.....
"ท่านเ้าเมือง... ข้าคือผู้อำนวยการของโรงเรียนจอมเวทย์แห่งนี้ มีชื่อว่าชาร์ล ตัวข้า อาจารย์ และนักเรียนทุกคนของโรงเรียนจอมเวทย์ รู้สึกเป็เกียรติและรู้สึกยินดีเป็อย่างมาก ที่ได้มีโอกาสต้อนรับบุคคลที่สูงส่งเช่นท่าน.."
หลังจากที่ชาร์ลทำการสังเกต และมองหาตัวของเ้าเมืองนอริชอยู่นาน จนในที่สุดก็มั่นใจแล้วว่า บุคคลไหนคือขุนนางระดับบารอน ผู้ที่ซึ่งตำแหน่งเ้าเมือง ของเมืองหลวงนอริช ดังนั้นชาร์ลจึงได้พูดออกมาด้วยความนอบน้อม และเต็มไปด้วยความเคารพทันที เพราะชาร์ลรู้ดีว่าการพบหน้ากันครั้งแรกนั้น ถือว่าเป็่เวลาที่สำคัญที่สุด..
"เอ่อ... ท่านอาจารย์คนๆนี้คือพ่อของผมเองไม่ใช่ท่านเ้าเมือง ท่านเ้าเมืองนั่งอยู่ตรงนั้น.."
ชาร์ได้ยินคำตอบที่ดังออกมาจากปากของภาคิน เขาก็แทบอยากจะกระอักเืออกมาตาย เสียให้รู้แล้วรู้รอด เพราะตอนนี้เขาได้กระทำสิ่งที่ถือได้ว่า เป็การล่วงเกินต่อขุนนางเข้าให้แล้ว
"ไม่ๆ!!! ยกโทษให้กับข้ารับใช้ผู้ต่ำต้อยคนนี้ด้วย ข้าผิดไปแล้วท่านเ้าเมืองนอริช!!!"
ชาร์ลที่มองตามสายตาของภาคินที่จ้องมองไปยังเื้ั ก็พลันมองเห็นร่างของชายคนหนึ่ง ที่สวมใส่เสื้อผ้าธรรมดาๆ เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่กำลังนั่งอยู่ที่ด้านหน้าของแพนเตอร์ ชาร์จึงรีบวิ่งเข้าไปคุกเข่าลง ที่ด้านหน้าของชายคนนั้น พร้อมรีบกล่าวคำขอโทษออกมาทันที
"ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นเหรอกท่านผู้อำนวยการ ตัวข้าต่างหากที่จะต้องเป็ฝ่ายขอบคุณท่าน ที่ท่านยอมสละเวลาอันมีค่า มาดูแลผู้พิทักษ์ของเมืองนอริชเราแบบนี้"
เ้าเมืองนอริชพูดขอบคุณออกมาอย่างใจจริง เพราะั้แ่ที่ภาคินเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ เ้าเมืองนอริชก็ได้ส่งคนมาคอยคุ้มครอง และแอบติดตามภาคินอย่างลับๆมาโดยตลอด
ดังนั้นเ้าเมืองนอริชจึงได้รู้ดีว่า ทั้งชาร์ลและแพนเตอร์นั้น ให้ความสำคัญกับภาคินมากกว่านักเรียนคนอื่นๆหลายเท่านัก ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่ามันเป็เพราะสาเหตุอะไร แต่นี้ก็ถือว่าเป็ผลดีแก่ตัวของภาคินมากนักดังนั้นเ้าเมืองนอริชจึงได้พูดขอบคุณออกมา
"ว่าแต่ท่านเ้าเมืองมาหาผม ไม่ทราบมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?" หลังจากที่ทุกคนได้ทำการพูดคุย ทักทายกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ภาคินจึงได้ถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกมา
"ข้าว่า.. น้องชายลองอ่านเอาเอง น่าจะดีกว่า.."
เ้าเมืองนอริชค่อยๆยื่นจดหมายซองสีขาว ที่ถูกประทับตราด้วยรูปหัวัสีดำ ซึ่งเป็ตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์เพนดราก้อนให้แก่ภาคิน ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของชาร์และแพนเตอร์
เพราะว่าพวกเขาไม่เคยเห็นตราประทับสีดำแบบนี้มาก่อน ซึ่งปกติตราประทับของราชวงศ์จะต้องเป็สีแดงสดนี้แสดงว่าจดหมายฉบับนี้ต้องไม่ใช่จดหมายธรรมดาอย่างแน่นอน
"นี้คือจดหมายลับแบบเร่งด่วน ของราชวงศ์เพนดราก้อน..." เมื่อภาคินได้ยินคำพูดของเ้าเมืองนอริช เขาก็เข้าใจทันทีว่า ควรจะทำอะไรก่อนเป็อันดับแรก
"ท่านเ้าเมืองช่วยตรวจสอบให้ผมที ว่าในบริเวณนี้นอกจากพวกเราแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่อีกไหม?"
เมื่อภาคินกล่าวคำๆนี้ออกมา ทั้ง ชาร์ แพนเตอร์ เ้าเมืองนอริช รวมถึง ภูมิและมาเรีย ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชื่นชมภาคินอยู่ในใจเงียบๆ กับความรอบคอบของเด็กหนุ่มตรงหน้านี้
"ไม่ต้องห่วง.. ข้าได้ทำการตรวจสอบพื้นที่ในบริเวณนี้หมดแล้ว ดังนั้นข้าถึงได้กล้านำเอาจดหมายลับฉบับนี้ออกมา รีบเปิดอ่านดูเถอะ.." หลังจากได้รับการยืนยันจากเ้าเมืองนอริชแล้ว ภาคินจึงได้เปิดซองจดหมายขึ้นมาอ่านอย่างรวดเร็ว..
"สัตว์เวทย์ศักดิ์สิทธิ์ า เรียกตัวผู้พิทักษ์?"
หลังจากที่ภาคินได้อ่านข้อความในจดหมาย เขาก็รู้สึกสับสนและไม่เข้าใจ ว่าตอนนี้มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรแห่งนี้กันแน่ แต่ท่าทีต่อต้านของภาคินก็ไม่ได้มากมายเหมือนอย่างที่เ้าเมืองนอริชคิด
ตอนแรกเ้าเมืองนอริชคิดว่าภาคินจะต้องโวยวายอย่างแน่นอน เื่ที่เขายัดตำแหน่งผู้พิทักษ์ให้ จึงทำให้เขาต้องมาเดือดร้อนและวุ่นวาย เหมือนอย่างในวันนี้ที่ถูกเรียกตัวโดยาาไลแซนเดอร์
"พ่อกับแม่ก็รู้เื่นี้แล้วเหรอครับ?" ก่อนที่ภาคินจะตัดสินใจด้วยตัวเอง เขาจึงลองถามความคิดเห็นของภูมิกับมาเรียซะก่อน เพราะไหนๆตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้มาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
"เนื้อหาภายในจดหมายนั้นพ่อไม่รู้เหรอกนะ แต่สิ่งที่พ่อและแม่รู้ในตอนนี้ก็คือ บทบาทหน้าที่ของลูกในต่างโลกแห่งนี้ มันสำคัญกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในต่างโลกนี้มากแค่ไหน ดังนั้นทำอย่างที่ลูก้าเถอะ.."
ภูมิและมาเรียในตอนนี้ เริ่มที่จะเข้าใจความรู้สึกของภาคินบ้างแล้ว หลังจากที่ทั้งคู่ได้มาอยู่ศัยอยู่ในต่างโลกนี้นานหลายสิบวัน ความคิดกรอบเดิมๆ ที่พวกเขาเคยมีติดตัวมาจากโลกปัจจุบัน ก็พลันพังทะลายลงไป
ภูมิและมาเรียเริ่มมองว่าที่ต่างโลกแห่งนี้ ไม่ใช่ที่ๆใช้สำหรับหลบซ่อนตัวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เริ่มมองว่าที่นี้ก็คือบ้านหลังที่สอง หรือก็คือโลกจริงๆที่ไม่ต่างไปจากโลกปัจจุบันที่พวกเขาจากมา ดังนั้นทั้งภูมิและมาเรีย จึงไม่ได้ห้ามภาคินไปซะทุกเื่เหมือนอย่างที่ผ่านมาก แต่กลับส่งเสริมภาคินให้ทำหน้าที่ของตัวเองในต่างโลกนี้ให้ดีที่สุดแทน เพราะพวกเขาทั้งคู่ก็เริ่มชอบความเป็อยู่ในต่างโลกแห่งนี้แล้ว
เพราะภูมิและมาเรียต้องทำงานในสังคมที่มีการแข่งขันสูง มาเป็เวลานานหลายสิบปี ซึ่งในทุกๆวันทั้งคู่ก็ยังคงต้องทำแต่สิ่งเดิมๆ โดยที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และหากไม่มีอะไรผิดพลาดมันก็จะเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแก่ตาย เหมือนคนอื่นทั่วไป
แต่เมื่อทั้งคู่มีโอกาส ได้มาััประสบการณ์แปลกใหม่ในต่างโลกแห่งนี้ พวกเขาจึงไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตที่น่าเบื่อเหมือนเดิมอีกแล้ว ดังนั้นตอนนความคิดของพวกเขาจึงเปลี่ยนไป และหันมาให้ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่ของตัวเอง ในต่างโลกแห่งนี้มากขึ้น
"ขอบคุณครับที่เข้าใจผม...." ภาคินรู้สึกดีใจมากที่ภูมิและมาเรีย เริ่มเข้าใจสถาการณ์ในตอนนี้ และไม่ได้กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของภาคิน จนมากเกินไปเหมือนอย่างในอดีต
เพราะความกังวลที่มากเกินไปของภูมิและมาเรียในอดีตนั้น มันทำให้ภาคินรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจ ที่ต้องถูกจับตามอง และอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่ตลอดเวลา โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
"ท่านภาคิน.. ในเมื่อทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าขนาดนี้แล้ว ทำไมท่านไม่ลองชวนพวกเขาไปดูการทดสอบการเลื่อนระดับชั้นนักเวทย์ของท่านละ.."
ชาร์ลที่เงียบมานานจู่ๆก็พูดเื่การทดสอบขึ้นมา ทำให้เ้าเมืองนอริชที่เงียบมานาน เริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาทันทีเพราะเขาอยากจะรู้ว่า หลังจากที่ไม่ได้พบกับภาคินมาเป็เวลานาน ผู้พิทักษ์ของเขาจะมีระดับพลังไปถึงขั้นไหนแล้ว
"ก็ดีเหมือนกันท่านอาจารย์ชาร์ล.. ว่าแต่คุณพ่อ คุณแม่ และท่านเ้าเมือง ไม่ทราบว่าพวกท่าน้าไปชมการทดสอบในครั้งนี้ด้วยไหม?" เมื่อภาคินถามออกมา แน่นอนว่าทุกคนในห้องล้วนต้องพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็วทันที
"เดี๋ยวก่อน.. ก่อนที่จะไปข้ามีของบางอย่างจะมอบให้เ้า เพราะมันจำเป็กับเ้ามาก เวลาเดินทางไปยังเมืองหลวงเพนดราก้อน..."
เ้าเมืองนอริชพูดออกมาอย่างเป็ทางการ พร้อมกับดึงของบางอย่างออกมาจากแหวนมิติแล้วทำการส่งมอบของชิ้นนั้นให้แก่ภาคิน
"นี้คือชุดและอาวุธประจำตัว ของผู้พิทักษ์เมืองนอริช"
เ้าเมืองนอริชพูดทิ้งท้าย ก่อนที่จะส่งมอบอาวุธ และชุดที่ถูกประทับตราที่หน้าอกด้วยรูปตาชั่ง ซึ่งมันก็คือสัญลักษณ์ของเมืองนอริช เมืองแห่งการค้าขาย ส่วนที่ผ้าคลุมก็ถูกประทับตราเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน และมันก็เป็ถึงตราสัญลักษณ์อันสูงส่งที่ประชาชนทุกคนในอาณาจักเพนดราก้อนล้วนรู้จักดี นั่นก็คือตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์เพนดราก้อนนั่นเอง
"ข้าไม่ค่อยชินกับมันเลย ท่านเ้าเมือง..."
หลังจากที่ภาคินได้รับชุดจากเ้าเมืองนอริช เขาก็ตัดสินใจที่จะสวมใส่มันทันที และภาคินก็ใช้เวลาเปลี่ยนชุดไปเพียงใม่นาน ตอนนี้ที่ด้านหน้าของทุกคนได้ก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมา ชายหนุ่มคนนี้มีรูปร่างกำยำแข็งแรงและหล่อเหล่า ที่กำลังอยู่ในชุดสีขาวสะอาดตา ซึ่งเป็ชุดประจำตัวของเหล่าผู้พิทักษ์
และที่ด้านหลังของเขายังถูกคลุมไว้ด้วยผ้าคลุมสีแดงสด ที่ถูกประทับเอาไว้ด้วยตราสัญลักษ์อันสูงส่งของราชวงศ์เพนดราก้อน ตราสัญลักษณ์ที่ผู้คนทั่วไปไม่สามารถสวมใส่มันได้....