ค่ำคืนค่อย ๆ เข้ามาแทนที่แสงแดดของลูเมเรียหลังจากเดินเล่นอยู่เกือบทั้ง่บ่าย ผมกับลิเลียก็กลับมาถึงที่พักก่อนที่ท้องฟ้าจะมืดสนิท ถนนด้านนอกยังคงมีผู้คนเดินผ่านไปมาอยู่บ้าง แต่แสงจากโคมเวทมนตร์ตามแนวถนนเริ่มสว่างขึ้นทีละดวง
กิ๊ง~
เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นตอนที่พวกเราเดินกลับเข้ามาหญิงสาวเ้าของที่พักที่อยู่หลังเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมอง
“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ”
“กลับมาแล้วครับ”
ผมยกมือขึ้นทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเดินผ่านเคาน์เตอร์ขึ้นบันไดไปพร้อมกับลิเลีย แต่ระหว่างทาง...ผมกลับหันไปมองหญิงสาวอีกครั้งเธอกำลังเช็ดแก้วอยู่สายตาของเราสบกันเพียงชั่วครู่
“คือว่าผมอยากใช้ห้องอาบนํ้าครับสองคน”
“แต่แยกห้องกันค่ะ”
“...”
ผมนิ่งไปลิเลียที่ยืนอยู่ข้างหลังผมก็เงียบไปเช่นกัน หญิงสาวมองผมด้วยรอยยิ้มสุภาพเหมือนเดิม แต่แววตากลับมีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ห้องอาบน้ำของที่พักเป็แบบแบ่งพื้นที่ชายหญิงแยกกันอย่างชัดเจน”
“อ้อ...”
ผมพยักหน้า
“ผมหมายถึงห้องเดียวกันน่ะครับ”
หลังจากสิ้นเสียงนั้นบรรยากาศก็เงียบลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งๆที่ผมแค่เล่นมุกเฉยๆทั้งที่เข้าใจอยู่แล้วว่ามันเป็ห้องแยกแค่อยากลองแกล้งลิเลียที่ชอบตบมุกแรงๆใส่ผมดูบางเท่านั้นแต่สายตาที่ลิเลียมองผมเหมือนกำลังมองพวกโรคจิตอยู่เลยยย แต่ความรู้สึกนั้นก็ไม่ได้แย่เท่าไรเพราะยังไงผมก็เคยเป็ขยะอยู่แล้วสายตาแบบนั้นผมโดนมาบ่อยเลยถึงมันแตกต่างกันก็เถอะ
ผมพยักหน้าอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วถ้างั้นขอสองคนนะครับ”
“ค่ะ4เหรียญเงินค่ะ”
ผมส่งเงินไปให้เธอโดยไม่ได้คิดอะไรและมือของเราก็ชนกันเข้าเธอดึงมือกลับอย่างเร็วก่อนค่อยๆกลับมาที่เดิมเพื่อรับเงินไปแต่สีหน้าของเธอเหมือนกำลังกังวนอย่างเห็นได้ชัด
“เป็อะไรไปครับ”
“ป..ปะป่าวค่ะขอโทษด้วยค่ะ”
เธอยื่นกุญแจตู้เก็บของมาให้สองดอกการจะอธิบายรายละเอียด ว่าในตู้นั้นจะมีอุปกรณ์ใช้อาบนํ้าอยู่รวมไปถึงผ้าเช็ดตัวระดับ วัฒนธรรม ของที่นี้สูงเอาเื่เลยแต่ผมก็ยังเห็นพวกขุนนางหลายๆคนยังมีภรรยาสองสามคนเลยแต่ก็นะมันเป็เหมือนสิทธิ์ของพวกคนรวยนั้นล่ะเอาตามตรงใครที่มาอยู่ต่างโลกแล้วจะไม่อยากมีสาวๆห้อมล้อมบ้างล่ะจริงไหม
ลิเลียมองผมอยู่ครู่หนึ่งเหมือนกำลังพยายามอ่านใจผมอยู่ก่อนที่เธอเดินผ่านผมไปสองสามก้าว ก่อนจะหยุดแล้วหันกลับมาดวงตาสีฟ้าอ่อนสะท้อนแสงจากโคมไฟเวทมนตร์ที่แขวนอยู่ตามทางเดิน จนเกิดประกายระยิบระยับขึ้นเล็กน้อย ผมเผลอมองอยู่ครู่หนึ่ง
“มีอะไรเหรอ?”
“เปล่าค่ะ”
“แล้วทำไมถึงมองฉันแบบนั้น?”
“...”
“ดิฉันแค่กำลังคิดว่า...”
“ว่า?”
เธอมองผมั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย
“ท่านเรนคงไม่คิดอะไรแปลก ๆ กับคำว่า ‘สองคน’ ใช่ไหมคะ?”
“...”
“นี่เธอกำลังคิดว่าฉันเป็คนแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
“เมื่อครู่นี้ท่านเป็คนพูดเองนะคะ”
“ก็แค่แกล้งเธอเล่น!”
“ดิฉันทราบค่ะ”
“แล้วทำไมถึงมองฉันแบบนั้นล่ะ?”
“เพราะท่านดูมีความสุขมากตอนพูดค่ะ”
“...”
ผมยกมือขึ้นเกาหัว ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ
“เอาน่า ฉันแค่ลองแกล้งเธอดูบ้างเท่านั้นเอง”
“เธอตบมุกใส่ฉันมาตลอด ฉันก็ต้องเอาคืนบ้างสิ”
“ดิฉันไม่ได้ตบมุกนะคะ”
ลิเลียถอนหายใจอีกครั้งแต่คราวนี้มุมปากของเธอกลับยกขึ้นเล็กน้อย
“ถ้าอย่างนั้น ดิฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“อืม”
เธอเดินผ่านผมไปผมมองเห็นเธอแค่จากด้านหลังผมสีดำที่ทอดยาวจนถึงเอวผมไม่สามารถเข้าใจอารมของเด็กสาวคนนั้นได้จริงๆว่าเธอคิดอะไรอยู่และมีสีหน้าเป็ยังไงในตอนนั้น
หลังจากผมเอาของที่ชื้อมาไปเก็บก็มานํ้าแช่นํ้าด้วยความสบายใจโดยมีกำแพงไม้หนาไม่ถึงยี่สิบเซนกันระหว่างฝั่งชายและหญิงอยู่เป็บรรยากาศที่่สบายใจสุดๆแต่ผมก็พลางคิดว่าฉากแบบนี้มันก็ต้องคู่กับการปีนขึ้นไปบนนั้นแต่การกระทำแบบนั้นมันเป็ของพวกต้วประกอบเกินไประดับผมแล้วแค่กำแพงแค่ ถ้ามีไอสิ่งนี้แล้วล่ะก็ผมถือแว่นตาขึ้นมาก่อนที่ผมจะสวมลงบนใบหน้านั้น เสียงจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นจากฝั่งของผู้หญิง
“หยุดคิดอะไรแปลกๆเลยนะค่ะท่านเรน”
“เอ๋!?”
“ดิฉันได้ยินเสียง หัวเราะแปลกๆของท่านค่ะ กำลังคิดอะไรแปลกๆสินะ”
ผมที่กำลังซ็อคกับลิเลียที่รู้ได้ยังไงว่าผมกำลังคิดจะทำอะไร ก็ดันทำแว่นนั้นตกลงนํ้า
“อ๊าาาาาาาาาาาแว่นชั้นนนน”
“อยู่ไหนนนนน...”
ผมนั่งตัวแข็งอยู่กลางบ่อน้ำทั้งๆนํ้ามันควรจะอุ่นสายตาจ้องไปยังจุดที่แว่นของผมเพิ่งจมหายลงไปเมื่อครู่ด้วยสีหน้าว่างเปล่าก่อนจะคว้ามันขึ้นมาจากใต้นํ้า ใช่มันพังเรียงร้อยต่อให้ผมจะลองถอดใส่ๆบนหน้าก็เปล่าประโยชน์มันไปดีแล้ว ลาก่อนนะ แว่นของผมชั้นจะไม่ลืม่เวลาที่เราผ่านมาด้วยกันเลย
อีกฝั่งของกำแพงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเสียงของลิเลียจะดังขึ้นมาอย่างใจเย็น
“ดิฉันบอกแล้วนะคะว่าอย่าคิดอะไรแปลก ๆ”
“แต่นั่นมันแว่นของฉัน!”
“สมควรแล้วค่ะ”
“ใจร้าย!”
ผมกำแว่นเอาไว้แน่นจากนั้นจึงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนดวงจันทร์กำลังลอยอยู่เหนือเมืองลูเมเรียคืนนี้เงียบสงบกว่าที่คิด ไม่มีเสียงะเิ ไม่มีเสียงต่อสู้ ไม่มีใครวิ่งหนีอะไรสักอย่าง ไม่มีอีเวนต์แม้แต่นิดเดียว ไม่มีบทให้ผมได้โชว์อะไรเลย
“...น่าเบื่อจัง”
“เมื่อครู่นี้ยังร้องหาแว่นอยู่เลยไม่ใช่หรือคะ?”
ผมถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากน้ำ
“เอาเถอะ”
อย่างน้อยวันนี้ก็ถือว่าได้สำรวจเมือง ได้ของแปลก ๆ กลับมา และยังเจอคนที่ยืนท่าเท่ ๆ ในโรงแรมด้วยพรุ่งนี้ค่อยหาอะไรสนุก ๆ ต่อก็ได้ แต่จะว่าไปแล้วของวันนี้ที่ชื้อมาก็หน้าสนใจเยอะเลยอย่างลองใช้จังเลยน๊าาาา
“นี้ลิเลียถ้าเกิดว่ามีเสียงแปลกๆดังจากห้องชั้น ไม่ต้องสนใจนะ”
“นี้ท่านคิดจะ ทดลองของพวกนั้นสินะค่ะ ฉันเริ่มไม่อยากอยู่ห้องข้างๆท่านแล้วสิค่ะ”
✩
หลังจากเสียงแปลกๆมากมายดังขึ้นไประยะๆจากห้องของเรนหลังจากที่เขาอาบนํ้าเสร็จเสียงจากในห้องนั้นกว่าสองชั่วโมงมันถึงจะเงียบลงแต่เสียงพวกนั้นก็ไม่ได้ดังมากถึงขนาดไปรบกวนแขนคนอื่น ถ้าจะรบกวนได้คงมีแค่พวกที่มีประสานััดีมากๆเท่านั้น
ทั้งลูกแก้วที่มีของเหลวสีเขียวหมุนวนอยู่ข้างใน แหวนที่ไม่รู้ว่ามีไว้ทำอะไร กล่องโลหะขนาดเล็กที่สั่นเป็ระยะ รวมถึงอุปกรณ์เวทมนตร์อีกหลายอย่างถูกวางกระจัดกระจายไปทั่วห้องสภาพนั้นเหมือนเคยเกิดพายุใหญ่พัดเข้ามาทำลาทุกอย่างเลย และในคืนนั้น...มีอยู่สองคนที่ได้ยินทุกอย่างเสียงแปลกๆและที่มานั้นมาจากห้องของชายที่เป็เป้าหมายของพวกเธอ
หญิงสาวเ้าของที่พักยืนอยู่หน้าห้องของตัวเองอย่างเงียบ ๆดวงตาสีแดงของเธอจ้องไปยังประตูห้องของเรนั้แ่ชายหนุ่มคนนั้นกลับมาจากเมือง เขาก็เอามีถุงขนาดใหญ่มากกลับมาด้วยหลังจากพวกนั้นอาบนํ้าเสร็จก็มีแต่เสียงแปลกๆดังขึ้นจากห้องนั้นเสียงที่ดังออกมาไม่ใช่เสียงของการทำอะไรที่คนทั่วไปเขาทำกันแน่นอนหญิงสาวค่อย ๆ เอื้อมมือไปแตะบริเวณต้นขาตรงนั้นมีมีดสั้นซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า
“เขากำลังเตรียมอะไรอยู่กันแน่...”
ความสงสัยเริ่มเปลี่ยนเป็ความระแวดระวังหรือสิ่งของพวกนั้น... จะเป็อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับจัดการเธอ?
“...ถ้าเขาเป็คนขององค์กรจริง ๆ”
สายตาของเธอเย็นลง
“คืนนี้คงเป็คืนที่เขาจะลงมือ”
ในเวลาเดียวกันนั้นเองอีกห้องหนึ่งของชั้นสองหญิงสาวผู้ที่เคยสวมผ้าคลุมกำลังนั่งอยู่บนเตียง ตอนนี้เธอใส่ชุดที่ดูสบายๆธรรมดาๆสมกับเป็เด็กสาวเธอเองก็ได้ยินเสียงทั้งหมด
กึก... ปัง... ฟู่...
“เขาเริ่มเคลื่อนไหวแล้วงั้นเหรอ...”
ั้แ่่บ่าย เธอก็สังเกตเห็นชายหนุ่มคนนั้นแล้วชายที่เหมือนจะปรากฏตัวอยู่ในสถานที่เดียวกับเธอที่เคยไปอยู่ตลอดและตอนนี้เขากำลังเตรียมของบางอย่างอยู่ในห้อง
“ต้องเป็เขาแน่...”
องค์หญิงตัวน้อยสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“คนที่ถูกส่งมาตามตัวฉัน”
เธอกำถุงเล็กๆในมือแน่นมีเสียงของเหรียญกระทบกันเป็จังหวะ
“คืนนี้...ฉันจะต้องจัดการปิดปากเขาก่อน”
ประตูห้องของเรนค่อยๆ เปิดออกเล็กน้อยแสงจากโคมเวทมนตร์ส่องเข้าไปภายในภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า...เต็มไปด้วยของประหลาด
กล่องโลหะ ลูกแก้ว อุปกรณ์เวทมนตร์ ชิ้นส่วนอาติแฟกต์ ขวดที่มีของเหลวเรืองแสง รวมถึงเศษชิ้นส่วนบางอย่างที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น และตรงกลางของทั้งหมดนั้น—เรนนอนแผ่อยู่บนพื้น
เสื้อผ้ายับเยินผมยุ่งเหยิง มีรอยแปลกๆ เล็ก ๆ อยู่บนแขนเสื้อมือข้างหนึ่งยังถืออาติแฟกต์ชิ้นหนึ่งเอาไว้ส่วนสีหน้าของเขา...
หมดสภาพอย่างสมบูรณ์
“...สนุก”
เขาพึมพำออกมาเบา ๆ
“พรุ่งนี้...ลองอันอื่นต่อ…….”
แสงจากโคมเวทมนตร์ด้านนอกส่องลอดผ่านช่องประตูเข้าไปภายในห้อง เผยให้เห็นสภาพด้านในอย่างชัดเจนขึ้นของประหลาดยังคงกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น
เงาร่างของเด็กสาวผมสีม่วงค่อย ๆ ก้าวเข้ามา
เธอสวมชุดธรรมดาสำหรับนอนพักผ่อนแต่ก็ยังคลุมเสื้อคลุมทับไว้ ผมสีม่วงยาวถูกปล่อยลงมาบนแผ่นหลัง ในมือของเธอกำถุงเงินใบเล็กเอาไว้แน่นสายตาของเธอจับจ้องไปยังเรน
“...”
นี่เป็โอกาสที่ดีที่สุดแล้วเธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ทีละก้าวแต่ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะอุปกรณ์เวทมนตร์จำนวนหนึ่งถูกจัดวางเอาไว้บางชิ้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันใช้ทำอะไร
นี่มัน...กับดักงั้นเหรอ?หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อ่บ่ายชายคนนี้ก็ปรากฏตัวในสถานที่เดียวกับเธอหลายครั้ง ร้านค้า ถนนย่านการค้า แม้แต่ร้านขายอาวุธที่เคยไปและตอนนี้เขาก็กลับมาที่ห้องแล้วเตรียมของประหลาดพวกนี้เอาไว้
เขาตั้งใจล่อฉันมาที่นี่!
เด็กสาวกำถุงเงินแน่นกว่าเดิม
“หมอนี้..”
เธอพึมพำเบา ๆ
“รู้ว่าฉันจะมาหาอย่างนั้นสินะ”
แต่เรนยังคงหลับ
ทำไมถึงยังไม่ตื่น?หรือว่า... เขากำลังแกล้งหลับ? ความระแวงพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเธอค่อย ๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าว มืออีกข้างเลื่อนไปแตะด้ามดาบที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคลุม
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ฉันคงต้องลงมือก่อนที่พวกของแกจะเข้ามา”
แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรส้นเท้าของเธอก็ไปแตะโดนของเล่นของเรนที่ชื้อมา มันมีแสงออกมาทำให้เธอหันไปมองโดยสัญชาตญาณ
และก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นจากด้านหลังเด็กสาวหันขวับทันทีเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูหญิงสาวเ้าของที่พักดวงตาสีแดงของเธอสะท้อนแสงจากโคมเวทมนตร์อย่างเ็ามือข้างหนึ่งกำมีดสั้นเอาไว้แน่นทั้งสองคนสบตากัน
“...”
“...”
ความเงียบปกคลุมห้องหญิงสาวเ้าของที่พักมองเด็กสาวผมม่วงจากนั้นมองถุงเงินในมือของเธอแล้วหันไปมองเรนที่นอนอยู่กลางพื้นดวงตาของเธอหรี่ลงทันที
อย่างนี้นี่เอง...
ภาพทุกอย่างเชื่อมต่อกันในหัวของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ชายหนุ่มคนนี้จับตามองเธอมาั้แ่เข้าร้านวันนี้เขายังไปปรากฏตัวในสถานที่ต่าง ๆ ราวกับกำลังติดตามเธอและตอนนี้...หญิงสาวลอบเข้าห้องของเขาพร้อมกับถุงเงิน
เธอเป็คนว่าจ้างเขา!
“ที่แท้ก็เป็แบบนี้สินะ...”
น้ำเสียงเย็นเยียบหลุดออกมาจากริมฝีปากเด็กสาวผมม่วงชะงักเธอมองถุงเงินในมือตัวเองก่อนจะหันไปมองเรน
อย่างนี้นี่เอง...
หมอนี้รู้อยู่แล้วว่าฉันจะมามันคิดจะเอาเงินของฉันไปั้แ่แรกและจับฉันไปด้วยเพื่อรับเงินสองเท่า
จากนั้นจึงหันกลับมามองเ้าของโรงแรมอีกครั้งเ้าของโรงแรมยังคงยืนอยู่ตรงประตู มือข้างหนึ่งกำมีดสั้นแน่น สายตาสีแดงจับจ้องมาที่เธอโดยไม่กะพริบ
ไม่มีใครพูดอะไรแต่บรรยากาศภายในห้องกลับตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆองค์หญิงค่อยๆ ๆ กำถุงเงินในมือแน่นขึ้น
[เธอเป็คนของหมอนั่นจริง ๆ สินะ]
ตอนแรกเธอคิดว่าตัวเองแค่บังเอิญเจอเ้าของโรงแรมแต่เมื่อเห็นมีดที่ถูกชักออกมาแล้ว...ทุกอย่างก็ชัดเจนขึ้นในความคิดของเธอ
[ท่านพ่อที่ไม่เลือกวิธีการคนนั้นคงใช้วิธีอะไรขอแต่ได้ตัวฉันกับไปสินะ]
เธอคนนั้นเป็ [นักฆ่า...] เธอเหลือบมองมีดสั้นในมืออีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ท่าทางการยืน ตำแหน่งมือ การลงน้ำหนักของเท้า แม้แต่ระยะห่างจากประตู ทั้งหมดนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้
ส่วนหญิงสาวเ้าของโรงแรมเองก็กำลังมองเธออย่างระแวดระวังไม่ต่างกันสายตาของเธอเลื่อนไปยังถุงเงินอีกครั้ง
[เงินก้อนนั้น...คงเป็ค่าจ้าง]
จากนั้นจึงมองดาบในมือขององค์หญิงที่ยังอยู่ในด้าม
[และเธอก็คงเป็คนที่ส่งชายคนนั้นมา] ความคิดของเ้าของโรงแรมค่อย ๆ เรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันชายหนุ่มเข้ามาพักที่ร้าน เอาแต่จ้องมองเธอ ไม่ถามเื่ห้องพัก สนใจแขกแปลก ๆวันนี้ยังออกไปเดินในเมืองและบังเอิญไปปรากฏตัวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่ฉันอยู่อีก ก่อนจะกลับมาที่ห้องแล้วเตรียมอุปกรณ์ประหลาดจำนวนมาก
[เขากำลังเตรียมตัวลงมือ...]
[ถ้าอย่างนั้น...คนที่อยู่เื้ัเื่ทั้งหมดก็คือเธอ]
เ้าของโรงแรมขยับปลายเท้าเพียงเล็กน้อย องค์หญิงเห็นการเคลื่อนไหวนั้นทันที
[กำลังจะโจมตี!]
มือของเธอเลื่อนออกจากด้ามดาบ
ชิ้ง...
คมดาบถูกชักออกมาเพียงเล็กน้อยจนเกิดเสียงโลหะเสียดสีกันเบา ๆ เธอไม่จำเป็ต้องพูดอะไรอีก องค์หญิงก็เข้าใจความหมายของสายตานั้นทันที
[เธอจะฆ่าฉัน]
ทั้งสองคนยืนจ้องกัน ไม่มีใครขยับ
“อย่างน้อยบอกชื่อมาก่อนเถอะ สาวน้อย”
“ก่อนจะถามชื่อคนอื่นก็ควรบอกชื่อตัวเองมาก่อนนะคุณนักฆ่า”
“อาเรีย”
“เอเรน่า”
ทั้งสองคนยอมบอกชื่อตัวเอง แต่ในหัวของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความคิดที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิง
[ต้องจัดการเธอก่อนที่เธอจะเรียกคนอื่นมา]
[ต้องจัดการเธอก่อนที่คนขององค์กรจะเข้ามา]
และตรงกลางระหว่างทั้งสอง—เรนยังคงนอนหลับอย่างสบายใจ
“...อืม...”
เขาพลิกตัวเล็กน้อย
“แว่นตาของชั้น….”
มือที่ถืออาติแฟกต์อยู่เมื่อครู่ปล่อยลงกับพื้น
กึก
เสียงนั้นทำให้ทั้งสองคนสะดุ้งพร้อมกัน สายตาของทั้งคู่หันไปหาเรน ชายหนุ่มยังหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาแม้แต่น้อย เอเรน่ามองเขาด้วยสายตาระแวง
[กำลังแกล้งหลับจริง ๆ ด้วย...]
ส่วนอาเรียกลับคิดอีกอย่าง
[เขายังไม่รู้ว่าฉันเข้ามา...ถ้าปล่อยให้เขาตื่น เื่จะยิ่งยุ่ง]
ทั้งสองคนหันกลับมามองหน้ากันอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีความลังเลเหลืออยู่ในแววตามือของทั้งคู่กระชับอาวุธแน่นขึ้นและในวินาทีนั้นเอง—
ฟึ่บ!
เงาร่างทั้งสองพุ่งเข้าหากันพร้อมกันโดยมีเรน... นอนหลับอยู่ตรงกลางอย่างไม่รู้เื่อะไรเลยแม้แต่นิด