" มีหนูผีขี้เมาตัวใหญ่หลงมาสองตัว กัก กัก กัก กัก "
บอมจันที่ย่อขนาดกลับมาอยู่ในร่างเดิมชี้นิ้วกระดูกหอบนำ ' เฉลิม ' กับ ' ไฝ ' ที่สลบเหมือดน้ำลายฟูมปากขึ้นมาด้านบน เเม้สองศรีพี่น้องยังคงไม่ได้สติเเต่ดวงตาของทั้งคู่กลับเบิกกว้าง เเก้วตาดำเหลือกขึ้นบน ทั้งร่างเกร็งกระตุกดั่งได้ดื่มด่ำในประสบการณ์กระชากขวัญที่ยากลืมเลือน
" อ๊ะ! ทำไมรอบกายเจ้าพวกนี้ถึงมีชั้นพลังลึกล้ำปกคลุมอยู่... พลังความร้อนสูงส่งยิ่งนัก! "
" ไม่นานมานี้มีมนุษย์ผู้หนึ่งได้รับการยอมรับจาก ' เพลิงกาฬบรรพกาล ' ให้เป็นหนึ่งในร่างสถิตแฝงกาย ข่าวยังกล่าวอีกว่าตัวมันยามใกล้ตายได้คืนชีพขึ้นมาจากเถ้าถ่านเเละเปลวเพลิง "
" อย่าบอกนะว่าพวกนี้เป็นลูกหลานของ... "
นกเน่าหน้าถอดสี
" ไอ้หนุ่มนั่นเป็นพ่อของหนึ่งในเจ้าพวกนี้ ถึงเเววตามันจะเอาเรื่องมีความมุ่งมั่นอยู่บ้างเเต่ตอนนี้ความเข้าใจในขอบเขตพลังทั้งสามระดับอยู่เเค่ระดับหนึ่ง ' ผสานร่างกาย ' ขั้นสองเท่านั้น "
" งั้นรึ... "
นกเน่าที่เกาะอยู่บนไหล่ของเล็กน้ำบ่นพึมพำด้วยสีหน้าซับซ้อน ในยามนี้เเววตาเเวววาวที่เคยสุกใสดั่งเพรชไพลินหมองหม่นซีดเทาดั่งชีวิตกำลังร่วงโรย มันเเละจิตสิงห์ต่างได้รับบาดเจ็บสาหัสจากพลังสะท้อนกลับหลังยกเลิกท่าพิฆาตไม้ตายกะทันหัน
" ลืมบอกไปอีกอย่าง เจ้านั่นไม่เพียงเเต่ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว มันยังสามารถสำเเดงพลังออกมาได้อย่างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ เเถมเวลานั้นยังปลิดชิวิต ' ร่างเเยก ' บุตรชายของ ' จอมทัพ ' โดยไม่สิ้นเปลืองเเรงเเม้เเต่น้อย เเต่ถึงให้เวลามันเติบโตอีกร้อยปีก็คงยากที่จะเป็นภัยคุกคามในแผนการของเรา "
เเววตาคมกริบของชายหนุ่มดูจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เเต่ไม่นานใบหน้าหล่อเหลาฉายเเววเหยียดหยามออกมา
" นี่นับว่าไม่ธรรมดาอยู่บ้าง ถ้างั้น ' ตรากระโหลกร้อยโซ่ ' ย่อมอยู่กับมันเเน่นอน "
" ใช่เเล้ว "
มุมปากเล็กน้ำยกยิ้มเย็นเยียบ
" ต้องการอะไรกันเเน่วอนบรอน ถ้าเเกทำเเบบนั้นตามที่ข้าคาดเดาเเทบทุกฝ่ายจะกลายเป็นศัตรูกันทั้งหมด "
เจ้ากางเขนบ้านเผยสีหน้าสงสัยจนคอเอียง ดวงตาสีฟ้าจับจ้องร่างกายของเล็กน้ำที่กลับคืนมาสมบูรณ์ในที่สุด
" ข้าต้องการพันธมิตรที่เเข็งเเกร่งไงเพื่อนยาก ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
พูดจบเงามายาพฤกษาสวรรค์ด้านหลังชายหนุ่มกลายเป็นหมอกควันมรกตรางเลือนก่อนจะสลายหายไปในอากาศ
" ขอข้าฆ่าทิ้งซักคนได้มะ ใช้เเค่คนเดียวคงพอมั้ง กัก กัก กัก กัก "
เจ้าตัวเล็กยืนกอดอกงุ่นง่าน มันเดินหมุนเป็นวงกลมอยู่บนหน้าผากค่อนข้างเถิกเล็กน้อยของเจ้าเฉลิมหนุ่มใหญ่ มันมองทั้งคู่สลับไปมาดั่งต้องการใบอนุญาต ' ฆ่า ' จากใครสักคน
" ไอ้กระดูกอ่อนกระหายเลือด! "
" หนอยเเน่... ไอ้ปีกเปราะ! "
" หึหึ บอมจันข้ามีความคิดเข้าท่ากว่านั้น นกเน่าวานเจ้าช่วยกางค่ายกลอำพรางประสาทสัมผัสให้ที "
" ไม่มีปัญหา "
ภายในบ้านต้องสาปที่มีเพียงเเสงสลัว บนฝ่ามือของเล็กน้ำมีชิ้นส่วนประหลาดสีฟ้าครามที่ใช้ขับเคลื่อนวิมานแปรพิภพ เมื่อมันปรากฏขึ้นมายังนำพากลิ่นอายเลือนรางของ ' มหาวายร้าย ' ที่ทั้งสามคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เล็กน้ำควบคุมกุญเเจให้ลอยอยู่เบื้องหน้ากลางอากาศ มือทั้งสองข้างขยับวูบไหวกรีดกรายอ่อนโยน ก่อนจะดึงเอาชั้นเเสงโปร่งใสบางเบาออกมาหนึ่งชั้น
" ข้าไม่เข้าใจจะเอากลิ่นอายของเดวีเเกนไปทำอะไร "
มีเพียงความเงียบเชียบจากเล็กน้ำเเทนคำตอบเเต่สิ่งที่เขากำลังจะทำต่อไปกลับทำให้บอมจันต้องตาเบิกโพลง กรามกระดูกอ้าค้าง เพราะชั้นแสงสีขาวโปร่งใสที่บรรจุกลิ่นอายของเดวีเเกนถูกเขานำมาเคลือบร่างกายของชายหนุ่มทั้งคู่ที่นอนเเน่นิ่งสลบไสล
" บอมจัน... คันฉ่องส่งวิญญาณ! "
กรอบรูปถ่ายใบเก่าที่มีรูปชราเก่าก่อนของเขาลอยลงมาจากหิ้งพระสีเเดงข้างฝาบ้านราวกับติดปีก มันบินมาลอยค้างอยู่เหนือศีรษะของมนุษย์เดินดินทั้งสองที่ยังคงไม่ได้สติ
ริมฝีปากบางของเล็กน้ำขยับขมุบขมิบเมื่อทุกอย่างพร้อม สายลมที่โชยเอื่อยเเปรเปลี่ยนเป็นพัดกระหน่ำในทันที หน้าต่างบานประตูบ้านถูกเเรงลมอัดกระเเทกเข้ากับวงกบเเผดเสียงดังตึงตัง ในกระเเสอากาศราวกับมีบทสวดส่งวิญญาณที่ฟังไม่เป็นภาษาดังระงมลอยล่อง
ใต้รูปถ่ายเก่ามีอักขระประหลาดยึกยือที่เล็กน้ำคนก่อนพยายามตีความเเต่ไร้ความหมาย ในยามนี้อักขระพวกนั้นเปล่งประกายสีทองอร่าม อักขระสีทองนับร้อยพันตัวอักษรลอยออกมาเรียงร้อยอยู่กลางอากาศ ภายในบ้านปรากฏคลื่นเเสงสีทองสุกใสประดุจดั่งรัศมีของพระพุทธที่เปี่ยมจิตเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์
พวกมันทั้งหมดหมุนวนเป็นวงกลมก่อนจะเรียงตัวกันตามตำเเหน่งที่เเน่ชัดคล้ายวงเเหวนเวทย์ค่ายกลโดยมีรูปเหมือนใบหน้าเขาอยู่ใจกลาง เมื่อใบหน้าบุรุษชราในกรอบรูปขยายขนาด มันเริ่มบิดเบี้ยวเลือนรางเหลือเพียงความมืดดำไร้สิ้นสุดราวกับบ่อน้ำพุโบราณใต้พิภพอายุพันปี
ผิวน้ำดำมืดสงบนิ่งได้ไม่นานก่อนจะเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมอย่างรุนเเรง ในม่านน้ำปรากฏดวงตาโลหิตเรียวยาวคู่หนึ่ง ใต้ดวงตากระหายเลือดมีริมฝีปากหนาสีม่วงทองกำลังยิ้มเเสยะพยายามฝืนชั้นเเสงมืดหม่นลี้ลับเพื่อทะลวงออกมา
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
เพล้ง!!
รอยปริร้าวปรากฏขึ้นบนชั้นเเสงก่อนจะเกิดเสียงเเหลมบาดหูเเตกละเอียดดั่งเเก้วกระจกตกหล่น
" %^฿#@&*(&%฿฿)*&^%฿#%^* "
" ถึงเเม้วิญญาณของมนุษย์เหล่านี้จะมากเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ เเต่เจ้าจงรับไปซะ หลังจากนี้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีกต่อไป "
" %^&&฿#&* "
เมื่อริมฝีปากม่วงทองโผล่พ้น เส้นเสียงกว้างใหญ่ทุ้มต้ำดั่งห้วงจักรวาลมืดมิดหลุดรอดออกมา ก่อนจะปรากฏกระเเสลมหมุนวนฉุดดึงวิญญาณโปร่งใสของชายหนุ่มทั้งคู่
ภายใต้เเรงดูดมหาศาลจากภูตโบราณ วิญญาณโปร่งใสเริ่มหลุดลอยออกจากร่าง ทั้งสองส่งเสียงร้องโหยหวนก่อนที่จะถูกปากประหลาดนั้นดูดกลืนหายไป ถึงเเม้ร่างกายหนุ่มเเน่นยังคงหายใจอยู่เเต่เป็นได้เพียงร่างเปล่าที่มีเเต่เปลือกเท่านั้น ไร้ ' ขวัญ ' หรือ ' สำนึก ' เเห่งจิตวิญญาณคงอยู่ควบคู่กันอีกต่อไป
" เเฮ่ก ๆ ใช้ได้เเล้ว "
ใบหน้าหล่อเหลาของเล็กน้ำขาวซีด เขาหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปต่อต้านความเหน็ดเหนื่อยที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นซัดสาด
" รีบไปเดี๋ยวนี้! เจ้านั่นรับรู้เเล้ว! "
นกกางเขนบ้านตัวน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่ร้องเตือน
วอนบรอนรีบสลัดร่างไร้ประโยชน์ของเล็กน้ำหลานชายในสายโลหิตทิ้งไปอย่างไม่ใยดี โฉมหน้าที่เเท้จริงของเขาเป็นเเค่กลุ่มควันสีเขียวขมุกขมัวกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
" อภินิหาร ' วิญญาณปีศาจลบเลือน ' "
มือกระดูกขาวคู่น้อยประสานสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมเพื่อใช้วิชาต้องห้ามเร่งกำจัดกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ทั้งหมด หลังจากเสร็จสิ้นมันรีบกระโจนขึ้นนั่งคร่อมควบต้นคอของเจ้านกน้อยที่กระพือปีกรออยู่ ก่อนจากไปเเววตาเย็นชาของวอนบรอนที่หลอมรวมอยู่ในกลุ่มควันสีเขียวเข้มไม่เคยหันชำเลืองมองร่างไร้วิญญาณของหลานชายแม้เเต่ครั้งเดียว ทั้งหมดระเบิดพลังบินหายไปบนผืนฟ้าเวิ้งว้างด้วยความเร็วขั้นสุดยอด
ฟิ้ววววว!!
ตูม!!!!!
ดวงไฟยักษ์ดั่งผีพุ่งใต้ทะยานผ่านเเผ่นฟ้ามืดด้วยความเร็วสูงสุด เมื่อมันตกสู่พื้นเกิดเสียงดังสนั่นแผ่นดินหวั่นไหวจนเกิดหลุมลึกยุบตัว เมื่อฝุ่นลมจางหายสิ่งเเรกที่มองเห็นคือเเววตาเเดงก่ำราวกับลาวาร้อนระอุของดาบเทียบมองผ่านไปยังบ้านต้องสาป ภายในทะเลเพลิงดวงจิตปรากฏภาพร่างกายไร้วิญญาณของสามหนุ่มนอนเรียงรายอยู่ในนั้น
" ผู้ใดบังอาจทำร้ายลูกชายของข้า!!!!! ทำลายครอบครัวของข้า!!!!! "
เทียบก่นตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดเจ็บเเค้น เมื่อจิตเเห่งการทำลายล้างระเบิดออก ทุ่งข้าวโพดเขียวขจีสุดสายตาที่รายล้อมอยู่กลายเป็นทะเลเพลิงเเดงฉานในทันใด...