ฮูฉิวเชงพูดจบพร้อมมองลงไปที่ถังซิ่วด้วยท่าทีเยาะเย้ย
เมื่อนึกถึงเื่การเรียนที่ตกลงของถังซิ่วนั้นก็ทำให้เขาเสียใจมากเพราะเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากมายเพื่อที่จะชิงตัวถังซิ่วให้มาอยู่ในห้องของเขาใน่ก่อนหน้านี้
่มัธยมศึกษาที่หนึ่งนั้นถังซิ่วก็พอสร้างหน้าสร้างตาให้เขาได้บ้างเพราะคะแนนของการสอบย่อยนั้นอยู่ในระดับที่ดีมาก
หลังจากที่ได้รับอุบัติเหตุตอนมัธยมศึกษาที่สองทุกอย่างก็เปลี่ยนไป แม้ว่าถังซิ่วจะขยันอย่างไรก็ตามแต่คะแนนของเขาก็ดิ่งลงเรื่อย
แม้ว่าอาจารย์ฮูนั้นจะไม่รู้ว่านี้มันเื่จริงหรือโกหกแต่หลังจากที่เขาเห็นว่าถังซิ่วนั้นไม่มีหวังแล้วก็ได้เขี่ยอีกฝ่ายออกจากความสนใจของเขาทันที
“อาจารย์ฮู ถ้าคุณจำเป็ที่จะต้องไล่ถังซิ่วไปที่ห้องสิบจริงๆผมก็จะขอย้ายตามไปอยู่กับเขาด้วยกัน”
หยวนชูหลิงจ้องไปที่ฮูฉิวเชงพร้อมกล่าวอย่างหัวชนฝาเมื่อเขาพบว่าอาจารย์จะไม่คิดที่จะทบทวนการตัดสินใจอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำพูดของหยวนชูหลิงแล้ว ถังซิ่วที่กำลังเก็บของอยู่เองก็ได้รู้สึกใเป็อย่างมากพร้อมจ้องมองไปทางอีกฝ่าย
ถังซิ่วรู้ว่าสถานการณ์ของหยวนชูหลิงแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิงเพราะต่อให้เกรดของอีกฝ่ายจะดิ่งลงยังไงก็จะไม่เกิดอะไรขึ้นกับเขาเพราะว่าพ่อแม่ของเขานั้นมีอำนาจมากมายในเมืองนี้ ตราบใดที่หยวนชูหลิงไม่อยากย้ายห้องเองก็ไม่มีใครที่สามารถทำให้เขาไปได้ นี่คือเหตุผลที่ฮูฉิวเชงไม่อยากล่วงเกินหยวนชูหลิงนั่นเอง
“หยวนชูหลิง ฉันจะถามความเห็นเกี่ยวกับเื่นี้กับพ่อแม่ของเธอก่อนและหากว่าพวกเขาเห็นด้วย เธอก็สามารถที่จะย้ายได้”
เมื่อเขาเห็นว่าการทำเพื่อถังซิ่วนั้นทำให้หยวนชูหลิงไม่ลังเลที่จะล่วงเกินเขาก็ทำให้เขาได้แต่มีคิ้วขมวดเข้าหากันพร้อมพูดต่อว่า
“ตอนนี้นั่งลงซะ, เราจะต้องเริ่มคาบเรียนแล้ว”
หยวนชูหลิงไม่คิดว่าฮูฉิวเชงจะตอบรับตามคำขอได้ง่ายๆแบบนี้และนั่นทำให้เขาได้แต่ยืนนิ่ง
จนกระทั่งถังซิ่วได้ดึงมือเขาให้นั่งล
หลังจากใช้เวลาอยู่หลายนาทีแล้วถังซิ่วเองก็ได้จัดเก็บของบนโต๊ะของตัวเองเสร็จพร้อมกำลังจะเดินออกจากห้อง
“ลูกพี่ นายจะไปไหนน่ะ?”
หยวนชูหลิงที่กำลังนั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อจะให้ถังซิ่วได้อยู่ห้องนี้ต่อเองก็รีบพูดออกมาอย่างดัง
“ไปที่ที่สมควรจะไป”
ถังซิ่วมองไปที่หยวนชูหลิงด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
ฮูฉิวเชงที่ได้ยินเสียงของหยวนชูหลิงนั้นก็ได้หันกลับมาพร้อมเห็นภาพของถังซิ่วที่กำลังจะเดินออกประตูห้องไป เขาอดไม่ได้เลยที่จะเอามือทุบกระดานพร้อมคำรามใบหน้าที่ดุร้ายว่า
“ถังซิ่ว นี่ยังอยู่ในชั่วโมงเรียนนะ ใครอนุญาตให้เธอออกไปตามใจกัน!”
“ไอ้คนขี้วีน ฉันไม่ใช่นักเรียนของนายอีกแล้ว นายมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเื่นี้กัน?”
ถังซิ่วมองไปที่ฮูฉิวเชงพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ก่อนหน้านี้ที่ถังซิ่วโดนฮูฉิวเชงชี้หน้าด่านั้นเขาไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลยแม้แต่น้อยและเมื่อกี้นี้เื่ที่ไล่เขาออกจากห้องเองก็เช่นเดียวกัน เขาแค่รู้สึกทุเรศที่จะต้องไปต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย
ถ้าหากว่าฮูฉิวเชงนั้นไม่ได้หยุดเขาพร้อมยั่วยุ ตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะไปต่อปากต่อคำกับอีกฝ่ายนักแต่ยังไงก็ตาม อีกฝ่ายนั้นได้ยั่วยุและพยายามสร้างปัญหาให้เขามาตลอดสองปีทว่าถึงกระนั้นแล้วอีกฝ่ายก็ยังเป็อาจารย์ประจำชั้นของเขาและตัวเขาเองไม่อยากถูกมองว่าเป็คนไม่เคารพผู้าุโ
ทว่าฮูฉิวเชงได้พยายามอวดเบ่งอำนาจของตัวเองพร้ะโกนด่าเขาต่อหน้านักเรียนคนอื่นๆแถมยังว่าร้ายเขาและแม่เขามามากกว่าหนึ่งปีซึ่งเขาคิดว่านี้มันเกินขีดจำกัดที่เขาจะรับได้แล้ว
หลังจากพูดเสร็จถังซิ่วก็ไม่ได้รอให้ฮูฉิวเชงได้ตอบสนองพร้อมเดินออกจากห้องไปทันที
สิ่งที่ถังซิ่ว ไม่รู้นั้นคือคำว่า “คนขี้วีน” นั้นทำให้ไม่ได้มีเพียงฮูฉิวเชงเท่านั้นที่กำลังแสดงสีหน้าที่เหม่อลอยแต่มันรวมไปถึงนักเรียนทุกคนในห้องด้วยเช่นกัน
แม้ว่านักเรียนในห้องจะแอบตั้งฉายาให้ฮูฉิวเชงแต่ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อนี้ต่อหน้าเขาเพราะพวกเขากลัวว่าจะไม่สามารถต้านทานอารมณ์โกรธของฮูฉิวเชงได้
“แกโดนแน่! แกโดนแน่! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าฉันไม่สามารถที่จะจัดการแกได้”
หลังจากใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งฮูฉิวเชงก็ได้สติกลับพร้อมกับถังซิ่วที่ได้หายตัวไปแล้วซึ่งนั่นทำให้เขาโกรธจนตัวสั่น
“คนขี้วีน,ก่อนหน้านี้ฉันได้บอกไปแล้วว่าจะย้ายไปเรียนที่ห้องสิบ บ๊ายบาย, อ่อใช่ ก่อนที่ฉันจะไปก็จะขอบอกอะไรให้สักอย่างหนึ่งนะ การไล่ถังซิ่วออกไปจากห้องนี้นั้นมันคงเป็ความคิดที่โง่ที่สุดั้แ่นายเกิดมาเลยล่ะ แล้วนายจะต้องเสียใจภายหลัง ”
ก่อนที่ฮูฉิวเชงจะไล่ตามถังซิ่วไปนั้นก็ได้มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างหลังเขา
ฮูฉิวเชงเองก็ได้เห็นหยวนชูหลิงที่กำลังยกโต๊ะและเก้าอี้ของตัวเองออกไปนอกห้องพร้อมหันมาขยิบตาให้เขา
“หยวนชูหลิง แก ถ้าแกออกไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมาห้องนี้อีกเลยนะ!”
ฮูฉิวเชงะโข่มขู่หยวนชูหลิง
“นายขี้วิน ในเมื่อท่านหยวนชูหลิงคนนี้ได้พูดไปแล้วก็จะไม่กลับมาอย่างแน่นอน ต่อให้นายมาอ้อนวอนปู่คนนี้ก็ไม่กลับมาหรอกนะ”
หยวนชูหลิงก็ได้เดินหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อต้องเผชิญกับคำพูดของหยวนชูหลิง ฮูฉิวเชงเองก็ไม่กล้าที่จะใช้คำหยาบคายเพราะอำนาจของพ่อแม่ของอีกฝ่าย
หลังจากที่ถังซิ่วและหยวนชูหลิงจากไปนั้น ฮูฉิวเชงเองก็ไม่มีอารมณ์ที่จะทบทวนแนวข้อสอบต่อแต่มุ่งตรงไปที่ห้องครูใหญ่ทันที
“ครูใหญ่เหว่ย ผม้าให้ถังซิ่วโดนปลดจากการสถานะนักเรียน เกรดเฉลี่ยรวมของเขานั้นไม่ใช่แค่แย่เท่านั้นแต่เขายังไม่เคารพผู้าุโเลย ถ้าปล่อยคนแบบนี้ไว้เขาจะต้องทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนเราอย่างแน่นอน!”
“อาจารย์ฮู ผมเองก็อยากที่จะปลดถังซิ่วออกแต่คุณคงไม่รู้ว่าอาจารย์ฮั่นนั้นคอยปกป้องเขาอยู่และอาจารย์ฮั่นเองก็ได้ทำการประนีประนอมกับคุณแล้วว่าคุณสามารถไล่ถังซิ่วออกจากชั้นเรียนของคุณได้แต่เขาต้องยังคงศึกษาอยู่ภายในโรงเรียนนี้”
ครู่ใหญ่เหว่ยพูดออกมาขณะจิบชา
“แต่...ว่า……”
เมื่อได้ยินคำพูดของครู่ใหญ่เหว่ยเขาก็รู้ได้เลยว่าไม่ควรจะพูดอะไรต่อไป
ฮูฉิวเชงไม่รู้เลยว่าทำไมอาจารย์ประจำชั้นห้องสิบฮั่นชิงหวูถึงได้ปกป้องถังซิ่ว
ฮั่นชิงหวูเริ่มปกป้องถังซิ่วั้แ่เมื่อ่ที่การเรียนของเขาเริ่มดิ่งลง
“ครูใหญ่เหว่ย คุณพอที่จะรู้บ้างไหมว่าทำไมอาจารย์ฮั่นถึงต้องคอยปกป้องถังซิ่วกัน? ผมได้สืบสวนและขุดคุ้ยสถานะของถังซิ่วด้วยตัวเองรวมถึงประวัติทางสังคมแต่ก็ไม่มีอะไรที่สามารถที่จะเกี่ยวข้องกับอาจารย์ฮั่นได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นผมยังไม่เคยเห็นอาจารย์ฮั่นติดต่อกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
ฮูฉิวเชงเอ๋ยปากถามด้วยความสงสัย
ถ้าพูดกันตามหลักแล้วฮูฉิวเชงนั้นเป็อาจารย์ประจำชั้นของห้องหลักพร้อมสอนที่นี่มากว่ายี่สิบปีแล้วแต่ทว่าฮั่นชิงหวูนั้นเป็แค่อาจารย์ประจำชั้นห้องธรรมดาที่พึ่งจะเข้าบรรจุเข้ามาได้แค่ปีกว่าๆเท่านั้น เธอไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
แต่ในความจริงแล้ว เขาไม่กล้าที่จะพูดเสียงดังต่อหน้าฮั่นชิงหวูเลยด้วยซ้ำ กิริยามารยาทเองก็ต้องเคารพไม่ใช่เพียงแค่ฮูฉิวเชงเท่านั้นที่ต้องนอบน้อมต่อฮั่นชิงหวู่ทว่ามันรวมไปถึงอาจารย์ทุกคนภายในสถาบันแห่งนี้ไม่เว้นแม้แต่ครูใหญ่ด้วย
เหตุผลก็ง่ายๆก้เพราะพ่อของฮั่นชิงหวู ฮั่นฟูนั้นเป็ประธานระบบการศึกษาของเมืองแห่งนี้
ฮั่นชิงหวูนั้นเป็ลูกรักของฮั่นฟูและถ้าหากอาจารย์คนไหนยังอยากจะยังเป็อาจารย์อยู่ก็คงไม่กล้าที่จะล่วงเกินเธอ พวกเขาควรจะรีบเลียแข้งเลียขาอาจารย์ฮั่นในทุกๆทาง
“อาจารย์ฮู เื่ที่ถังซิ่วนั้นมีความสัมพันธ์ยังไงกับอาจารย์ฮั่นมันเป็เื่ที่สำคัญด้วยหรือ? ตราบใดที่อาจารย์ฮั่นคอยปกป้องเขาแล้วนั้นเราก็ไม่สามารถไล่เขาออกได้ จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่คุณหรอกนะที่อยากไล่เขาออกแต่เมื่อ่เช้าผมก็ได้รับสายจากคนๆนึงที่ขอให้ไล่เขาออกซึ่งเป็คนที่คุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน”
ครู่ใหญ่เหว่ยพูดออกมาพร้อมยิ้มจางๆ
“ใครกัน?”
ฮูฉิวเชงได้รับความสนใจจากคำพูดของครูใหญ่มาก
“ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชางเหวิน ซูชางเหวิน”
ครู่ใหญ่เหว่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ซูชางเหวิน ไอ้คนที่เพื่อที่จะให้ลูกตัวเองได้เข้าเรียนที่นี้จนถึงกับต้องบริจาคเงินสร้างหอพักทั้งหลังให้โรงเรียนเราน่ะหรอ? ถังซิ่วได้ไปล่วงเกินเขาอย่างนั้นหรอ? นี่มันไม่ถูกต้องเพราะถังซิ่วและซูชางเหวินนั้นเหมือนคนต่างโลกกันด้วยซ้ำ หรือจะบอกว่าถังซิ่วได้ไปมีปัญหากับลูกของเขาอย่างซูเชียงเฟย์งั้นหรอ?”
“อาจารย์ฮู คุณไม่ได้เพิ่งพูดไปหรอว่าได้ขุดคุ้ยเื้ัของครอบครัวถังซิ่วแล้ว อย่าบอกนะว่าคุณไม่รู้ว่าแม่ของถังซิ่วมีชื่อว่าอะไร?”
“แม่ของถังซิ่วงั้นหรอ?”
ฮูฉิวเชงนั้นไม่รู้ว่าทำไมครูใหญ่เหว่ยถึงได้ถามเขาแบบนี้ เขาเห็นเพียงภาพผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคุกเข่าขอร้องเขา ชั่วเวลาต่อมาตาของเขาก็ต้องกระตุกและเอ๋ยขึ้นว่า
“ครูใหญ่ อย่าบอกนะว่ามันมีความสัมพันธ์ระหว่างซูหลิงหยุนและซูชางเหวิน?”
“มันเป็ไปไม่ได้ที่ซูหลิงหยุนจะมีความเกี่ยวข้องกับซูชางเหวิน ซูหลิงหยุนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายค่าเล่าเรียนให้ลูกเนี่ยนะ? เพียงซูชางเหวินเจียดเงินให้พวกเขาสองแม่ลูกเล็กน้อยก็มีค่าอาหาร เสื้อผ้าและค่าเรียนแล้วหนิ”
“เื่นี้อยู่นอกเหนือสิ่งที่เราจะคาดการณ์ได้”
ครู่ใหญ่เหว่ยไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธข้อสันนิษฐานของฮูฉิวเชงพร้อมทั้งพูดต่อว่า
“ซูชางเหวินได้บริจาคเงินมากมายให้กับโรงเรียนซึ่งผมเองก็ไม่สามารถปฏิเสธคำขอของเขาได้แต่ถังซิ่วนั้นก็ยังมีอาจารย์ฮั่นคอยปกป้องอยู่ ผมไม่ได้ปฏิเสธคำขอของเขาแต่ได้ย้ายห้องเรียนของถังซิ่วให้มาอยู่ห้องสิบแทน ผมคิดว่าเขาเองก็น่าจะพอใจแล้ว”
ปากของเขาได้บิดเบี้ยวทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของครูใหญ่เหว่ย