หลิงเจาเหว่ยหรี่ตา “นางอาจจะกลับเรือนพักด้านหลัง บริเวณนี้เป็นส่วนต้องห้าม ใช้รับแขกส่วนตัวของข้า เจ้าเข้ามาได้อย่างไร”
จงเป่าหนิงทำท่าอึกอัก “ถ้าเช่นนั้น ข้าน้อยก็ล่วงเกินซื่อจื่อแล้ว ได้โปรดอภัยข้าน้อยด้วยเจ้าค่ะ”
“เห็นแก่ที่เจ้าเป็นสหายของภรรยาข้า และคืนนี้เจ้าก็มาเป็นแขกงานเลี้ยงของหวางเฟย เจ้ากลับออกไปเถิด” หลิงเจาเหว่ยผายมือไปด้านหน้าเป็นเชิงไล่
จงเป่าหนิงจึงค่อยๆ ยอบกายแล้วเดินกลับออกไป หลิงคุนเดินสวนเข้ามา พอเดินผ่านจงเป่าหนิงก็ขมวดคิ้ว เขายืนข้างพี่ชายแล้วมองตามหลังหญิงสาว
“แม่นางผู้นี้ ช่างหัวไวใจกล้าเสียจริง เมื่อครู่นางเดินสวนกับตงฮุ่ยหมิงคงจะรู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ นางจึงบุกเข้ามาเพื่อหวังจะได้พบท่าน”
“นางอ้างว่ามาตามหาเยว่เอ๋อร์ ข้าคิดอยู่เชียวว่าเป็นไปไม่ได้ เยว่เอ๋อร์ไม่เคยเข้ามาที่นี่ คนอย่างนางป่านนี้คงตีสีหน้าเย่อหยิ่งจองหองอยู่ในงานเลี้ยง”
หลิงคุนหัวเราะ “ดูท่านพูดถึงภรรยาของตนเองเข้า”
“หรือไม่จริง สตรีอย่างนาง ไม่ได้แต่งงานกับข้าเพราะมีใจเสียหน่อย นางอยากได้ชื่อว่าเป็นชายาของซื่อจื่อ มีบารมีเหนือสตรีในหรงเฉินต่างหาก เจ้าไม่เห็นชุดของนางในงานเลี้ยงคืนนี้หรือ งดงามและประณีตราวกับเสื้อผ้าของสตรีในวังหลวง”
“จริงขอรับ ชายาผู้นี้ของท่านราคาแพงจริงๆ ทั้งรูปร่างหน้าตา เสื้อผ้า และฐานะ สมแล้วที่นางเป็นคุณหนูใหญ่สกุลกู้”
“หากนางไม่พรักพร้อม มีหรือข้าจะแต่งนางเป็นชายา เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปสืบเป็นอย่างไรบ้าง”
“พี่เจาเหว่ย กู้อี้เทียนไม่รู้เรื่องแบบนั่นเลยสักนิดขอรับ”
“เจ้าแน่ใจนะ”
“ขอรับ เรื่องนี้น่าจะมีเพียงชายาของท่านเท่านั้นที่รู้”
กู้เยว่ฉีชะงักคำว่า ‘แบบ’ ที่สามีของนางพูดถึง คือสิ่งใดกัน เหตุใด หลิงคุนจึงไปสืบหากับครอบครัวของท่านอาของนาง
“ถ้าอย่างนั้น ให้เราตามหาทองคำที่สกุลกู้ซ่อนไว้ให้เจอเสียก่อน เรื่องอื่นค่อยๆ ทำไป ตอนนี้เราต้องใช้เงินจำนวนมาก ไม่รู้ว่าข่าวลือเรื่องทองคำนั่นเป็นความจริงหรือไม่” หลิงเจาเหว่ยใช้สองมือไพล่หลัง ถอนหายใจออกมา “คนของเรายิ่งมากก็ยิ่งต้องใช้เงินมาก หากเรายังหาทองที่พวกเขาซ่อนไว้ไม่เจอ ก็ต้องหาทางฮุบกิจการของพวกเขา ระหว่างนี้ข้าคงต้องรีบไปคุยกับสกุลลี้แล้วล่ะ”
“ท่านยังไม่แต่งกับตงฮุ่ยหมิงเลยนะขอรับ จะลัดคิวไปแต่งสตรีที่ต่ำชั้นกว่านางก็คงไม่ได้ หากทำเช่นนั้นผู้อื่นคงตำหนิแย่”
“ข้ารู้ เมื่อครู่ข้าคุยกับฮุ่ยหมิงแล้ว นางยินดีแต่งเข้ามาในฐานะชายารอง คราวนี้พวกขุนนางในหรงเฉินก็จะต้องยำเกรงเรา ส่วนลี้อิ่งครอบครัวของนางย่อมอยากจะเกี่ยวดองกับจวนอ๋องอยู่แล้ว ขอเพียงท่านพ่อเอ่ยปาก นางก็พร้อมจะเข้ามาในจวนอ๋องทุกเมื่อ”
“ท่านคิดได้รอบคอบจริง ใช้งานได้ทั้งสกุลกู้ สกุลตง และสกุลลี้อีก อ๊ะ ไม่แน่ ยังมีแม่นางจงอีกคน ดูเหมือนนางก็ยินดีจะเป็นสตรีของท่านด้วย”
“ไปสืบเรื่องนางมาหน่อย ข้าอยากรู้ว่านางเข้าใกล้ข้าด้วยจุดประสงค์ใด? สตรีผู้นี้ดูเหมือนจะพยายามทำตัวโดดเด่นอยู่นานแล้ว เพียงแต่ข้ายังมองไม่เห็นประโยชน์ของนางจึงมิได้ใส่ใจ”
“จงเป่าหนิงผู้นี้ หากข้าจำไม่ผิดนางเคยประชันดนตรีกับพี่สะใภ้แล้วพ่ายแพ้ไปจึงพลาดตำแหน่งบุปผาเมืองหรงเฉิน จะว่าไปรูปโฉมของนางก็สูสีกับ พี่สะใภ้อยู่นะขอรับ”
“หากเจ้าชอบก็เกี้ยวพานนางดูสิ”
“ข้าว่าคงไม่สำเร็จหรอกขอรับ นางตามติดท่านพี่เช่นนี้ ดูท่านางจะอยากเป็นชายาของท่านมากกว่า”
สองพี่น้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนจะเดินไปยังระเบียงเรือนหลังใหญ่ คืนนี้บุรุษไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในงานเลี้ยงชมบุปผา พวกเขาจึงจับกลุ่มจิบสุราสนทนากัน
กู้เยว่ฉีกับหวงฟู่ออกมาจากที่ซ่อน สองนายบ่าวสบตากัน ใบหน้าของหวงฟู่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ซื่อจื่อเฟย คำพูดเมื่อครู่...น่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ ข้านึกว่าซื่อจื่อจะรักใคร่เมตตาท่านเสียอีก”
“ข้าเคยคิดว่าความงามน่าจะทำให้บุรุษลุ่มหลงได้ แต่แท้จริงแล้วกลับมิใช่ อำนาจและเงินทองต่างหากที่ซื่อจื่อต้องการ พวกเขารู้เรื่องราวภายในสกุลกู้ละเอียดเช่นนี้ อันตรายยิ่งนัก”กู้เยว่ฉียิ้มขมขื่น “แต่จะว่าเขาก็ไม่ได้ อันที่จริงตัวข้าเองก็โลภมากเช่นกัน หวงฟู่ เจ้าเก็บปากเก็บคำไว้ให้ดี ที่ได้ยินเมื่อครู่มีค่าเท่าชีวิตของสกุลกู้”
“เจ้าค่ะ”
“ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง นี่เป็นเรื่องลับของจวนอ๋อง หากมีผู้ได้ยินเข้า เจ้ากับข้ามีภัยถึงชีวิต”
สาวใช้คนสนิทหน้าซีดตัวสั่นรับคำอีกครั้ง
“พวกเรารีบกลับเข้างานกันเถอะ หากมีผู้ถามเจ้าก็บอกว่าข้าไปปลดทุกข์ที่ส้วมตรงนี้ เข้าใจตรงกันนะ”
“เจ้าค่ะ ข้าจะท่องให้แม่นยำ”
สองนายบ่าวเดินออกจากพุ่มไม้ใกล้ศาลาริมน้ำโดยไม่รู้ว่าด้านหลังมีร่างของบุรุษอีกผู้หนึ่งกำลังจับตามองอยู่ มู่โจวในชุดองครักษ์จวนอ๋องลอบมองอยู่ห่างๆ พอเห็นกู้เยว่ฉีกับหวงฟู่กลับ เขาเองก็ถอยออกจากบริเวณนั้น
กู้เยว่ฉีมองไปยังจงเป่าหนิงก่อนจะนั่งลง ตลอดเวลาที่คบหากับสหายหญิงผู้นี้นางรู้ว่าจงเป่าหนิงอยากจะแต่งงานกับบุรุษที่มีชาติตระกูลดีๆ เพื่อให้ได้เชิดหน้าชูตาตนเอง แต่วันนี้ชัดเจนแล้วว่าจงเป่าหนิงอยากจะปีนรั้วจวนอ๋อง หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ผู้ใดอยากจะเป็นชายาของซื่อจื่อก็มิใช่เรื่องของนาง ตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำคือระวังมิให้เกิดภัยชีวิตกับคนในสกุลกู้ นางเสมองไปทาง ตงฮุ่ยหมิง หญิงสาวผู้นั้นส่งยิ้มให้นางคล้ายจะเยาะเย้ยในที กู้เยว่ฉีกำจอกชาแน่น นางไม่ได้หึงหวงแต่กำลังโมโห
...พลันควันขาวก็ลอยฟุ้งขึ้นมารอบๆ ภาพฝันนั้นจางหายไป...
เช้าวันต่อมา สี่คนพ่อแม่ลูกปิดห้องปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด ไม่นานนักใต้เท้ากู้ก็พาภรรยาและบุตรออกมายังห้องโถงใหญ่ บรรดาอนุภรรยาและบุตรของอนุภรรยาถูกเรียกมาประชุมกันอย่างพร้อมหน้า ใต้เท้ากู้สั่งให้กู้เฉินคุกเข่า ท่ามกลางความแตกตื่นของทุกคนในจวน เสียงด่าทอของท่านเจ้าของจวนดังก้องห้องโถงเรือนใหญ่
“เสี่ยวเฉิน คิดว่าโตแล้วหรือไร เจ้ากล้ารับสตรีมาเข้าจวนโดยไม่ผ่านความเห็นชอบของบิดามารดา นี่มันผิดกฎสกุลรู้หรือไม่”
“ขอรับท่านพ่อ แต่ว่าข้าไม่ได้ตั้งใจนะขอรับ”
“จะตั้งใจหรือไม่ ล้วนเป็นความรับผิดชอบของเจ้า ความผิดที่ทำสำเร็จแล้ว จะเรียกร้องให้ผู้ใดมารับแทน”
“ขอรับ ข้ารู้” น้ำเสียงของกู้เฉินฟังแล้วหดหู่ยิ่ง
“ข้าจะให้เจ้าไปคุกเข่าอยู่ในหอบรรพชนสามวันสามคืน ให้เจ้าได้ระลึกถึงความผิดที่ทำไป ครั้งนี้ต้องรับคนเข้ามา นับว่าเป็นเรื่องใหญ่นัก”
“นายท่าน เสี่ยวเฉินจะไม่ไหวเอานะเจ้าคะ จวนสกุลกู้แค่เลี้ยงสตรีเพิ่มอีกหนึ่งคน ท่านไม่น่าจะลงโทษลูกรุนแรงเพียงนี้” กู้ฮูหยินคร่ำครวญ
*******************
ไรเตอร์แนะนำ อีบุ๊กมีวางจำหน่ายแล้ว 2 เล่ม กดไปซื้อได้ที่ mebmarket.com ค่ะ 