ห้าวันต่อมาเป็วันต้นสัปดาห์ศิษย์ใหม่บ้านประกายหมอกนับร้อยต่างต่อแถวรับเงินประจำสัปดาห์ั้แ่เช้าจนแถวนั้นยาวเหยียดเ้าหน้าที่เบิกจ่ายวัยชรามองมาที่เด็กๆอย่างสงสัย พอสอบถามก็ได้คำตอบสั้นๆเพียงว่าพวกเด็กบ้านประกายหมอกจะนำเงินเหล่านี้ไปซื้อยาเพิ่มปราณพอได้ยินว่าพวกเหล่าศิษย์ใหม่จะนำเงินไปซื้อยาเพื่อฝึกตนดวงตาของเ้าหน้าที่ประจำสำนักก็ฉายแววแห่งความยินดี
ผู้เฒ่าก้มหน้าก้มตาแจกเหรียญเงินห้าเหรียญให้กับกลุ่มเด็กที่ยังไม่บรรลุถึงขั้นที่หนึ่งเขาไม่ได้มองออกมาด้านนอกจึงไม่รู้เลยว่าเมื่อศิษย์ใหม่รับเงินไปแล้วศิษย์เหล่านี้ไม่ได้ตรงไปยังตีนเขาเว่ยฟงอันเป็ที่ตั้งของร้านวายุโอสถแต่อย่างใดพวกเด็กๆที่อยู่ด้านนอกต่างวิ่งไปยังทิศตะวันตกโดยมีบ้านของหัวหน้าบ้านประกายหมอกเป็จุดหมายปลายทาง
ที่บ้านหลังเล็กๆซึ่งอยู่ติดกับป่าอสูรจิวฟงกำลังนั่งกระดิกเท้ารอคอยผู้ที่จะมาถึงอย่างใจเย็นนั่งยิ้มอยู่คนเดียวได้สักพัก เด็กชายตัวจ้อยก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาฉีกกระดาษเปล่าสีขาวสะอาดมาแผ่นหนึ่งจากนั้นก็บรรจงเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษแผ่นนั้น แล้วจิวฟงก็เอากระดาษไปติดไว้ที่ประตูบ้าน
“โปรดเข้าแถวอย่างเป็ระเบียบและอยู่ในความสงบ”จิวฟงอ่านข้อความนั้นแล้วก็เผยอยิ้ม แล้วเด็กชายตัวจ้อยก็กลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง
ไม่นานจิวฟงก็ได้ยินเสียงผู้คนเฮโลดังมาทางบ้านของเขาเสียงพูดคุยกันจ้อกแจ้กดังอยู่เพียงครู่เดียวเมื่อผู้คนที่อยู่ด้านนอกเห็นป้ายประกาศเสียงนั้นก็เงียบลงในทันที
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูอย่างเกรงใจดังแค่พอให้คนที่อยู่ด้านในได้ยินเมื่อสิ้นเสียงเคาะเรียกก็มีเสียงของเ้าของบ้านลอดออกมา
“ประตูบ้านไม่ได้ขัดกลอนบ้านของหัวหน้าบ้านประกายหมอกยินดีต้อนรับเพื่อนร่วมบ้านทุกเวลา”
จินเจียนยู่ผู้มาถึงเป็คนแรกรู้สึกเลื่อมใสในตัวหัวหน้าบ้านยิ่งนักเขาก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปด้านในด้วยท่าทีที่นอบน้อมเมื่อประตูไม้ถูกเปิดกว้าง จินเจียนยู่ก็เห็นว่าจิวฟงกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้กลมกลางห้องด้วยท่าทีที่สุขุม
“หัวหน้าจิว ข้ามีเื่ต้องรบกวนเ้า”คราวนี้จินเจียนยู่เรียกจิวฟงว่าหัวหน้าอย่างไม่เคอะเขินเขานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตามที่หัวหน้าบ้านตัวน้อยผายมือเชิญ
“ข้าไม่รู้ว่าเ้ามีเื่อะไรให้ข้าช่วยแต่ไม่ว่าจะเป็เื่ใด หัวหน้าเช่นข้าก็ยินดีช่วยเหลือเพื่อนร่วมบ้านเสมอ...”
“ข้า...ข้าจะมาขอซื้อยาเม็ดเทาหากว่าหัวหน้าจิวจะยังพอมีเหลือ”จินเจียนยู่พูดด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบราวกับเกรงว่าคนอื่นจะได้ยินเมื่อเขาเห็นจิวฟงพยักหน้าจินเจียนยู่ก็อดที่จะแสดงความดีใจออกมาไม่ได้
“จินหลงเหว่ย เ้าเก็บเื่ยาเม็ดเทาเป็ความลับหรือไม่”เ้าของตำรับยาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับหลับตาลง
“หัวหน้าจิววางใจได้ ข้าไม่ได้พูดเื่ยาเม็ดกับผู้ใดและผู้คนที่รออยู่ด้านนอกก็แทบจะไม่มีใครพูดถึงเื่ยาตำรับของเ้า ข้าพอจะได้ยินเพื่อนๆบ้านประกายหมอกจับกลุ่มคุยกันถึงสรรพคุณของยาเม็ดเทาบ้างแต่รับรองได้ว่าผู้ที่รู้เื่นี้มีเพียงศิษย์ใหม่บ้านประกายหมอกเท่านั้น”จินเจียนยู่พูดด้วยเสียงหนักแน่นไม่แพ้กันเขากลัวเป็ที่สุดว่าจิวฟงจะไม่ขายยาเม็ดเทาที่มีฤทธิ์กระตุ้นปราณเทียบเท่าโอสถสีเทาอีกต่อไป
จิวฟงพยักหน้าน้อยๆหนึ่งครั้งจากนั้นก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเอ่ยถามว่า
“เ้า้ายาเท่าไร”
“ห้าสิบเม็ด”เด็กชายฟันเหยินรีบยื่นเงินทั้งหมดที่เพิ่งรับมาให้กับจิวฟงเขาลุ้นว่าหัวหน้าบ้านจะมียาเม็ดซึ่งมีส่วนประกอบถึงเก้าสิบเจ็ดชนิดเพียงพอหรือไม่จินเจียนยู่มองดูมือน้อยๆของจิวฟงที่ค่อยๆหยิบยาออกจากถุงทีละเม็ดอย่างใจจดใจจ่อเขานับเม็ดยาไปพร้อมๆกับจิวฟง พอเห็นว่ามียาถึงห้าสิบเม็ด เขาก็เป่าปากอย่างโล่งใจ
จินเจียนยู่รีบรับยามาเก็บไว้ในถุงวิเศษแล้วเตรียมที่จะออกไปด้านนอกเขาเกรงใจเ้าของบ้านและผู้ที่ยังรออยู่ด้านนอกไม่น้อย ขณะที่จะเอ่ยคำร่ำลาจินเจียนยู่ก็เห็นจิวฟงล้วงเข้าไปในถุงวิเศษอีกครั้ง จากนั้นหัวหน้าบ้านก็ยื่นของบางอย่างให้กับเขา
“จินหลงเหว่ยข้าให้ยาเม็ดเทาแก่เ้าโดยที่ไม่คิดราคาหนึ่งเม็ด!”จิวฟงหยิบยาเม็ดเทาอย่างทะนุถนอมราวกับว่ามันเป็ของล้ำค่าเขาค่อยๆหย่อนยาเม็ดเล็กๆลงบนมือของจินเจียนยู่
จินเจียนยู่รับยาเม็ดที่ทำมาจากพืชหาง่ายพิเศษแล้วกลืนลงไปในทันทีขณะนี้เขามองมายังหัวหน้าบ้านด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง
“หัวหน้าจิว ข้าดีใจมากที่ได้คนดีมีน้ำใจเช่นเ้า...”จินเจียนยู่รู้สึกตื้นตัน ในเวลานี้เขารู้สึกว่ามีอะไรจุกอยู่ที่คอจนไม่สามารถพูดอะไรต่อเขาทำได้เพียงลุกขึ้นแล้วเดินจากไปด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม
เมื่อจินเจียนยู่จากไปแล้ว จิวฟงก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจเขาเองก็รู้สึกดีไม่น้อยที่ได้ทำประโยชน์แก่เพื่อนๆบ้านประกายหมอกเขานึกถึงสีหน้าของเพื่อนๆที่มีรอยปรากฏ หัวใจของเด็กชายตัวน้อยก็รู้สึกชื่นบาน
“คราวหน้าข้าจะแถมยาให้จินหลงเหว่ยอีกสักเม็ดครึ่งนั่นคงไม่มากเกินไปหรอกนะ”จิวฟงพึมพำพร้อมกับมองดูยาเม็ดเทาที่มีอยู่ในถุงนับล้านเม็ด!
ข่าวที่จิวฟงมียาเม็ดตำรับพิเศษได้แพร่กระจายไปในหมู่สมาชิกบ้านประกายหมอกภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเด็กๆบ้านประกายหมอกต่างเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับด้วยพวกเขาเกรงว่าจิวฟงจะหยุดจำหน่ายยาเม็ดเทาที่มีสรรพคุณล้ำเลิศให้กับพวกตนจิวฟงไม่ได้ขายยาเพียงอย่างเดียวเขายังชี้แนะวิธีการเดินลมปราณเล็กๆน้อยๆให้กับเหล่าลูกค้าอีกด้วยเพื่อนบ้านแทบทุกคนแวะเวียนมาหาจิวฟงจนเขาแทบไม่ได้พักผ่อนแม้แต่เพื่อนๆทั้งสามของชุนจางมินก็ยังมาหาเขาเพื่อซื้อยาเพิ่มปราณและขอคำชี้แนะแต่ถึงอย่างนั้นชุนจางมินก็ไม่ได้โผล่หน้ามาให้จิวฟงเห็นแต่อย่างใด
ผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนนับั้แ่จิวฟงเริ่มขายยาเม็ดเทาเขาก็มีเหรียญเงินสะสมนับพันเหรียญ แต่เขาก็แทบจะไม่มีเวลาใช้จ่ายเงินเ่าั้เพราะจิวฟงต้องคอยรับลูกค้าที่ทยอยกันมาหาเขาตลอดทั้งวัน
วันหนึ่ง ในขณะที่เขาและสหายทั้งสามกำลังช่วยกันนับเงินที่กองอยู่เต็มโต๊ะอย่างเพลิดเพลินอยู่นั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น จิวฟงแบ่งเงินให้สามสหายแล้วรีบเก็บเหรียญเงินลงในถุงจากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นว่า
“ข้า จิวฟง หัวหน้าบ้านประกายหมอกยินดีช่วยเหลือทุกคนประตูบ้านของข้าไม่เคยลงกลอน ขอให้ผู้ที่มาถึงเข้ามาได้”
แต่ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก จิวฟงก็รับรู้ได้ว่าผู้ที่มาถึงมีระดับปราณสูงกว่าศิษย์ใหม่เขาแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือเหลียงอันกงยี่มู่และชายวัยราวห้าสิบปีอีกหนึ่งคน
“จิวฟง ต้าไค หลางชี่เชี่ย ชูฉงพวกเ้าอยู่กันพร้อมหน้าเลยหรือ”แม้จะทักทายเช่นนั้นแต่ใบหน้าของเหลียงอันไม่ยิ้มแย้ม กงยี่มู่และชายที่ยืนอยู่ข้างๆก็เช่นกันสีหน้าของพวกเขาเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“อาจารย์เหลียงมีอะไรให้ข้ารับใช้อย่างนั้นหรือ” จิวฟงรู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลกๆอย่างไรชอบกลเขารีบเดินไปจูงมือเหลียงอันมานั่งที่โต๊ะ จากนั้นก็รินน้ำชาให้กับคนทั้งสาม
เหลียงอัน กงยี่มู่และชายอีกคนหนึ่งจิบน้ำชาแล้วมองหน้ากันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่อาจารย์แซ่เหลียงจะเอ่ยกับจิวฟงที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่า
“จิวฟงข้าได้รับการร้องเรียนว่าเ้าขายยาที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแล้วอ้างว่าเป็ยากระตุ้นปราณว่าง่ายๆก็คือเ้าขายยาเถื่อน”
“ใครมันไปบอกกับอาจารย์เหลียงเช่นนั้น!” หัวหน้าบ้านตัวเปี๊ยกโกรธจนตัวสั่นเขาไม่คิดเลยว่าจะมีเพื่อนบ้านคนใด
นำเื่นี้ไปบอกกับอาจารย์ประจำบ้านซ้ำยังใส่ความว่ายาของเขาคือยาเถื่อนอีกด้วย
เหลียงอันส่ายหน้าไปมาเขาไม่อาจบอกได้ว่าคนที่รายงานเื่นี้เป็ใครเพราะนี่เป็กฎระเบียบหนึ่งของสำนักจิวฟงพยายามสงบสติอารมณ์พร้อมกับปั้นหน้าให้ดูยิ้มแย้มเขาเพียรถามชื่อคนขี้ฟ้องอยู่นานแต่ก็ไม่ได้คำตอบใดในตอนนี้จิวฟงรู้สึกแค้นใจเป็อย่างมาก
ต้าไค หลางชี่เชี่ยและชูฉงก็โกรธแค้นเช่นกันพวกเขาที่กินยาตำรับนี้เป็คนแรกๆรู้ดีว่ายาของจิวฟงนั้นให้ผลไม่ต่างกับโอสถสีเทาการที่กล่าวหาว่ายาเม็ดเทาเป็ยาเถื่อนนั้นเป็การใส่ร้ายกันอย่างรุนแรง
“ถ้าข้าไม่เห็นแก่ความก้าวหน้าของเพื่อนบ้านข้าไม่เปิดบ้านขายยาให้เสียเวลาหรอกคิดว่าข้าจะเห็นแก่เหรียญเงินเพียงเล็กน้อยแค่นั้นหรืออย่างไรคิดแล้วก็น่าเจ็บใจจริงๆ!” จิวฟงะโลั่นในจิตใจ ร่างของเด็กชายตัวน้อยสั่นเทิ้ม
เหลียงอันเดินไปหาหัวหน้าบ้านประกายหมอกอาจารย์แซ่เหลียงแจ้งจิวฟงว่าจะพาเขาไปสอบสวน ณ ที่ทำการบ้านที่ผาจรดเมฆาจากนั้นเหลียงอันก็บอกคนที่เหลือให้รอฟังผลการสอบสวนอยู่ที่นี่
จิวฟงพยักหน้าให้สหายทั้งสามที่มองเขาตาละห้อย จากนั้นเด็กชายตัวจ้อยก็เดินตามเหล่าอาจารย์ไปพร้อมกับไฟแค้นที่สุมอก
ขณะที่คนทั้งสี่เดินพ้นจากบ้านของจิวฟงมาได้ไม่ไกลนักสายลมแรงก็พัดผ่านมายังพวกเขาและหลังจากนั้นร่างของชายอีกคนหนึ่งก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้าของเหลียงอัน
ชายผู้มาถึงไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเอ่ยกับอาจารย์ประจำบ้านประกายหมอกว่า
“ข้าได้ข่าวว่าเด็กแซ่จิวขายยาที่ผสมเองซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ฝึกตนเื่ใหญ่เช่นนี้ผู้คุมกฎเช่นข้าไม่อาจอยู่เฉยได้ข้ามาที่นี่เพื่อพาหัวหน้าบ้านประกายหมอกไปสอบสวน ขอให้เ้ามอบตัวจิวฟงให้กับข้า”ชายผู้นี้คือมู่ฉุ่ยยู่หนึ่งในสิบหกผู้คุมกฎนั่นเอง
เหลียงอันอึกอักพูดอะไรไม่ถูกเื่นี้เป็เื่ภายในบ้านประกายหมอกการให้อาจารย์ประจำบ้านเป็ผู้ไต่สวนเบื้องต้นก็นับว่าถูกต้องคนแซ่เหลียงไม่รู้ว่าทางผู้คุมกฎรู้เื่นี้ได้อย่างไรแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่เขาควรคำนึงถึงในขณะนี้ ในตอนนี้สิ่งที่เหลียงอันพึงทำก็คือการโน้มน้าวผู้คุมกฎให้เขาได้ไต่สวนจิวฟงโดยที่ไม่ต้องผิดใจกับมู่ฉุ่ยยู่
“ท่านผู้คุมกฎเื่เล็กน้อยเพียงแค่นี้ปล่อยให้พวกเราผู้เป็อาจารย์ประจำบ้านจัดการกันก่อนและหากพบว่าจิวฟงมีความผิดจริง ข้าจะส่งตัวเขาให้ท่านโดยไม่รอช้า”
“เื่เล็กน้อย! การผสมยาเองแล้วหลอกขายให้ผู้อื่นเป็เื่เล็กน้อยอย่างนั้นรึถ้าตัวยาของเ้าเด็กนี่ทำให้ตันเถียนของผู้ฝึกตนคนอื่นเสียหายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ!?” มู่ฉุ่ยยู่ตวาดดัง เสียงของผู้คุมกฎแฝงไปด้วยพลังอันลึกล้ำพลังนั้นกดดันทั้งเหลียงอันและอีกสามคนที่เหลือจนทำให้พวกเขารู้สึกอึดอัดขณะที่จิวฟงที่บรรลุปราณเพียงขั้นแรกรู้สึกมึนหัวและงุนงงจนตาพร่าลาย
“ท่านผู้คุมกฎมู่โปรดใจเย็น!” เหลียงอันะโดังแม้จะมีพลังปราณต่ำกว่าผู้คุมกฎ แต่อาจารย์ประจำบ้านก็ส่งพลังออกไปต้านปราณของมู่ฉุ่ยยู่อย่างเต็มที่จนจิวฟงคลายความอึดอัดไปได้บ้าง
พอมู่ฉุ่ยยู่เห็นว่าเหลียงอันต่อต้านเขาก็แสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับเร่งปราณให้แผ่ออกมาจากทุกอณูขุมขนโดยไม่มีการยั้งมืออีกต่อไปก่อนที่ปราณของมู่ฉุ่ยยู่จะทำอันตรายแก่คนทั้งสี่แสงสว่างวาบอีกสายก็พุ่งลงมาจากท้องฟ้าแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้ามู่ฉุ่ยยู่และทันใดนั้นผู้คุมกฎอีกคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น
“เคราแพะ!” จิวฟงร้องอุทานเสียงดังเ้าเปี๊ยกจำหน้าชายที่พาเขามายังสำนักฝึกตนแห่งนี้ได้ไม่ลืม
“ข้าชื่อกุ้ยชางโว้ย!”