ตอนที่ 50 ข่มขู่
Aria Bar จัดเป็นบาร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในพื้นที่สีเทาแห่งนี้ พวกคนรวย ๆ ชอบเข้ามาที่นี่เพื่อแสวงหาความตื่นเต้นเร้าใจให้กับตัวเอง ส่วนพวกที่ไม่ค่อยมีเงินก็ชอบเข้ามาดูคนรวยพวกนั้นว่าพวกเขาหาความเร้าใจให้ตัวเองอย่างไร เรื่องสำคัญอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือบาร์แห่งนี้เป็นสถานที่รวมพลขนาดใหญ่ของแก๊งมาเฟียประจำถิ่นผู้ทรงอิทธิพลในด้านมืด ภายในบาร์นี้เต็มไปด้วยอบายมุขมากมายหลายแขนง ทั้งความรุนแรง เรื่องลามกอนาจาร ไปจนถึงพฤติกรรมเลวทรามผิดกฎหมายต่าง ๆ นานา และแน่นอนว่าต่อให้สถานที่นี้จะสกปรกโสมมขนาดไหน พวกตำรวจก็ ‘ไม่กล้า’ เข้ามายุ่ง ด้วยเหตุนี้เอง Aria Bar จึงได้กลายเป็นสรวงสวรรค์ของเหล่าคนบาปไปโดยปริยายเฉินอันหลานนำรูปภาพใบหนึ่งยื่นให้การ์ดที่ยืนปั้นหน้าถมึงทึงอยู่หน้าประตูทางเข้า“เคยเจอพวกนี้มาก่อนไหม?”“ไม่เคย”“แล้วตอนนี้ล่ะ?”การ์ดหน้าเข้มรับเงินจากมือเฉินอันหลานมากำไว้กับตัว เขาสอดส่ายสายตามองสำรวจไปรอบ ๆ ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงนำเงินที่พึ่งได้มานั้นยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองอย่างแนบเนียน เสร็จแล้วก็หันมาดึงรูปภาพในมือเฉินอันหลานไปดูอย่างละเอียดอีกครั้ง“เคยเจอครับ”“พวกเขาเข้ามาที่นี่ทันทีที่บาร์เปิด มาถึงก็ขอจองห้อง VIP และพาผู้หญิงอีกสองสามคนขึ้นไปด้วยครับ มิหนำซ้ำยังใจดีแจกทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผมด้วย”“แน่ใจนะว่าเป็นสองคนนี้?” เฉินอันหลานพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แน่ใจครับ” การ์ดคนนั้นว่าพลางชี้ไปที่ใบหน้าของชายร่างอ้วนที่อยู่ในภาพ “เขามีไฝเม็ดใหญ่อยู่ที่ปลายจมูก จำง่ายจะตายไป”“เขาอยู่ห้องไหน?”“ผมบอกไม่ได้ มันเป็นกฎของที่นี่ เมื่อก้าวเข้ามาในบาร์แห่งนี้แล้วไม่ว่าที่ข้างนอกนั่นคุณจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม อยู่ที่นี่ลูกค้าของเราเท่าเทียมกัน ถ้าคุณอยากจะมีเรื่องหรือว่าอะไรก็รอให้พวกนั้นออกมาเองแล้วค่อยว่ากัน”“ใครตั้งกฎนี้ขึ้น?”“เถ้าแก่เหอครับ”“เหอเหวยปัง?”ในสถานที่แห่งนี้ น้อยคนนักที่จะกล้าเรียกชื่อเถ้าแก่ออกมาตรง ๆ อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้ แน่นอนว่าถ้าไม่ใช่พวกบ้าที่อยากรนหาที่ตายก็ต้องเป็นหนึ่งในคนรู้จักของเถ้าแก่ ดังนั้นในตอนที่เฉินอันหลานพูดชื่อนี้การ์ดที่เฝ้าประตูบาร์จึงได้มีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที เขาก้มลงพิจารณาผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง คนคนนี้สวมสูทสีดำกับกางเกงขายาวเรียบ ๆ ตัวหนึ่ง ใบหน้านิ่งเฉยทว่ากลับงดงามจนน่าหลงใหล ท่าทางการพูดก็ยังดูมีสติครบถ้วนไม่คล้ายพวกที่อยากรนหาที่ตายสักเท่าไหร่... หรือว่าเขาจะรู้จักกับเถ้าแก่?“คุณตามหาสองคนนั้นทำไม?”“ทวงหนี้”“ไม่ใช่ตำรวจใช่ไหม?”“ฉันดูเหมือนพวกนั้นหรือไง?”การ์ดคนนั้นลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเฉินอันหลาน“VIP 305”เฉินอันหลานยัดธนบัตรอีกสองใบใส่กระเป๋าของการ์ดเฝ้าประตู จากนั้นจึงเดินผ่านเขาเข้าไปข้างในบาร์อย่างรวดเร็วคลื่นแห่งความเร่าร้อนจากกลิ่นฟีโรโมนที่ผสมปนเปกันในอากาศลอยมาปะทะหน้าของชายหนุ่มทันทีที่เขาเปิดประตูเข้ามาด้านใน มวลกลิ่นมากมายที่พุ่งเข้าเสียดแทงประสาทสัมผัสทำให้เฉินอันหลานต้องรีบยกมือขึ้นปิดจมูกอย่างรวดเร็วหลังจากที่ค่อย ๆ ปรับร่างกายให้ชินกับกลิ่นเหล่านั้นได้บ้างแล้ว เฉินอันหลานจึงได้ออกเดินต่อ เขาเดินลึกเข้ามาในบาร์มากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างทางที่ชายหนุ่มเดินผ่าน มีโอเมก้าและเบต้าเข้าทักทายคล้ายอยากปฏิสัมพันธ์กับเขาอยู่หลายคน น่าเสียดายที่เฉินอันหลานไม่ได้ให้ความสนใจกับคนกลุ่มนั้นเลยสักนิด เขาเดินเบียดกลุ่มคนที่แออัดไปจนถึงบันไดทางขึ้น“นี่มันคุณหนูเฉินนี่นา?”ทันใดนั้น น้ำเสียงหยามเหยียดที่ฟังคุ้นหูก็ดังขึ้นที่เหนือศีรษะ เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงนั้นและก็พลันได้พบกับใบหน้าที่ถูกประดับไว้ด้วยรอยยิ้มดูถูกของเจมส์และฟิซ นึกไม่ถึงว่าพวกนี้จะลงจากเรือและตรงเข้ามาที่เมืองหวากังเจมส์เดินถือไวน์แก้วหนึ่งลงมาจากชั้นบน เขาเดินมาหยุดที่ข้างกายเฉินอันหลานแล้วโน้มตัวลงมาสูดกลิ่นกายของชายหนุ่มตรงหน้าเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะต่ำ ๆ ที่ข้างใบหูของเฉินอันหลานพร้อมกับแสดงสีหน้าเหมือนคนเมา“ไม่เจอกันหลายวัน นายดู...สวยขึ้นนะ”ทันทีที่เจมส์พูดจบ ฟิซลูกคู่ก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะดังมาจากชั้นสองความเย็นเยียบสะท้อนออกมาผ่านดวงตาของเฉินอันหลาน“ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับพวกนาย ถอยไป”จบคำนั้น สีหน้าของเจมส์ก็มืดครึ้มลง เขาจ้องเขม็งไปทางเฉินอันหลานพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงตักเตือนแกมข่มขู่“ถ้าฉันเป็นนาย ฉันจะกล่าวขอโทษกับพฤติกรรมหยาบคายนั้น”“ใครกันแน่ที่ต้องพูดคำนั้น แต่เอาเถอะ ฉันไม่ถือ” เฉินอันหลานโต้“หึ ฉันชักอยากจะเห็นแกตายเร็ว ๆ แล้วสิ”สิ้นสุดประโยคนั้นพร้อมกับหมัดของเจมส์ที่ลอยเข้ามาหาเฉินอันหลาน ตำรวจหนุ่มไหวตัวทัน เขายกมือขึ้นจับข้อมือของอีกฝ่ายไว้แล้วออกแรงบิด คนที่ถูกหยุดเอาไว้โดยง่ายร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวดและทรุดตัวลงไปกับพื้นอย่างไร้ประโยชน์ ฟิซที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านบนรีบลงมาช่วยสั่งสอนเฉินอันหลานทันที แต่ยังไม่ทันถึงตัวอีกฝ่ายก็ถูกหน้าแข้งฟาดเข้าที่ท้องน้อยจนตัวงอ และล้มลงไปกองกับพื้น เขาเงยหน้าขึ้นมองเฉินอันหลานแต่ก็ไม่อาจฝืนกายลุกขึ้นยืนได้ ฝ่ายเจมส์ที่ถูกเฉินอันหลานจับแขนเอาไว้ก็รู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมา เขาส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง แต่น่าเศร้าที่เสียงเพลงรอบข้างดังกระหึ่มเกินกว่าจะมีใครได้ยินเสียงของเขา และที่สำคัญที่นี่คือสถานที่แสวงหาความสุข ดังนั้นหากไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็ไม่มีใครคิดที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่ง อย่างไรความสุขของพวกเขาก็ย่อมสำคัญกว่าความทุกข์ของคนอื่นอยู่แล้วร่างกายของเจมส์ที่ทรุดอยู่กับพื้นรับรู้ได้ถึงการออกแรงจากอีกคนที่อยู่ด้านหลังมากยิ่งขึ้นเฉินอันหลานโน้มตัวเข้าไปใกล้อีกคนและกระซิบที่ข้างหูให้พอได้ยินกันแค่สองคน“หลังจากนี้ ถ้ายังกล้าเรียกฉันว่าคุณหนูอีก ฉันจะหักคอแกทิ้งซะ”“...”ไม่นานแรงที่บีบอยู่บริเวณข้อมือก็คลายลง เจมส์นอนสะอึกสะอื้นอยู่ที่พื้นด้วยความเจ็บปวด เฉินอันหลานก้าวขาข้ามคนที่นอนคุดคู้ไปอย่างไม่ไยดีและก้าวขึ้นชั้นบนไป ในตอนที่เดินผ่านฟิซนั้น เพียงแค่เฉินอันหลานยกเท้าขึ้นนิดหน่อยอีกฝ่ายก็รีบยกมือขึ้นกุมหัวตัวสั่นระริก ชายหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างนึกสมเพชก่อนจะตัดสินใจปล่อยคนทั้งคู่ทิ้งไว้ไม่หันกลับมาอีก