ตอนที่ 26 ชิลกันไปก่อน
ไม่มีใครคิดคัดค้านหรือกล่าวทัดทานความคิดนั้นของมิเนอร์วาสักคนเดียว อย่างไรก็ตามเป้าหมายของพวกเขาในการมาที่นี่ก็ลุล่วง จี้เหยี่ยวสีเงินได้มาอยู่ในพวกเขาแล้ว นับได้ว่างานนี้ไม่เจ็บตัวฟรีอย่างที่คิดรถม้าวิ่งตามถนนเบียดเสียดกับคันอื่นกลับไปยังหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่แทบจะกลายเป็นเมือง ต่างกับขามาลิบลับ เพราะกว่าพวกเขาจะกลับถึงก็เป็นช่วงเย็นเกือบค่ำแล้ว เวลา4ชั่วโมงแม้จะนั่งไปเบียดกันเพราะรถม้าคันหรูใหญ่เป็นพิเศษก็ตามแต่ต้องนั่งทนฟราสันบ่นว่าลืมด่าเคแกนเรื่องสร้อยคอ จนในที่สุดอาการแผลไฟไหม้ก็กำเริบจนเงียบไปเองเหลือแต่เสียงร้องครวญคราง“ลงตรงนี้แหละ”“เชส คิดจะไปไหน”เด็กหนุ่มกระโดดลงจากรถม้าลงมาบนพื้น เสียงพาร์ทเนอร์เอ่ยเสียงเย็นไล่หลัง“เดินเล่นสักหน่อย อีกอย่างจะได้เหลือที่ให้รุ่นพี่ฟราสันนอนก่อนถึงโรงพยาบาลด้วย”“เธอคิดจะไปตลอดรึไง โดนมาไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะ”มิเนอร์วาเอ่ยค้านในน้ำเสียงแฝงความเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด“คนรับตีนมันเมดิโอ ไม่ใช่ฉัน...หมัดเดียวไม่ทำให้ตายหรอก เอาน่าไปเถอะ”“ตามใจเถอะ เอานี่ไปด้วย”เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหยุดได้ มีน่าพลังถอนหายใจพลันโยนบางอย่างให้คู่หู คริสตัลสีใสขนาดพอดีคุ้นตา ‘คริสตัลสื่อสาร’ ราคาแพงหูฉี่ถูกมอบให้อย่างงงๆ มิเนอร์วากลับมานั่นท่าเดิมไม่ยอมสบตาเชส“ต่อไปนี้นายถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์ของฉัน องค์หญิงแห่งอาณาจักรแล้ว ทำอะไรให้นึกถึงหน้าตาและเกียรติยศของฉันด้วย...อย่ากลับดึกล่ะ”ปึงประตูรถม้าปิดเสียงดังและเลื่อนออกไปตามถนน เด็กหนุ่มยืนงงอยู่สักพักก่อนจะยิ้มมุมปาก“ปากแข็งจริงนะ” “ขอบคุณที่อุดหนุนครับ”ประตูร้านเสื้อผ้าราคาไม่แพงเปิดออกพร้อมเสียงพนักงานร้าน เชสตอนนี้อยู่ภายใต้เสื้อยืดง่ายๆและกางเกงขายาว ไม่มีอีกแล้วชุดเครื่องแบบสถาบันขาดๆ หลังถอยชุดใหม่เขาฝากเจ้าของร้านเอาไปทิ้งถังขยะ สองเท้าเดินตัวปลิวออกจากร้านถ้าเป็นสมัยก่อนเขาคงไม่คิดซื้อชุดใหม่แบบนี้เพราะเป็นนักเรียนบ่จี๊(ไม่มีเงิน) หากเป็นครอบครัวที่มีเงินก็ไม่เป็นไรแต่สำหรับตัวเชสหรือนักเรียนออโรเรียทีที่บ้านไม่มีเงินจะได้รับอาหารฟรีและเงินสวัสดิการจากอาณาจักร ถึงจะบอกว่าเงินสวัสดิการแต่มันก็ไม่มากพอจะทำอะไรได้แต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว!!!เชส เซอเซสผู้แสนจนกรอบคนนั้น ทั้งเงินรางวัลจากภารกิจที่จะได้ต่อจากนี้ รวมถึง...พาร์ทเนอร์ที่เป็นถึงองค์หญิงผู้ร่ำรวย ใครจะว่าเขาเป็นแมงดาก็ช่าง เพราะเป็นแมงดาไงล่ะ“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ จะถลุงเงินให้หมดเลยว้อย”เด็กหนุ่มยืนหัวเราะเสียงดังจนผู้คนหันมามองอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่เป็นชั้นล่างเปิดเป็นร้านเหล้าก่อนจะเดินเข้าไปอย่างสบายใจ เสียงครื้นเครงในร้านเหล้าดังหนวกหูเป็นเรื่องปกติ จังหวะนั้นเองร่างหนึ่งพลันวิ่งตัดหน้าเขาไปพร้อมถาดใส่เครื่อมดื่มและอาหารเชสขมวดคิ้วมุ่น“อ่าว เจ้าหนู” “แน่ใจนะว่าไปได้”“อืม มิเนอร์วากับทุกคนไปพักเถอะ ฉันจะพาฟราสันไปโรงพยาบาลเอง”มิเนอร์วาพยักหน้ารับคำเพื่อนสาว เอริก้าโบกมือไปมาและประตูรถม้าปิดลงพาผู้โดยสารสองคนสุดท้ายไปส่งยังที่หมายตามคำสั่งสมาชิกสามคนประกอบด้วยมิเนอร์วา ยูจีนและยูรีนเดินเข้าไปในโรงแรมหรูที่สุดในเมือง ตอนนั้นเองเสียงเอะอะโวยวายพลันดังมาจากโถงชั้น1ของโรงแรม เจาะจงกว่านั้นคือหน้าเคาน์เตอร์“หมายความว่ายังไงห้องชั้นบนไม่ว่างงั้นหรอ ไม่รู้รึไงว่าชั้นบนสุดจะใช้เป็นห้องรับรองของบารอนออร์เวล น่ะ ฉันสั่งไปแล้วใช่ไหม”เสียงตวาดลั่นไม่เกรงใจลูกค้ารายอื่นมาจากชายวัยกลางคนอายุราว30กลางๆถึง40คนหนึ่ง ร่างอ้วนท้วมเหมือนคนไม่ดูแลตัวเองแม้ว่าหน้าตาจะสะอาดสะอ้านก็ตามที ผมสีทองสั้นเซตด้วยเจลอย่างดีไม่ไกลจากนั้นตรงเก้าอี้กลางล็อบบี้ ชายผอมแห้งคนหนึ่งผิวขาวซีดหัวเกือบล้านกำลังกระดกไวน์แดงในแก้วเข้าปากพลางไขว่ห้าง สองมือประดับอัญมณีทุกนิ้ว“นิกซ์ ฉันต้องรออีกนานไหม นี่มันโรงแรมของแกนะ...ไม่ได้เรื่องจริงๆ”เสียงแหลมเหมือนมีอะไรอุดจมูกดังออกมาจากผู้ชายผอมแห้งยศบารอนคนนั้นพร้อมเสียงแก้วไวน์กระแทกโต๊ะ รอบข้างเขามีคนแต่งชุดหรูเหมือนผู้ช่วยยืนขนายข้างอยู่คนสอง“เฟรดอยู่ไหน ไปเรียกมันออกมา กล้าปล่อยห้องบนสุดนั่นให้พวกโสโครกที่ไหนเข้ามากัน”เจ้าของโรงแรมนามนิกซ์ตะโกนลั่นหาผู้จัดการโรงแรมที่เขาจ้างมา ไม่นานร่างสมส่วนในชุดสูทสุภาพผู้มีเรือนผมสีน้ำเงินพลันวิ่งออกมาพร้อมเหงื่อเต็มใบหน้า“จ เจ้านายสวัสดีครับ”“เฟรด แกทำงานยังไงของแก ฉันออกไปรับท่านผู้ตรวจภาษี บารอนออลเวลที่เมืองไคลตันตรงนี้แค่อาทิตย์เดียว แกดันเอาห้องนั่นไปให้ใครกันน่ะห๊า”ทุกคนหน้าซีดไม่เว้นแม้แต่พนักงานไม่ไกลจากตรงนั้นกลุ่มมิเนอร์วายืนมองภาพนั้นด้วยตาเฉยเมย“องค์หญิง ให้ผมจัดการไหม”ยูจีนถามสุภาพขณะที่น้องสาวทำท่าจะควักคทาออกมาเผากลุ่มคนรกหูรกตา“อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ บันเทิงคลายเครียดแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”เธอกล่าวไม่ทุกร้อนพลางมองเหตุการณ์ต่อ“อ...เอ่อ แต่ว่าผมปฏิเสธผู้จองไม่ได้จริงๆครับ เจ้านาย”“ปฏิเสธไม่ได้บ้าบออะไรฉันบอกแกไปแล้วใช่ไหม ว่าห้องนั้นเป็นของใคร”นิกซ์ตวาดไม่คิดจะฟังแม้แต่คำอธิบายของลูกน้องคนเก่ง ด้านบารอนหัวเกือนล้านค่อยๆลุกขึ้นหลังกระดกไวน์หมดแก้ว“แกนี่มันห่วยจริงๆนิกซ์ ฉันจะไปพักที่อื่น...ส่วนเรื่องโรงเตี๊ยมอะไรนั่นก็หาทางไล่พวกมันเองก็แล้วกัน...เด็กๆขนของ”ได้ยินเช่นนั้นเจ้าของโรงแรมหรูพลันหน้าซีด เขาพลันถีบร่างผู้จัดการโรงแรมจากที่คุกเข่าให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้น“แก เฟรด ไปขนของพวกโง่ที่พักชั้นบนสุดลงมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นแกโดนไล่ออก”“ลองแตะดูสิ พวกแกทุกคนได้โดนประหารแน่”เสียงเย็นเยียบและเด็ดขาดดังก้องไปทั่วบริเวณแม้จะเอ่ยด้วยระดับเสียงปกติทว่าไม่อาจลบความน่าเกรงขามไปได้เลย“พ...พวกแกเป็นใคร”นิกซ์หันมาชี้ใส่หน้าหญิงสาวผมดำตรงกลาง“แขกชั้นบนสุด”สั้นๆง่ายๆได้ใจความเรียกทุกสายตาให้หันมามองทันที“ฮ่า พวกแกนี่เอง ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกแกเป็นใครแต่ไปขนของพวกแกออกมาให้หมด ท่านบารอนออร์เวล ผู้ตรวจภาษีภายใต้มาควิสบาโรนอฟจะเข้าพัก”“เป็นแค่บารอนคิดจะไล่เราออกจากโรงแรม คิดใหญ่ไปแล้วมั้ง!!”ผู้จัดการโรงแรมผู้รับเรื่องเข้าพักแทบอยากจะเข้าไปอุดปากเจ้านายของตนซะเดี๋ยวนี้ เขาอยากจะบอกตั้งหลายรอบแต่โดนขัดทุกรอบว่าห้องชั้นบนสุดนั้นถูกจองในนามของราชวงศ์“หน็อยแก คนที่แต่งตัวโทรมอย่างพวกแกกล้ามาดูถูกท่านบารอนผู้สูงศักดิ์ ฉันจะเรียกทหารมาจับพวกแกไปขึ้นศาลขุนนางให้หมด”นิกซ์พูดอย่างอวดดีพลางฉีกยิ้มไปทางบารอนออร์เวลราวกับจะถามว่า ‘ผมทำได้ดีไหมครับ’ ทว่าไม่คาดคิดสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นหลังมือที่ตบเขาจนตัวลอยปลิวกระแทกลงพื้น สายตามองเห็นบารอนผู้สูงศักดิ์คุกเข่านอบน้อมลงต่อหน้าคนสามคนที่ชุดโทรม“ถ ถ ถ ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงมิเนอร์วา”น้ำเสียงแสนจอมปลอมและปลิ้นปล้อนเอ่ยทักทายอย่างสั่นเครือเพราะความกลัว ตั้งแต่เมื่อก่อนที่ทั้งสามแสดงตัวออกมาบารอนออร์เวล พยายามนึกหน้าพวกเขาอย่างสุดชีวิต ผมสีดำนั่นมีน้อยมากในอาณาจักร และเด็กสาวตัวเล็กที่มีผมสีนั้นยิ่งน้อยเข้าไปอีกบวกกับชุดที่มีรอยขีดข่วนและขาดวิ่นนั่นหากมองดีๆแล้วมันคือชุดจากสถาบันออโรเรีย สุดท้ายคือใบหน้านั่นที่จำได้ว่าเคยเห็นในงานเลี้ยงที่เคยติดตามมาควิสเข้าไปครั้งหนึ่ง ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกันผลลัพธ์มีเพียงหนึ่งสิ้นเสียงนั่นทุกคนในทุกนั้นพลันตกตะลึงทำอะไรไม่ถูก ไม่ทราบว่าใครเป็นคนเริ่มก่อนแต่ละคนพลันลงไปนั่งชันเข่าทำความเคารพไม่กล้าเงยหน้า มิเนอร์วากวาดสายตาเด็ดเดี่ยวมองภาพนั้นก่อนตวัดตากลับมาที่บารอนผู้ตรวจภาษี“ท่านบารอนผู้ตรวจภาษีช่างขยันจริงๆ อุตส่าถ่อออกมาหมู่บ้านเกือบถึงชายแดนแบบนี้ คาดว่าสภาขุนนางคงต้องให้โบนัสกับท่านเยอะๆแล้ว”น้ำเสียงแดกดันฟังอย่างไรก็แดกดันชักๆ ทว่าบารอนออร์เวลกลับตอบอย่างสุภาพ“มิได้พ่ะย่ะค่ะ เป็นหน้าที่ของกระหม่อมที่ต้องอุทิศกายใจให้อาณาจักรนี้ ยิ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่เช่นนี้ยิ่งห้ามละเลย”“ตอบได้ดีนี่ท่านบารอน ว่าไปเมื่อครู่ได้ข่าวว่าท่านจะมาแย่งที่นอนเรา จะให้เรากับสหายออกไปนอนข้างถนนเช่นนั้นหรือ”เป็นครั้งที่สองของวันที่มิเนอร์วาพูดด้วยคำศัพท์ทางการในฐานะองค์หญิงของเธอ“ม มิได้ กระหม่อมไม่ทราบพระองค์ประทับที่ด้านบนสุด... ก กระหม่อมจะลงโทษเจ้าคนผู้นี้ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่า—”บารอนออร์เวลรีบเอ่ยด้วยความกลัวตาย แม้จะเป็นขุนนางแต่แค่บารอนจะเอาอะไรไปสู้กับระดับเจ้าหญิงกัน งานนี้หากไม่หาแพะ มีแต่ตายกับตาย“ช่างมัน เราไม่สนใจแต่จงจำไว้อย่าได้ก่อเรื่องหรือทำเสียงอึกทึกคึกโครมอีก เราเหนื่อยมากต้องการพักผ่อน ไสหัวไปซะ”“พ่ะย่ะค่ะ”ออร์เวลตอบรับเสียงเข็มในท่าคุกเข่ารอพวกคณะขององค์หญิงขึ้นลิฟต์ไปก่อนจะหายใจออกมายาวเหยียด ผู้สูงศักดิ์ที่แท้จริงลับสายตาไปแต่ละคนเริ่มยืนขึ้น“ท ท ท ท ท ท่านบารอน ม ม เมื่อกี้คือ...”“เจ้าโง่!! เพราะแกฉันถึงเกือบได้ซวยไปด้วย ไม่รู้รึไงว่าท่านผู้นั้นคือองค์หญิงลำดับที่6 ท่านมิเนอร์วา อารากอน พระขนิษฐา(น้องสาว)ร่วมอุทรขององค์รัชทายาทน่ะ”ได้ยินฐานะแท้จริงของคนซึ่งตนเพิ่งชี้หน้าด่าเมื่อครู่นิกซ์หน้าซีดไปในทันทีเขาคุกเข่าลงกอดขาบารอนออร์เวล“ท ท่านบารอนช่วยผมด้วย ผมจะโดนโทษอะไรไหมครับ”“ปล่อยได้แล้วน่ารำคาญ เหอะ ถ้าองค์หญิงคิดเล็กคิดน้อยแกคงไม่มีหัวอยู่บนบ่านานแล้ว...รีบจัดห้องใหม่ให้ฉันซะ ฉันจะไปเดินเล่น”“เอ๋ เดินเล่นที่ไหนครับ”“เอาเป็น...โรงเตี๊ยมที่แกพูดถึงแล้วกัน” .............................................................................. ปาช่วงชิลๆไปหลังเพิ่งบวกเสร็จ รอArcต่อไป เชสจะถลุงตังค์มิเนอร์วา+บวกเจอลิเรเรีย