[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 135 ชีวิตหลังความตายชั่วนิรันดร์ สามารถสังหารปรมาจารย์ได้! (4)

            แล้วผู้คนในกลุ่มก็เริ่มสอบถามค่าพลังชีวิต ค่าพลังการต่อสู้ และสนามสอบสำหรับการสอบศิลปะการต่อสู้พรุ่งนี้กันอย่างคึกคัก

            ลู่เซิ่งกวาดสายตามองเล็กน้อยแล้วก็ออกจากกลุ่มไป

            ลู่เซิ่งเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างแผ่วเบา แหงนหน้ามองเพดาน

            ตอนที่ซื้อวิลล่าหลังนี้มาก็ตกแต่งเสร็จสรรพแล้ว รายละเอียดต่างๆ ทำออกมาได้อย่างงดงาม

            ลู่เซิ่งจ้องมองลวดลายที่มุมเพดาน พลางคิดถึงสิ่งที่ตนเองเก็บเกี่ยวมาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

            ตอนนี้ พลังจากภายในของเขาทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของนักสู้ระดับสี่ พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ระดับห้าได้ตลอดเวลา

            ในความจริง หากต้องการเลื่อนระดับเป็นห้า ลู่เซิ่งก็สามารถทำได้นานแล้ว

            ที่ลากยาวมาจนถึงตอนนี้ ก็เป็นเพราะเขาใช้ “ทักษะการหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ” ขัดเกลาพลังจากภายในซ้ำไปซ้ำมา

            ขัดเกลามาแล้วสองครั้ง และครั้งที่สามนี้ก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว

            พลังจากภายในสีทองจางๆ แปรเปลี่ยนเป็นดั่งอำพันสีทอง ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของเขา

            อานุภาพก็เพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว

            แล้วก็มีในส่วนอื่นๆ ค่าพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นจากคัมภีร์ส่องจิตทุคติราชันทะลุไปถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์

            เคล็ดวิชานี้ยิ่งฝึกฝนก็ยิ่งยาก

            เพราะโครงสร้างร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และเขาก็กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งพละกำลังและร่างกาย การเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งรวดเร็วขึ้น

            ลู่เซิ่งสร้างหัวใจขึ้นมาก่อน สุดท้ายก็ต้องหันกลับไปแก้ไขใหม่ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก

            หลายเดือนที่ผ่านมา ทำได้เพิ่มมาอีกครึ่งหนึ่งก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีแล้ว

            ส่วนในด้านอื่นๆ ดาวฤกษ์แผดเผาในช่วงแรกของการฝึกกายทองอมตะนั้นสำเร็จไปแล้ว ช่วงที่สองของการฝึกฝนก็มีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วราวกับการระเบิด

            ตอนนี้ลู่เซิ่งสามารถใช้ดาวฤกษ์แผดเผาได้ถึงยี่สิบเท่า

            ทักษะการหายใจพิเศษทั้งสี่ก็ถือว่ามีความคืบหน้า

            จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เคยได้ยินมาตอนคัดเลือกนายพลวีนัส ลู่เซิ่งประเมินว่า

            ตอนนี้เคล็ดวิชาลมหายใจวายุ พสุธา และอัสนีของเขา น่าจะบรรลุถึงระดับหัตถากำกับขั้นที่หนึ่ง

            ส่วนลมหายใจอัคคีนั้นอยู่ในระดับหัตถากำกับขั้นที่สอง

            ลมหายใจอัคคีระดับสอง นอกเหนือจากจะทำให้ลู่เซิ่งสามารถสร้างลูกไฟออกมาจากอากาศได้แล้ว ในด้านการโจมตียังมีพลังทำลายล้างแบบระเบิดกระจายที่รุนแรงมาก

            แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้ต้องแสดงออกมาในการต่อสู้สนามจริง

            ช่วงนี้ลู่เซิ่งได้ฝึกฝนกับปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามทุกวัน ตอนนี้ก็สามารถยืนหยัดอยู่ภายใต้การโจมตีของปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามได้นานถึงห้านาทีโดยไม่ตาย!

            เมื่อเทียบกับตอนแรกที่เจอหน้าก็ถูกจัดการแล้ว

            นับว่าเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่

            แน่นอนว่า สิ่งเหล่านี้เป็นผลมาจากการวิวัฒนาการของศิลปะการต่อสู้ขั้นสมบูรณ์รูปแบบที่หนึ่ง

            หลายเดือนมานี้ ลู่เซิ่งไม่รู้ว่าตนเองดูดซับเศษเสี้ยวความทรงจำไปมากเท่าไรในพื้นที่แห่งความฝัน

            ถึงแม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นความทรงจำที่ซ้ำซากและไร้ประโยชน์ แต่ก็ผลักดันให้ศิลปะการต่อสู้ของเขาทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดของวิชาระดับสมบูรณ์แบบ

            เมื่อสิ่งหนึ่งขยับ ที่เหลือก็ขยับตามไปด้วย

            ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือ ค่าพลังการต่อสู้ของลู่เซิ่งในศิลปะการต่อสู้ขั้นสมบูรณ์รูปแบบที่หนึ่งพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง

            นี่คือการเปลี่ยนแปลงเชิงปริมาณที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพโดยรวม

            “หากศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดของฉันทะลุถึงเขตแดนล้ำลึก ศิลปะการต่อสู้ขั้นสมบูรณ์จะสามารถเข้าสู่รูปแบบที่สองได้ไหม?”

            ลู่เซิ่งไม่แน่ใจ แต่เขาก็ตั้งตารอคอย

            อันที่จริง เมื่อเทียบกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย สิ่งที่ลู่เซิ่งปรารถนามากกว่าคือการเอาชนะปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามในพื้นที่แห่งความฝัน

            นั่นคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในตอนนี้

            “หลังจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัย หากไม่มีอะไรผิดพลาด ขอบเขตอำนาจของจะต้องถึงระดับสี่อย่างแน่นอน

            รอจนกว่าจะได้ศิลปะการต่อสู้ระดับสิบเอ็ดทั้งสามชุดมา แล้วความแข็งแกร่งก็จะก้าวข้ามขีดจำกัด พลังจากภายในเปลี่ยนเป็นพลังแกร่งกล้า ก้าวเข้าสู่ระดับห้า น่าจะสามารถจัดการปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามได้สำเร็จสินะ..”

            ยิ่งได้ปะทะกับปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามมากเท่าไร ลู่เซิ่งก็ยิ่งปรารถนาที่จะได้ครอบครองเคล็ดวิชาหอกอันมหาศาลและงดงามราวกับธารน้ำแข็งที่เธอเชี่ยวชาญมากขึ้นเท่านั้น

            ถึงแม้ว่า...

            ตอนนี้ลู่เซิ่งก็ถือว่ามีอาวุธของตัวเองแล้ว

            “ฉิ้ง”

            ราวกับเสียงของดาบยาวที่ถูกชักออกจากฝัก

            จากด้านหลังของลู่เซิ่ง มีใบมีดสีเงินขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือจำนวนมากถึงร้อยใบพุ่งออกมา

            ใบมีดเหล่านี้หมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่บนเพดานห้อง ส่งเสียงแหลมแหวกอากาศ

            ทันใดนั้น ใบมีดก็รวมตัวกัน ประกอบขึ้นเป็นดาบโค้งสีเงินรูปพระจันทร์เสี้ยวที่พื้นผิวไม่เรียบเนียน แต่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมมากมาย

            คมมีดไร้สิ้นสุด

            ในสัปดาห์ที่สองที่ลู่เซิ่งกลับมายังเมืองไป๋เหอ ถังเม่าหลินก็โอนผลกำไรทั้งหมดจากการขายแร่เงินปริศนาเข้าบัญชีของลู่เซิ่ง

            มากถึงสองพันเจ็ดร้อยล้าน!

            นั่นหมายความว่า เหมืองแร่เงินปริศนาที่ลู่เซิ่งขุดพบ สามารถสกัดแร่เงินปริศนาได้มากถึงยี่สิบเจ็ดกิโลกรัม

            ในชั่วข้ามคืน ลู่เซิ่งก็กลายมาเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน

            แล้วก็ในชั่วข้ามคืน กลับกลายเป็นยาจกอีกครั้ง

            แค่ซื้อวัสดุทำคมมีดไร้สิ้นสุด ก็ใช้เงินไปกว่าสองพันหกร้อยล้านแล้ว

            วัสดุที่จำเป็นสำหรับคมมีดไร้สิ้นสุดนั้นมากเกินไป เป็นหลายสิบเท่าของอาวุธระดับแร่เงินปริศนาทั่วไป!

            ลองคิดดูว่า ตอนนั้นลู่เซิ่งฆ่านักพลังจิตระดับสามคนนั้นไป ไหมเงินปริศนายังหนักแค่ไม่กี่กิโลกรัม

            แต่ตอนนี้ คมมีดไร้สิ้นสุดในมือของเขากลับหนักถึงสามสิบจุดเจ็ดกิโลกรัม!

            แล้วจ้างคนผลิตบนสกายเน็ต ก็ใช้เงินไปอีกหลายสิบล้าน

            นี่เป็นราคาที่ลดแล้ว เพราะเขามีใบรับรองนักพลังจิตระดับสี่

            หลังจากวุ่นวายอยู่พักใหญ่ ตอนนี้เงินในตัวของเขาก็เหลือแค่ไม่กี่ล้าน

            พอนึกถึงความคิดที่ว่าตัวเองเคยคิดจะซื้อวัสดุเสริมคมมีดไร้สิ้นสุดด้วยเงินห้าล้านแล้ว ลู่เซิ่งก็อดขำไม่ได้

            ไม่แปลกใจเลยที่นักพลังจิตถึงได้มีค่าตัวแพงขนาดนี้ ช่วยไม่ได้...

            อาชีพนี้มันเป็นหลุมดำดูดเงินดีๆ นี่เอง!

            แน่นอนว่า หลังจากได้รับคมมีดไร้สิ้นสุดที่สำเร็จรูปแล้ว ลู่เซิ่งก็ยังรู้สึกว่ามันคุ้มค่า!

            ดาบโค้งสีเงินขนาดยักษ์ยาวเกือบหนึ่งเมตร กว้างครึ่งเมตร ลอยอยู่เงียบๆ ในห้อง ภายใต้แสงไฟส่องสว่าง สะท้อนแสงสีเงินที่ลึกลับและพร่ามัว

            หากอยู่ในสนามรบ อาวุธที่หรูหราและงดงามเช่นนี้ จะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวแบบไหนก็ไม่รู้

            และในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ลู่เซิ่งก็สามารถใช้เคล็ดลับการสังหารของคมมีดไร้สิ้นสุดได้อย่างราบรื่น

            ภายใต้ระดับห้า มีเพียงเคล็ดลับการสังหารนี้เท่านั้น

            คลังข้อมูลโครงการไฟเออร์ซีด

            อธิบายเคล็ดลับการสังหารนี้ไว้อย่างง่ายๆ มีเพียงสี่คำสั้นๆ ว่า

            สามารถสังหารปรมาจารย์ได้!

            แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงการตีความพลังของท่านี้เท่านั้น ปรมาจารย์ก็ไม่ใช่คนตาย ที่จะยืนนิ่งๆ ให้คุณสังหาร

            เพียงแต่บอกว่าสามารถทำลายสนามพลังของปรมาจารย์ได้ มีโอกาสที่จะทำร้ายหรือกระทั่งฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์ระดับเจ็ดได้

            ถึงจะเป็นอย่างนั้น ลู่เซิ่งก็มองเห็นเขี้ยวเล็บที่แท้จริงของนักพลังจิตได้อย่างรางๆ จากสี่คำนี้

            ถึงแม้ว่าศิลปะการต่อสู้จะมีมายาวนานกว่าหมื่นปี นักพลังจิตก็ยังคงเป็นอาชีพศิลปะการต่อสู้ระดับสูงซึ่งเป็นที่ต้องการ

            ก็ไม่ใช่ไม่มีเหตุผล

            ระดับห้าก็สามารถสังหารปรมาจารย์ได้แล้ว

            แล้วระดับหก ระดับเจ็ดล่ะ...

            ทักษะการต่อสู้ของนักพลังจิตที่แข็งแกร่งกว่าคมมีดไร้สิ้นสุดล่ะ?

            เส้นประสาททั่วร่างของลู่เซิ่งสั่นสะท้าน เซลล์สมองทั้งหมดต่างตั้งตารอคอย

            และชื่อของเคล็ดลับการสังหารนี้ ก็ทรงพลังอย่างมาก ชื่อว่าชีวิตหลังความตายชั่วนิรันดร์!

            “เมื่อประกายดาบสีเงินเปล่งประกาย จับมือกันบนเส้นทางหลังความตาย...”

            ลู่เซิ่งคิดสโลแกนสำหรับการโจมตีของตนเองแล้ว พอนึกดูอีกทีก็รู้สึกว่ามันแปลกๆ

            “ชีวิตหลังความตายชั่วนิรันดร์นี้ สามารถผสานรวมกับเจตจำนงแห่งปรมาจารย์ของฉันได้ และสีของพลังภายในของฉันก็เป็นสีทอง ดังนั้นมันควรจะเป็นประกายดาบสีทองที่เปล่งประกาย...”

            ลู่เซิ่งพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

            “ไม่รู้ว่าด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของฉัน หากต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของอวี๋เฟยอี้อีกครั้ง ใครจะชนะ?”

            ดวงตาของลู่เซิ่งเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มีความรู้สึกอยากกลับไปยังตอนคัดเลือกนายพลวีนัส เพื่อรับการโจมตีของอวี๋เฟยอี้อีกครั้ง

            เขาประเมินว่าตนเองสามารถสร้างความเสียหายให้อวี๋เฟยอี้ได้อย่างรุนแรงในการโจมตีเพียงครั้งเดียว ท้ายที่สุดแล้ว ท่านี้เขาได้ทดลองใช้กับปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามแล้ว

            ผลลัพธ์ออกมาดีมาก ปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามเกือบถูกผ่าท้อง

            เพียงแต่ปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามมีความสามารถในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถเทียบได้กับปรมาจารย์ทั่วไป

            และการปลดปล่อยท่านี้ของลู่เซิ่ง พลังจิตระดับห้าก็จะถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น เปลี่ยนเป็นคนไร้ประโยชน์ในทันที และในวินาทีถัดมาก็จะถูกปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามแทงจนแหลกเป็นเถ้าถ่านด้วยหอก

            “ยังขาดไปอีกนิดหน่อย หากความแข็งแกร่งของฉันสามารถรองรับการปล่อยชีวิตหลังความตายชั่วนิรันดร์ได้อีกหลายครั้ง ปรมาจารย์เทพีแห่งสงครามก็ต้องล้มแน่นอน

            ท้ายที่สุดแล้ว ตอนนี้เธอก็ไม่ใช่ปรมาจารย์ที่แท้จริงแล้ว”

            กล่าวโดยสรุปว่า ความแข็งแกร่งโดยรวมของลู่เซิ่งได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

            แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าขีดจำกัดค่าพลังการต่อสู้ของตนเองในตอนนี้อยู่ที่ระดับใด

            และการสอบศิลปะการต่อสู้ในวันพรุ่งนี้

            ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการทดสอบ

            “อันดับหนึ่งของเมือง อันดับหนึ่งของมณฑล...”

            ลู่เซิ่งพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาเปล่งประกายออกมา

            “เป้าหมายของฉัน ไม่ได้มีแค่นั้น...”

            “พี่!”

            เสียงร้องที่ดังลั่นทำลายความคิดของลู่เซิ่ง

            เสียงของลู่ชิงเหอผู้เป็นน้องสาวดังมาจากชั้นล่าง

            “ลงมากินข้าวได้แล้ว! กินข้าวได้แล้ว!”

            บ้านหลังใหญ่มีเสียงสะท้อน

            ลู่เซิ่งลุกขึ้นออกไปนอกห้อง ยืนอยู่บนระเบียงแล้วเขย่าโทรศัพท์มือถือในมือ ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ลู่ชิงเหอ เธอไม่รู้หรือไงว่าบนโลกนี้ยังมีสิ่งของที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือ?”

            ลู่ชิงเหอแลบลิ้นออกมาอย่างเขินอาย พูดด้วยความรู้สึกผิดว่า “เรียกจนติดปากแล้ว ลืมไปเลย”

            ลู่เซิ่งส่ายหัวอย่างจนปัญญา แล้วเดินลงบันไดไป

            ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ฝึกพิเศษให้กับลู่ชิงเหอ

            ทั้งการฝึกร่างกายและยาต้มเสริมกล้ามเนื้อบำรุงเลือด ทำให้ลู่ชิงเหอมีความแข็งแกร่งของนักสู้ระดับหนึ่งอย่างเป็นทางการไปนานแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้ไปประเมินเท่านั้น

            และในด้านการต่อสู้สนามจริง ลู่ชิงเหอที่ถูกลู่เซิ่งซ้อมอย่างหนักมาหลายเดือน ตอนนี้ไม่ใช่คนที่คนรุ่นเดียวกันทั่วไปจะสามารถเทียบได้

            พอเดินไปถึงห้องนั่งเล่นก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อโชยมาจากห้องทานอาหาร

            ฝีมือของแม่เจิ้งอวี้เฟินนั้นยอดเยี่ยม เพียงแค่ไม่กี่สิบนาทีก็ทำอาหารออกมาได้เต็มโต๊ะ

            ตอนนี้สูตรอาหารที่ใช้กันเป็นประจำในบ้านของลู่เซิ่ง ได้ถูกแทนที่ด้วยเนื้อสัตว์ประหลาดไปหมดแล้ว

            ในฐานะที่เป็นนายพลวีนัส เป็นคนที่ได้รับการชื่นชมจากพลตรีอวี๋เฟยอี้ ลู่เซิ่งจะรับเนื้อสัตว์ประหลาดที่ส่งมาจากกองทัพเขตตะวันออกทุกสัปดาห์ นี่มันมากเกินไปไหม?

            ไม่เกินไปสักนิด

            ตงฉิงเสวี่ยบอกว่า ของพวกนี้เกือบจะกองเป็นภูเขาแล้วในกองทัพเขตตะวันออก แนวหน้าขนกลับมาด้วยรถบรรทุกทุกวัน

            ไม่ได้มีค่าอะไรแค่จัดการยาก เนื้อสัตว์ประหลาดจำนวนมากเน่าเสียอยู่ในโกดังจนจัดการไม่ทัน

            ตอนที่ลู่เซิ่งเดินไปที่ห้องทานอาหาร เจิ้งอวี้เฟินผู้เป็นแม่กำลังจัดชามตะเกียบ ส่วนลู่ต้าไห่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยสีหน้าไม่พอใจ พร้อมกับบ่นไปด้วย

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405