สายตาที่เอรินหันไปมองบุรุษผู้บีบบังคับไม่ยอมให้เธอออกจากห้องในยามนี้เป็สายตาที่เปล่งแววไม่เข้าใจและงุนงงไม่มีความรู้สึกใดฉาบฉายอยู่บนใบหน้านั้นนอกจากความบึ้งตึง
เมื่อคําพูดประโยคนั้นซึมแทรกเข้าไปในสมองที่เต็มไปด้วยความสับสนเอรินก็สะบัดไหล่ให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม ถอยห่างออกมาหลายก้าว
“ฉันว่าคุณต้องเสียสติแน่เลย มิสเตอร์บาร์เรทท์”
“ถ้าผมปล่อยให้คุณออกจากบ้านหลังนี้โดยไม่รู้แน่ชัดว่าคุณเป็ใครและทําไม่จู่ ๆถึงได้มาโผล่ขึ้นที่หน้าประตูบ้านของไลแมนนั่นละผมถึงจะยอมรับว่าตัวเองเสียสติ”
พูดจบเขาหันหลังให้เดินดิ่งตรงไปยังประตูเมื่อถึงตรงนั้นก็หันกลับมามองหน้า
“ผมเป็ผู้ชายที่มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนบริบูรณ์ที่สุด”เขายิ้มระรื่น ราวยิ้มของเพื่อนสนิทซึ่งยิ่งสร้างความกราดเกรี้ยวให้กับเอรินอย่างเหลือจะกล่าว “ผมเห็นจะต้องขอตัวก่อนนะยังมีงานต้องทำ เชิญตามสบายเลย เวลานี้คุณเป็เ้าของห้องนี้แล้ว”
“ไปลงนรกเสียไป๊...” เธอตวาดใส่หน้า
รอยยิ้มกดลึกลงกว่าเดิม
“ผมน่ะอยากลงมาตั้งนานแล้วละ” แต่เขาเดินออกจากหน้าประตูนั้นไม่ทันถึงสามก้าวเธอก็กระชากประตูให้เปิดออก ะโไล่หลังมาว่า
“นี่...คุณจะมาขังฉันไว้เหมือนนักโทษอย่างนี้ไม่ได้นะ”
“งั้นเรอะ...” เขาหันมาเผชิญหน้า“ก็แล้วใครเล่าจะมาห้ามผม” เขาถามอย่างท้าทายท่าทางสบายอารมณ์ เพราะรู้อยู่ว่าคําพูดของเธอไม่ใช่คำขู่
เอรินขยับปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียงหลุดลอดออกมา...จริงสิ...ใครเล่าที่จะห้ามเขาได้... เธอคอตกถอนหายใจหน่วงหนักเธอจะไปทนเหน็ดเหนื่อยต่อสู้กับหินผาที่ไม่มีทางขยับเขยื้อนอยู่เพื่ออะไร...
ทางที่ดีเธอน่าจะทนเอาสักคืนหนึ่ง เมื่อถึงตอนเช้าเขาก็จะติดต่อไปยังฮิวสตันเพื่อยืนยันหลักฐานเกี่ยวกับตัวเธอภายหลังจากที่ได้รับคําอธิบายเื่การตามหาเคนเนธ ไลแมน ของเธอจนเป็ที่พอใจแล้วเธอก็จะไม่ต้องเห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีก
ล้านซ์ บาร์เรทท์ จับตามองหน้าเอรินอยู่ดูเหมือนเขาจะอ่านสิ่งที่อยู่ในความคิดของเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่งมันเป็งานของเขาอยู่แล้วที่จะต้องรู้ซึ้งถึงความคิดของผู้อื่นอ่านทุกสิ่งที่ล้ำลึกกว่าที่อีกฝ่ายหนึ่งกล่าวออกมาเขาได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับเื่นี้มาอย่างดี
ให้ตายสิ...จริง ๆ แล้วเธอช่างเป็ผู้หญิงที่สวยอย่างหาตัวจับยาก...เขาครุ่นคิดอยู่ในใจตอนที่เขาเปิดประตูบ้านและพบเธอยืนอยู่ตรงหน้าระเบียงด้วยสีหน้าท่าทางและการแต่งกายที่ราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นนั้นเขามีความรู้สึกเหมือนถูกต่อยตรงหน้าท้องอย่างแรง
แต่ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนแรกก็ถูกข่มด้วยสัญชาตญาณและความรับผิดชอบต่องานอาชีพแต่กระนั้น เขาก็ยังไม่อาจละสายตาจากเธอได้...
สิ่งที่มากกว่าความสวยของเธอคือความจริงใจและมีสมองเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะอ่อนเป็ขี้ผึ้งเพียงแค่ถูกมองด้วยสายตาคมปลาบของเขาเพียงครั้งเดียวมิได้แสดงความหวั่นไหวหรือตื่นกลัวเลยด้วยซ้ำ เอริน โอ’ เชียสามารถท้าทายเขาตลอดเวลา เขายอมรับว่าสนุกกับการต่อปากต่อคำกับเธอไม่น้อย
แต่เขาก็อดตําหนิตัวเองไม่ได้ว่า ไม่ควรจูบเธออย่างนั้นเลยถ้ามีใครรู้เื่นี้เข้า เขาคงถูกไล่เตะั้แ่นี่จนถึงวอชิงตันแน่ และเธอก็พูดถูกว่าเขาไม่จําเป็ต้องค้นตัวเธอถึงขนาดนั้น...ยอมรับมาเสียสิเพื่อนเอ๋ย...ว่าที่แกทําถึงขนาดนั้นเพราะอยากถูกเนื้อต้องตัวเธอ...
นรก...สิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งควรจะทําเพียงแค่มองแต่เขาสามารถจะทั้งมองและััทุกส่วนโค้งส่วนเว้าที่อยู่ใต้เสื้อสูทราคาแพงชุดนั้นชุดที่สมสัดส่วนเรือนร่างเธออย่างที่สุดแต่...ราคาของมันมากกว่าเงินเดือนของเขาทั้งอาทิตย์เสียด้วยซ้ำ
เขาจับตามองเธออยู่ เอรินขบเรียวปากด้วยไรฟันซี่เล็กๆขาวสะอ้าน ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงอยู่บนใบหน้าของเธอยามนี้ราวภาพที่เคลื่อนไหวอยู่บนจอภาพยนตร์
ลึกลงไปในใจเขารู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมเื่ราวที่เธอเล่าให้เขาฟังมันออกจะคล้ายนิยายไปสักหน่อยแต่ถ้าเป็ความจริงตามนั้น เขาก็จะปล่อยตัวเธอไปแต่แน่นอนที่จะต้องมีคนของเขาคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างไม่ยอมให้คลาดสายตา
ก็แล้วทําไมเขาถึงไม่ทําเสียตอนนี้เลยเล่า...
ล้านซ์ได้รับการอบรมมาแล้วอย่างดีที่จะไม่แสดงความรู้สึกใด ๆให้ปรากฏออกมาในสีหน้า ดังนั้น เอรินจึงไม่อ่านความคิดของเขาเกี่ยวกับตัวเธอได้อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจที่จะทําให้ดีที่สุดสําหรับสถานการณ์ในตอนนี้
“รู้สึกว่าฉันคงไม่มีทางเลือกหรอกนะมิสเตอร์บาร์เรทท์ เอาละ...ฉันจะยอมอยู่ที่นี่จนกว่าจะถึงตอนเช้าซึ่งฉันหวังว่าเมื่อถึงตอนนั้น คุณจะติดต่อทางโทรศัพท์กับทุกคนที่คิดว่าจำเป็เรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะยืนยันว่าทุกสิ่งที่ฉันเล่าให้คุณฟังล้วนเป็ความจริงทั้งนั้น”
“การให้ความร่วมมือต่อประเทศชาติของคุณเป็สิ่งที่น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง”เขายั่ว
เธออยากจะตบหน้าที่ยั่วเยาะนั้นให้สาแก่ใจเสียนักแต่ก็สะกดใจไว้เอ่ยถามออกไปว่า
“ถ้ายังงั้นให้ฉันออกไปเยี่ยมเมลานี่หน่อยได้ไหมคะในฐานะที่เขาเป็พี่สะใภ้เรายังไม่ได้แนะนําตัวกันอย่างถูกต้องเลยและ่เวลาอย่างนี้เขาคงจะไม่สบายใจอย่างมากด้วย”
“ผมว่าคงไม่เป็ไรหรอกนะ เอายังงี้ดีกว่าเดี๋ยวผมจะให้เขาเข้ามาหาคุณในห้องนี่ สําหรับตอนนี้ผมยังอยากให้คุณอยู่แต่ในห้องมากกว่า”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันสัญญาว่าจะไม่วิ่งหนีไปไหน”
“ดี...” พูดจบเขาก็เดินจากไป
เอรินจําต้องเดินกลับเข้าไปในห้องด้วยความเคืองขุ่นในอารมณ์ผู้ชายคนนี้ไม่น่าจะเป็มนุษย์ สงสัยในเส้นเืของเขาจะมีแต่น้ำแข็งไหลเวียนอยู่เขาคงจะดูหนังที่แสดงโดยคลินท์ อิสต์วู้ด มากเกินไปถึงได้พยายามจดจําบทบาทของนักแสดงผู้นั้นมาใช้กับตัวเองพยายามแสดงอํานาจอยู่ตลอดเวลา
แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังต้องให้เครดิตเขาในเื่ของการทํางานถึงอย่างไรเขาก็เป็เ้าหน้าที่ของทางบ้านเมือง ซึ่งหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เป็งานที่ยากลำบากมากเขาคงจะต้องรับการอบรมในเื่ระเบียบวินัยมานานมาก
เมื่อถึงเวลานี้เธอเข้าใจแล้วว่าเพราะเหตุใดเขาจึงไม่ยอมให้มีสิ่งใดหลุดลอดไปจากสายตาได้เลยนับแต่วาระแรกที่เขาเปิดประตูรับเธอััความรู้สึกอยู่ว่าเขาคอยจับตามองทุกอิริยาบถที่เคลื่อนไหวและอ่านความคิดเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เธอเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าต่างทอดสายตาออกไปภายนอกพยายามกล้ำกลืนความตีบตันที่ขึ้นมาบดรัดอยู่ในลําคอลงไว้หวังแต่เพียงว่าเขาจะอ่านความรู้สึกบางอย่างของเธอไม่ออก เพราะบางความคิดและความรู้สึกนั้นเธอก็อยากจะเก็บมันไว้เป็การส่วนตัวมากกว่า
หัวใจของเธอพองโตขึ้น เมื่อเขาใช้คําพูดว่า...คืนนี้เธอจะต้องอยู่กับเขาที่นี่จริงอยู่...มันอาจจะเป็เพียงแค่คําพูด ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งแต่อย่างใดเพียงแต่มัน “ฟัง” ดูคล้ายกับมีความหมายอื่นแฝงนัยอยู่ด้วยเท่านั้น
แต่กระนั้น ความนับถือตนเองคงจะถูกทําลายลงอย่างน่าเสียดายถ้าเขาล่วงรู้ว่า คําพูดประโยคนั้นมันได้สร้างผลกระทบให้เกิดขึ้นกับจิตใจของเธอมากเพียงไร...
นวลแก้มร้อนผ่าวแดงปลั่งขึ้นมาอีกเมื่อเอรินนึกไปถึงจูบที่เขาประทับลงตอนที่อยู่ด้วยกันในห้องครัวมันทําให้เธอต้องเลื่อนมือขึ้นประคองใบหน้าไว้เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเกือบจะสนองตอบต่อจูบของเขาอยู่แล้ว ถ้าเมลานี่จะไม่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
ถึงแม้ตอนนั้นเธอจะคิดอยู่ว่าเขาเป็พี่ชายแต่ก็เกือบจะสนองตอบออกไปจริง ๆเอรินนึกไม่ออกว่าเธอหลงเสน่ห์ผู้ชายคนไหนบ้าง...จะมีด้วยหรือ...
เธอก้มลงมองแหวนเพชรที่สะท้อนประกายอยู่พราวแพรวอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายและรอยยิ้มอย่างเศร้าเสียใจก็ปรากฏขึ้นจูบของบาร์ทไม่มีทางที่จะนํามาเปรียบเทียบกับล้านซ์ บาร์เรทท์ ได้เลย
เอรินรู้ว่าเธอกําลังไม่ยุติธรรมต่อบาร์ทเมื่อหกเดือนก่อนเขาได้เร่งเร้าให้เธอยอมรับแหวนหมั้นวงนี้ซึ่งเธอก็เพียงแต่ยอมทำตามใจ เพื่อไม่ให้เขาต้องติดตามเว้าวอนอย่างที่ทําอยู่
“เถอะน่า ฮันนี่ สวมไว้เถอะ”
“แต่...เอ้อ...บาร์ท...”
“ผมรู้...ผมรู้ ชูการ์ว่าคุณยังไม่คิดจะแต่งงานใหม่ ผมสัญญาว่าจะไม่เร่งรัดคุณเื่วันแต่งงานหรอกขอแต่เพียงให้คุณสวมแหวนวงนี้ไว้เท่านั้น คิดดูสิ ถ้าผมเอามันกลับไปคืนร้านเพชรพรุ่งนี้ข่าวจะต้องกระจายไปทั่วฮิวสตันเลยว่า บาร์ท สแตนตันถูกผู้หญิงหักอกเข้าให้แล้ว” เขาแสร้งทําคอตกซึ่งทําให้เธออดผลักไหล่อย่างขบขันกับท่าเศร้านั้นไม่ได้
“โอ...เอาเถอะ...เอาเถอะ...อย่ามาแสดงละครบ้า ๆบอ ๆ ให้ฉันดูหน่อยเลย ใคร ๆ ก็รู้ว่ามีผู้หญิงนับร้อยพันที่พร้อมจะยืนเข้าคิวต่อกันเพื่อจะให้ตัวเองได้สวมแหวนหมั้นวงนี้มีใครบ้างล่ะคะที่ไม่อยากเป็เ้าสาวของบาร์ท สแตนตันผู้ที่ประวัติของเขากลายเป็ตำนานของท้องถิ่นไปแล้ว”
“แต่ผม้าผู้หญิงอยู่คนเดียวเท่านั้นนะชูการ์” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็จริงจังเอรินรู้ว่าเขาเป็คนพูดจริงทำจริงทุกอย่างแต่มันก็ยังเป็เื่ที่สร้างความรู้สึกสับสนให้เกิดขึ้นกับเธออยู่