บทที่ 29 คุณยังไม่ได้จ่ายค่าหารให้ผมเลย
เช้าตรู่ ขณะที่เสิ่นเมิ่งรีบกลับบ้าน ถึงแม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ยินพ่อประกาศตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกกับตัวเองต่อหน้า เธอก็รู้สึกใจสลายราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ
ถึงจะรู้ว่าเขาก็ถูกคนยุยงเหมือนกัน แต่นี่ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าในใจเขา เธอไม่คู่ควรแก่การได้รับความไว้วางใจอีกต่อไป...
เสิ่นเมิ่งไม่คิดเลยว่า ป้าหวังซึ่งเป็คนนอกกลับเชื่อใจเธอมากกว่าคนเป็พ่อเสียอีก เธอไม่คิดว่าป้าหวังจะมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่งขนาดนี้
เสิ่นเมิ่งไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าป้าหวัง จึงก้มหน้าสูดน้ำมูกแรง ๆ พอเงยหน้าขึ้นก็ยิ้มออกมาทันที เธอจับมือป้าหวังไว้ แล้วพูดด้วยความจริงใจว่า “ป้าหวัง ขอบคุณนะคะ”
“คุณหนูคนนี้นี่ มีอะไรน่าขอบคุณกัน! บอกตามตรง ป้าช่วยคุณก็เพราะมีเหตุผลส่วนตัวเหมือนกัน” ป้าหวังตบบนหลังมือคุณหนูของเธอ พูดกับเสิ่นเมิ่งอย่างเขินอาย “ป้าอยู่ที่บ้านตระกูลเสิ่นมามากกว่าสิบปีแล้ว อยู่จนเคยชิน คุณท่านทั้งสองก็ให้เงินเดือนสูง ป้ากลัวว่าถ้าบ้านนี้เกิดเื่วุ่นวาย ป้าก็จะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ”
ไม่ว่าป้าจะมีเหตุผลอะไร เสิ่นเมิ่งก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจเป็พิเศษ นับั้แ่ที่เธอได้ชีวิตใหม่ ป้าหวังคือผู้หวังดีคนแรกที่เธอััได้
มีคนอย่างป้าคอยดูแลบ้าน ใจหญิงสาวก็รู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้น ความตั้งใจที่จะปกป้องพ่อแม่และบ้านตระกูลเสิ่นก็ยิ่งแน่วแน่มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ป้าหวังเป็แม่บ้านของคฤหาสน์เสิ่น ในเมื่อป้าเข้าข้างเะอ ต่อไปถ้าจะทำอะไรหลาย ๆ อย่างก็คงสะดวกขึ้นมาก
ป้าหวังคุยกับเสิ่นเมิ่งต่ออีกสักพัก จนเห็นเธอมีท่าทางเหนื่อยล้าจึงยุติบทสนทนาและออกจากห้องไป
‘เมื่อคืนไม่ได้นอนทั้งคืน ทั้งเดินทางไปมา เช้านี้ก็วุ่นวายอีก ฉันเหนื่อยจริง ๆ’ เสิ่นเมิ่งไม่ได้ขึ้นไปนอนบนเตียง แค่เอนหลังพิงโซฟาแล้วหลับไป
ครั้งนี้เสิ่นเมิ่งนอนหลับสนิทอย่างน่าประหลาด พอตื่นขึ้นมาข้างนอกก็เต็มไปด้วยแสงอาทิตย์อ่อน ๆ เธอไม่ได้ขยับตัว แต่ลืมตามองไปที่หน้าต่างที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้ม แดง ม่วง น้ำเงิน สลับกลมกลืนกัน งดงามราวกับภาพวาด สวยจับใจเหลือเกิน ไม่มีสิ่งใดในโลกจะสวยงามไปกว่านี้อีกแล้ว เธอคิดในใจว่า ‘ไม่ได้ชื่นชมทัศนียภาพที่สวยงามเช่นนี้มาหลายปีแล้ว’
“กริ๊ง! กริ๊งงง!!!”
ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าก็ดังขัดจังหวะความเงียบสงบ
เสิ่นเมิ่งขมวดคิ้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา นี่เป็หมายเลขที่ไม่รู้จัก
“ฮัลโหล ใครคะ?” เธอกดรับสาย น้ำเสียงเป็ทางการมาก
[คุณหนูเสิ่นจัดการเื่ในบ้านเสร็จแล้ว ไม่คิดจะถามเื่ข้างนอกบ้างเหรอ?] ปลายสายหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นฟังดูเยาะเย้ยสามส่วน ไม่เคารพเจ็ดส่วน
ทันทีที่ได้ยินเสียงนี้ เธอก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง สีหน้าเคร่งขรึม
อวิ๋นโม่เทียน
[คุณเอาคนมาทิ้งไว้ที่นี่ แล้วจะให้จัดการยังไงดี เ้าเด็กนั่นกินข้าวของเราที่นี่สองมื้อแล้วนะ!] ชายคนนั้นยังคงพูดด้วยน้ำเสียงกวน ๆ [คุณหนูเสิ่น คุณให้แค่ค่าไถ่ แต่ยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารให้ผมเลย!]
เสิ่นเมิ่งนวดขมับตัวเอง ง่วงจนลืมเื่ของเมิ่งเจียงอวี่ไปเลย
เธอกระแอมเบา ๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “คุณอวิ๋น ขอโทษนะคะ วันนี้ฉันยุ่งมาก ค่าอาหารของเขาฉันจะเป็คนจ่าย คุณให้หมายเลขบัญชีมาได้เลย ฉันจะ...”
[คุณหนูเสิ่นนี่รวยจริง ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เอาแต่ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น] น้ำเสียงของชายคนนั้นฟังดูประชดประชันเล็กน้อย
หัวใจเธอกระตุก คิดถึงตอนที่ตัวเองเอาเงินฟาดหัวเขาโดยไม่รู้ตัว แล้วก็อดบ่นในใจไม่ได้ ‘ผู้ชายคนนี้เป็ถึงระดับหัวหน้าแก๊ง ทำไมถึงยังคิดเล็กคิดน้อย เก็บเื่เล็กน้อยมาพูดอยู่ได้’
ถึงจะบ่นในใจ แต่หญิงสาวก็ไม่กล้าพูดออกมา ได้ยินอวิ๋นโม่เทียนพูดด้วยน้ำเสียงกวน ๆ อีกว่า [ผมไม่รับโอนนะ ผมอยากให้คุณหนูเสิ่นเอามาให้ด้วยตัวเอง]
‘เอาไปให้เอง?’ เสิ่นเมิ่งอึ้งไป ‘ไม่ไปเด็ดขาด!’
เธอมักจะรู้สึกกลัวผู้ชายคนนี้อยู่ในใจเสมอ หากไม่ใช่เพราะบังเอิญเจอเขาในครั้งนี้ เธอก็ไม่อยากข้องเกี่ยวกับเขาไปตลอดชีวิต