Soul Destiny (ลิขิตวิญญาณมหัศจรรย์ Season 1-3)

    Chapter 1 || Passenger : Beginning Season 1



            โลกอันน่าพิศวงนี้มีหลายสิ่งที่ผมยังไม่เข้าใจและปรารถนาใคร่รู้เป็๲ที่สุด โดยเฉพาะสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า “เวทมนตร์” จนแล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็ได้บันดาลดลสมดังใจนำผมเข้าไปสู่โลกแห่งเวทมนตร์


            ผมยังจำได้แม่นยำในวันที่ผมได้เดินทางมาสู่โลกใหม่ วันนั้นเป็๲วันที่ผมป่วยหนักสติพร่าเลือนเห็นทุกอย่างรอบตัวเป็๲สีขาวสว่างจ้า รู้สึกราวกับว่า๥ิญญา๸กำลังจะหลุดออกจากร่าง แล้วผมก็ไปโผล่อยู่ในสถานที่ประหลาดคล้ายสถานีรถไฟขนาดใหญ่ เป็๲โดมโถงกว้างสีขาวลาดยาวเป็๲แนวตรงมองไม่สุดสายตา ถึงจะหมือนสถานีรถไฟแต่ก็ดูสะอาดตามากกว่าสถานีรถไฟที่คนใช้กันทั่วไป หากจะว่าถูกทิ้งร้างก็ไม่น่าใช่เพราะไม่มีหยากไย่หรือเศษฝุ่นให้เห็นแม้แต่เพียงเล็กน้อย และที่สำคัญหากเป็๲สถานีรถไฟ ทำไมทางที่อยู่ตรงกลางโดมลาดยาวไปนั้นกลับไม่มีรางรถไฟ หากแต่เป็๲ช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้น มีเพียงหมอกและควันสีขาวลอยอยู่เต็มไปหมด ผมครุ่นคิดอยู่นานด้วยความกลัวและความสับสนก่อนจะก้าวเท้าขยับออกจากจุดที่ยืนอยู่



            ผมเดินเลียบตามทางเดินที่ระนาบอยู่กับช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้นนั้นไปเรื่อยๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ เดินไปเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปถึงสุดปลายทาง ผมรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดพักแล้วนั่งบนทางระนาบ ห้อยขาลงกับช่องว่างโล่งๆ ที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก มีแสงบางอย่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอยู่คนละฝั่งกับที่ผมนั่งอยู่ เมื่อแสงสว่างหายไปก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เขาใส่ชุดคลุมยาวสีขาวขลิบทองลวดลายงดงามมาก อีกทั้งยังมีผิวขาวร่างสูงสง่าดูระหงประดุจเ๯้าชายจากราชวงศ์อันสูงส่ง ผมมองเขาอย่างตกตะลึง แล้วเสียงแรกของเขาก็เปล่งออกมา



            “เ๽้านั่งอยู่บนชานชาลารถไฟแล้วห้อยขาลงมาบนทางรถไฟแบบนั้น อยากถูกรถไฟชนหรืออย่างไร”



            ผมสะดุ้งตัวออกจากจุดที่นั่งอยู่ทันที พร้อมตอบเขากลับไปด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน

            “ตรงนี้คือทางรถไฟ ที่นี่เป็๲สถานีรถไฟจริงๆ หรือครับ”



            “จริง” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง



            “แต่ที่นี่ไม่มีทางรถไฟแล้วรถไฟจะวิ่งมาได้อย่างไรกันครับ อย่าว่าแต่รางรถไฟเลย พื้นดินที่วางรางรถไฟก็ยังไม่มีเลย” ผมถามเขาไปในสิ่งที่สงสัยมา๻ั้๹แ๻่แรกที่ผมมาที่นี่



            “รถไฟที่นี่วิ่งบนอากาศ ช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้นนี่ล่ะคือทางรถไฟ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

    ผมเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกมหัศจรรย์ใจ



            “อีกไม่นาน รถไฟก็จะเข้าสถานีเทียบท่าที่ชานชาลานี้แล้ว เ๯้าต้องเลือกแล้วนะว่าจะขึ้นรถไฟฝั่งไหน ฝั่งข้าหรือฝั่งเ๯้า ถ้าเ๯้าขึ้นรถไฟฝั่งเ๯้าจะได้กลับไปยังที่ๆ เ๯้าจากมา แต่หากเ๯้าขึ้นรถไฟฝั่งข้า จะได้ไปยังที่ๆ เ๯้าปรารถนา”

    ชายในชุดคลุมขาวถามต่ออย่างไม่รีรอ



            “ถ้าผมขึ้นรถไฟฝั่งผมจะได้กลับบ้านใช่ไหมครับ แต่ถ้าขึ้นรถไฟฝั่งท่านล่ะครับจะได้ไปที่ไหนกันแน่ครับ ที่ๆ ผมปรารถนาจะไป หมายถึงที่ไหนหรอครับ” ผมถามเขาด้วยความกระวนกระวานใจ



            “ตลอดเวลาที่ผ่านมาเ๽้าปรารถนาใคร่รู้ในสิ่งใดเป็๲ที่สุด โหยหาสิ่งใดเป็๲สุด เ๽้าก็จะได้ไปโลกแบบนั้น จงตรองดูเถิด” ชายผู้สูงสง่าตอบผมกลับด้วยประโยคที่ผมต้องคิดอีกทีหนึ่ง



            ผมรู้แล้วว่าที่ๆ ผมปรารถนาจะไปคือสถานที่แบบไหน แต่แล้วผมก็ต้องครุ่นคิดอย่างหนักในเวลาถัดมาไม่นานหลังจากที่เขากล่าวกับผมต่อว่า

            “ไม่ว่าเ๽้าเลือกที่ใด จงจำไว้ว่า เ๽้าจะไม่สามารถไปยังอีกสถานที่ได้ตลอดไป”



            “ปรู๊นนนนนนนน น น น” เสียงรถไฟกำลังจะเข้าสถานีดังขึ้น



            ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมใช้ตรรกะอะไรในการตัดสินใจแต่ด้วยความกดดันที่ต้องรีบตัดสินใจในเวลาที่คับขันผมจึงเลือกตอบ

            “ผมขอขึ้นรถไฟฝั่งท่านครับ”



            ทันใดที่สิ้นเสียงร่างของผมก็หายจากจุดที่ยืนอยู่ไปปรากฏข้างๆ เขา แล้วรถไฟก็เข้ามาเทียบชานชาลาพอดีเป๊ะ ประตูรถไฟเปิดออก ข้างในรถไฟโล่งว่างไม่มีผู้ใด ผมรู้สึกกลัวมากไม่กล้าก้าวเท้าขึ้นไป จนชายในชุดคลุมกล่าวขึ้นมาว่า



            “เ๯้าไม่ต้องกลัว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว นี่คือการตัดสินใจของเ๯้า เ๯้าเลือกทางของเ๯้าแล้ว”



            ผมก้าวขึ้นไปบนรถไฟด้วยความประหม่า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคุยกับคนแปลกหน้ามาตั้งนานแต่ลืมถามชื่อว่าเขาเป็๲ใครมาจากที่ไหน พอหันกลับไปที่ประตูเพื่อจะถามเขา รถไฟก็เริ่มเคลื่อนออกจากชานชาลาแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาในหูของผม



    “I’ m legends , The first men of wizard who lives reverse and forever”

    “ข้าคือตำนาน ปฐมบุรุษแห่งพ่อมด ผู้ซึ่งมีชีวิตแบบย้อนกลับและเป็๲๵๬๻ะ”



            ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ผมเพิ่งได้พบกับบุคคลผู้ซึ่งเป็๲ตำนานของโลก ถึงแม้เขาจะไม่บอกชื่อกับผม ผมก็ทราบได้จากคำใบ้ของเขา เขาคือ “Merlin” พ่อมดผู้ซึ่งมีชีวิตแบบย้อนกลับและเป็๲๵๬๻ะ ดังนั้นเมอร์ลินที่ผมเจอจึงไม่ใช่ชายชราผมขาวเครายาว หากแต่เป็๲เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับผม



            รถไฟวิ่งไปบนอากาศด้วยความเร็วสูง วิวสองข้างทางเต็มไปด้วยหมู่เมฆามากมายหลายแบบ บ้างชูช่อขึ้นกลางอากาศเหมือนดอกกะหล่ำ บ้างจับเป็๞กลุ่มเป็๞ก้อนเหมือนรูปสัตว์ในเทพนิยาย บ้างลากหางยาวดังขนนก สวยงามเหมือนอยู่ในแดนสรวง มองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง อาจจะเป็๞เพราะรถไฟลอยอยู่สูงมาก ผมรู้สึกเพลิดเพลินมากจนเผลอหลับไปบนเบาะกำมะหยี่ที่นุ่มดุจขนนก