โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 34 ข้อเท็จจริง

    ตอนที่ 34 ข้อเท็จจริง เมื่อหลินรั่วเฉินได้เห็นว่าเซิงห่าวนั้นหลับไปแล้ว ภายในใจก็รู้ดีว่าเขานั้นก็เหนื่อยแล้ว เลยไม่ส่งเสียงรบกวนออกมา เมื่อสักครู่ตอนอยู่ด้านนอกเขาได้ลองถามกับคนขับรถสาวมาบ้างแล้ว สำหรับเรื่องนี้ก็เข้าใจอยู่พอประมาณ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังต้องรอให้หลินเหยาฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วค่อยมาดูว่าที่จริงแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อถึงกลางดึก เซิงห่าวถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยเสียงกรีดร้องหนึ่ง เขายังไม่ทันที่จะได้ลืมตาตื่นขึ้น มือของเขาก็ไม่รู้ว่าโดนอะไรสะบัดทิ้งอย่างแรง จนทำให้ไปกระแทกเข้ากับขอบเตียงคนไข้ เซิงห่าวสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ในเวลานั้นเขาถูกปลุกด้วยความเจ็บปวด "นาย......." หลินเหยาจ้องมองและชี้ไปที่เขาพร้อมกับเบิกตากว้าง ถึงกับโพล่งคำว่านายโดยที่ลากเสียงยาวไม่หยุด แต่ก็เอ่ยคำพูดออกมาไม่เป็นประโยคอยู่ดี เซิงห่าวกุมมือที่ทั้งเจ็บทั้งชาของเขาเอาไว้ พูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า : "เสียทีที่เมื่อวานฉันพึ่งไปช่วยเธอ ไม่คิดเลยว่าเธอจะกับทำแบบนี้กับฉัน! " "ฉัน......" หลินเหยาอ้าปากค้างด้วยความงุนงง สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้เหมือนกับกระแสน้ำที่วิ่งเข้าหาเธอ "จำได้แล้วใช่ไหมล่ะ" เซิงห่าวนวดมือของตัวเอง เมื่อได้เห็นหน้าที่บาดเจ็บจนบวมของเธอตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว เลยขี้เกียจเกินกว่าจะโต้เถียงกับเธอ "ตอนนี้เธอรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง? " เมื่อเซิงห่าวพึ่งจะพูดคำนั้นจบ หลินเหยาทำเสียงอู้อี้แล้วปิดใบหน้าที่ได้รับบาดเจ็บของเธอ : "ปวด......." เธอพึ่งจะตื่นขึ้นมา ในชั่วเวลาหนึ่งก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ในขณะเดียวกันนั้นก็ลืมนึกถึงบาดแผลบนใบหน้าของตัวเอง ตอนนี้เลยทำให้เธอรู้สึกปวดจนจะแย่แล้ว ประตูห้องพักคนไข้ถูกเปิดออก หลินรั่วเฉินก็ได้รีบร้อนเดินเข้ามา   "เหยาเอ๋อร์ ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง? " "ป๊า" เมื่อหลินเหยาได้เห็นหลินรั่วเฉิน ดวงตาของเธอก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงขึ้นมาทันที "ฮือ ฮือ ป๊า หนูคิดว่าหนูจะไม่ได้เห็นหน้าป๊าอีกแล้ว! " หลินรั่วเฉินเดินมาจนถึงข้างเตียงของเธอแล้วก็ได้เริ่มที่จะปลอบใจขึ้น หลินเหยากอดเขาแล้วร้องไห้ออกมา เขาปลอบใจเธอว่า : "เจ้าเด็กโง่ ไม่ใช่ว่าตอนนี้ลูกได้เจอแล้วเหรอ? " เริ่มร้องไห้มาเป็นเวลานาน ร้องไห้จนทำให้ตาทั้งสองข้างนั้นบวมแดง หลินเหยาก็ยังคงไม่มีวี่แววว่าจะหยุดร้องไห้ "ถ้าลูกยังร้องไห้อยู่อีก ดวงตาของลูกกับหน้าจะบวมเหมือนกันแล้ว บวมจนน่าเกลียดไปหมดแล้ว ถึงเวลานั้นก็คงจะไม่มีใครเอาลูกแล้วละ" หลินรั่วเฉินพูดติดตลก ต้องการที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของหลินเหยาสักเล็กน้อย หลินเหยายังคงร้องไห้ อย่างนั้นก็แสดงออกอย่างชัดแจ้งว่าเธอไม่เป็นไร เธอยังคงร้องไห้ไปอีกสักพักหนึ่ง แต่ก็ร้องไห้ไปได้แค่ไม่นานนัก เพราะมันไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเท่าไรนัก เป็นไปตามคาด เมื่อหลินเหยาได้ยินดังนั้น เสียงร้องไห้ก็ค่อยๆ เบาลงไป เธอร้องไห้จนดวงตาพร่าเลือนจนเธอพูดออกมาว่า : "ใครบอกกัน หรือว่าป๊าจะไม่ต้องการหนูแล้ว? " หลินรั่วเฉินพูดว่า : "แน่นอนว่าไม่ใช่อยู่แล้ว ในสายตาของป๊า เหยาเอ๋อร์เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบ้านของพวกเรา" เหมือนหลินเหยาได้ฟังประโยคนี้ ก็หัวเพราะพรวดออกมา สุดท้ายแล้วไปกระทบเขากับบาดแผลเข้า ปวดจนเธอถึงกับแยกเขี้ยวยิงฟันไปพักหนึ่ง หลินรั่วเฉินรู้สึกปวดใจไปชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นในที่สุดดูอารมณ์ของหลินเหยาแล้วว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วก็พูดขึ้นมาว่า : "เหยาเอ๋อร์ จริงๆ แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ใครคือคนที่ลักพาตัวลูกกัน? " เมื่อหลินเหยาได้ฟังคำถามนี้ กลับหันไปจ้องมองไปที่เซิงห่าวราวกับจะชี้ตัวคนร้ายอย่างไงอย่างงั้น เมื่อเริ่มที่จะเปิดปากพูดออกมา ก็คิดถึงเรื่องอะไรขึ้นมาได้ แววตาของเธอก็เริ่มแปลกประหลาดไป เธอเงียบไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็พูดขึ้นว่า : "หนูได้ยินพวกโจรพูดกันว่า เซิงห่าวเป็นคนจ้างให้พวกเขามาลักพาตัวหนู" เมื่อพูดถึงประโยคหลังนั้น เสียงของเธอกลับเบาลงไป เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไรนัก เมื่อหลินรั่วเฉินได้ยินดังนั้น ก็มองไปที่เซิงห่าวด้วยการแสดงออกที่ค่อนข้างไม่เข้าใจ เขาที่คอยควบคุมดูแลห้างสรรพสินค้ามานานปี ย่อมเข้าใจในหลักจิตใจของคนไม่มากก็น้อย เขาเองก็รู้สึกว่าภายในเรื่องนี้ จะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน "เฉิงจื่อหาวเป็นคนทำ" เซิงห่าวได้เล่าเรื่องนี้ออกมา "เพื่อที่เขาจะใส่ร้ายผม ดังนั้นถึงได้ทำเรื่องอย่างนี้" เมื่อเขาได้เอาเรื่องนี้พูดออกมาแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นก็คงต้องดูที่หลินเหยาและหลินรั่วเฉิน อย่างไรก็ตามตอนนี้เขามีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างแน่นอน เพียงแค่เมื่อถึงเวลาก็ให้ทางฝ่ายตำรวจตรวจสอบเฉิงจื่อหาวสักหน่อยแล้วลงบันทึกการตรวจสอบเอาไว้ ก็จะสามารถหาข้อเท็จจริงจากเรื่องนี้ได้แล้ว "เขานี่มันจะมากเกินไปแล้ว! " หลินเหยาเชื่อในคำพูดของเซิงห่าวอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับเธอแล้ว เกี่ยวกับเรื่องเฉิงจื่อหาวนั้น เธอเต็มใจที่จะเชื่อในคำพูดของเซิงห่าวมากกว่า ใครทำให้เธอเกลียดผู้ชายคนนั้นกัน :       "ตอนที่ฉันถูกลักพาตัวไป เริ่มแรกตอนนั้นฉันได้ยินคนพูดถึงอะไรสิบล้านหยวนนี่แหละ หลังจากนั้นเมื่อตอนที่พวกโจรที่อยู่ข้างหลังพูดคุยกัน ก็ตะโกนชื่อของนายออกมา พูดว่านายคือลูกพี่ หลังจากนั้นฉันก็เลยคิดขึ้นมาจริงๆ ว่านายลักพาตัวฉันมาเพื่อเงินสิบล้านหยวนนั่น" เมื่อเซิงห่าวเห็นเธอทำท่าทางน้อยใจ ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิเธอ : "เขาทำเพื่อที่จะใส่ร้ายฉัน ฉันคิดว่าถ้าหากฉันไม่ได้เป็นคนช่วยเธอไว้ ตอนที่ตำรวจหาเธอเจอต่อให้ฉันกระโดดแม่น้ำฮวงโหก็คงชำระบาปที่เกิดขึ้นได้ไม่หมดอย่างแน่นอนแล้ว” หลินรั่วเฉินยังคงฟังอยู่ แต่ทว่าหลินเหยาได้เชื่อเซิงห่าวไปอย่างสนิทใจแล้ว แต่เขานั้นก็ยังคงรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง : "เธอรู้ได้อย่างไรว่าเฉิงจื่อหาวเป็นคนลักพาตัวเหยาเอ๋อร์ไป? " "เพราะผมเห็นบนมือซ้ายของเขา" เซิงห่าวยื่นนิ้วซ้ายของเขาออกเพื่อชี้ตำแหน่งโดยประมาณ "ตรงนี้ของเขาได้รับบาดเจ็บ เป็นรอยฟันเป็นแถว ผม......." เซิงห่าวยังไม่ทันที่จะได้พูดจนจบ หลินเหยาก็ร้องตะโกนออกมาว่า : "ใช่! ถ้าหากที่มือซ้ายของเขามีรอยฟันอยู่จริง อย่างนั้นเขาก็เป็นคนลักพาตัวฉันอย่างแน่นอน! " เมื่อหลินรั่วเฉินได้ยินเธอพูดอย่างมั่นใจขนาดนี้ ก็สับสนไปครู่หนึ่ง : “เหยาเอ๋อร์ หมายความว่าอย่างไร” "ตอนนั้นหนูตื่นขึ้นมาอย่างงุนงง แล้วได้ยินเสียงหนึ่ง อ๊าก! นั่นคือเสียงของเฉิงจื่อหาว หนูจำมันได้แล้ว! " หลินเหยาก็ได้ตะโกนออกมาอีกครั้ง "เขาลูบขาของหนู หนูก็เลยกัดมันไปครั้งหนึ่ง เป็นการกัดที่รุนแรงมาก นั่นก็คือเขาแล้ว มิน่าล่ะถึงได้รู้สึกว่าทำไมรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้นขนาดนี้" เซิงห่าวและหลินรั่วเฉินได้มองหน้ากันครู่หนึ่ง หลินรั่วเฉินได้ปลอบโยนลูกสาวของตัวเอง : "เหยาเอ๋อร์ ตอนนี้ร่างกายของลูกอ่อนแอ ไม่ต้องคิดมากอย่างนั้นแล้ว ต้องพักผ่อนให้มากๆ เรื่องราวในครั้งนี้ส่งต่อให้พ่อกับเซิงห่าวจัดการดีกว่า" เมื่อพูดถึงเรื่องพักผ่อน หลินเหยาจะต้องง่วงอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เธอหาวขึ้นมาครั้งหนึ่ง ความจริงแล้วเมื่อกี้นี้เธอตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย "ถ้าอย่างนั้นพวกคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนนะ! " หลินเหยาพูดประโยคนั้นจบ ก็กลับไปนอนบนเตียงอย่างสบายใจ แล้วก็หลับไปอีกครั้ง หลินรั่วเฉินแสดงท่าทางกับเซิงห่าว แล้วก็เดินออกมาด้วยกัน “เซิงห่าว ครั้งนี้จะต้องขอบคุณเธอเป็นอย่างมากแล้ว” หลังจากที่ออกมาแล้ว หลินรั่วเฉินก็ได้กล่าวขอบคุณ เซิงห่าวส่ายหัว : “ไม่ต้องหรอกครับ ความจริงแล้วหลินเหยาถูกลักพาตัวไปเป็นเพราะผม ตอนนี้เธอไม่ได้เป็นอะไรผมก็สบายใจแล้ว” หลินรั่วเฉินยังคงพูดต่อไปอีกว่า : "เมื่อกี้นี้ตำรวจพึ่งจะมา ฉันเห็นว่าพวกเธอทั้งสองหลับไปอย่างรวดเร็ว ก็เลยบอกกับพวกเขาแล้วว่าวันพรุ่งนี้ค่อยไปสถานีตำรวจอีกครั้ง เกี่ยวกับเรื่องที่เธอต้องโดนตรวจสอบ เธอไม่ต้องกังวลไปนะ" เซิงห่าวรู้ในความหมายของเขา พรุ่งนี้เขาจะต้องพาหลินเหยาไปที่สถานีตำรวจเพื่ออธิบายให้ชัดเจน เซิงห่าวพยักหน้าเล็กน้อย เขาที่พึ่งได้หลับไปถูกรบกวนจนทำให้ตื่นขึ้นมา สภาพร่างกายยังคงเหนื่อยล้าอยู่เล็กน้อย ทนไม่ไหวจนต้องหาวออกมาครั้งหนึ่ง หลินรั่วเฉินได้เห็นดังนั้น ก็คิดขึ้นมาได้ว่าเขาเป็นเพียงแค่เด็กนักเรียน ร่างกายกำลังเจริญเติบโต ต้องการที่จะพักผ่อนให้เพียงพอ เขายิ้มแล้วพูดว่า : "ตอนนี้ก็ดึกมาแล้ว ในห้องพักผู้ป่วยยังมีเตียงสำหรับพักผ่อนของผู้ป่วยอยู่ คืนนี้เธอก็นอนที่นี่ไปก่อน ดึกขนาดนี้แล้วเธอก็ไปไหนไม่ได้แล้ว" "ครับ" อันที่จริงแล้วเซิงห่าวเตรียมตัวเอาไว้ตั้งนานแล้วว่าจะนอนคว่ำหน้าอยู่สักคืนหนึ่ง แต่ตอนนี้ได้ยินว่ายังมีเตียงสำรองที่สามารถนอนได้ แน่นอนว่าเขาต้องมีความสุขอยู่แล้ว แต่ทว่าถ้าหากเขาใช้เตียงคนป่วยนอนแล้วหลินรั่วเฉินจะไปนอนที่ไหน? หลินรั่วเฉินเมื่อเห็นแววตาของเขาก็รู้แล้วว่าเขาต้องการที่จะพูดอะไร เขาตบไหล่ของเซิงห่าวเล็กน้อย : "ฉันยังมีเรื่องที่จะต้องทำอยู่อีกนิดหน่อย เธอไปนอนเถอะ" เซิงห่าวก็ไม่มีทางเลือก พยักหน้าไปเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปในห้องพักคนไข้ เขาจำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย เพราะว่า วันพรุ่งนี้เขาจะต้องไปหาเฉิงจื่อหาวเพื่อคิดบัญชี...