ในขณะที่ทั้งสามกำลังจะเดินไปแนวกำแพงที่ปลอดคนของกองกำลังหมาล่าเนื้อ เสียงของผู้วิเศษเคอซวนก็ดังขึ้น พร้อมสายตามองจ้องไปที่เซี่ยซีหาน
"เจ้าจะไปแบบนี้จริงๆ รึ"
เซี่ยซีหานงงงันกับคำพูดแปลกๆ ของผู้วิเศษเคอซวน "ทำไมหรือขอรับท่านผู้วิเศษผู้ยิ่งใหญ่" เซี่ยซีหานตอบกลับอย่างงงงัน
"พลังโอน่าในร่างเจ้าระอุขนาดนี้ หากพบผู้วิเศษที่แท้จริง หรือผู้วิเศษที่ชำนาญด้านการมองพลังวิเศษ เจ้ายังไม่ทันเข้าไปถึง พวกเราก็จะตายกันหมด"
"เพราะพวกเราถูกจับได้จากการโดนสัมผัสถึงพลังโอน่าที่ละล่องตามอากาศ ขนาดคุณชายถางเทียนเจี๋ยเขาไม่ใช่ผู้วิเศษโดยตรง เขายังลบพลังวิเศษออกจากตัวแล้ว แต่เจ้า... เจ้าเป็นถึงผู้วิเศษที่ขาก้าวไปพาดอยู่หน้าประตูอาณาจักรแห่งสัมผัส ใกล้เป็นผู้วิเศษที่แท้จริงอยู่ตรงหน้าประตูแล้วแท้ๆ เหตุใดเจ้าจึงไม่รีบลบพลังวิเศษของตัวเองออกไป ก่อนที่พวกเราจะเข้าไปที่รังของศัตรูเล่า"
"ข้าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร" เซี่ยซีหานพูดด้วยใบหน้าโง่มึนจริงๆ
เคอซวนเอามือตีหน้าผากตัวเองพร้อมสบถคำดัง "ใครสอนเจ้าในเส้นทางผู้วิเศษไอ้เด็กโง่"
"ผู้วิเศษที่ข้ารู้จักจริงๆ มีแค่ท่าน ท่านผู้วิเศษเคอซวนผู้ยิ่งใหญ่"
ใบหน้าเคอซวนมืดมน แต่สุดท้ายก็พบว่าเซี่ยซีหานพูดเรื่องจริงทุกอย่าง จากเด็กชายสู่ชายหนุ่ม เซี่ยซีหานไม่เคยไปยังสถานศึกษาผู้วิเศษ หรือมหาวิหารจอมเวทย์ใดๆ ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้เรื่องเหล่านี้
"ไม่ได้การข้าต้องรีบสอนเจ้า" เคอซวนผู้วิเศษผู้มากประสบการณ์ไม่พูดเปล่า เขาเอามือไปวางกลางกายของเซี่ยซีหาน พลังวิเศษของเคอซวนแตกกิ่งก้านกระจายไปทั่วร่างวิญญาณของเซี่ยซีหาน โดยที่เซี่ยซีหานไม่ขัดขืน
แต่อยู่ๆ เคอซวนก็ต้องประหลาดใจ ร่างวิญญาณของเซี่ยซีหานอันเป็นที่สถิตซึ่งทะเลจิตวิญญาณ อันเป็นแหล่งกักเก็บพลังวิเศษหรือพลังโอน่าของเซี่ยซีหานนั้น เคอซวนรู้สึกว่ามันใหญ่โต ใหญ่โตอย่างยิ่ง 'ทำไมมันใหญ่โตแบบนี้' เคอซวนพูดกับตัวเองอย่างแปลกใจ แต่เขาก็รู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่เวลาซักถาม
ในทะเลจิตวิญญาณวงจรเวทมนตร์ก่อตัว นี่คือวงเวทย์แรกในตัวเซี่ยซีหาน
"เจ้าสัมผัสมันได้หรือไม่"
"ได้ขอรับ" เซี่ยซีหานพยักหน้าอย่างโง่งม ก่อนจะถามต่อว่านี่มันคืออะไร และเอาไว้ใช้ทำอะไร
"เจ้าไม่รู้จักวงจรเวทมนตร์รึ"
"ท่านผู้วิเศษเคอซวนที่ยิ่งใหญ่ เซี่ยซีหานรู้จักขอรับ แต่ข้าไม่เคยรู้เลยว่าวงจรเวทมนตร์มันจะใช้กับตัวเองได้แบบนี้" เคอซวนตบหน้าผากตัวเองเบาๆ อีกครั้ง
"แล้วเมื่อก่อนเจ้าควบคุมพลังของตัวเองได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าพลังของเจ้ามันจะระอุและควบคุมได้ยาก จนถึงระดับควบคุมไม่ได้หลอกรึ มีผู้วิเศษคนใดบ้าง ไม่ใช้วงจรเวทมนตร์ในการควบคุมพลังของตัวเอง"
เคอซวนพูดแบบนี้เซี่ยซีหานก็ได้แต่คิด ในตอนต่อสู้กับปิ๋งเสิ่ง เซี่ยซีหานเห็นเขาใช้วงเวทย์ แต่ก็ไม่รู้ว่ามีไว้ทำไม ตอนแรกคิดว่ามีเอาไว้เท่ห์ๆ เสียอีก
และหากย้อนไปไกลกว่านั้น ในวันที่นักบุญหญิงผู้มีร่างกายชรา ใช้โคตรพ่อโคตรแม่ภูเขาน้ำแข็งถล่มลงมาจากท้องฟ้า นางก็ใช้สิ่งที่ดูคล้ายวงเวทย์ในการสร้างภูเขาน้ำแข็งขึ้น จนตอนนี้เซี่ยซีหานจึงได้แต่คิด ไอ้ของแบบนี้เอาไว้ใช้ทำอะไร
ด้วยเห็นเซี่ยซีหานนิ่งอยู่นาน เคอซวนเลยได้แต่พูดน้ำเสียงแข็ง
"ซีหานอย่าบอกนะว่า... เจ้ายังไม่ได้เรียนการใช้วงจรเวทมนตร์กับตัวเอง เพื่อสร้าง 'วงเวทย์'"
เห่อเห่อ เซี่ยซีหานหัวเราะอย่างน่าสังเวช ก่อนตอบว่าขอรับ
"ไอ้เจ้าเด็กโง่ มีใครเขาทำแบบนี้ เช่นนี้ตลอดมาเจ้าก็ใช้พลังวิเศษโดยไร้มันมาตลอดงั้นรึ เด็กโง่นะเด็กโง่ พรสวรรค์เจ้าเสียหายเพราะไอ้โง่เจียตัวแท้ๆ"
"ท่านผู้วิเศษที่แสนยิ่งใหญ่เค่อซวน ซีหานทำอะไรผิดไปหรือขอรับ"
"ผิด ผิดอย่างมาก เจ้าเหมือนกับขี่ม้าโดยไม่มีอานนั่งและสายจับบังคับทิศทาง อยู่บนเรือที่ไร้ไม้พายและหางเสือ ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะหรือว่าไอ้โง่ เจ้าใช้พลังอย่างสูญเปล่าเกินไป ดูนี่" เคอซวนกางมือ
วงเวทย์ปรากฏก่อนจะมีลูกไฟเล็กๆ ลอยขึ้นจากวงเวทย์ จากนั้นลูกไฟก็พุ่งไป ณ ทิศทางตรงหน้าราวกระสุน "เจ้าควบคุมธาตุธรรมชาติและยิงออกไปแบบนี้ได้ไหม"
เซี่ยซีหานส่ายหน้า เขายิงพลังวิเศษของตัวเองไม่ได้จริงๆ
"แล้วแบบนั้นเวลาเจ้าต่อสู้และจะโจมตีศัตรูเจ้าจะทำอย่างไร หากจะผลักดันพลังวิเศษของตัวเองเข้าหาศัตรู"
มือเซี่ยซีหานรากไม้งอก ก่อนรากไม้นั้นจะพุ่งตรงไปทิศทางเดียวกับลูกไฟเล็กๆ ของเคอซวน เคอซวนมองตาไม่กะพริบ
"เจ้าทำแบบนี้มาตลอดงั้นเหรอ"
"ขอรับ"
"ไอ้เด็กโง่ นี่มันคือการใช้พลังวิเศษอย่างสิ้นเปลืองอย่างที่สุดเท่าที่ข้าเคยรู้จักผู้วิเศษมา เจ้าใช้พลังวิเศษอันบริสุทธิ์ทำทุกอย่าง ที่เจ้าทำแบบนี้ได้เพราะพลังวิเศษในตัวเจ้ามากกว่าคนปกตินับร้อยเท่า แต่นี่ไม่ใช่วิถีของผู้วิเศษ เมื่อครู่ตอนข้ายิงลูกไฟนั้น วงเวทย์ได้เป็นตัวช่วยในการผลักดันพลังวิเศษของข้า โดยการหยิบยืมพลังธรรมชาติโดยรอบ ส่วนใหญ่สร้างลูกไฟและผลักดันมันเป็นศรไฟโจมตี นั่นจึงทำให้ข้าใช้พลังวิเศษของตัวเองจริงๆ แค่ 1 ส่วน แต่ได้ผล 10 ส่วน เจ้ารู้หรือไม่ปกติพวกเราเหล่าผู้วิเศษ มักใช้พลังวิเศษของตัวเองกระตุ้นและหยิบยืมพลังธรรมชาติจากรอบด้านมาใช้ แม้แต่สัตว์ปีศาจที่ไร้จิตสำนึกยังทำแบบนี้ แต่เจ้า... ไอ้เด็กโง่ เจ้ากลับใช้พลังของตัวเองทำทุกอย่าง ข้าไม่อยากจะพูดกับเจ้าเลย เหตุใดข้าพึ่งมารู้เอาตอนนี้ เจ้าน่าจะเข้าไปเรียนในตอนที่ข้าสอนเด็กๆ เจ้ารู้ไหม เด็กๆ ที่ข้าสอนทุกคนรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้"
เซี่ยซีหานตอนนี้เกือบเอาตีนก่ายหน้าผาก
เมื่อลองคิดดูดีๆ ไม่ว่าจะ 'ปิ๋งเสิ่ง' หรือนักบุญหญิงที่เซี่ยซีหานพบเจอ ตอนที่พวกเขาใช้พลังวิเศษกัน เซี่ยซีหานก็พบว่า พวกเขามีวงเวทย์ปรากฏ แต่ทำไมตอนนั้นถึงไม่เอะใจว่ามันเอาไว้ทำอะไรกันนะ
เคอซวนตอนนี้ไม่อยากพูดต่อ ได้แต่บอกว่าตัวเองสร้างวงเวทย์ในทะเลจิตวิญญาณให้เซี่ยซีหานแล้ว
ด้วยการมีสิ่งนี้เซี่ยซีหานสามารถเปิดปิดพลังโอน่าของตัวเองได้ นี่คือการปิดซ่อนตัวตนของผู้วิเศษ ซึ่งหากไม่ใช้พลังออกมา จะไม่มีใครรู้ว่าเราคือผู้วิเศษ ป้องกันการตรวจจับจากศัตรูได้เกือบสมบูรณ์
โชคดีเซี่ยซีหานมีพรสวรรค์มากพอ เขาทำสิ่งที่เคอซวนต้องการได้ในทันที ส่วนหนึ่งเพราะเซี่ยซีหานชำนาญทักษะวงจรเวทมนตร์ระดับสองอยู่แล้ว
ถางเทียนเจี๋ยตบแผ่นหลังเซี่ยซีหานเบาๆ มีหลายเรื่องที่ถางเทียนเจี๋ยเองก็ไม่รู้ว่าเซี่ยซีหานจะใสซื่อขนาดนี้
แต่ก็ช่วยไม่ได้ ส่วนใหญ่ตัวเซี่ยซีหานเองไม่มีเวลา ตารางชีวิตของเขาแน่นเอี๊อด ทำให้เขาเป็นคนประเภทรู้บางเรื่องอย่างลึกซึ้ง แต่โง่ในหลายๆ เรื่องอย่างกว้างขวาง
ด้วยความกลัวว่าเซี่ยซีหานจะควบคุมพลังโอน่าของตัวเองไม่ดี เคอซวนถอดผ้าคลุมของตัวเองให้เซี่ยซีหานสวมทับเอาไว้อีกชั้น
ผ้าคุมของเคอซวนมีความสามารถในการป้องกันพลังวิเศษไม่ให้รั่วไหล ภายในป้อมปราการกองกำลังหมาล่าเนื้อ ทั้งเคอซวน เซี่ยซีหานและถางเทียนเจี๋ย ไม่มีใครรู้ว่าภายในนั้นมีผู้วิเศษที่มากความสามารถอยู่หรือไม่
ดังนั้นการป้องกันและระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุดจำเป็นอย่างมาก
เคอซวนร่ายเวทย์ซ่อนตัวอีกครั้ง ตงตงตอนนี้ขุดดินซ่อนตัวเองจนเหลือเพียงหัวโผล่ออกมาจากผิวดิน มันมองเซี่ยซีหานและพวกจากไปด้วยดวงตาใสแป๋ว
เมื่อไปถึงแนวกำแพงที่ปลอดคนไม่ไกลนัก เคอซวนชี้จุดที่ลับตาคนและให้เซี่ยซีหานใช้พลังวิเศษของตัวเอง สร้างหลุมขุดขนาดพอดีคนเดินได้
ทั้งสามเดินไปอย่างช้าๆ ในทางใต้ดินที่เซี่ยซีหานสร้างขึ้น ระหว่างนี้เคอซวนนับก้าวเดินของตัวเองอยู่ตลอด
"พอ..." เสียงเคอซวนดัง พร้อมรีบหยิบกระดาษเก่าที่มีลวดลายของอักษรเวทย์ออกมา
คราวนี้เป็นกระดาษที่พับไว้เป็นตัวหนู เคอซวนสวมสร้อยที่มีจี้ลักษณะคล้ายอัญมณีไพลินไว้ที่คอมันเช่นครั้งนกกระดาษ
ก่อนจะชี้จุดให้เซี่ยซีหานควบคุมพลังธาตุดินเปิดทางให้เป็นรูเล็กๆ เหมาะสำหรับหนูกระดาษเดินได้ก็พอ
เซี่ยซีหานพยักหน้ารับ
เมื่อหนูกระดาษวิ่งขึ้นไปได้สักพัก เคอซวนก็พูดขึ้น
"จุดที่เราอยู่ตรงนี้น่าเป็นแนวอาคารขนานกันพอดี หากเราขึ้นไปด้านบนจากจุดนี้อย่างเงียบๆ จะไม่มีใครเห็นพวกเรา"
พูดจบเคอซวนก็หยิบแผนที่ออกมา และชี้เส้นทางที่ตัวเขาและเซี่ยซีหานกับถางเทียนเจี๋ยนจะต้องไปต่อ
"มีหลายจุดที่เราไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการปะทะได้ พูดกันตรงๆ เราต้องยึดอาคารที่แนวจัตุรัสนั้นให้ได้อย่างน้อยหนึ่งหลัง และทำการอาบเลือดทารกใส่รูปปั้นนางเงือกขาว หากทำสำเร็จปัญหาจะมีเพียงอย่าเดียว"
"อะไรรึขอรับ"
เคอซวนจ้องเซี่ยซีหานหน้านิ่ง
"พวกเรายังไม่รู้เลยว่าหลังอาบเลือดใส่รูปปั้นนางเงือก ดวงวิญญาณเงือกขาวที่เจ้าเล่าว่าแข็งแกร่งพอๆ กับผู้วิเศษแท้จริงอาณาจักรวิญญาณนั้น นางจะใช้เวลานานเท่าไหร่ในการปรากฏตัว ซีหานเจ้าอย่าบอกข้านะ ว่าเจ้ายังไม่เคยลองใช้สมบัติวิเศษชิ้นนี้ในการเรียกดวงวิญญาณของนางออกมา"