หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านและเหล่าชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวจินเซียงมาส่งให้กับจินเป่าได้แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้ถามในเื่ที่เขาสงสัยออกมา
“จินเป่าเื่ที่เจียวเจียวนำมาพูดมันเป็เื่จริงหรือเปล่า”
“ผู้ใหญ่ได้ยินมาว่ายังไงละครับผมไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นพูดอะไรออกไปบ้าง”จินเป่าก็ได้ถามกับผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา
เมื่อผู้ใหญ่บ้านได้ยินที่จินเป่าถามก็ได้เล่าสิ่งที่ได้ยินออกมาอีกครั้งเมื่อจินเป่าได้ฟังั้แ่ต้นจนจบ เขาก็ได้แต่คิดว่าปากเจียวเจียวนี่มันบอนจริงๆ
“ก็เป็ไปตามที่เขาเล่ามานั่นแหละครับตอนนี้ที่บ้านหลงเทียนยังอยู่กับนายทหารอยู่ผมเองก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงเหมือนกัน”จินเป่าพูดกับผู้ใหญ่บ้านพร้อมกับจับมือของผู้เป็ย่าไว้ด้วย
ทุกคนเดินกันมาสักพักก็ได้มาถึงบ้านหลงเมื่อได้ก้าวเข้าไปยังลานด้านในของบ้านเขาก็ได้เห็นว่าได้มีร่าง ร่างหนึ่งถูกคลุมด้วยเสื่อเอาไว้พวกเขาต่างก็รู้ได้ทันทีว่าต้องเป็ร่างของหลงมู่อย่างแน่นอน
จินเซียงเริ่มสงบสติได้ั้แ่เดินมาตอนนี้เมื่อมาได้ยินและได้เห็นว่าร่างที่ถูกเสื่อคลุมเอาไว้เป็สามีของตนก็ได้เกิดสติแตกขึ้นมาอีกรอบแล้วพร้อมกับที่เธอก็วิ่งเข้าไปกอดและเรียกชื่อของสามีตัวเอง
จนคนที่เห็นต่างก็ไม่สามารถที่จะทนมองดูได้เพราะมีแต่ความเวทนาเพียงเท่านั้นเพราะคนบ้านหลงนอกจากครอบครัวของจินเป่าที่ได้แยกตัวออกไปแล้วเป็คนดีส่วนพวกคนที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็พวกเห็นแก่ตัวและก็ชอบเอาเปรียบคนอื่นเพียงเท่านั้นพวกชาวบ้านจึงไม่ได้หลงเหลือความรู้สึกสงสารหรือเสียใจใดๆ ให้กับคนบ้านนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
“ย่าไม่ต้องเรียกแล้ว ปู่ตายแล้วเพราะมันต้องเป็เพราะตัวซวยอย่างบ้านมันเป็แน่ที่ทำให้ครอบครัวของเราเป็แบบนี้”หลงเทียนพูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วมือมาทางจินเป่า
“ให้มันน้อยๆหน่อยคุณที่ครอบครัวของพวกคุณเป็แบบนี้ก็เพราะเขาทำตัวเองกันทั้งนั้นอย่าให้ผมต้องลงโทษคุณในการกล่าวโทษคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานดีกว่า”อี้เฟิงพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด
“ผมมาแจ้งข่าวเื่การตายของลูกชายและลูกสะใภ้ของบ้านนี้ให้พวกคุณรับทราบแล้วและก็ช่วยไปติดต่อรับศพกันด้วยนะครับภายในสามวันไม่อย่างนั้นผมจะนำไปฝังรวมกับศพไร้ญาติ” อี้เฟิงก็ได้พูดเื่การรับศพขึ้นมาอีกครั้ง
“ให้มันไปรับสินั่นก็เป็พ่อของมันเหมือนกัน”หลงเทียนยังไม่อยากยอมแพ้ในเื่ของจินเป่า
“ผมแซ่ซูไม่ใช้แซ่หลงเผื่อคุณลืม”เมื่อจินเป่าพูดจบเขาก็ได้เดินออกจากประตูบ้านหลงทันทีเขาไม่ได้ขึ้นรถของอี้เฟิงแต่ว่าเขาเลือกที่จะเดินกลับบ้านแทนพร้อมกับคิดถึงเื่ราวต่างๆที่ผ่านมาไปด้วย
“แม่ครับผมจินเป่าเองครับเปิดประตูให้ด้วยครับ”เมื่อเขามาถึงบ้านก็ได้ยินเสียงรถมาจอดตามหลัง
“ลุงนั่งรถมาทำไมมาช้ากว่าผมได้ละครับ”จินเป่าถามอี้เฟิงด้วยความสงสัย
“เป็ผมที่ค่อยๆ ตามคุณมาอย่างห่างๆเรื่อยๆครับตามคำสั่งของท่านนายพลครับ”ผู้ช่วยของอี้เฟิงเป็คนตอบ
คนด้านในบ้านเมื่อได้ยินเสียงจินเป่าต่างก็พากันวิ่งออกมากันทุกคนเพราะพวกเขาต่างก็เป็ห่วงจินเป่า
เสียงประตูของบ้านซูเปิดกว้างออกจินเป่าก็ได้เห็นสมาชิกทุกคนภายในบ้านอย่างชัดเจนความอบอุ่นได้แผ่เข้ามาในใจของเขาทำให้ตอนนี้เขาสามารถยิ้มออกมาได้แล้ว
“สามี พ่อครับ/จ๋า/ฮะ/ฮับ” เสียงห้าเสียงที่ดังมาจากภรรยาและลูกของเขาทั้งสี่เปรียบเสมือนเป็น้ำทิพย์ปลอบประโลมหัวใจอันหนักอื้งให้เขาเสียจริง
“พ่อกลับมาแล้วครับ” จินเป่าพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปกอดภรรยาและลูกของตัวเอง
“กลับมาแล้วก็ดีแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะอี้เฟิงและคุณผู้ช่วยเสิ่นก็เข้ามากินด้วยกันสิ” ซูิพูดขึ้นมา
“ครับ” คนทั้งสองต่างก็ตอบรับพร้อมกัน
เมื่อทุกคนเดินเข้ามาในห้องอาหารแล้วพวกเขาก็นั่งรอกันอยู่ไม่นานก็มีอาหารร้อนๆ แสนอร่อยออกมาให้พวกเขากินโดยอี้เฟิงที่เข้าไปช่วยเย่วจินอุ่นอาหารในครัวได้ยกอาหารออกมาวางบนโต๊ะ
ผู้ช่วยเสิ่นเห็นแบบนี้ก็จะลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินเข้าไปช่วยยกอาหารออกมาจากในครัวด้วย
“คุณนั่งเถอะถือว่าคุณเป็แขกอยู่บ้านไม่มีลูกน้องหรือหัวหน้าไม่ต้องคิดมาก” อี้เฟิงรีบห้ามเสิ่นอี้หาน
“มันจะดีเหลือครับท่านนายพลผมไม่กล้าหรอกครับท่าน”
“คุณนั่งลงถอะไม่ต้องคิดมากหรอก” ซูิต้องเป็ฝ่ายห้ามเสียเอง
เด็กๆทั้งสี่ต่างก็มองหน้าผู้ใหญ่แต่ละคนด้วยความสงสัยว่าพวกผู้ใหญ่เข้าเล่นอะไรกันแต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากกว่ากลิ่นอาหารตรงหน้าที่หอมหวนยั่วยวนพร้อมกับกลืนน้ำลายของตนดังอึก
เมื่อผู้ใหญ่เห็นแบบนี้ก็ไม่รู้ว่าจะขำหรือสงสารดีพวกเขาจึงได้รีบเดินไปยกอหารอออกมาแล้วก็ได้แต่พากันมานั่งประจำที่ของแต่ละคนทันที เมื่อซูิคีบกับข้าวแล้วทุกคนก็ค่อยๆ เริ่มกินส่วนเ้าตัวเล็กทั้งสามของบ้านก็มีแม่และย่าเป็ผู้คอยดูแล
เด็กทั้งสามถึงแม้ว่าจะยังเล็กแต่พวกเขากลับพากันนั่งกินอย่างเรียบร้อยและมีความเป็ระเบียบมากจนอี้เฟิงและอี้หานต่างก็รู้สึกชื่นชม
เมื่อมื้ออาหารจบลงทุกคนก็พากันย้ายไปยังห้องโถงของตัวบ้านที่มีพัดลมตัวใหญ่ถึงสองตัวตอนนี้เตาพิงไม่จำเป็ต้องใช้งานแล้วเพราะเข้าสู่ฤดูร้อนดังนั้นเตาผิงจึงได้ถูกปิดเอาเป็การชั่วคราวอี้เฟิงก็ได้ถือโอกาสนี้ออกมาเดินเล่นและคุยกับเยว่จินในเื่ที่เขาได้หายไปหลายวัน
“จินจินน้องคิดถึงพี่ไหมพี่มีภารกิจติดต่อกันหลายวันเลยพี่ต้องขอโทษที่ไม่สามารถมาหาน้องได้”อี้เฟิงได้พูดกับเยว่จินหลังจากที่คนทั้งสองได้เดินพ้นออกจากตัวบ้านมาแล้ว
“ไม่โกรธหรอกค่ะพี่ไม่ต้องคิดมากหรอก” เยว่จินก็ตอบชายคนรักอย่างเขินอายเพราะเขาได้จับมือของเธอไปกุมไว้
ทั้งสองต่างก็พากันเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้หน้าบ้านที่ริเริ่มปลูกโดยซินซินกลิ่นดอกไม้หอมๆได้ล่องลอยมาตามลมทำให้คนทั้งสองได้รู้สึกผ่อนคลายกันมากขึ้นพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมากนักแต่พวกเขาต่างก็รู้สึกอิ่มเอมใจที่ได้อยู่ใกล้กัน
จนกระทั่งอี้เฟิงดูนาฬิกาที่ข้อมือของตนนาฬิกาเรือนนี้เขาเองก็ได้มาจากหญิงสาวคนรักที่มอบให้เขา เขาได้ใส่ติดตัวไว้ตลอดจะถอดเก็บก็ตอนอาบน้ำเพียงเท่านั้น
“จินจินดึกแล้วพี่คงต้องกลับก่อนแล้วพรุ่งนี้พี่ทำงานอีกหนึ่งวันก็จะเป็วันหยุดตอนเย็นพรุ่งนี้หลังเลิกงานพี่จะมาหาและมาขอนอนที่นี่นะ”อี้เฟิงพูดกับหญิงคนรักพร้อมกับสบตาของหญิงสาวอยู่เนิ่นนาน
“ได้ค่ะ”เย่วจินตอบรับอย่างเขินอายและก็ค่อยๆเบือนหน้าหนีจากสายตาคมของอี้เฟิง
ด้านอี้เฟิงที่เห็นอาการขัดเขินของคนรักเขาก็ยิ่งรู้สึกอยากแกล้งเยว่จินมากขึ้นแต่ถ้าหากเขาทำแบบนั้นละก็เขากลัวว่าจะได้รับการโกรธเคืองเสียมากกว่าดังนันเขาจึงต้องหักห้ามใจและยอมให้คนรักเดินไปส่งหน้าประตูบ้าน
ส่วนอี้หานนั้นได้ไปขึ้นรถรอผู้เป็นายอยู่สักพักแล้วนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นผู้ที่เป็ทั้งหัวหน้าและเพื่อนได้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเขาเองก็พอจะรู้เื่ราวแต่หนหลังของทั้งคู่มาบ้าง
แต่ตอนนี้เมื่อเขาได้มาเห็นภาพของคนทั้งคู่เขาก็รู้สึกดีใจและมีความสุขไปกับคนทั้งคู่จริงๆเมื่ออี้เฟิง กลับไปแล้วเด็กๆทั้งสี่ก็ถูกผู้เป็แม่พาไปเข้านอนด้วยเช่นกันเพราะลูกๆ แต่ละคนเริ่มหาววอดๆ ออกมาแล้ว
“แม่ครับเื่ของคนบ้านนั้นเราจะเอายังไงกันดีครับ ” จินเป่าถามขึ้นกับผู้เป็แม่
“พรุ่งนี้ลูกก็ไปที่บ้านนั้นแล้วกันนะเอาเงินไปช่วยงานเขา ส่วนแม่คิดว่าไม่ไปหรอกเพราะการที่แม่หย่ากับเขาก็ถือว่าแม่เป็คนอื่นไปแล้ว แต่ว่าลูกไม่เหมือนกันเพราะทางนั้นเขาก็เป็พ่อและก็ปู่ของลูก หากว่าลูกไม่ไปเลยเขาอาจจะมาโจมตีให้ร้ายเราทีหลังได้”
“ครับแม่ผมเชื่อแม่”จินเป่ารับคำ
เช้าวันต่อมาเมื่อคนในบ้านกินข้าวเช้ากันเรียบร้อยทุกคนก็เตรียมตัวที่จะไปทำงานของตนด้านจินเป่าก็ว่าจะแวะไปบ้านหลงโดยจะเอาเงินไปให้กับหลงเทียนเพื่อจัดการงานศพ
“จินเป่าไอ้อกตัญญูออกมาเดี๋ยวนี้” เสียงของหลงเย่ลูกชายคนรองของบ้านหลงก็มาตบประตูบ้านของเขาก่อนเสียแล้ว
จินเป่าก็รีบเดินไปเปิดประบ้านออกโดยไม่แจ้งเตือนให้คนที่อยู่ด้านนอกได้รู้ตัวก่อนแม้แต่น้อยเมื่อประตูเปิดออกหลงเย่ก็ถลาเข้ามาทันทีแต่สามารถตั้งตัวได้เลยไม่ล้มหน้าคว่ำเหมือนกับตาอี้
“มีอะไรมาเรียกทำไมแต่เช้าผมไม่ได้แซ่หลงแล้วไม่ต้องมากล่าวหากันและนี่ก็คือเงินแล้วช่วยไปบอกกับหลงเทียนด้วยว่าต่อไปนี้ก็อย่าได้มาวุ่นวายกันอีกหากไม่ฟังผมจะไปแจ้งทางการให้เขามาจัดการ” จินเป่าพูดจบก็ผลักหลงเย่ซึ่งตัวเล็กกว่าเขาออกจากประตูด้านใน
แล้วเขาก็รีบปิดประตูลงทันทีด้านหลงเย่ซึ่งอยากจะพูดอะไรออกมาก็ไม่สามารถพูดได้อีกแล้วเขาจึงได้แต่กำถุงเงินที่จินเป่าให้มากลับไปยังบ้านหลง
“เป็ยังไงไอ้จินเป่ามันให้เงินมาไหมเราจะได้รีบจัดการงานศพให้กับพ่อแม่และปู่” หลงเทียนถามขึ้นกับน้องชายคนรอง
ผู้เป็น้องก็ได้แต่ยื่นถุงเงินให้กับพี่ชายเพราะเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่เพราะตอนที่เขาแต่งงานบ้านแม่ยายของเขามีลูกคนเดียวและ้าให้ผู้ชายแต่งเข้าบ้านเขาจึงได้ไปอยู่บ้านของภรรยามาั้แ่ตอนนั้น
“ห้าร้อยหยวนนี่มันให้เงินกับแกมามากขนาดนี้เลยเหรอมันได้พูดอะไรอีกหรือเปล่า” หลงเทียนถามกับน้องชาย
“พูดมันบอกว่าให้บอกกับพี่ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องไปวุ่นวายกับมันและครอบครัวอีกเพราะถ้าหากไม่ฟังกันดีๆ มันจะไปแจ้งทางการ” หลงเย่ก็พูดตามที่จินเป่าบอกกับมันมา
เมื่อลงเทียนและนางเจียวได้ยินที่หลงเย่พูดเขาทั้งสองต่างก็คิดว่าจินเป่ามันคงทำจริงเป็แน่หากพวกเขายังไปวุ่นวายกับมันอีกไม่ยุ่งก็ไม่ยุ่งสิ
“อามู่อยู่ไหนฉันหิวข้าวแล้วมากินข้าวกันเถอะพาลูกมาด้วยนะ” เสียงของจินเซียงดังขึ้นหลงเทียน เจียวเจียวและหลงเย่ก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับผู้เป็ย่าที่ตอนนี้น่าจะเป็บ้าไปแล้วเพราะความะเืใจ
พวกคนบ้านหลงก็พากันจัดงานศพให้กับคนทั้งสามที่เสียชีวิตลงตามประเพณีโดยที่คนบ้านซูไม่ได้ย่างกลายเข้ามาในงานเลยแม้แต่น้อยแต่ว่าชาวบ้านก็ไม่กล้าพูดจาให้ร้ายอะไรเนื่องจากพวกเขาเห็นว่าได้มีนายทหารมาบ้านซูแทบจะทุกวัน
จนงานศพของคนบ้านหลงเรียบร้อยหลงเทียนก็ได้ใช้เงินที่เหลือจากการจัดงานที่จินเป่าได้ให้ไว้เอามาสร้างบ้านส่วนหลงเย่ก็กลับไปยังบ้านเมียของตนดังเดิมเนื่องจากเมียของเขากำลังท้องเลยไม่สะดวกในการเดินทางจึงไม่ได้มาด้วยกัน
ด้านจินเซียงผู้เป็ย่าก็อยู่กับหลงเทียนและเจียวเจียวโดยตอนที่พวกเขาไปทำงานจะต้องขังผู้เป็ย่าเอาไว้ในห้องเมื่อตอนพักค่อยกลับมาดูด้านหลงเหวินก็ได้ถูกลงโทษไปชายแดนแล้ว
หลงเทียนและหลงเย่ต่างก็ได้มาส่งน้องชายคนนี้เช่นกันและพร้อมกับคิดเหมือนกันว่าไม่รู้พวกเขาจะได้มีโอกาสได้กลับมาเจอกันอีกไหม
พวกเขาทั้งสองคนก็ได้แต่หวังว่าขอให้น้องชายคนเล็กของพวกเขาอยู่ดีมีสุขและเมื่อพ้นโทษก็ขอให้ได้กลับมาอย่างปลอดภัย