บทที่ 4 ถ้าฉันจะตีคุณ ยังต้องเลือกวันด้วยเหรอ? (รีไรต์)
"แน่นอนว่าต้องเป็เงินที่พวกคุณช่วยเก็บไว้ให้พ่อกับแม่ไงคะ" เจียงอี้ยิ้มแล้วพูดต่อ "ไม่ต้องพูดถึงเื่เก่าหรอก เอาแค่ั้แ่ห้าปีที่แล้ว ตอนที่พี่เฟยหัง ลูกชายของลุงใหญ่เริ่มไปดูตัวก็พอ"
"ตอนนั้นปู่กับย่าบอกเองว่า หลาน ๆ โตกันหมดแล้ว ต่อไปนี้ครอบครัวใครครอบครัวมัน ดูแลกันเอง แค่ให้ทุกคนส่งเงินกลับมาให้บ้าง และจ่ายครอบครัวละยี่สิบหยวน เพื่อเอามากินข้าวด้วยกันก็พอ"
"ถ้าจำไม่ผิด ตลอดห้าปีมานี้มีแต่พ่อกับแม่ที่ส่งเงินให้ย่า ส่วนลุงรองไม่ได้อยู่บ้านด้วยเลยไม่นับ แต่ครอบครัวลุงใหญ่นอกจากจ่ายแค่ยี่สิบหยวนต่อเดือนแล้ว ก็เก็บเงินส่วนที่เหลือไว้เองหมด"
"เมื่อห้าปีที่แล้ว เงินเดือนพ่อเดือนละสามสิบสองหยวนห้าเหมา ส่งให้ที่บ้านยี่สิบหยวน เหลือสิบสองหยวนห้าเหมา สองปีก็ได้สามร้อยหยวน ส่วนสามปีที่แล้วเงินเดือนขึ้นเป็สามสิบหกหยวนห้าเหมา แล้วพวกเราก็ไปทำงานที่ชนบท ไม่ได้กินข้าวที่บ้าน ดังนั้น ควรจะส่งแค่สิบหยวน จนถึงตอนนี้ขาดอีกเดือนก็ครบสามปี รวมทั้งหมดแล้วเท่ากับเจ็ดพันหกร้อยแปดสิบห้าหยวน"
"บวกกับแม่ที่เป็พนักงานชั่วคราว เงินเดือนเดือนละสิบแปดหยวน นอกจากหักเป็ค่าขนมให้ฉันกับน้องชายแล้ว ยังมีค่าหมอ ค่ายาของพ่อกับแม่ ทุกเดือนจะส่งให้ย่าสิบหยวน แล้วยังโดนย่าหาเื่ยืมเงินทีละเล็กทีละน้อย ปัดเศษไปห้าปี… คิดเป็หกร้อยหยวนแล้วกัน"
"เพราะฉะนั้นปู่กับย่าแค่ต้องคืนเงินให้พวกเราหนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยแปดสิบห้าหยวน พอได้เงินแล้วพวกเราจะย้ายออกไปทันที รับรองว่าจะไม่ขวางหูขวางตาพวกท่านอีก"
แม่เฒ่าแทบจะโดดขึ้นมาชี้หน้าเจียงอี้ แล้วด่าว่า "แกพูดอะไรนะ? หนึ่งหมื่นหกพันหนึ่งร้อยแปดสิบห้าหยวนเหรอ! คิดจะปล้นกันหรือไง! ฉันบอกไว้เลยนะว่า..."
ไม่รอให้อีกฝ่ายพูดจบ เจียงอี้ก็พูดขัดขึ้นมา "ถ้าย่ากับปู่คิดเลขไม่เป็ ฉันจะไปตามคนอื่นมาช่วยคิดให้นะคะ"
เจียงอี้พูดพลางหันไปทางเจียงอ้ายฉาย "อย่างเช่น… หัวหน้าของลุงใหญ่ ตอนที่ฉันกลับมา ได้ยินมาว่าลุงใหญ่กำลังลงเลือกตั้งเป็หัวหน้าแผนก งั้นหัวหน้าของลุงใหญ่อย่างน้อย ๆ ต้องเป็ระดับรองผู้อำนวยการโรงงานแล้วใช่ไหมคะ?"
"คนที่อยู่ในตำแหน่งนั้นได้ ต้องมีความรู้ไม่ธรรมดาแน่นอน หรือลองเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ ว่าคนที่ชอบสูบเืสูบเนื้อพี่น้องตัวเองอย่างลุงใหญ่เนี่ย มีคุณสมบัติพอจะเป็หัวหน้าได้จริงเหรอ?"
"เจียงอี้!" เจียงอ้ายฉายเด้งตัวลุกขึ้น พลันจ้องเขม็งไปที่เจียงอี้
"โอ๊ะ! ค่ะ" เจียงอี้ตอบรับแบบขอไปที
เธอไม่ได้กลัวเจียงอ้ายฉายเลยสักนิด
บอกได้เลยว่าในห้องนี้เธอไม่กลัวใครเลยสักคน เพราะพวกเขาต่างหากที่ติดค้างเธอและครอบครัว แค่เงินไม่กี่หยวนจะไปคำนวณอะไรกัน? การชำระหนี้ระหว่างเธอกับคนพวกนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง
"แล้วก็ปู่คะ..."
เจียงอี้หัวเราะเบา ๆ มองผ่านเจียงอ้ายฉายที่กำลังหายใจหอบ แล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะหันไปยังพ่อเฒ่า กล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า
"สมกับเป็ปู่จริง ๆ มีความสามารถไม่ธรรมดาเลยค่ะ สมัยก่อนปู่ก็แค่คนงานธรรมดาไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงได้บ้านหลังใหญ่โตขนาดนี้มา ทั้ง ๆ ที่มีหัวหน้าและคนงานดี ๆ อีกตั้งเยอะแยะ"
"ปู่ใช้ชีวิตมาอย่างดี ไม่เคยมีเื่ให้ใครตำหนิได้ และคงอยากแบ่งปันหนทางกับเพื่อนร่วมงานเก่า ๆ ว่าทำอย่างไรถึงจะมีบ้านหลังใหญ่ได้ จนบางทีเขาอาจจะยอมยกบ้านหลังนี้ให้ปู่แทน ฉันพูดถูกไหมคะ?"
"ดีนัก!"
พ่อเฒ่าเจียงได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ โกรธจนพูดไม่ออก ได้แต่พูดว่า ‘ดีนัก’ วนไปวนมา พร้อมกับมือไม้ที่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ
ทุกคนในบ้านพากันเงียบกริบ พวกเขารู้ดีว่าเจียงอี้กำลังพ่นคำข่มขู่ แม้อยากจะเมินเฉยต่อคำพูดของเจียงอี้มากขนาดไหน แต่พวกเขาไม่กล้าเสี่ยง
การกลับมาของเจียงอี้ในครั้งนี้เหมือนกับว่าเป็คนละคนโดยสิ้นเชิง ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาหลังจากก้าวเข้ามาในบ้าน ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อเฒ่าเจียง เขาเป็คนที่รักษาหน้าตาและชื่อเสียงมาทั้งชีวิต ไม่เคยยอมให้ชื่อเสียงของตัวเองแปดเปื้อน แม้กระทั่งการกลั่นแกล้งครอบครัวของลูกชายคนที่สาม ในสายตาของทุกคนล้วนเป็ฝีมือของแม่เฒ่าทั้งนั้น ส่วนพ่อเฒ่าไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย
ถ้าเื่นี้แดงขึ้นมาจริง ๆ พ่อเฒ่าคงไม่มีหน้าออกไปพบปะใครแล้ว!
ภายในบ้านเงียบสงัดราวกับป่าช้า
เจียงอี้กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอตักอาหารให้พ่อแม่ด้วยความเอาใจใส่ เจียงอ้ายกั๋วกับหวังหยวนเซียงรู้สึกเหมือนฝันไป ร่างกายขยับตักอาหารขึ้นทานอย่างไม่รู้ตัว พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังกินอะไรเข้าไป
"ไอ้หลานทรพี!"
หลังจากนั้นไม่นาน แม่เฒ่าเป็คนแรกที่ได้สติกลับมา พลางยกมือขึ้นจะตบหน้าเจียงอี้อย่างแรงด้วยความโกรธ "แกมันเป็ตัวอะไรกันแน่! ถึงได้กล้าทำแบบนี้ วันนี้ฉัน..."
เดิมทีเจียงหว่านเยว่ไม่ค่อยพอใจที่เห็นเจียงอี้กลับมาอย่างปลอดภัยอยู่แล้ว พอเห็นแม่เฒ่าโกรธก็รีบเติมเชื้อไฟข้าง ๆ ทันที "ใช่! เจียงอี้ นี่มันเกินไปแล้ว ดูสิว่าตอนนี้เธอทำตัวแบบไหน? คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนเป็ญาติผู้ใหญ่ทั้งนั้น เธอกล้าดียังไง..."
เพียะ!
เจียงอี้ลงมือตบหน้าเจียงหว่านเยว่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนใบหน้าของเจียงหว่านเยว่บวมช้ำขึ้นมาทันที
"เจียงอี้! เธอบ้าไปแล้วเหรอ!" เจียงหว่านเยว่เอามือกุมใบหน้าตัวเอง มองไปยังเจียงอี้อย่างตกตะลึง
"แกทำอะไรลงไป แกกล้าตบหน้าหว่านเยว่ของฉันเหรอ!" หลี่สุ่ยเถาแม่ของเจียงหว่านเยว่ใจนพูดไม่ออก แต่ร่างกายกลับวิ่งเข้าไปหาเจียงอี้ในทันที "นังเด็กเหลือขอ! ฉันจะฆ่าแก!"
เจียงอี้ก้าวเข้าไปตบหน้าเจียงหว่านเยว่ไม่ยั้ง จนอีกฝ่ายรู้สึกมึนงง จากนั้นก็บีบคางเธอไว้แน่นเหมือนคีมเหล็ก
"เจ็บ! เจ็บ!" เจียงหว่านเยว่น้ำตาไหลพราก พยายามจะแกะมือเจียงอี้ออก "ปล่อย! ปล่อยนะเจียงอี้! แกมันเลว! แม่คะช่วยหนูด้วย!"
“เจียง หว่าน เยว่” เธอผลักหลี่สุ่ยเถาออกไปอย่างไม่ไยดี พลางเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกมาทีละคำ
ทันใดนั้นเธอพลันนึกถึงความรู้สึกตอนที่ได้ซ้อมเจียงหว่านเยว่ก่อนที่ตัวเองจะตายแล้วมาเกิดใหม่ เธออยากจะฆ่าเจียงหว่านเยว่ให้ตายคามือเสียเดี๋ยวนี้ เพราะสำหรับเธอแล้ว ต่อให้เจียงหว่านเยว่ตายไปร้อยชาติพันชาติยังถือว่าน้อยไป!
แต่เธอยังทำแบบนั้นไม่ได้ เธอกลับมาเกิดใหม่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่้าแก้แค้น แต่ยัง้าให้พ่อแม่และน้องชายได้มีชีวิตที่ดี ดังนั้นจึงไม่มีใครคู่ควรกับการที่เธอต้องเอาชีวิตเข้าแลก โดยเฉพาะคนอย่างเจียงหว่านเยว่!
ไม่เป็ไร นอกจากจะฆ่าเจียงหว่านเยว่ให้ตายทันทีแล้ว เธอยังมีวิธีอีกนับไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่เจียงหว่านเยว่ แต่ทุกคนที่เคยทำผิดกับเธอ เธอจะไม่ปล่อยให้ลอยนวลแม้แต่คนเดียว!
เจียงอี้สูดหายใจลึก ๆ แล้วข่มความโกรธแค้นที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจลงไป แล้วพูดอย่างเชื่องช้าว่า “เจียงหว่านเยว่ ตอนที่ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอพูด เธอหุบปากไปซะจะดีกว่า”
เมื่อเห็นแววตาเ็าไร้ความรู้สึกของเจียงอี้ เจียงหว่านเยว่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
เพราะในวินาทีนี้ เธอรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน
เจียงหว่านเยว่รู้สึกว่ามันช่างไร้สาระสิ้นดี เจียงอี้กล้าคิดจะฆ่าเธอด้วยเหรอ?
แต่เธอก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก ได้แต่ดิ้นรนด้วยความหวาดกลัว "ปล่อย! ปล่อยฉัน..."
เจียงอี้ฟาดเธออีกทีอย่างแรงจนเจียงหว่านเยว่เซไปอยู่ในอ้อมกอดของเจียงอ้ายฉายและหลี่สุ่ยเถา
"หว่านเยว่! หว่านเยว่! เป็ยังไงบ้างลูก?" หลี่สุ่ยเถาร้องไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความสงสาร แต่เธอยังหวาดกลัวความโเี้ของเจียงอี้ จึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปตวาดใส่เจียงอ้ายกั๋วและภรรยา "เ้าสาม! สะใภ้สาม! พวกเธอจะยืนดูเฉย ๆ อย่างนั้นเหรอ? หว่านเยว่พูดอะไรผิด เธอแค่สงสารย่าของเธอที่โดนยัยเด็กนี่ขัดใจเลยต้องโดนทำร้ายแบบนี้ ลูกสาวของฉันน่าสงสารเหลือเกิน ้าจะฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็เลยรึไง!"
เสียงร้องไห้บาดหู คนอื่น ๆ ที่เหลือจ้องมองเจียงอ้ายกั๋วและภรรยาด้วยความโกรธแค้น และพยายามกดดันให้ทั้งคู่ลงมือสั่งสอนเจียงอี้ด้วยตัวเอง
แต่เจียงอ้ายกั๋วและภรรยายังยืนนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้น
การถูกกลั่นแกล้งมานานทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้าน แต่ไม่ว่ายังไง พวกเขาก็ไม่มีทางทำร้ายลูกสาวของตัวเองได้เช่นกัน
"เสี่ยวอี้..." เจียงอ้ายกั๋วอยากจะถามลูกสาวว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถูกคนพวกนี้รังแกโดยที่พวกเขาไม่รู้หรือเปล่า?
"พ่อกับแม่อิ่มแล้วเหรอคะ? เสียดายจังที่มัวแต่คุยกัน หนูยังไม่ได้กินอะไรเลย"
เจียงอี้ยิ้มให้ผู้เป็พ่ออย่างอ่อนโยน เสียงของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกเสียใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้น
โครม!
เธอคว่ำโต๊ะกินข้าวลงกับพื้น!