่อว่าอะไรหรือเ้าคะ?”
สาวใช้ของนางถามขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู
ไป่ฟานเซียนได้แต่เผยรอยยิ้มบางๆออกมาเพราะโอสถที่นางจะปรุงขึ้นในครานี้นั้นแม้แต่นางก็ยังไม่มีความมั่นใจ ทั้งยังไม่อาจจะคาดเดาถึงผลลัพธ์ของมันได้ด้วย
“ข้ายังไม่ได้คิดหรอก...”
“เช่นนั้นข้าจะรอให้ท่านออกมานะเ้าคะ...”
สาวใช้คนสนิทของนางไม่เซ้าซี้ยามที่ทั้งสองมาถึงหน้าประตูบานใหญ่มีอักขระโบราณมากมายถูกสลักไว้เหนือประตูมันจะตอบรับต่อพลังของนางและเปิดประตูให้นางเท่านั้นตราบเท่าที่โลกภายนอกไม่มีคนที่มีพลังเหนือกว่านางประตูนี้ก็จะถูกปิดตายเป็นิรันด์
นางเรียกมันง่ายๆว่าห้องทำงาน
แต่นางก็ใช้มันยามที่ปรุงโอสถและฝึกตนด้วยเช่นกันยามที่นางบรรลุระดับที่เหนือกว่าคนทั้งโลกนั้นนางหลงลืมเวลาอยู่ด้านในประตูนี้ถึง3 ปีเต็มๆ
ไป่ฟานเซียนเดินเข้ามาในห้องเสียงกลไกมากมายดังตามหลังขึ้นมาเพื่อปิดประตูให้อยู่ในสภาพเดิมหลังจากนี้จะมีเพียงแต่นางในห้องที่กว้างใหญ่นี้เท่านั้น
ในห้องทำงานของนางเพียบพร้อมไปด้วยวัตถุดิบในการปรุงยาทุกแขนงชั้นหนังสือมากมายที่วางเรียงกันจนเต็มผนังและเหล่าวัตถุดิบหายากที่เป็ดั่งตำนานของโลกมากมายที่นางสรรหามาเพื่อตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองเต็มไปหมด
นางเดินเข้าไปที่กลางห้องแล้วสะบัดมือคราหนึ่งหม้อปรุงโอสถที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวนางถึง 3 เท่าก็ปรากฏออกมาจากรอยแยกกลางอากาศราวกับมันมาจากอีกมิติหนึ่ง
ไป่ฟานเซียนลูบเบาๆไปที่หม้อปรุงโอสถของนางนี่เป็ผลงานที่ดีที่สุดของปรมาจารย์นักหลอมสร้างซึ่งเป็สหายเพียงไม่กี่คนของนางสร้างให้และเป็คนเดียวกับที่สร้างห้องทำงานแห่งนี้ให้นางเช่นกัน
พรึ่บ!
เพียงการลูบเบาๆของนาง เปลวเพลิงสีฟ้าใสก็ถูกจุดขึ้นความร้อนและอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วกลับไม่เป็ปัญหาต่อไป่ฟานเซียน นางสะบัดมืออีกครั้งวัตถุดิบจำนวนหนึ่งก็ปรากฏออกมากลางอากาศ หากวัตถุดิบเหล่านี้ไปปรากฏที่โลกภายนอกมันจะกลายเป็าแห่งการแย่งชิงเป็แน่เพราะแต่ละชนิดล้วนถูกประเมินว่าตีค่าไม่ได้ทั้งสิ้น แต่ตอนนี้มันกลับถูกไป่ฟานเซียนโยนลงไปในหม้อราวกับหัวมัน
ยามที่วัตถุดิบแต่ละชนิดถูกโยนเข้าไป แรงกดดันอันมหาศาลก็ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากศูนย์กลางของหม้อขนาดั์ทุกๆชิ้นที่เพิ่มเข้าไปกลับทำให้แรงกดดันนั้นหนักหน่วงขึ้นไปเรื่อยๆจนตอนนี้สามารถเห็นอากาศด้านนอกสั่นะเื
ไป่ฟานเซียนยังคนนิ่งเฉยนางมองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างใจเย็น เมื่อยามที่วัตถุดิบชนิดสุดท้ายถูกโยนเข้าไปนางกลับทำเื่ที่ไม่มีใครคาดคิด
นางะโลงไปในหม้อ!
โชคดีที่นางอยู่คนเดียวมิฉะนั้นผู้คนมากมายคงได้ใกันจนตาย!
“โสมหมื่นปี...”
ไป่ฟานเซียนพึมพำเบาๆ นางยืนอยู่ใจกลางของหม้อปรุงยา รอบตัวของนางปรากฏวัตถุดิบจำนวนมากที่นางโยนลงมาก่อนหน้ากำลังหมุนวนอยู่รอบๆจนคล้ายกับว่านางเป็ศูนย์กลางของจักรวาล
ต้นโสมขนาดไม่ใหญ่นักปรากฏขึ้นมาด้านหน้า รากของมันกำลังส่องประกายสีทองเจิดจ้าทั้งยังสั่นออกมาไม่หยุด มันสั่นสะท้านเบาๆอีกครั้งเมื่อััเข้ากับไป่ฟานเซียน ก่อนที่มันจะลอยออกไปอยู่ทางขวาของนางและเป็วัตถุดิบหนึ่งเดียวที่ไม่ได้หมุนวนไปรอบๆ
“กระดูกหมื่นั...”
วัตถุดิบอีกชนิดปรากฏขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาว ครานี้มันไม่ได้เปล่งประกายเช่นเดียวกับโสมหมื่นปี มันเป็เพียงกองขี้เถ้าที่จับตัวกันและส่งออร่าที่ดูมืดมนออกมาเท่านั้น
เมื่อมันัักับตัวของไป่ฟานเซียนมันก็สั่นเบาๆแล้วย้ายตัวเองไปอยู่ทางด้านซ้ายของนาง เคียงคู่กับโสมก่อนหน้า
“น้ำตาหมื่นทิวา...”
สิ่งต่อไปคือน้ำเพียงหนึ่งหยด น้ำหยดเล็กๆเกาะตัวกันเบื้องหน้ามันไม่ได้ส่งออร่าอะไรออกมา เพียงแต่มันกลับดูกระจ่างใส่จนราวกับสามารถเจือจางสิ่งใดก็ได้บนโลก
“หยดเืหมื่นราตรี...”
ราวกับเป็ขั้วตรงข้ามกับน้ำสะอาดใสก่อนหน้า น้ำอีกหยดที่ปรากฏออกมาทีหลังนั้นดำสนิทเสียจนราวกับแสงก็ส่องไม่ทะลุ มันลอยอยู่เคียงคู่กับน้ำตาหมื่นทิวาก่อนจะพุ่งเข้าใส่ร่างกายของหญิงสาวจนราวกับพวกมันจมลงไปในมหาสมุทร
ไม่มีแรงต่อต้านใดๆยามที่มันกระทบิั เหมือนกับพวกมันจมเข้าไปในร่างของไป่ฟานเซียนเสียดื้อๆซะอย่างนั้น
แต่เ้าของร่างอย่างนางกลับขมวดคิ้วขึ้นมาคราหนึ่งพลังในร่างของนางะเิออกมาจนหม้อปรุงยาที่ดีที่สุดในโลกยังสั่นสะท้าน สายพลังบริสุทธิ์ที่นางปล่อยออกมารอบตัวดึงดูดให้วัตถุดิบจำนวนมากหมุนเวียนไปอย่างต่อเนื่อง เปลวเพลิงสีฟ้าปรากฏขึ้นอีกครั้งแล้วค่อยๆเผาวัตถุดิบที่กำลังหมุนทันใดนั้นกระดูกหมื่นัและโสมหมื่นปีก็ส่องแสงสว่างจ้าหนึ่งขาวหนึ่งดำสอดประสานกันเป็วงกลมโดยมีร่างของหญิงสาวยืนนิ่งอย่างสงบอยู่ตรงกลาง
ราวกับนางกำลังถูกห่อหุ้มด้วยรังไหมที่งดงามอย่างไรอย่างนั้น
ความร้อนของเปลวไฟสีฟ้าค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น หลอมเอาวัตถุดิบที่หมุนวนโดยรอบเข้าสู่พื้นผิวของรังไหมสีขาวและดำ ยามที่วัตถุดิบเข้าไปหลอมรวม ออร่าที่ทรงพลังก็ค่อยๆถูกปลดปล่อยออกมา ไป่ฟานเซียนที่อยู่กึ่งกลางของกระบวนการทั้งหมดหลับตาลงนางปล่อยให้กระแสพลังปราณในร่างค่อยๆชักจูงกระแสพลังของวัตถุดิบโดยรอบจนในที่สุดแรงสั่นะเืด้านนอกก็สงบลง
เหลือเพียงก้อนรวมของพลังงานทรงกลมกำลังลอยอยู่กึ่งกลางของหม้อเพียงเท่านั้น
ราวกับว่ามันเป็เพียง“เม็ดยา” เม็ดหนึ่ง...