โลกอันน่าพิศวงนี้มีหลายสิ่งที่ผมยังไม่เข้าใจและปรารถนาใคร่รู้เป็ที่สุด โดยเฉพาะสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า “เวทมนตร์” จนแล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็ได้บันดาลดลสมดังใจนำผมเข้าไปสู่โลกแห่งเวทมนตร์
ผมยังจำได้แม่นยำในวันที่ผมได้เดินทางมาสู่โลกใหม่ วันนั้นเป็วันที่ผมป่วยหนักสติพร่าเลือนเห็นทุกอย่างรอบตัวเป็สีขาวสว่างจ้า รู้สึกราวกับว่าิญญากำลังจะหลุดออกจากร่าง แล้วผมก็ไปโผล่อยู่ในสถานที่ประหลาดคล้ายสถานีรถไฟขนาดใหญ่ เป็โดมโถงกว้างสีขาวลาดยาวเป็แนวตรงมองไม่สุดสายตา ถึงจะหมือนสถานีรถไฟแต่ก็ดูสะอาดตามากกว่าสถานีรถไฟที่คนใช้กันทั่วไป หากจะว่าถูกทิ้งร้างก็ไม่น่าใช่เพราะไม่มีหยากไย่หรือเศษฝุ่นให้เห็นแม้แต่เพียงเล็กน้อย และที่สำคัญหากเป็สถานีรถไฟ ทำไมทางที่อยู่ตรงกลางโดมลาดยาวไปนั้นกลับไม่มีรางรถไฟ หากแต่เป็ช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้น มีเพียงหมอกและควันสีขาวลอยอยู่เต็มไปหมด ผมครุ่นคิดอยู่นานด้วยความกลัวและความสับสนก่อนจะก้าวเท้าขยับออกจากจุดที่ยืนอยู่
ผมเดินเลียบตามทางเดินที่ระนาบอยู่กับช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้นนั้นไปเรื่อยๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ เดินไปเท่าไรก็ไม่มีทีท่าว่าจะไปถึงสุดปลายทาง ผมรู้สึกเหนื่อยจึงหยุดพักแล้วนั่งบนทางระนาบ ห้อยขาลงกับช่องว่างโล่งๆ ที่เต็มไปด้วยเมฆหมอก มีแสงบางอย่างปรากฏขึ้นเบื้องหน้าอยู่คนละฝั่งกับที่ผมนั่งอยู่ เมื่อแสงสว่างหายไปก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม เขาใส่ชุดคลุมยาวสีขาวขลิบทองลวดลายงดงามมาก อีกทั้งยังมีผิวขาวร่างสูงสง่าดูระหงประดุจเ้าชายจากราชวงศ์อันสูงส่ง ผมมองเขาอย่างตกตะลึง แล้วเสียงแรกของเขาก็เปล่งออกมา
“เ้านั่งอยู่บนชานชาลารถไฟแล้วห้อยขาลงมาบนทางรถไฟแบบนั้น อยากถูกรถไฟชนหรืออย่างไร”
ผมสะดุ้งตัวออกจากจุดที่นั่งอยู่ทันที พร้อมตอบเขากลับไปด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
“ตรงนี้คือทางรถไฟ ที่นี่เป็สถานีรถไฟจริงๆ หรือครับ”
“จริง” เขาตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่ที่นี่ไม่มีทางรถไฟแล้วรถไฟจะวิ่งมาได้อย่างไรกันครับ อย่าว่าแต่รางรถไฟเลย พื้นดินที่วางรางรถไฟก็ยังไม่มีเลย” ผมถามเขาไปในสิ่งที่สงสัยมาั้แ่แรกที่ผมมาที่นี่
“รถไฟที่นี่วิ่งบนอากาศ ช่องว่างโล่งๆ ที่ไม่มีพื้นนี่ล่ะคือทางรถไฟ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ผมเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกมหัศจรรย์ใจ
“อีกไม่นาน รถไฟก็จะเข้าสถานีเทียบท่าที่ชานชาลานี้แล้ว เ้าต้องเลือกแล้วนะว่าจะขึ้นรถไฟฝั่งไหน ฝั่งข้าหรือฝั่งเ้า ถ้าเ้าขึ้นรถไฟฝั่งเ้าจะได้กลับไปยังที่ๆ เ้าจากมา แต่หากเ้าขึ้นรถไฟฝั่งข้า จะได้ไปยังที่ๆ เ้าปรารถนา”
ชายในชุดคลุมขาวถามต่ออย่างไม่รีรอ
“ถ้าผมขึ้นรถไฟฝั่งผมจะได้กลับบ้านใช่ไหมครับ แต่ถ้าขึ้นรถไฟฝั่งท่านล่ะครับจะได้ไปที่ไหนกันแน่ครับ ที่ๆ ผมปรารถนาจะไป หมายถึงที่ไหนหรอครับ” ผมถามเขาด้วยความกระวนกระวานใจ
“ตลอดเวลาที่ผ่านมาเ้าปรารถนาใคร่รู้ในสิ่งใดเป็ที่สุด โหยหาสิ่งใดเป็สุด เ้าก็จะได้ไปโลกแบบนั้น จงตรองดูเถิด” ชายผู้สูงสง่าตอบผมกลับด้วยประโยคที่ผมต้องคิดอีกทีหนึ่ง
ผมรู้แล้วว่าที่ๆ ผมปรารถนาจะไปคือสถานที่แบบไหน แต่แล้วผมก็ต้องครุ่นคิดอย่างหนักในเวลาถัดมาไม่นานหลังจากที่เขากล่าวกับผมต่อว่า
“ไม่ว่าเ้าเลือกที่ใด จงจำไว้ว่า เ้าจะไม่สามารถไปยังอีกสถานที่ได้ตลอดไป”
“ปรู๊นนนนนนนน น น น” เสียงรถไฟกำลังจะเข้าสถานีดังขึ้น
ไม่รู้ว่าตอนนั้นผมใช้ตรรกะอะไรในการตัดสินใจแต่ด้วยความกดดันที่ต้องรีบตัดสินใจในเวลาที่คับขันผมจึงเลือกตอบ
“ผมขอขึ้นรถไฟฝั่งท่านครับ”
ทันใดที่สิ้นเสียงร่างของผมก็หายจากจุดที่ยืนอยู่ไปปรากฏข้างๆ เขา แล้วรถไฟก็เข้ามาเทียบชานชาลาพอดีเป๊ะ ประตูรถไฟเปิดออก ข้างในรถไฟโล่งว่างไม่มีผู้ใด ผมรู้สึกกลัวมากไม่กล้าก้าวเท้าขึ้นไป จนชายในชุดคลุมกล่าวขึ้นมาว่า
“เ้าไม่ต้องกลัว ไม่มีสิ่งใดต้องกลัว นี่คือการตัดสินใจของเ้า เ้าเลือกทางของเ้าแล้ว”
ผมก้าวขึ้นไปบนรถไฟด้วยความประหม่า ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคุยกับคนแปลกหน้ามาตั้งนานแต่ลืมถามชื่อว่าเขาเป็ใครมาจากที่ไหน พอหันกลับไปที่ประตูเพื่อจะถามเขา รถไฟก็เริ่มเคลื่อนออกจากชานชาลาแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาในหูของผม
“I’ m legends , The first men of wizard who lives reverse and forever”
“ข้าคือตำนาน ปฐมบุรุษแห่งพ่อมด ผู้ซึ่งมีชีวิตแบบย้อนกลับและเป็ะ”
ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ผมเพิ่งได้พบกับบุคคลผู้ซึ่งเป็ตำนานของโลก ถึงแม้เขาจะไม่บอกชื่อกับผม ผมก็ทราบได้จากคำใบ้ของเขา เขาคือ “Merlin” พ่อมดผู้ซึ่งมีชีวิตแบบย้อนกลับและเป็ะ ดังนั้นเมอร์ลินที่ผมเจอจึงไม่ใช่ชายชราผมขาวเครายาว หากแต่เป็เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับผม
รถไฟวิ่งไปบนอากาศด้วยความเร็วสูง วิวสองข้างทางเต็มไปด้วยหมู่เมฆามากมายหลายแบบ บ้างชูช่อขึ้นกลางอากาศเหมือนดอกกะหล่ำ บ้างจับเป็กลุ่มเป็ก้อนเหมือนรูปสัตว์ในเทพนิยาย บ้างลากหางยาวดังขนนก สวยงามเหมือนอยู่ในแดนสรวง มองไม่เห็นพื้นเบื้องล่าง อาจจะเป็เพราะรถไฟลอยอยู่สูงมาก ผมรู้สึกเพลิดเพลินมากจนเผลอหลับไปบนเบาะกำมะหยี่ที่นุ่มดุจขนนก