ชื่อปืนครับ
หลังจากเกิดเื่วันนั้น เจษลินทร์ยังไม่มีโอกาสได้ขอบคุณซีเปียนเลย วันนี้จึงนัดอีกฝ่ายมาเจอกันที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง โดยมีปัณณวิชญ์ตามติดมาด้วย แต่นั่งคนละโต๊ะ
“เื่วันนั้นเจษขอบคุณพี่ซันมากนะครับ”
ซีเปียนพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ย
“รู้ใช่มั้ย ว่าทำแบบนั้นมันอันตราย”
เจษลินทร์ทำหน้าเจื่อนผงกศีรษะรับ วันนั้นเขาก็โดนปัณณวิชญ์บ่นไปชุดใหญ่แล้ว
“จากนี้ไปเจษไม่ต้องไปเสี่ยงหรือไปยุ่งกับซีฮันอีกได้มั้ย”
“แต่-”
“ถ้าเจษอยากได้วิดีโอนั่น พี่จะเอามาให้เจษเอง”
“อะ อะไร ยังไงนะครับ?” เจษลินทร์ถามด้วยความงงงวย
“ก็เจษ้าวิดีโอเื่เมื่อสี่ปีก่อนไม่ใช่เหรอ?” ซีเปียนว่า
“พี่รู้?”
“อืม ขอโทษนะที่แอบส่งคนตามดูเจษ” ซีเปียนบอกตามความริง เพราะเขาส่งคนตามเจษลินทร์ั้แ่วันที่เจอกันที่โรงพยาบาลคราวนั้น จึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของคนตรงหน้า
เจษลินทร์มุ่นคิ้วเล็กน้อย มิน่าล่ะ่หลังๆเขารู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนั้นเขาแค่บอกตัวเองว่าคงคิดมากเกินไป ว่าแต่...แสดงว่าที่ผ่านมาซีเปียนรู้เื่คดีนางสาวเจมาโดยตลอดเลยเหรอ?
“พี่จะให้วิดีโอนั้นกับเจษเหรอ ทำไมล่ะครับ?”
ซีเปียนถอนหายใจยืดยาว ั์ตาของเขาฉายแววหมองหม่น
“เพราะมันเป็ความถูกต้อง เป็สิ่งที่ควรทำไม่ใช่เหรอ? แต่พี่มีข้อแม้กับเจษอย่างหนึ่ง”
คนตัวบางเลิกคิ้วแทนคำถาม
“พี่ขอให้เจษไม่ไปข้องเกี่ยวกับซีฮันอีก เื่ที่เหลือรวมทั้งเื่ของธนัทพี่จะจัดการเอง โอเคมั้ย?”
เจษลินทร์ดูเหมือนไม่อยากจะยินยอมในตอนแรก ซีเปียนจึงต้องเล่าให้ฟังว่า ความจริงเขากับซีฮันแตกหักกันมาพักใหญ่ๆแล้ว เขาจึงยกบ้านหลังนั้นให้น้องชายรวมทั้งธุรกิจหลายอย่างตามที่ซีฮันร้องขอ และตอนนี้เขาย้ายออกจากบ้านตระกูลหว่องแล้วเรียบร้อย
คราแรกซีเปียนคิดว่าจะต่างคนต่างอยู่ไม่ข้องแวะกันอีก ทว่าน้องชายดันไม่ยอมอยู่เฉยๆ ส่งคนมาทำร้ายจนเขาเกิดอุบัติเหตุ ตามที่เจษลินทร์ได้เห็นสภาพเขาเมื่อเดือนก่อน
พอเจษลินทร์ได้ฟังก็อึ้งไปเล็กน้อย ไม่คิดว่าซีฮันจะทำร้ายพี่ชายตัวเองได้ลงคอ คนคนนี้อันตรายจริงๆ
หากเจษลินทร์ยังดื้อดึงพาตัวเองเข้าใกล้คนแบบนี้อีก มีหวังปัณณวิชญ์ต้องกินหัวเขาแน่ๆ เขาจึงตกปากรับคำคนตรงหน้าว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับซีฮันอีก
ซีเปียนบอกว่าขอเวลารวบรวมหลักฐานสักพัก หลังจากนี้เขาจะไม่ติดต่อกับเจษลินทร์อีก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของคนตัวบางและเพื่อไม่ให้ฝั่งซีฮันสงสัยด้วย
***
- 2 Months Later -
“งานนี้อีกนานรึเปล่ากว่าจะเสร็จ” เจษลินทร์ถามปัณณวิชญ์ที่นอนแผ่อยู่บนโซฟากลางห้องของเ้าตัว ่นี้เขาทำงานแทบไม่ได้พักผ่อนเลย วันนี้เจษลินทร์เลยอาสามาดูแลคนรัก
“ก็คงอีกไม่นานหรอกครับ”
“กินข้าวก่อน แล้วค่อยนอน” คนตัวบางว่าพร้อมพยายามดึงปัณณวิชญ์ลุกขึ้น
“ป้อนมั้ยครับ ถ้าป้อนปืนจะกิน”
“ป้อนครับป้อน”
ปัณณวิชญ์ยิ้มร่าทันทีที่ได้ยินคำตอบ เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารอย่างไวพร้อมอ้าปากรอ เจษลินทร์ได้แต่ส่ายหัวกับท่าทีของแฟนเด็ก ไม่รู้ว่าเป็คนขี้อ้อนขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ
“มีเื่อะไรรึเปล่า หืม” คนโตกว่าเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังนอนก่ายกันอยู่บนเตียง
เจษลินทร์มาค้างที่คอนโดปัณณวิชญ์หลายครั้งแล้ว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาไม่ได้เจอปัณณวิชญ์ร่วมสามอาทิตย์แล้ว
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” ปัณณวิชญ์ย่นคิ้วถามกลับ
“ก็เห็นปืนกัดนิ้วบ่อยๆแล้วก็ชอบเหม่ออะ เหมือนมีเื่ให้คิดเยอะ” เจษลินทร์ว่า เพราะเมื่อไหร่ที่คนรักเครียดมักจะกัดนิ้วเป็ประจำ
“งั้นเหรอ ปืนไม่รู้เลยแฮะ แค่เหนื่อยน่ะครับไม่มีอะไรหรอก” ปัณณวิชญ์ตอบ มือก็ดึงคนรักมาไว้ในอ้อมอก พร้อมกดปลายจมูกหอมหน้าผากมนอย่างรักใคร่
“โอเค งั้นนอนกันนะ ฝันดีครับ” คนโตกว่าว่าเสร็จก็ขยับไปจุ๊บปากจุ๊บคางปัณณวิชญ์
ทั้งคู่ยิ้มให้กันก่อนเจษลินทร์จะมุดหน้าเข้ากับอกของคนรักแล้วหลับไป
ทว่าเ้าของห้องกลับนอนไม่หลับ เขากำลังคิดหนักเกี่ยวกับเื่ที่เขาตามสืบอยู่ตอนนี้ เพราะมีบางอย่างเกี่ยวพันกับคนในอ้อมกอดเขาด้วย เขาไม่รู้ว่าควรบอกเจษลินทร์ดีไหม และไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนดี….
***
“คิดถึงฝีมือเธอจะแย่” ปัณณวิชญ์เดินมาสวมกอดคนที่กำลังทำกับข้าวอยู่ พร้อมหอมแก้มซ้ายขวาฟอดเบ้อเร่อ
เจษลินทร์ยิ้มน้อยๆกับคำพูดของอีกฝ่าย ก็คงคิดถึงอยู่หรอกเพราะปัณณวิชญ์น่ะกินเก่งจะตาย ไม่ว่าเจษลินทร์จะทำอะไรเขาก็กินจนเกลี้ยง แถมพอทำเมนูใหม่ๆให้ลอง นั่นยิ่งถูกใจสายกินเข้าไปอีก อ้อ นี่ยังไม่นับรวมขนมที่เจษลินทร์หอบมาจากร้านคุณเจนนะ ปัณณวิชญ์น่ะชอบกินทุกอย่างเลยล่ะ แก้มอวบๆที่เ้าตัวมีอยู่ตอนนี้ก็คือฝีมือเขาทั้งนั้น
“คิดถึงก็กินเยอะๆนะครับ”
“ถ้าเธอขยันป้อน ปืนก็จะกินเยอะๆเลย”
“นี่คือเป็ง่อย?”
“เป็ผัวครับ”
เจษลินทร์ฟาดแขนปัณณวิชญ์ไปหนึ่งที ถึงเขาจะมาค้างที่นี่บ้าง แต่เื่นั้น…
“ยังโว้ย”
“งั้นเราไปทำกันมั้ยครับ” ปัณณวิชญ์กระซิบกระซาบข้างหูคนรัก
"ได้สิ"
คนเด็กตาโตทันทีที่ได้ยิน ร่างกายคล้ายจะมีหูทิพย์หางทิพย์งอกออกมา
"ได้ฝ่ามือเนี่ย" เจษลินทร์ว่าพร้อมเสิร์ฟฝ่ามือที่แขนเ้าของห้องไปอีกหนึ่งที
ปัณณวิชญ์ยู่หน้าใส่คนรัก
"โห เธออะมาพูดให้ความหวังปืนน้อย ดูสิเกือบตื่นแล้วนะเนี่ย"
แล้วฝ่ามือที่สามก็ตามมาติดๆแต่คราวนี้ปัณณวิชญ์หลบทัน เขาหัวเราะชอบใจก่อนจะวนเวียนลักจูบลักหอมคนรักอยู่อย่างนั้น กว่าเจษลินทร์จะทำอาหารเสร็จเขาก็อิ่มแก้มเ้าตัวไปแล้วล่ะ~
“คืนนี้กลับรึเปล่า” เจษลินทร์เอ่ยถาม
“กลับครับ แต่อาจจะดึกหน่อย”
“งั้นเรารอนะ”
"มะ หมายถึงรอปืนที่นี่เหรอครับ?"
เจษลินทร์ยกยิ้มแล้วพยักหน้า
ปัณณวิชญ์หูตั้งทันที นี่เป็ครั้งแรกที่เจษลินทร์บอกว่าจะรอเขาอยู่ที่ห้อง เพราะทุกครั้งที่เ้าตัวมาค้างจะเป็ปัณณวิชญ์ที่อ้อน (หลอกล่อ) ให้มาเสียมากกว่า
“แก้มช้ำหมดแล้วปืน” คนโตกว่าเอ่ยปรามเมื่อแฟนเด็กพรมจุ๊บเขาทั่วใบหน้า
“ก็เธอน่ารักอะ แฟนปืนน่ารักที่สุด”
“ไปทำงานได้แล้วครับ นี่ก็สายมากแล้ว” เจษลินทร์บอกอีกฝ่ายที่ยังสาละวนวอแวเขาไม่หยุด จึงจับหน้าดื้อๆนั้นมาจูบเร็วๆแล้วผละออก
ทว่าปัณณวิชญ์ไวกว่ามาก มือหนาล็อกท้ายทอยเจษลินทร์ไว้ก่อนจะป้อนจูบดูดดื่มให้
ตอนที่ปัณณวิชญ์ยอมปล่อยให้เป็อิสระ เจษลินทร์ก็หน้าแดงลามไปถึงใบหูแล้วเรียบร้อย
คนขี้เขินรีบหนีไปทำงานทันที จนปัณณวิชญ์อดหัวเราะน้อยๆไม่ได้
คนอะไรน่ารักจังวะ
***
ปัณณวิชญ์กลับมาถึงคอนโดในตอนประมาณห้าทุ่มกว่า เห็นจานกับข้าววางบนโต๊ะอาหารก็อดยิ้มไม่ได้
เขามองไปยังประตูห้องนอนเห็นแสงไฟสีส้มลอดออกมาจึงรับรู้ได้ว่าคนรักคงหลับไปแล้ว เพราะเ้าตัวมักจะเปิดไฟหัวเตียงไว้ตอนนอนเสมอ
หลังจากจัดการอาหารบนโต๊ะเสร็จ เ้าของห้องเลือกที่จะไปอาบน้ำอีกห้องหนึ่ง เพราะไม่อยากรบกวนคนที่หลับไปแล้ว และเขาเองก็มีเื่ที่ต้องคิดนิดหน่อย
ครู่ใหญ่ๆผ่านไป จู่ๆประตูห้องที่เจษลินทร์นอนอยู่ก็เปิดออก จังหวะเดียวกับที่ปัณณวิชญ์ยกน้ำขึ้นดื่มพอดี
!!!!!!!!
พรวด!
"แค่กๆ"
เขาสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดงเพราะภาพที่เห็นตรงหน้า เป็เจษลินทร์ยืนขยี้ตาพิงประตูห้องอยู่ เ้าตัวใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ ชายเสื้อยาวแค่ต้นขาขาวของผู้ใส่ เขาจะไม่อะไรเลยถ้าเสื้อที่เจษลินทร์ใส่อยู่ไม่ใช่ซีทรู ย้ำว่าซีทรู! เผยให้เห็นยันกางเกงรัดรูปตัวจิ๋วสีดำด้านใน!
ปัณณวิชญ์รู้สึกลำคอแห้งผาก เขากลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ เสื้อที่อีกฝ่ายใส่อยู่นั้นเขาเป็คนซื้อเองแหละ ตอนนั้นแค่จะซื้อมาแกล้งหวังว่าเจษลินทร์จะหยิบผิดมาใส่สักวัน แต่ความหวังของเขาก็ไม่เคยเป็จริงเลยจนกระทั่งวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจเ้าตัว รู้แค่ว่ามันทำให้หัวใจเขากระตุกแรงคล้ายจะทะลุออกมาอย่างไรอย่างนั้น
“ปืนกลับมานานแล้วเหรอ” เจษลินทร์เอ่ยเสียงยานพร้อมเดินเซหน่อยๆมาหาคนรัก
!!!!
เ้าของห้องตัวแข็งค้าง ิญญาหลุดลอยไปแล้วฮะ!
โอยแค่ใส่เสื้อซีทรูก็จะตายแล้วครับ นี่เล่นมานั่งคร่อมบนตักแล้วคลอเคลียปานลูกแมวน้อยอีก
เธอค่าบไอ้ปืนจะตายแล้วเธ๊อ
“เธอดื่มเหรอครับ หืม” เขาเอ่ยถามเพราะได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเจษลินทร์ พลางหอมแก้มสีแดงๆอย่างรักใคร่เอ็นดูไม่รู้เบื่อ
“อื้อ วันนี้วันเกิดมิ้นท์อ่าเลยฉลองนิดหน่อย แต่เราไม่มาวนะ” คนบนตักตอบเสียงยาน
ท่าทางแบบนี้ยังบอกว่าไม่เมาอีก ปัณณวิชญ์โคลงศีรษะเอ็นดู
เจษลินทร์ขมวดคิ้วทำหน้ามุ่ย แล้วผละออกจากไหล่ปัณณวิชญ์เปลี่ยนมาจ้องหน้าเขม็ง
“ทำไมตัวหอมจัง ไปอาบน้ำที่ไหนมา? ปืนมีบ้านเล็กบ้านน้อยใช่มั้ยฮึ!” เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจจะดุ แต่มันกลับงุ้งงิ้งสำหรับคนฟังซะงั้น
ปัณณวิชญ์หัวเราะน้อยๆ ไม่คิดว่าเจษลินทร์จะถามเขาแบบนี้ เพราะปกติเ้าตัวจะนิ่งๆดูไม่น่าใช่คนจุกจิกหรือขี้หึงเท่าไหร่นัก
“ปืนอาบน้ำห้องข้างๆนี่เอง ไม่ได้มีบ้านเล็กบ้านน้อยที่ไหนเลยครับ” ว่าพร้อมยื่นหน้าไปจุ้บปากคนตรงหน้าเบาๆ แล้วใช้ปลายจมูกจรดปลายจมูกของอีกฝ่ายไว้
เจษลินทร์ได้ฟังดังนั้นก็เบาใจ ขยับปลายจมูกของตนถูไถไปมาอย่างเชื่องช้า เขารู้สึกว่ามันลื่นเนียนน่าเล่นนัก ก่อนจะขยับปลายจมูกรั้นของตัวเองไปทั่วใบหน้าของปัณณวิชญ์ ระหว่างทางก็แวะจูบและหอมไปหลายฟอดใหญ่
ฝ่ายปัณณวิชญ์คิดว่าตัวเองคงสู่ขิตไปแล้วกระมัง! เพราะตอนนี้เขาอยู่บนสรวง์โดยมีเจษลินทร์ที่คงเป็นางเทวดาคลอเคลียอยู่
!!!!!
อยู่ๆเจษลินทร์ก็จู่โจมจูบเขา ทำให้หัวใจปัณณวิชญ์พลันเต้นระรัวผิดจังหวะ เธอครับ โหมดนี้ไอ้ปืนจะตายจริงๆนะครับ
แต่กระนั้นเขาก็ฮึดสู้! ตอบรับจูบของคนรัก จูบที่คนตัวบางมอบให้เขานั้นช่างเป็จูบเด็กอนุบาลไม่ประสีประสาสักนิด เขาเลยเย้าหยอกด้วยการบดจูบเร่าร้อน หลอกล่อให้เ้าตัวเปิดรับเรียวลิ้นซุกซนของเขา จากนั้นก็จู่โจมฉกลิ้นหวานละมุนมาดูดดุนปานจะกลืนลิ้นของคนตัวบางลงท้องเสียให้ได้ มือหนารั้งเอวคอดมาแนบชิดจนไม่เหลือที่ว่างให้มดสักตัวได้เดินผ่าน
“อื้อ” เจษลินทร์ส่งเสียงประท้วงเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก เขาไม่รู้แม้กระทั่งจังหวะว่าจะต้องหายใจตอนไหน ปัณณวิชญ์จึงยอมผละออกให้เ้าตัวได้หายใจ เขาเปลี่ยนไปจูบหัวไหล่ที่มีเสื้อซีทรูกั้นอยู่ จูบไล้จากไหล่มนมาที่ซอกคอระหง คนโดนจู่โจมรู้สึกวาบหวามทุกที่ที่ริมฝีปากร้อนไล่ััจนแทบจะละลายลงตรงนั้น
ไม่นานเสื้อเชิ้ตซีทรูก็ถูกปลดออก เผยให้เห็นหัวไหล่และผิวเนียนขาว ปัณณวิชญ์ไล่จูบั้แ่ไหปลาร้าไปถึงหัวไหล่ เขาย้ำจูบแผลเป็ยาวของเจษลินทร์ซ้ำๆ
“ปืน ตรงนั้นมัน-” เจษลินทร์เอ่ยปากห้ามเพราะรอยแผลเป็นั้นค่อนข้างนูนและใหญ่ ปัณณวิชญ์จึงผละจากตรงนั้นหันมาสบตาคนบนตัก
“รู้สึกไม่ดีเหรอ แผลเป็ตรงนี้ทำให้เจษทุกข์ใจรึเปล่า”
“ก็เปล่าหรอก ความจริงเราขอบคุณแผลเป็นี้ด้วยซ้ำ แต่พอปืน จูบ เรากลัวว่าปืนจะรู้สึกไม่ดีน่ะ” ถึงจะงงที่ทำไมอยู่ๆปัณณวิชญ์ถามแบบนี้ แต่เจษลินทร์ก็ตอบไปตามความจริง
“ขอบคุณแผลเป็นี้เหรอ ทำไมงั้นอะ” คนเด็กถามอีกครั้ง
“อื้อ ตอนเด็กๆเราเคยจมน้ำทั้งๆที่เป็นักกีฬาว่ายน้ำอะนะ หลังจากนั้นเราก็กลัวน้ำมากไม่กล้าลงน้ำอีกเลย แต่มีวันหนึ่งเราเห็นเด็กกำลังจะจมน้ำ ตอนนั้นมันไม่มีทางเลือกเราเลยไปช่วยน้องไว้ ได้แผลเป็นี้มาเป็รางวัลแหละ แต่เชื่อมั้ยหลังจากนั้นเราเลิกกลัวน้ำเฉยเลย เสียดายที่รู้ตัวช้า ไม่ทันได้ขอบคุณเด็กคนนั้น จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าน้องเขาชื่ออะไร” เจษลินทร์เอ่ยบอก
ปัณณวิชญ์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบนั้น หัวใจเขาพองโตขึ้นมาจนแน่นอก
“ชื่อปืนครับ เด็กผู้ชายอ้วนๆคนนั้นชื่อ ปืน ปัณณวิชญ์ กรณ์กัณณ์”
คนฟังถึงกับตาเบิกโพลง จากเมื่อครู่ที่สะลึมสะลือเล็กน้อยตอนนี้เจษลินทร์แทบจะสร่างทันที เขายังไม่ทันได้บอกเลยว่าเด็กคนนั้นเป็ผู้ชาย และยังไม่ได้พูดว่าอ้วนด้วย หรือว่า….
“เด็กคนนั้นคือปืนเหรอ?”
“ครับพี่ใจดี เด็กคนนั้นคือปืนเอง”
เจษลินทร์ตาโตอีกครั้ง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ! มือขาวเรียวจับหน้าปัณณวิชญ์พลิกไปซ้ายทีขวาที ไม่เห็นเหลือเค้าโครงเ้าเด็กแก้มย้วยคนนั้นเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เหมือนตอนนั้นคือผิวขาวจัดของอีกฝ่ายเท่านั้น
“แล้ว ทำไมปืนดูไม่ใเลยล่ะ หรือว่าปืนรู้อยู่แล้ว?”
ปัณณวิชญ์พยักหน้ารับ พร้อมหอมแก้มใสหนึ่งฟอด
“จริงดิ รู้ั้แ่เมื่อไหร่อะ รู้ได้ยังไง?”
“รู้มาพักใหญ่ๆแล้วครับ ความจริงก็สงสัยั้แ่ตอนที่เธอโดนซีฮันวางยาคราวโน้นแล้ว แต่ไม่แน่ใจ”
“แล้วปืนรู้ได้ยังไงว่าเป็เรา จำหน้าได้เหรอ? ก็ไม่น่าใช่ป้ะ”
“เพราะแผลเป็นี้นี่แหละ อย่างที่บอกว่าแรกๆปืนก็ไม่แน่ใจ แถมมันมีอยู่ครั้งหนึ่งปืนไปเข้าใจผิดว่าคนอื่นเป็พี่ใจดีด้วย แต่พอได้เห็นรอยยิ้มกับคำพูดของเธอเลยรู้ว่าเป็เธอคนนี้ นี่มันบุพเพสันตะปาปาชัดๆ”
“บุพเพสันนิวาสเถอะ”
“จะบุพเพอะไรก็ช่าง ได้เจอพี่ ปืนก็พอใจมากแล้ว”
พออีกฝ่ายเปลี่ยนสรรพนามเจษลินทร์ก็รู้สึกปั่นป่วนยุบยิบในอก
“เหวอ! ทำไมเราแต่งตัวแบบนี้ล่ะ” คนโตเอ่ยเมื่อก้มลงเห็นการแต่งกายของตัวเอง เขารีบเอามือปกปิดร่างกายไว้
“เอ้า ไหงเป็งั้น?” ปัณณวิชญ์ถามกลับ
“เราจำได้ว่าพออาบน้ำเสร็จแล้วก็รู้สึกง่วงมาก เรารีบๆหยิบชุดมาใส่เลยไม่ทันได้ดู เห็นว่าผ้ามันลื่นดีแต่เราไม่รู้ว่ามันเป็เสื้อแบบนี้นี่นา แถมนี่ก็ไม่ใช่ของเราด้วย เง้อ ไปเปลี่ยนก่อน” เจษลินทร์ว่าพร้อมทำท่าจะลุกจากตักไป แต่ปัณณวิชญ์รั้งเอวบางไว้พร้อมอุ้มเ้าตัวลุกขึ้นจนอีกฝ่ายส่งเสียงใ รีบคว้าคอคนรักไว้ตามสัญชาตญาณ
ปัณณวิชญ์อุ้มเจษลินทร์เดินเข้ามาในห้องแล้ววางบนที่นอนอย่างเบามือ พร้อมตัวเขาขึ้นมาคร่อมอีกฝ่ายไว้เสร็จสรรพ
เจษลินทร์หน้าเหวอ เผลอเกร็งตัวอัตโนมัติ
ปัณณวิชญ์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่โน้มตัวลงมาจรดปลายจมูกบนหน้าผากของคนใต้ร่าง คลอเคลียจากหน้าผากลากไปทั่วใบหน้าจนมาหยุดที่ปลายจมูกของอีกฝ่าย
“เธอครับ วันนี้ปืนขอซนหน่อยได้มั้ย?”
TBC
ขอซนอะไรค่าบน้อนปื้นนนนนน!
อ่ย
ขออนุญาตตัดชึ่บลงตรงนี้นะคะ ถ้าเขียนต่อมันจะยาวมากค่ะ
Enjoy Reading
- LOVE -