ยอดเชฟกระทะเหล็กผจญภัยต่างโลก The Crescent Moon Cafe

    บทที่ 7 ราคาก็ต้องร้อยเท่าสิ

     "ว่าไงนะ หมดแล้ว?! จะบอกข้าว่านี่คือ'ทั้งหมด'ในบ้านของท่าน? " กลออินมองไปรอบ ๆ ห้องอีกครั้งหนึ่งก็พบว่า แม้จะเก็บกวาดอย่างเรียบร้อย แต่ก็เรียบร้อยมากจริงๆ ผู้อีกอย่างคือ 'ไม่มีอะไรเลย' นอกจากโต๊ะไม้สามชุด และนอกจากห้องครัวเก่าๆ โทรมๆ ทางด้านหลัง ก็ไม่มีอะไรอีก"แต่ว่าคุณไม่ต้องเป็นห่วง ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พวกเราตั้งใจจะเปิดร้านอาหารที่นี่ รับรองว่าจะมีอาหารพร้อมบริการ" อลันรีบพูดขึ้นอย่างร้อนใจ"ข้าเข้าใจแล้ว ดูเหมือนว่าพวกท่านกำลังต้องการเงินทุนเปิดร้านอาหารนี้ขึ้นมาใหม่ ข้ามีข้อเสนอให้ ทุกวันข้าต้องการซูเฟล่ไข่นุ่มราดคาราเมลฝีมือท่านวันละสองชิ้นโดยที่ข้าจะจ่ายล่วงหน้าหนึ่งเดือนวันนี้เลย" กลออินพูดพลางเอามือลูบหนวดเล่นสายตาเป็นประกาย"ซูเฟล่วันละสองชิ้น 'จ่ายล่วงหน้า'หนึ่งเดือน!? มันออกจะ.. เอ่อ นี่มันไม่เป็นการเอาเปรียบคุณเกินไปหรือ" 'สัญชาตญาณ'ของอลันยังไม่ยอมเชื่อ ด้วยประสบการณ์ที่อยู่ในวงการธุรกิจมานานในโลกเดิม ยังไม่เคยมีเรื่องดีเกินไปที่ได้มาเปล่าๆ"ให้เคราดกตายเถอะ! ข้า'สาบาน'ด้วยเคราของ'ดูริน'เลย ข้าจะโกหกไปทำไม" กลออินพูดพลางเอามือตบอกอย่างขึงขังเห็นเขาพูดอย่างจริงจังขนาดนี้ทำให้อลันแปลกใจอยู่บ้าง ถึงจะไม่รู้ว่า'ดูริน'ที่เขาพูดถึงนั่นเป็นใครก็ตาม อย่างไรเขาก็ต้องการเงินซื้อวัตถุดิบเข้าร้านอยู่แล้ว ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าได้'ลูกค้าประจำ'ตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดร้านแล้วล่ะ จึงตอบตกลง"ตกลง! หากว่าร้านของพวกเราขายดีละก็ อย่าว่าแต่'ซูเฟล่'วันละสองชิ้นเลย ให้ผมทำ'ฟูลคอร์ส'เลี้ยงคุณทุกวันก็ยังได้! " อลันพูดอย่างดีใจ"ไม่จำเป็นร๊อก ข้าได้ในสิ่งที่ต้องการในราคาที่ข้าพอใจ ท่านวางใจเถอะ คนแคระไม่เคยเอาเปรียบใคร และไม่ยอมเสียเปรียบด้วย การที่พวกท่านเปิดร้านอาหารที่นี่ขึ้นใหม่ทำให้ข้าไม่ต้องไปหาของกินไกลๆ อีกอย่างข้าไม่คิดว่าจะกลับไปกินขนมปังของโดรี่ได้อีกต่อไปแล้วหลังจากที่ได้กิน'เจ้าสิ่งนี้'เข้าไป' อันที่จริงแล้วอาหารของท่านทำให้ขนมปังของเจ้านั่นกลายเป็น'รากไม้'เลยทีเดียวแหล่ะ" กลออินพูดพลางมองไปที่จานเปล่าเปื้อนซอสคาราเมลอีกครั้งอย่างเสียดาย ถ้าเป็นที่บ้านตัวเองเขาคงเลียจานไปแล้วเอลิน่าเห็นกลออินกินหมดแล้วก็แบมือพูดว่า "ปู่คนแคระกินเสร็จแล้วต้องจ่ายเงินด้วยนะคะ""ฮาๆ แน่นอน ข้าจะจ่ายให้ยัยหนูเปี๊ยก เอ่อ... เอ้านี่" กลออินพูดพลางเท'เหรียญทอง'ขนาดพอๆ กับเหรียญสิบแต่หนากว่า ออกจากกระเป๋าลงบนโต๊ะหกสิบเหรียญระบบ'เงินตรา'โลกนี้ได้รับการปรับปรุงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา แต่ละเผ่าพันธุ์พยายามใช้เงินสกุลเดียวกันในการแลกเปลี่ยนทำธุรกรรม หลังจากลงนามข้อตกลง'สันติภาพ' ธุรกิจก็พัฒนาขึ้น สกุลเงินที่ออกโดยจักรวรรดิบริทาเนียหากอยู่ในดินแดนของมนุษย์ คนแคระ หรือเอลฟ์ จะยอมรับเหรียญตราที่ผลิตโดย'บริเทน' (เมืองหลวงของมนุษย์) ทุกเหรียญแต่หากไปทางฝั่งออร์ค อมนุษย์ และปิศาจจะยอมรับเพียงเหรียญทองเท่านั้น ถือว่าเป็นสกุลเงินที่มีความนิยมสูงสุดกลายเป็นสกุลเงินหลักในตอนนี้ระดับต่ำสุดคือ'เหรียญทองแดง' เหรียญทองแดงสิบเหรียญสามารถแลกเปลี่ยนเป็น'เหรียญเงิน'หนึ่งเหรียญและเงินสิบเหรียญสามารถแลกเปลี่ยนเป็น'เหรียญทอง'หนึ่งเหรียญเหรียญทองกองเป็นภูเขากองเล็กๆ กองหนึ่งสะท้อนแสงเทียนดูวูบวาบละลานตา"ว้าว เหรียญสวยจังเลย แต่ว่า ปู่คนแคระ นี่มันไม่ใช่เงินสักหน่อย" เอลิน่ามองเหรียญทองคำวาววับในมืออย่างสนใจอเล็กได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกเศร้าใจ ที่เอลิน่าไม่เคยเห็นเหรียญทองมาก่อนเป็นความผิดของเขาเอง พูดอย่างอ่อนโยนว่า"เอลิน่า 'เหรียญ'นี้ก็เป็นเงินเหมือนกัน คุณปู่กลออินไม่มีเหรียญทองแดงมากพอ ก็เลยให้เป็นเหรียญนี้ใช้แทนกันได้"จริงๆ เหรอคะ" เอลิน่าตาโต"จริงสิ เราสามารถใช้'เหรียญเงิน' และ'เหรียญทอง'ซื้อสินค้าได้เหมือนกับ'เหรียญทองแดง' เป็นความผิดของพ่อเอง พ่อไม่เคยให้เอลิน่าเห็นเหรียญเงินด้วยซ้ำอย่าว่าแต่เหรียญทองคำ" อลันอธิบายสีหน้าเศร้าหมอง"ไม่หรอก ป๊ะป๋าไม่ได้ผิด ป๊ะป๋าอย่าเศร้าเลยนะคะ เอลิน่าผิดเองที่ไม่รู้ ต่อไปเอลิน่าจะไม่พูดอีกแล้ว"อลันยิ่งรู้สึกเศร้าจนแทบกลั้นไม่อยู่ สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่มีผลต่อ'อุปนิสัยใจคอ'ของเด็กที่กำลังโตเป็นอย่างมาก ในวัยของเอลิน่าในตอนนี้กำลังสร้างลักษณะนิสัยที่จะติดตัวไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ด้วยความ'ยากจน'และการที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ในฐานะมนุษย์สัตว์ กำลังจะทำให้เธอรู้สึกด้อยค่าและขาดความมั่นใจ โชคดีอยู่บ้างที่เขาตื่นขึ้นมาในร่างนี้แล้วและจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน 'ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครดูถูกลูกสาวที่น่ารักคนนี้ได้อีกต่อไป จะต้องทำให้เธอกลายเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยที่เฉลียวฉลาด มั่นใจในตัวเองและมีความสุขที่สุด' อลันสัญญากับตัวเองในใจ"นึ่ก็สายแล้ว วันพรุ่งนี้ข้าจะมาใหม่ โอ้! ให้ข้าได้แนะนำตัวดีๆ สักหน่อย ข้าชื่อ กลออิน บุตรแห่งโกลอิน คนแคระแห่ง'เหมืองดูนโฮลด์' (Dunehold Mine) ยินดีรับใช้" กลออินพูดพลาง ทำความเคารพในแบบ'คนแคระ'"เอ่อ ผม... อลัน ครอบครัวผมเป็นเจ้าของตึกนี้ แล้วก็นี่ เอลิน่า ลูกสาวของผมเอง" อลันก็รู้สึกว่าเสียมารยาทไปซะแล้ว ที่ไม่เคยคุยกับเพื่อนบ้านมาก่อนเลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ แต่เขายังไม่กล้าเปิดเผย'ชื่อสกุล'ของเขากับคนที่ยังไม่รู้จักดีพอ ทำความเคารพตอบในแบบสุภาพบุรุษบริทาเนียทั่วไปกลออินแปลกใจ มีมนุษย์ไม่กี่คนที่แนะนำตัวเองโดยไม่มีนามสกุล แต่เขาไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเลยไม่ถาม พูดขึ้นว่า "เอาล่ะ ฟ้ามืดมากแล้ว ข้าต้องไปก่อน" กลออินพูดพลางก็หัวเราะร่า ด้วยความภูมิใจ ในหัวเขากำลังคำนวณ'กำไร'ที่จะได้หลังจากนี้'อาหาร'ของอลันเป็นเหมือนแสงสว่างในเหมืองทองคำสำหรับเขา แน่นอนว่าไม่มีทางให้อลันรู้เรื่องนี้ กลออินเพลิดเพลินกับความคิดตัวเองจนเผลอแสยะยิ้มออกมา“ปู่คนแคระชอบกิน ทำหน้าตาพิลึกทำไม?” เอลิน่า ฟังทั้งสองคุยกันกำลังเบื่อ มองไปที่รอยยิ้มใต้เคราขาวโพลน รู้สึกว่าน่าตลก ถามขึ้นอย่างกะทันหันกลออินถูกเอลิน่าจ้องมองจนสำลัก พูดกับเอลิน่าว่า “ใช่แล้วยัยหนูเปี๊ยกข้ากำลังดีใจที่จะได้กินของอร่อยทุกวัน คิดถึงรสชาติของมันแล้วข้าก็หุบยิ้มไม่ลง ฮาๆๆ "“จริงนะ” เอมี่มองไปที่กลออินด้วยความสงสัยกลออินหน้าแดงก่ำ "แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงที่สุด คนแคระมีปากอยู่ที่หัวใจของเขา" กลออินพยักหน้าอย่างจริงจัง แต่เหงื่อเริ่มไหลออกมาจากหน้าผาก“เข้าใจแล้ว” เอลิน่ามองกลออินด้วยท่าทางไร้เดียงสา หย่อนตัวลงจากเก้าอี้แล้วหยิบจานเข้าไปในครัว"ข... ข้า ... " กลออินรู้สึกว่าเขาถูกดูหมิ่นโดยเด็กมนุษย์ตัวเล็ก ๆ ด้วยท่าทางที่ราวกับว่าเธอรู้ทุกอย่างอลันฟังบทสนทนาของคนแคระกลออินกับเอลิน่าแล้วก็ไม่ได้พูดอะไร เขาเริ่ม'เข้าใจ'บางอย่างแล้วลูกสาวตัวน้อยของเขา สมกับมี'สายเลือด'ของราชินีเผ่ากึ่งมนุษย์หมาป่า และสมเป็นลูกสาวของเขาด้วย เธอมี'สัญชาตญาณ'ที่จะไม่ถูกหลอกง่ายๆ และด้วย'รูปลักษณ์'ที่น่ารักของเธอสามารถทำให้คนที่หลอกเธอรู้สึกว่ามันไม่เท่เอาเสียเลย"วางจานไว้เถอะ เอลิน่า เดี๋ยวพ่อล้างเอง" อเล็กบอกอย่างอ่อนโยน"ป๊ะป๋าดีกับเอลิน่ามากเลย" เอลิน่าเงยหน้าขึ้นมองอลัน ใบหน้าน้อยเต็มไปด้วยความเคารพ พ่อที่ตื่นขึ้นมาวันนี้เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน และยังแสนดีมากๆกลออินมองไปที่พ่อและลูกสาวในครัว เขามองเห็นเด็กคนหนึ่งยืนอยู่หน้ากองไฟและมองขึ้นไปที่หลังของชายที่กำลังจดจ่ออยู่กับค้อน เขาไม่ได้เห็นมันมาหลายปีแล้ว รู้สึกคัดจมูกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ดูเหมือนว่าเขากำลังเป็นหนี้บุญคุณมากเกินไป จึงเอ่ยขึ้นว่า"ท่านอลัน หลังจากนี้ หากว่ามีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้ละก็ บอกมาได้เลยข้ายินดี" กลออินพูดอย่างรู้สึกผิด"กลออิน หากว่าคุณจะได้'ผลประโยชน์'อะไรจากเรื่องนี้ละก็ คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย ผมได้ในสิ่งที่ต้องการ คุณได้ผลประโยชน์ พวกเราได้ทั้งคู่ เป็น'การค้า'ที่ยุติธรรมที่สุด" อลันพูดตอบอย่างจริงจังพฤกษ์ในอดีตเคยดีลธุรกิจมามากมาย คู่ค้าจะไม่มีทางบอกคุณว่าเขาได้ผลประโยชน์เท่าไหร่ คุณมีหน้าที่เปิด'ราคา'ของคุณและได้เท่าที่คุณเรียกไปเท่านั้น แต่เขารู้สึกสัมผัสถึงความจริงใจจากคนแคระเป็นครั้งแรก ได้ยินว่าคนแคระเป็นเผ่าที่เห็นแก่ตัวไม่ใช่เหรอ แล้วเขาก็ได้สัมผัสถึงพลังของลูกสาวอีกครั้งคิดในใจ (พลังแห่งโลลิสินะ)พอได้ยินกลออินก็มีสีหน้าดีขึ้น หัวเราะแล้วพูดว่า "เอาแบบนี้เถอะ ร้านอาหารจะขาด'เครื่องดื่ม'ดีๆ ได้ยังไง ข้ามีญาติที่เปิดโรงบ่ม'เอล'อยู่นอกเมือง พรุ่งนี้ข้าจะส่งข่าวไปขอให้เขาช่วยส่งมาให้สักสองถังก็แล้วกัน! "อลันได้ยินแบบนั้นก็ดีใจมากแต่ว่าต้องปฏิเสธเพราะไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณ"ไม่เป็นไรครับ ผมบอกแล้วว่าคุณไม่ต้องกังวลในเรื่องนั้น"กลออินได้ยินก็โกรธพูดเสียงดังว่า "นี่เป็นของขวัญไม่ใช่ธุรกิจ! 'รับเอาไว้' หรือไม่ก็ขาดกัน"โดยปรกติแล้วคนแคระจะค่อนข้าง'ขี้เหนียว'เลยทีเดียวน้อยครั้งจะมีการให้ของขวัญกัน แต่เมื่อให้แล้วจะถือว่าเป็นมิตรกัน หากว่าปฏิเสธจะถือว่าไม่ให้เกียรติอย่างมากกลออินเองก็แปลกใจตัวเอง เขาไม่เคยเป็น'แบบนี้'มาก่อน วันนี้ดูเขาจะอ่อนไหวเป็นพิเศษอลันรีบขอโทษในทันที"เช่นนั้นก็รบกวนแล้ว"------------------------------------------ *เงินตราที่ใช้ในเรื่องเทียบกับเงินบาทตามนี้ครับ1 เหรียญทองแดง = 10 บาท1 เหรียญเงิน = 100 บาท1 เหรียญทอง = 1,000 บาท

    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่

    ------------------------------------------


    นิยายแนะนำ