“ในนี้มีแมลงวันด้วยเหรอ เหม็นจริงๆ” เย่ซีเอามือปิดจมูกแล้วกล่าวออกมา
“แก จำไว้ ข้า ฉู่ิ ไม่เอาแกไว้แน่ ” ว่าแล้วฉู่ิก็เดินออกจากห้องไป ถึงตระกูลเขาจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ไม่กล้าก่อเื่ในศาลากลางเขตถ้าไม่จำเป็เพราะจะมีปัญหากับราชวงศ์ได้
“เชิญคุณชายหยดเืตรงนี้ขอรับ” หนักงานยื่นบัตรให้หนึ่งใบ เหมือนจะเป็ป้ายที่ทำมาจากไม้
หลังจากเย่ซีหยดเืลงไปมันก็ดูดซึมเข้าไปจนหมดบนแผ่นไม้ค่อยๆปรากฏตัวอักษรออกมามันแสดงข้อมูลคร่าวๆให้เห็น
ชื่อ : เย่ซี
อายุ : 20 ปี
พลังปราณ : ระดับสี่าาปราณ ขั้นห้า
สถานที่ลงทะเบียน : เขตยี่หลง อาณาจักรวูดเสธ
“ระ...าาปราณ!”พนักงานเผลออุทานออกมาก่อนจะรีบเอามือปิดปากทันทีเขากลัวว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับชายตรงหน้า
ผู้คนโดยรอบต่างพากันหันมามองเมื่อเห็นว่าเป็ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เสื้อผ้าขาดๆก็ได้แต่คิดในใจว่าพนักงานชายตาฝาดรึเปล่า?
“ถ้าระดับพลังเพิ่มขึ้นแผ่นป้ายจะเปลี่ยนเองไหม?” เย่ซีถาม
“ไม่ขอรับ ท่านต้องหยดเืเข้าไปใหม่มันถึงจะอัพเดทอายุ ระดับพลังของท่านเป็ล่าสุด”พนักงานชายตอบอย่างนอบน้อม
“ขอถามเ้าหน่อยถ้าข้า้าซื้อที่ดินต้องทำอย่างไรบ้าง”เขาถามสิ่งที่สงสัยออกมา เพราะนึกได้ว่ามีภารกิจที่ระบบมอบหมายให้
“ถ้าที่แห่งนั้นมีผู้อยู่แล้ว ท่านก็เพียงเจรจาซื้อขายหรือใดๆให้ได้เอกสิทธิ์ในที่ผืนนั้นแล้วมายืนยันการโอนสิทธิ์ที่ศาลากลางเขต ณที่ผืนนั้นอยู่ทั้งสองฝ่ายก็ใช้ได้แล้วขอรับ”
“หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือหาซื้อที่ดินเปล่าจากที่ทางราชการปล่อยขายก็ได้ขอรับส่วนใหญ่จะขายกันผ่านทาง ศาลาสมบัติัเป็สถานที่จัดงานประมูลที่ใหญ่ที่สุดของเขตนี้แล้วขอรับ”พนักงานชายให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ บริการทุกความประทับใจยังไม่นับเื่ที่เขายกน้ำชามาให้เย่ซีกินทั้งๆที่ถ้าเป็ผู้อื่นมาใช้บริการจะไม่มีแม้แต่การพูดจาสุภาพด้วยซ้ำ
“ขอบคุณมาก ข้าขอตัวก่อน” ว่าแล้วก็เดินออกจากศาลาแห่งนี้ไปยังจุดที่เขาจอดรถเข็นเอาไว้ตลอดทางมีแต่คนมองมายังชายหนุ่มเพราะชุดขาดวิ่นที่เขาสวมใส่
“ไปไหนต่อดีนะ ก่อนอื่นหาที่พักก่อนก็แล้วกัน” หลังจากเดินมาถึงรถเขาก็เปิดแผนที่ของระบบออกดูในแผนที่มีรายละเอียดของเมืองนี้เท่าที่เขาเคยเดินผ่านแสดงออกมา
ขณะที่เดินเข็นรถไปตามทางได้สักพักเย่ซีก็เลี้ยวเข้าไปยังซอยที่รกร้าง ไร้ผู้คนผ่านไปมาความจริงเขาััได้นานแล้วว่ามีคนแอบตามเขาอยู่
“พวกมันไม่เห็นตอนที่ข้าทำป้ายรึไงนะปราณระดับสี่ยังกล้ามาหาเื่อีกรึ?” ชายหนุ่มคิดในใจแต่ก็นึกออกว่าไอ้คนชื่อฉู่... อะไรสักอย่างมันรีบร้อนออกไปก่อนเขาจะทำป้ายเสร็จก็คงไม่แปลกถ้าจะไม่ทันได้เห็น
“ออกมาเถอะ ข้าต้องไปหาที่พักอีกยิ่งอารมณ์ไม่ดีเพราะไม่มีคนซื้อของอยู่ด้วย”ตลอดทางที่เขาเข้าเมืองมา แม้จะมีผู้คนถูกดึงดูดมาสอบถามสินค้าบ้างแต่เนื่องจากราคาที่แพงเป็อย่างมากทำให้ไม่มีใครกล้าซื้อเลยส่วนตัวเขาเองก็ไม่อยากจะใช้สกิลขายตรงยัดสินค้าให้ทดลองตอนนี้เพราะกลัวคำนวณพลาดมีคนตัวะเิตายจะซวยเอา
“เก่งไม่เบานี่ ไอ้หน้าอ่อนรู้ซะด้วยว่าพวกข้าลอบตามมา”
พลันสิ้นเสียงก็มีกลุ่มคนนับสิบเดินออกมาจากมุมมืดที่ซ่อนอยู่พวกนั้นพากันพกอาวุธมาทุกคน บ้างก็เป็มีด บ้างก็เป็ดาบ บางส่วนก็เป็ธนู
“ก็บอกแล้วว่า แมลงวันอย่างพวกแกมันเหม็นไงไม่อยากจะรับรู้ก็ยากจะทำ”ชายหนุ่มเอามือปิดจมูกพลางกล่าวเสียดสีออกมา
ครึ่งหลัง
“ปากดีนักนะไอ้ยาจกอย่าคิดว่าวันนี้จะรอดไปได้ล่ะ!”ฉู่ิตวาดใส่ชายตรงหน้าของมันถึงจะแปลกใจที่ทำไมยกจาตรงหน้ายังดูสงบนิ่งได้ทั้งๆที่อยู่ในสถานการณ์เยี่ยงนี้แต่มันก็คิดว่าคงเป็เพราะกลัวจนทำอะไรไม่ถูกหรือเก็บอาการซะมากกว่า
“ที่แท้ก็หัวหน้าแมลงวันนี่เอง พามาแต่พวกขยะคิดว่าจะทำอะไรได้?” เย่ซีกล่าวออกมา เขาตรวจสอบทุกคนที่มาดักล้อมเรียบร้อยแล้วมีฝีมือมากที่สุดก็อยู่ที่ระดับนักรบ ขั้นสิบ ตัวเขาี้เีจะชายตามองด้วยซ้ำ
“ส่งของมีค่ามา ไม่สิหน้าอย่างเ้าจะมีของมีค่าอะไร ส่งแหวนมิติ รถเข็น ทุกสิ่งที่เ้ามีมาซะ” ฉู่ิะโสั่งออกมาเสียงดัง
“หลังจากส่งมาแล้วถ้าเ้าไม่อยากตาย ก็หมอบลงคลานรอดหว่างขาพวกข้าทุกคน เห่าเหมือนหมาร้อยครั้ง แล้วเลียรองเท้าข้าให้สะอาดข้าจะใจดีปล่อยไปก็ได้นะ”
ฮ่าฮ่าฮ่า
หลังฉู่ิพูดจบทุกคนก็พากันหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ใช่แล้ว ทุกคน รวมถึงเย่ซีก็หัวเราะออกมาด้วยนั่นทำให้ฉู่ิรู้สึกประหลาดใจ ไอ้ยาจกตรงหน้าของมันเป็บ้ารึ?
“เฮ้ย เ้าจะหัวเราะตามพวกข้าทำไม อยากตาย?” มันถามเสียงเย็น
“ก็แค่ตลกดี วิธีของเ้าไม่ไม่เลวเลย” เย่ซีลูบเคลาที่ไม่มีอยู่สักเส้นแล้วกล่าวออกมา
“ถ้าพวกเ้าไม่อยากตาย ก็หมอบลง คลานรอดหว่างขาของข้าให้หมดทุกคนเห่าเหมือนหมาร้อยครั้ง เลียรองเท้าข้าให้สะอาดข้าจะใจดีตัดแขนและขาอย่างละข้างแล้วปล่อยไปก็ได้นะ”ชายหนุ่มเลียนแบบคำพูดก่อนหน้านี้ของฉู่ิ ทำให้อีกฝ่ายเริ่มทนไม่ไหว
“ในเมื่อเหลือทางรอดให้ไม่ชอบ อยากลงนรกก็ตายซะเถอะ!”
สิ้นเสียงก็มีชายฉกรรจ์ห้าคนพุ่งตัวเข้าใส่ชายยาจกพร้อมอาวุธครบมือพวกมันลงมือสอดประสานกันได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะหนีออกทางไหนก็ไม่มีทางรอดไปได้แถมยังมีผู้ใช้ธนูคอยยิงมาเสริมให้อีก แต่พวกมันไม่ได้จะรีบฆ่ายาจกตรงหน้าเพราะคุณชายสั่งว่าให้จับกลับไปขังไว้ทรมานค่อยฆ่าทิ้ง
ฉูดดด อ๊ากกกก
เมื่อชายฉกรรจ์ทั้งห้าใกล้จะเข้าถึงตัวชายหนุ่มก็มีบางสิ่งบินออกมาจากรถเข็นพุ่งเข้าใส่มือข้างที่ถืออาวุธของแต่ละคนจนทำให้มือข้างนั้นขาดออกทันทีเืพุ่งกระฉูดออกมาจากปากแผลกระเด็นไปทั่วบริเวณธนูที่ถูกยิงเข้ามาก็ถูกทำลายจนหมด
“กะ..เกิดอะไรขึ้น”
“ข้าเห็นเหมือนมีบางอย่างพุ่งเข้าใส่หลังจากนั้นมือทุกคนก็ขาดออก”
“มันคืออะไรกัน!”
ทุกคนตกอยู่ในอาการใ เพราะไม่มีใครเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“ไอ้พวกกระจอก สู้ท่านปลาตัวนี้ก็ไม่ได้ฝีมือแค่นี้ริอาจจะทำร้ายคุณชายผู้สูงส่งของข้ารึ? ”เสียงฟังดูเย่อหยิ่งดังขึ้นดึงดูดความสนใจของผู้คน
เมื่อหันไปมองยังต้นเสียงก็พบเข้ากับ ปลาตัวหนึ่งขนาดเท่าฝ่ามือ กำลังยืน? ไม่สิ ใช่หางยกตัว เชิดหน้ายกครีบหน้ากอดอก ทำตัวเหมือนสูงส่งอยู่
“ถึงเืเนื้อพวกเ้ารสชาติจะเต่าถุยไปบ้างแต่ก็ยังดีกว่ากินหญ้า กินดิน พอถูไถไปได้”พอสังเกตให้ดีจะพบว่ามีเืไหลย้อยออกมาจากปลาตัวนั้นมันนี่เองตัวการของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
“ตัวบ้าอะไรวะ!” ฉู่ิร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวคนที่มันพามามีแต่ยอดฝีมือระดับนักรบเลยนะแต่โดนไอ้ปลาโง่ตัวนึงจัดการลงได้ง่ายๆแบบนี้
“จะเอายังไงต่อ หัวหน้าแมลงวัน?” เย่ซียิ้มออกมาแล้วหันไปถามฉู่ิ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความเป็มิตร
“ไหนๆก็มากันแล้ว ไม่ต้องกลับไปกันหรอกเนอะ...”