เสียงดังอื้ออึงลั่นตลาดชิงเอาความสนใจจากผู้คนที่กำลังสนใจแม่ค้าตัวน้อยไปเหมยลี่จึงค่อย ๆ แทรกร่างเล็กหลบไปท้ายตลาดซึ่งเป็ทางกลับบ้าน นางเลือกที่จะไม่เข้าไปหาเฉินกวงตอนนี้ด้วยหลายสาเหตุประการแรกนางไม่สามารถให้ใครรู้ว่าท่านพ่อของเธอที่เอาไปกล่าวอ้างไปทั่วกับว่าที่ลูกค้าคือคนที่เป็ปากเสียงอยู่ตอนนี้เดี๋ยวจะกลายเป็ว่านางกุเื่เพื่อขายของประการที่สองหากนางให้ท่านพ่อเห็นตอนนี้เขาจะต้องมากังวลเื่ของบุตรสาวคนนี้แน่ขอรอท่านพ่อตรงทางกลับบ้านดีกว่า ใช่ว่าจะไม่ห่วงแต่ถ้าโผล่ไปแล้วเป็ตัวถ่วงนางไม่เอาแบบนั้นเด็ดขาด
โลกนู้นฉันช่วยนายได้โลกนี้ฉันก็ต้องช่วยนายได้เหมือนกันคุณอั๋น เฉินกวงของฉัน
แสงอาทิตย์สุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไม่นานร่างสูงเดินพ้นย่านตลาดเฉินกวงเพิ่งขนของชดใช้ส่วนที่เสียหายเสร็จก็เดินคอตกกลับบ้านวันนี้เขาตั้งใจออกมาหางานทำทว่างานที่ได้เบี้ยดี ๆไม่ค่อยจะมีในย่านนี้อีกอย่างไม่มีใครรู้จักเขาจึงไม่มีใครรับคนแปลกหน้ามาทำงานจึงต้องจำใจรับจ้างขนของตามที่เถ้าแก่สั่งหากวันนี้เขาขนได้มากหน่อยก็อาจจะได้เบี้ยถึงห้าอีแปะแต่ก็เกิดเื่ขึ้นเสียก่อนขณะที่ขนของเที่ยวสุดท้ายเท้าเขาเกิดอุบัติเหตุไปเหยียบก้อนหินแหลมเข้าซ้ำแผลเก่าที่เกิดตอนพาเหมยลี่ไปโรงหมอจึงเสียหลักล้มกระสอบป่านที่แบกอยู่ร่วงลงพื้นแตกเสียหายวันนี้เขาเลยไม่ได้เบี้ยซักอีแปะเดียวไปฝากลูกสาว
ข้ามันพ่อไม่ได้เื่จริง ๆ พาลูกมาลำบากด้วยซ้ำข้าวซักทัพพีนางก็ยังไม่ได้กิน
เฉินกวงเดินออกมาได้ไม่นานก็เห็นร่างเล็กที่ยืนชะเง้อหันมาทางเขาเพียงเท่านั้นเฉินกวงก็จำได้ทันทีว่านั้นคือบุตรสาวของเขา
“ท่านพ่อข้ายืนรอท่านนานมากเลยเ้าค่ะ ท่านพ่อเหนื่อยมากไหมเ้าคะ”เหมยลี่ยิ้มแฉ่งท่ามกลางความมืด สองเท้าเล็กวิ่งสาวเข้าสวมกอดขาสองข้างที่หยุดนิ่งของเฉินกวง
ด้วยความสูงพอเสมอเอวคนเป็พ่อเธอจึงทำได้แค่โอบต้นขาแน่น ๆ เท่านั้น
เฉินกวงเห็นบุตรของเขาทำเช่นนั้นน้ำตาที่อัดอั้นจากความเหนื่อยมาทั้งวันก็หลากลงเขื่อนที่คอยกั้นกลับพังทลายเพราะคำพูดสั้น ๆ ง่าย ๆ ของคนเป็ลูก
“...”เฉินกวงทำได้เพียงมองหน้าลูกสาวคำพูดที่มันกระจุกอยู่ภายในใจเขามันพร้อมใจหันหลังกลับทิ้งเขาไว้กับความว่างเปล่าที่ไม่อยากมอบให้เด็กน้อยตรงหน้าเขาทิ้งเข่าทรุดลงกับพื้นเพราะรู้สึกว่าชีวิตมันช่างนักหนานัก
“ท่านพ่อ ข้าอยากกลับบ้านเราแล้ว วันนี้ข้าผิงมันไว้ให้ท่านพ่อด้วยนะเ้าคะ” เหมยลี่ประสานมือเล็กไว้ที่คอของเฉินกวงยิ้มเป็กำลังใจให้คนตรงหน้าว่ากันว่าผู้ชายไม่ว่ายุคสมันไหนก็ไม่ได้อยากให้ใครมองว่าอ่อนแอ นางจะไม่ทำให้เขารู้สึกอย่างนั้นเด็ดขาด
“อืม กลับบ้านเรานะเ้า พ่ออยากกินมันผิงของเ้าจนท้องร้องแล้ว”เฉินกวงอุ้มเด็กน้อยพาดอกเดินไปตามทางลูกรังที่ทอดไปยังเพิงเล็กที่เขาเรียกว่าบ้าน
ตลอดเส้นทางสองฝ่าเท่าที่เหยียบย่ำก้อนกรวดน้อยใหญ่ก็ส่งสัญญาณความเ็ปมาหาเฉินกวงทุกย่างก้าวเขายังคงเดินต่อไปโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกเ่าั้เด็กน้อยที่หลับบนไหล่ของเขาอดทนเดินไปหาถึงตัวตลาด แล้วเขาจะมายอมแพ้ง่าย ๆได้อย่างไร
ไม่นานนักเฉินกวงและเหมยลี่ก็ถึงบ้านปลายทาง ควันบาง ๆยังคุกรุ่นลอยล่องจนถึงทางเข้า เฉินกวงปลุกเด็กน้อยที่หลับให้ตื่นไปอาบน้ำท่าในบึงเล็กใกล้นาก่อนมากินมันเผา
“ท่านพ่อเ้าคะ นี่เป็เบี้ยที่ข้าเอามันไปขายท่านพ่อเอาไปนะเ้าคะ”คนตัวเล็กที่งัวเงียจากการตื่นยื่นถุงที่มัดลวก ๆ ด้วยเชือกกล้วยให้
“หืม เ้าเอามันที่เ้าหาได้ไปขายมาหรือ พ่ออยู่ในตลาดทั้งวันใยไม่เห็นเ้า”เฉินกวงถามใคร่รู้
“ข้าขายระหว่างทางเ้าค่ะ ข้าอยากไปหาท่านพ่อเลยเอาติดไปด้วยขายดีด้วยนะเ้าคะ” รอยยิ้มจาง ๆ จากเหมยลี่ทำให้คนเป็พ่อพอยิ้มได้
“เ้าเก็บไว้เถิด จะได้เอาไว้ใช้ซื้อของที่เ้าอยากได้”
เวลานี้เฉินกวงละอายใจยิ่งนักบุตรสาวที่เขารักเอาเบี้ยที่ได้มาให้เขาโดยได้เก็บไว้ซักเบี้ยเดียวกลับกันเขาที่ออกไปหางานทำหวังเลี้ยงลูกกลับไม่ได้เงินมาซักแดงเดียว
เหมยลี่เห็นเฉินกวงทำหน้าลำบากใจก็รู้ทันทีว่าคนตรงหน้าคิดเช่นไร
“ท่านพ่อเ้าคะ” เหมยลี่ดึงชายเสื้อพอให้คนเป็พ่อรู้ตัว “ข้าบอกคนระหว่างทางกับที่ตลาดไว้ว่าวันพรุ่งนี้ข้าจะเอามันเผาไปขายแต่ไฟมันร้อนมากเลยเ้าค่ะมือข้าพองไปหมด ท่านพ่อช่วยข้านะเ้าคะข้าอยากได้เบี้ยไปซื้อขนมเ้าค่ะ”
พูดจบเหมยลี่ก็แบมือสองข้างที่บวมแดงเพราะขุดดินตอนกลางวันให้คนตรงหน้าเห็นนางสมอ้างว่าเป็เพราะไฟที่ใช้เผามันไปขายเหมยลี่รู้ดีหากอั๋นกับเฉินกวงคือคนคนเดียวกันแม้ต่างภพต่างชาติต่างเวลานิสัยคงไม่ต่างกันมากอั๋นที่เธอได้เจอมาสู้งานทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินไม่เคยเลยซักครั้งที่คิดจะขอค่าจ้างจากเธอเพิ่ม
คงไม่ต่างกันเท่าไหร่นักกับเฉินกวงในภพนี้ยิ่งเขาเป็พ่อของร่างนี้ด้วยแล้วหากไม่ใช้ไม้นี้มีหวังเขาได้ไปใช้แรงงานให้คนเขาด่าอีกแน่
“เ้านะเ้า พ่อให้อยู่บ้านสบาย ๆ เ้ายังทำให้ตัวเองลำบากอีกตนได้”มือหนาขยี้ผมบุตรสาวจนยุ่ง
“ก็ท่านพ่อไปทำงานนี่เ้าคะ ข้าอยู่บ้านไม่มีอะไรทำอยากไปตามท่านพ่อแต่ก็อยากช่วยท่านพ่อด้วยเลยเผามันไปขายด้วยระหว่างทาง ข้าเก่งใช่ไหมล่ะเ้าคะ”เด็กน้อยยิ้มกว้างเสียจนไม่เห็นตาโอ้อวดคนเป็พ่อ
“เก่งมาก ไหนเ้าขายได้มากเพียงไหนกัน”เฉินกวงยื่นมือรับถุงเบี้ยที่ลูกสางถือแกว่งไปมา “ยี่สิบอีแปะ มันมากเกินไปไหม นี้ขายมันเผาอย่างเดียวแน่หรือเ้า”เขาขมวดคิ้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหมยลี่ต้องใช้มือเล็กจับมือคนเป็พ่อไว้
“ใช่สิเ้าคะ ไม่เคยมีใครว่ามันกินได้แถมรสชาติดีมากด้วยข้าขายเพียงหัวละสองอีแปะสิบหัวก็ได้แล้วเ้าค่ะ”
เหมยลี่ไม่ได้บอกความจริงทั้งหมดว่าแท้จริงแล้วนางลดแลกแจกแถมขนาดไหนเบี้ยจริง ๆ ได้อยู่ราวสิบอีแปะแต่นางเอาจากในระบบมาเติมอีกเท่าตัวทั้งหมดเหมยลี่ลงทุนเพื่อการตลาดล้วน ๆ
เฉินกวงได้ยินคำลูกสาวพูดก็อดที่จะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้เขาภาคภูมิใจที่เหมยลี่ทำได้อย่างนั้นแต่กลับกันความรู้สึกพ่ายแพ้ก็ถาโถมเข้าหาเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เ้าเก่งเกินพ่อคนนี้ของเ้าเสียอีกเหมยลี่น้อยของพ่อ”
“แน่นอนสิเ้าคะ ท่านพ่อเก่งออกปานนี้บ้านหลังใหญ่นั่นท่านพ่อก็สร้างเอง ตอนนี้ถึงตาข้าบ้างแล้วเ้าค่ะข้าจะสร้างมันใหม่ให้ท่านพ่อเองนะเ้าคะ” เหมยลี่พูดพลางจับมือเฉินกวงดั่งคำมั่นสัญญากลายๆ
“พ่อต้องเป็คนสร้างให้เ้าต่างหาก”ความรู้สึกแย่บางอย่างกำลังเข้าจู่โจมเขาจนต้องปาดน้ำตาความผิดหวังกล้ำกลืนต่อคนตัวเล็กตรงหน้าเอ่อขึ้นจนล้น
“ท่านพ่อรู้สึกไม่ดีใช่ไหมเ้าคะข้าเคยท้อกับการมีชีวิตอยู่เหมือนกันเ้าค่ะทุกครั้งก็มีท่านพ่อและน้องสี่ที่อยู่ข้าง ๆมาจนเวลานี้ถ้าท่านพ่อรู้สึกเช่นนั้นข้าอยากให้ท่านพ่อรู้เ้าค่ะว่ายังมีข้าอยู่ท่านพ่อพาข้ามาถึงที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่หรือเ้าคะ งั้นมาเริ่มใหม่ด้วยกันนะเ้าคะข้าช่วยท่านพ่อเอง”
เหมยลี่เอ่ยเตือนสติคนเป็พ่ออีกครั้งเธอยืนตรงทำท่าขึงขังราวกับจะไปออกรบจนทำให้เฉินกวงที่อยู่ในวังวนความคิดหลุดหัวเราะ
“ฮ่า ฮ่าเ้านี่เป็เด็กแก่นแก้วขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่” เฉินกวงอุ้มเหมยลี่ขึ้นนั่งบนแขนของเขา“ได้ พ่อจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้เ้า เราจะอยู่ด้วยกันอย่างสุขสบายอีกครั้ง”
“ไม่เ้าค่ะ” เหมยลี่ค้านเสียงแข็ง
“เหตุใดกันเ้าเพิ่งบอกพ่อว่าเริ่มต้นกันอีกครั้งไม่ไช่หรือ?”เฉินกวงขมวดคิ้วซ้ำอีกครั้งเมื่อคนที่เขาอุ้มกลับลำเสียดื้อ ๆ
“ท่านพ่อท่านไม่เข้าใจข้าข้าไม่ได้อยากสุขสบายข้าเพียงอยากอยู่กับท่านและน้องสี่เพียงเท่านั้นข้าทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่ข้ารัก เพราะฉะนั้นท่านพ่อต้องช่วยข้านะเ้าคะ”
เสียงร้องขอเจื้อยแจ้วสะท้อนความ้าที่แท้จริงของเด็กน้อยจนสิ้น