หลังผนังลวงไม่อาจล่วงรู้โมงยาม
ความสั่นะเืทำให้เจียงหลงรู้สึกตัวตื่น เวลานั้นเป็่กลางดึก อาจารย์นั่งญาณสมาธิระวังภัยอยู่ เสียงเดินช้าเหยียบย่างขึ้นบันไดหินและหยุดที่เบื้องหน้าศาลเ้า
“ขอท่านนักพรตโปรดอภัย” คนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยเนื้อเสียงไพเราะชวนฟัง ทว่ากลับแยกแยะยากยิ่งว่าบุรุษหรือสตรี
“เป็ภาระหน้าที่ ไม่อาจตำหนิท่าน” สิ้นคำตอบของกู่ฉิงหรู เกิดเสียงโลหะแหวกอากาศคว้าง ฉับพลันปะทะกระแทกดัง เจียงหลงลอบฟังตั้งใจ คาดเดาว่าอาจารย์ยกไม้ค้ำขึ้นรับ ดังนั้นใช้มือหงิกงอนั้นแตะเลื่อนบานผนังลวงช้า ๆ ลอบมองเห็นเป็ไปเช่นคาดเดา ขณะนี้กู่ฉิงหรูกำลังตวัดไม้ค้ำรับกระบวนท่าของคนปริศนาใบหน้าขาวพอกแป้ง ปากแต้มสีชาด ขอบตาใต้คิ้วเขียนสีสด สวมชุดแดงสดปักลายสลับสีคล้ายทุ่งพฤกษากลางวสันตฤดู ไม่คล้ายบุรุษไม่คล้ายสตรี นั่นยังไม่พิสดารเทียบกับอาวุธในมือ ลักษณะเช่นคันฉ่องสำริดบานใหญ่เท่าใบหน้า ด้ามยาวดั่งทวนตลอดทั้งชิ้นหลอมสร้างจากสำริดขัดเงาสะท้อนแสงวิบวับระยิบระยับคล้ายแสงดาว ยามมันวาดกระบวนฟาดวกกระบวนฟัน ในแต่ละครา ล้วนเปล่งประกายเรืองรอง ชวนหลงใหล ชวนสับสนยิ่ง
กู่ฉิงหรูตั้งรับมั่นคง ทว่าความแคล่วคล่องของผู้เฒ่ากลับไม่อาจเทียบเคียงผิดวิสัยผู้ฝึกวรยุทธ ไม่ช้าก็ตกเป็รอง เจียงหลงเหลือบมองมือหงิกงอของตนอย่างไรไม่อาจลดกำกระบี่ในมือได้ หลับตาลงเ็ปคับแค้น หรือครานี้ต้องเห็นอาจารย์ผู้มีพระคุณถูกสังหาร
‘หากต้องเป็ไป จะขอจดจำหน้ามันให้ชัดเจน’ คิดได้ดังนั้น เปิดตาขึ้นพอดีกับไม้ค้ำยันของกู่ฉิงหรูถูกสะบัดหลุดลอยกระแทกอีกด้านของศาลเ้า คันฉ่องด้ามยาวถูกยกขึ้นไม่ต่างจากขวานใบเขื่อง เหนือศีรษะหงอกขาวของผู้เฒ่าชุดน้ำเงินทรุดก้มอยู่
“โปรดอภัย” บุรุษชุดแดงหรี่ตาแสยะยิ้มพึงใจ ไม่คาดหนึ่งภาระในค่ำคืนจะสำเร็จเสร็จสิ้นโดยง่ายเช่นนี้
คันฉ่องสำริดหวดลงเต็มแรงเสียงสนั่นดังกังวาลจนแสบหู ใบสำริดเงาปักที่พื้นหินลึกลงไปกว่าครึ่งฉื่อ ทว่ากู่ฉิงหรูไม่ได้อยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับบุรุษชุดแดงไม่ได้ถือกุมคันฉ่องของมัน หากแต่ละมือมาปัดป้องพัลวัน ด้วยผู้เฒ่าซึ่งฉวยเพียงชั่วเสี้ยวเวลาก่อนหน้านี้ ใช้ออกคล้ายวิชาฝ่ามือพุ่งเข้าจู่โจมจุดตายทั้งแปดจุดทั่วร่าง จากเสียท่าเป็รองพลิกกลับมารุกไล่เป็ต่อ เจียงหลงจดจ้องตะลึงลาน เห็นบุรุษชุดแดงถอยกรูดติดกำแพงก่อนกล่าวขึ้น
“นี่ไม่คล้ายเพลงหมัด กล่าวว่าวิชาฝ่ามือยิ่งไม่คล้ายด้วยว่า…”
“ด้วยว่ามันไม่ขับกำลังปราณ ถูกแล้ว” กู่ฉิงหรูกล่าวสวนยืนหยัดสง่า ราวกับไม่ได้เตรียมพร้อมรุกรับ กล่าวต่อไป “สามีท่านไม่มาด้วยหรือ”
คนชุดแดงเผยยิ้มขึ้น “นักพรตทราบ”
“คู่ขวัญสีชาด ชื่อเสียงกว้างไกลไม่น้อย รูปโฉมสะคราญบุรุษสตรียากแบ่งแยก พกพาคันฉ่องสำริด อาภรณ์สดใสงดงามเช่นนี้ หากไม่ใช่บุรุษสะคราญ จูฟูเหริน จะเป็ผู้ใด”
“อาจบางทีคือสตรีทรนง จูกันฮวา” คนชุดแดงปรายตาตอบในใจลอบยินดีไม่น้อย
“จูกันฮวานั้นทุกผู้คนทราบ แม้เหยียบเวหาได้ว่องไวไร้รอย กลับพกพาหวีเหล็กนับร้อย เคลื่อนไหวกระทบกระแทกเกรียวกราว ตัวท่านนอกจากฝีเท้าย่ำพื้นหินจงใจให้ผู้เฒ่าหวั่นเกรงยังไม่มีเสียงใดอื่น” กู่ฉิงหรูกล่าวตอบ
“นักพรตล่วงรู้ลึกซึ้ง เช่นนี้รบกวนท่านชี้แนะแล้ว” ฉับพลันเหวี่ยงข้อมือปล่อยชายแขนเสื้อยาวที่ซุกซ่อนอยู่ลงกองพื้น แล้วตวัดขึ้นพร้อมกันสองข้าง เกิดกระแสปราณขึ้นสองสายดุจลมหมุน ก่อนตีสะบัดตัดขวางดั่งขากรรไกร จู่โจมกู่ฉิงหรูในเสี้ยวเวลาด้วยกระแสปราณรุนแรงห่อหุ้มแขนเสื้อยาวทั้งสอง
กระบวนท่าเช่นนี้ มาตรว่ายอดฝีมือสูงล้ำยังสามารถาเ็ภายรุนแรงถายในได้หากเลือกเข้าปะทะโดยตรง
“มิกล้า” กู่ฉิงหรูวาดมือสองข้างขึ้นแค่พอัั แล้วชักพาร่างกายเอนหลบพลางถดถอย ด้วยทราบดี วิชาแขนเสื้อนี้แม้รุนแรงแต่ใช่ไร้จุดอ่อน สองมือที่ชักนำวิถีนั้นเป็ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนไปพร้อมกัน
ครั้นแขนสะบัดคราหนึ่งยังทิศทางใด ชายแขนเสื้อย่อมปัดกวาดไปตามกัน ยิ่งยืดยาวยิ่งชัดแจ้ง ตัวผู้เฒ่ายามหลีกหนี ดวงตายังเพ่งมองอ่านกระบวนท่า เพื่อลอบพิจารณาฝีมือ ทักษะวิชาอ่อนหยุ่นพริ้วไหวต่อเนื่องเช่นนี้นับว่าเป็มีวรยุทธสูงล้ำผู้หนึ่ง
อย่างไรไม่ใช่ยอดฝีมือ
ไม่ยากเกินสำหรับบุรุษเฒ่าเจนยุทธผู้นี้ บุรุษสะคราญหาใช่คู่มือไม่ กู่ฉิงหรูเมื่อหลบหลีกไม่รุกไล่ ไม่นานก็สามารถอ่านกระบวนได้เด็ดขาดแยบยล ผู้เฒ่ากู่พุ่งเข้าหาท่วงท่าเชื่องช้าทว่าปราดเปรียว ชั่วหยดน้ำค้างหยดลงจากยอดหญ้าก็เข้าประชิดตัวบุรุษสะคราญ พลิกฝ่ามือตบเข้าข้อต่อมือ ยับยั้งกำลังปราณที่เปล่งอานุภาพต่อเนื่องอยู่นั้นเอง
บุรุษสะคราญทรุดกายลง ถ่มเืที่ตีขึ้นจากลมปราณที่ถูกยับยั้งให้ย้อนกลับ เหลือกตามองด้วยั์ตาคั่งแค้น ถ่มถุยเือีกครากล่าว “นักพรตวรยุทธล้ำลึกยิ่ง”
กู่ฉิงหรูกล่าว “รบกวนเชิญสามีท่าน”
“สามีข้า…” บุรุษสะคราญกล่าว “หรือนักพรตไม่คิดว่าสามีข้าสมควรทราบว่าท่านมีแซ่มีนามใด”
กู่ฉิงหรูปิดตาลงสูดลมหายใจเข้าออก ก่อนตอบกลับช้า “พรตเฒ่าเป็แต่เพียงพรตเฒ่า นามเรียกขาน… ไม่ใช่สิ่งสำคัญอย่างไร”
“เมื่อท่านจงใจไม่ตอบคำ เชิญท่านเรียกนางเองเถิด” บุรุษสะคราญทิ้งร่างลงกับพื้นคล้ายสาหัสปางตาย ขณะที่กู่ฉิงหรูก้าวพ้นมายังประตูศาลเ้าเหนือบันไดหิน กวาดตามองหาเห็นอย่างไรไม่พบแน่กล่าว
“สตรีทระนง ท่านจะชมดูบุรุษสะคราญของท่านสิ้นใจหรือ มาเถิดนำตัวเขาไปรักษาเสร็จธุระแล้วจึงค่อยสะสางกัน”
บุรุษสะคราญโอดครวญกระแอมไอ ลูบคลำหน้าอกมาตรว่าลมปราณย้อนทวนนี้เ็ปทรมานยิ่ง กู่ฉิงหรูทราบดีไม่ถึงตาย แต่ใช่ว่ามียาวิเศษใดทุเลาได้ในรัศมีร้อยหลี่
“เกรงก็แต่ผู้สิ้นใจจะเป็ท่านนักพรต…” เสียงแหลมแฝงรอยแหบห้าวกังวานถ้วนทั่วในหมู่ไม้ เป็สตรีทระนง จูกันฮวาแน่แล้ว เพียงแต่นางยังไม่เผยตัวออกมา
เวลานั้นบุรุษสะคราญที่โอดครวญอยู่นั่น มือซึ่งคล้ายลูบคลำหน้าอก พลันปรากฏประกายวาววับสี่เส้นที่ปลายมือ เจียงหลงะโสุดเสียงเกรงว่าอาจารย์ตนจะถูกอาวุธลับลอบทำร้าย “อาจารย์เข็มพิษ!”
มือของบุรุษสะคราญสะบัดซัดเข็มทั้งสี่ออกไปแล้ว กู่ฉิงหรูแท้จริงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ก่อนนี้จึงแสร้งเดินห่างเพื่อเปิดช่อง ดังนั้น หันกลับยกชายเสื้อยาวตวัดรับเข็มพิษทั้งสิ้นไว้ได้ มิคาดบุรุษสะคราญพุ่งปราดเข้าหาผนังลวง เพื่อสังหารเจียงหลง
กู่ฉิงหรูไม่อาจยืดเยื้อได้อีก พลิกฝ่ามือเข้าตบข้อเท้าตามหลังสามตลบ กระนั้นยังตามไม่ทันบุรุษสะคราญที่พุ่งนำไปก่อนหน้า ผนังพังทลายลง เจียงหลงกระโจนหลบไปทั่วห้อง บุรุษชุดแดงยกคันฉ่องขึ้นมาไล่ฟาดเจียงหลงดุดันเดือดดาลยิ่ง กู่ฉิงหรูไล่ตามติดจนเข้าประชิดได้ในที่สุด ทั้งสองจึงปะทะกันอีกครั้ง เปิดโอกาสให้เจียงหลงหลบหนีได้
“วิ่งไป! ทางนั้น!” กู่ฉิงหรูชี้ทิศทางเบื้องนอก มันเป็ทางลึกในป่าทอดยาวสู่ทิศตะวันตก เจียงหลงก้าวพลาดถลาตกบันไดหินกลิ้งลงลานกว้างเบื้องล่างแล้วออกวิ่งไม่คิดชีวิต หางตารู้สึกถึงเงาดำวูบหนึ่งพุ่งผ่านยอดไม้ เจียงหลงเหลียวหลังเห็นผู้เป็อาจารย์ยังคงประมือกับคนชุดแดงต่อไป