บทที่ 25 บิดาสอบถาม
เว่ยชางยังคงลังเลใจว่าจะบอกเื่นี้กับเว่ยฉางอันอย่างไรดี เขาเป็เพียงแม่ทัพธรรมดาคนหนึ่ง ไม่สามารถพูดเื่ของสตรีเช่นนี้ได้
เขาคิดว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร แต่กลับได้ยินจากหลิ่วอี๋เหนียง มารดาของเว่ยเจียวอิงว่าเื่นี้มีผลกระทบต่อเว่ยฉางอันบ้าง
เขาตั้งใจจะให้หลิ่วอี๋เหนียงเป็คนพูด แต่นางกลับบอกว่าตนเป็เพียงอี๋เหนียง หากพูดเื่นี้ เว่ยฉางอันอาจจะรังเกียจนาง
สุดท้ายจึงต้องให้เขาผู้เป็บิดามาพูดเอง
"ฉางอัน เ้า..."
เว่ยชางอึ้งไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยปาก นางจะเดาเจตนาของเขาได้ก่อนแล้ว
มองดูสตรีที่งดงามนั่งอยู่ตรงนั้น เว่ยชางก็รู้สึกว่าบุตรสาวของเขาดูแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
"ท่านพ่อ ท่านเชื่อใจข้าหรือไม่ บุตรสาวของท่านย่อมรู้จักวางตัว จะไม่ทำให้ท่านแม่ทัพใหญ่เสียหน้าแน่นอน"
เว่ยฉางอันลุกขึ้นยืน เดินอ้อมไปด้านหลังของเขา ยกมือนวดไหล่ให้บิดา พลางอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
แต่ด้านหลังของเว่ยชาง เขาไม่เห็นว่าใบหน้าของเว่ยฉางอันในตอนนี้เต็มไปด้วยความเ็า
ก่อนหน้านี้ไม่มีเื่อะไร แต่วันนี้กลับแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงในชั่วข้ามคืน แม้แต่บิดาก็ยังใ ทำให้นางต้องระมัดระวังมากขึ้น
ดูแล้วคงมีคนอยู่เื้ัแน่นอน และนางไม่ได้มีศัตรูคู่อาฆาตที่ไหน ดังนั้นนอกจากศัตรูตัวฉกาจอย่างเว่ยเจียวอิงแล้ว นางก็นึกไม่ออกจริง ๆ ว่าจะเป็ใครได้อีก
"ดี ๆ พ่อรู้ว่าเ้าเป็เด็กดี ฉลาดเหมือนมารดาของเ้า จะจัดการเื่ต่าง ๆ ได้ดีแน่นอน"
มองใบหน้าที่คล้ายคลึงกับภรรยาเก่าของตนเป็อย่างมาก ดวงตาของเว่ยชางก็ชื้นขึ้นมา หากมารดาของนางยังมีชีวิตอยู่ คงจะไม่เกิดปัญหาอย่างในตอนนี้กระมัง
ทั้งสองคุยกันอีกสักพัก เว่ยชางแต่เดิมยังกังวลอยู่บ้างว่านางจะจัดการเื่นี้ได้ดีหรือไม่ แต่เมื่อเห็นท่าทางสงบนิ่งของนาง
"ตอนนี้พ่อก็วางใจแล้ว เชื่อว่าบุตรของข้า เว่ยชาง จะต้องมีความสามารถอย่างแน่นอน"
"ซู่ซิน"
หลังจากที่เว่ยฉางอันส่งท่านพ่อกลับไปแล้ว นางก็เรียกสาวใช้ที่อยู่นอกประตูทันที
ซู่ซินได้ยินเสียงเรียกจึงรีบเดินเข้ามา "คุณหนู เรียกข้าหรือมีเื่อันใดหรือเ้าคะ"
"เตรียมตัวเถิด อีกสักครู่พวกเราจะไปวังชินอ๋อง"
เว่ยฉางอันลุกขึ้น ตั้งใจจะเก็บข้าวของให้เสร็จแล้วออกจากประตูไป
ซู่ซินที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ พอได้ยินคำพูดของนาง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ดูเหมือนจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไร
"คุณหนู พวกเราเพิ่งจะกลับมาจากวังชินอ๋องไม่ใช่หรือเ้าคะ เหตุใดจะต้องไปอีกล่ะเ้าคะ ส่วนข่าวลือข้างนอกนั้น..."
ซู่ซินพยายามจะเปลี่ยนใจนาง แต่พอเห็นเว่ยฉางอันหันหน้ากลับมาเล็กน้อย นางก็เก็บคำพูดกลับคืนไป ได้แต่พยักหน้ารับคำอย่างไม่เต็มใจแล้วไปจัดการ
เ้านายและบ่าวทั้งสองออกจากประตูหลังของจวนแม่ทัพอย่างเงียบ ๆ แล้วเข้าไปทางประตูหลังของวังชินอ๋อง
ระหว่างทางก็ระมัดระวังเป็อย่างมาก จึงไม่ได้ไปรบกวนผู้ใดเลย
เว่ยฉางอันพบหรงหลีเซิงตอนที่เขากำลังเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ ถึงแม้จะนั่งอยู่บนรถเข็น การเคลื่อนไหวจะมีข้อจำกัดบ้าง แต่ลายมือที่เขาเขียนออกมากลับเต็มไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น
"เ้ามาแล้ว"
เขาดูเฉยชากับการมาของเว่ยฉางอัน ราวกับคาดเดาได้ว่านางจะต้องมาหาเขาอย่างแน่นอน
ดังนั้นเมื่อเห็นนาง หรงหลีเซิงจึงไม่แปลกใจแม้แต่น้อย เพียงแค่ช้อนตามองนางเล็กน้อย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเขียนหนังสือของเขาต่อไป
เว่ยฉางอันรู้สึกไม่พอใจกับท่าทีเฉยเมยของเขาเป็อย่างมาก แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วถามเขาไปประโยคหนึ่ง
"ท่านรู้หรือว่าข้าจะมาหาท่าน?"
เมื่อได้ยินคำถามของนาง หรงหลีเซิงจึงวางพู่กันที่ถืออยู่ในมือลง แล้วหมุนรถเข็นมาที่ด้านหน้าของนาง
"เดิมทีข้ายังคิดว่าเ้าค่อนข้างฉลาดเสียอีก"
เพียงประโยคเดียวจากหรงหลีเซิง ก็ทำให้นางโมโหได้ในทันที นางอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้ ขมวดคิ้ว และถามเขาด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน
"ท่านหมายความว่าอย่างไร"
"ตอนนี้ข่าวลือเกี่ยวกับเ้าได้แพร่สะพัดไปทั่วตรอกซอกซอย การที่เ้ามาหาข้าในตอนนี้ ก็เห็นได้ชัดถึงเจตนาของเ้า"
เมื่อเห็นเว่ยฉางอันโกรธ หรงหลีเซิงกลับดูใจเย็นมากกว่า
"เื่นี้เ้าไม่ต้องร้อนใจ ในเมื่อมันมาจากจวนแม่ทัพ ก็ให้เริ่มสืบจากจวนแม่ทัพ ข้ารู้ว่าเ้าไม่มีองครักษ์ที่ไว้ใจได้ ข้าจะจัดคนให้เ้าสักคนก็แล้วกัน"
เว่ยฉางอันจ้องเขาด้วยสายตาดุดัน แล้วหมุนตัวจากไปทันที
ช่างน่าหงุดหงิดจริง ๆ นางไม่ควรมาหาเขาเลย!
หลังจากออกจากวังชินอ๋องแล้ว เว่ยฉางอันก็ตั้งใจจะกลับจวนแม่ทัพ
ต้องยอมรับว่า องครักษ์ลับที่หรงหลีเซิงส่งมานั้นมาได้อย่างทันท่วงทีจริง ๆ พอดีกับที่เว่ยฉางอันไม่มีองครักษ์ที่ไว้ใจได้อยู่ข้างกาย หรงหลีเซิงจึงส่งเขามา
คิดถึงตรงนี้ เว่ยฉางอันก็ชะงักไปเล็กน้อย
ั้แ่เมื่อไรกัน? ที่นางไว้ใจหรงหลีเซิงถึงขนาดนี้ จนกระทั่งรู้สึกว่าองครักษ์ลับที่เขาส่งมาให้ก็น่าจะไว้ใจได้แน่นอน
เว่ยฉางอันหน้าแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นางเริ่มค่อย ๆ เชื่อใจหรงหลีเซิงแล้ว
แท้จริงแล้ว... หรงหลีเซิงดีกว่าหรงฉีมากหรือไม่?
แต่ประสบการณ์ในชาติก่อนยังคงอยู่ หัวใจของเว่ยฉางอันพลันแข็งกร้าวขึ้นมาอีกครั้ง
ครั้งนี้ที่สามารถมาเกิดใหม่ได้ เป็เพราะ์เมตตาโดยแท้ ดังนั้นจึงไม่อาจไว้ใจผู้อื่นได้ง่าย ๆ อีก
ชาตินี้ของนาง เป็การมาเพื่อแก้แค้นเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อความรัก
"ออกมา"
เว่ยฉางอันเดินไปยังมุมหนึ่ง พลางหยุดฝีเท้าพูดกับอากาศด้านหลังของนาง
เสียงของนางเพิ่งจะจบลง เงาสีดำก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"ข้าน้อยถวายบังคมพระชายา"
เงาสีดำคุกเข่าลงบนพื้นอย่างคล่องแคล่วว่องไว คำนับเว่ยฉางอัน ใบหน้าของเขายังคงมีผ้าสีดำปิดบังอยู่ชั้นหนึ่ง มองไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริง
เว่ยฉางอันถูกเรียกว่าพระชายาจนใบหน้าแดงอีกครั้ง แต่นางก็ไม่ได้โต้แย้ง ท้ายที่สุดแล้วนักฆ่าคนนี้ก็ยอมทำเื่ให้ตนเพราะมองเห็นฐานะของพระชายา
"เ้าชื่ออะไร?" เว่ยฉางอันถามเสียงเรียบ
"ทูลพระชายา ข้าน้อยไม่มีชื่อ"
เว่ยฉางอันได้ยินดังนั้น ก็ขมวดคิ้วงามเล็กน้อย
หรือว่านักฆ่าข้างกายหรงหลีเซิงทุกคนจะไม่มีชื่อกันหมด?
ในเมื่อเป็เช่นนี้...
เว่ยฉางอันคิดสักครู่ ก่อนจะตั้งชื่อให้เงาดำที่คุกเข่าอยู่บนพื้น "เช่นนั้นั้แ่นี้ไป ข้าจะเรียกเ้าว่า 'อิ๋ง'"
นางไม่อาจปล่อยให้เขาไร้ชื่อต่อไปได้อีกแล้ว!
"ขอบคุณพระชายาที่ตั้งชื่อให้ข้า"
"อืม ตอนนี้ข้ามีเื่หนึ่งที่อยากให้เ้าไปทำ จงไปสืบให้ข้าว่าใครกันแน่ที่แพร่ข่าวลือเกี่ยวกับข้ากับชินอ๋องออกไปว่าข้าที่ยังไม่ทันเข้าพิธีแต่งงาน แต่กลับเข้าออกวังชินอ๋องอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเ้าสืบเื่นี้ได้แล้ว อย่าได้เปิดเผยหรือบอกชินอ๋อง แค่มาบอกข้าโดยตรงก็พอ" เว่ยฉางอันกล่าวเสียงเข้ม
วันนี้เมื่อท่านพ่อพูดกับนาง นางก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างแล้ว
หากไม่ใช่มีคนจงใจไปพูด ท่านพ่อจะมาสนใจเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้ได้อย่างไรกัน?