หลังจากกู้เสี่ยวหรานฟื้นตัวจากอาการาเ็ได้ไม่กี่วัน นางก็ถูกท่านย่ากู้ส่งตัวไปอยู่ที่บ้านชนบททันที ทั้งท่านปู่ ท่านลุง ท่านอา และพี่ชายทั้งสองต่างก็ออกมายืนส่งหลานสาวตัวน้อยที่หน้าบ้านด้วยความเศร้า
“หากเ้าแก่เหอกล้ารังแกเ้า เ้าต้องรีบมาบอกปู่ทันทีเลยเข้าใจไหม” ท่านปู่กู้กำชับหลานสาวเสียงเข้ม พร้อมกับลูบเคราตัวเองอย่างใช้ความคิด “อืม...ความจริงปู่ก็ไม่ได้เจอท่านตาของเ้านานแล้ว ปู่ถือโอกาสนี้กลับไปเยี่ยมสหายกับเ้าเลยก็แล้วกัน”
“หรานเอ๋อ พี่ใหญ่จะซื้อขนมไปฝากเ้าบ่อยๆ นะ” กู้หยวนบอกกับน้องสาว
“หรือถ้าเ้าเหงา พี่รองขนของไปอยู่เป็เพื่อนเ้าที่โน่นเลยดีไหม” กู้เผยพูดขึ้น พร้อมกับหันไปส่งยิ้มหวานให้บิดากับมารดาเพื่อเป็การขออนุญาต
“ใครอยากจะไปอยู่กับหรานเอ๋อที่ชนบทก็ให้รีบไปเก็บของเดี๋ยวนี้เลย หลังจากนั้นก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้าอีก” ท่านย่ากู้พูดเสียงดุ บุรุษตระกูลกู้เปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มเป็เศร้าหมองลงอีกครั้ง “ย่าไม่ได้ห้ามเ้าสองคนไปเยี่ยมน้องสาว แต่อย่าหาว่าข้าไม่เตือน เพราะท่านตาของหรานเอ๋อนั้นไม่ได้ใจดีเหมือนท่านปู่ของเ้า หากพวกเ้าทำผิดแล้วถูกเขาทำโทษขึ้นมาย่าก็ช่วยอะไรพวกเ้าไม่ได้”
“เ้าแก่นั่นจะกล้าทำร้ายหลานชายข้ารึ เหอะ! อยากมีเื่กับข้าก็ลองดูสิ” ท่านปู่กู้พูดขึ้น
“ท่านพี่ ท่านเคยสู้พี่เหอได้ั้แ่เมื่อไหร่กัน หรือว่าข้าจะเอาเื่นี้ไปถามเขาดีล่ะ อืม...ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะถึงยังไงวันนี้ข้าก็ต้องไปส่งหรานเอ๋อด้วยตัวเองอยู่แล้ว ข้าจะได้ขอฟังคำตอบจากพี่เหอเสียเลยว่าตกลงแล้วท่านหรือว่าพี่เหอที่มีวรยุทธ์สูงกว่ากัน” ท่านย่ากู้แสร้งพูดไปเช่นนั้นเพราะรู้ดีว่าสามีนั้นเกรงใจเหอซือเหลียนหรือท่านตาเหอของหลานสาวเป็ที่สุด ถึงแม้ท่านผู้เฒ่าทั้งสองจะเป็เพื่อนสนิทและคบหากันมานาน แต่เหอซือเหลียนกลับวางตัวเป็ที่ชายที่เข้มงวดกับท่านปู่กู้ได้น่ากลัวกว่าพี่ชายแท้ๆ ของเขาเสียอีก
“ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้นน่าฮูหยิน” ท่านปู้กู้พูดเสียงอ่อน
กู้เสี่ยวหรานกับท่านย่ากู้หยุดยืนอยู่หน้าบ้านได้พักหนึ่งก็มีคนเดินออกมาเปิดประตู
“จิ่นฮวา หรานเอ๋อ พวกเ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” หยวนฟ่านหลินหรือท่านยายเหอของกู้เสี่ยวหรานทักท่านย่ากู้ด้วยชื่อเดิมของนางอย่างคุ้นเคย “เข้ามาในบ้านกันเร็วเข้า ยืนตากลมนานๆ ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“พวกเราเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน พี่ฟ่านหลินไม่ต้องเป็ห่วง”
บ้านของท่านตาเหอหรือที่คนในหมู่บ้านต่างก็เรียกว่าซิ่วไฉเหอ เปิดเป็โรงเรียนสอนหนังสือให้กับเด็กในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียง ค่าเล่าเรียนก็แล้วแต่ผู้ปกครองของเด็กจะหามาให้ ไม่จำเป็ต้องเป็เงินทองและของมีค่าเสมอไป ด้วยความที่ชาวบ้านต่างก็มีฐานะยากจน บางบ้านที่อยากให้บุตรหลานได้เรียนหนังสือก็ขึ้นเขาไปเก็บของป่าหรือแม้แต่ยอมแบ่งธัญพืชที่เป็เสบียงของครอบครัวมาให้ซิ่วไฉเหอด้วยซ้ำ ซึ่งซิ่วไฉเหอก็ไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ท่านกลับรับสิ่งของนั้นด้วยความเต็มใจ สร้างความซาบซึ้งใจให้กับชาวบ้านทุกคนเป็อย่างมาก เพียงแต่โรงเรียนของเขานั้นมีเงื่อนไขอยู่ว่าจะรับสอนนักเรียนที่มีอายุระหว่างหกถึงสิบสองปีเท่านั้น จากนั้นหากบ้านใดมีกำลังพอที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนไหว ก็ให้ส่งเด็กคนนั้นเข้าไปเรียนในอำเภอต่อ
ความสามารถของเด็กที่เรียนจบจากซิ่วไฉเหอนั้นเป็ที่ยอมรับของสำนักศึกษาต่างๆ เป็อย่างมาก ไม่มีสำนักศึกษาใดที่ไม่อ้าแขนรับ นั่นก็เพราะความสามารถของซิ่วไฉเหอเป็ที่ประจักษ์มาั้แ่วัยหนุ่ม ความสามารถระดับเขาหากคิดจะเรียนต่อจนสอบเป็จอหงวนเลยก็ย่อมได้ เพียงแต่เขาเลือกที่จะสอบถึงแค่ระดับซิ่วไฉ นั่นก็เพราะเขาไม่อยากไปสอบรับราชการในตำแหน่งสูง เพราะถ้าเป็เช่นนั้นเด็กในหมู่บ้านก็คงจะไม่มีโอกาสได้เล่าเรียน เขาแค่อยากสอนหนังสือให้กับเด็กในหมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมให้เด็กเ่าั้สามารถอ่านออกเขียนได้ ทำอย่างนี้เด็กๆ ถึงจะมีชีวิตที่ดีและหางานทำที่ดีมาช่วยแหลือจุนเจือครอบครัวต่อไปได้
ซิ่วไฉเหอเป็คนเข้มงวด ่แรกเด็กๆ ที่เข้ามาเรียนหนังสือจึงกลัวเขามาก แต่พอเวลาผ่านไปเมื่อเด็กๆ เริ่มปรับตัวได้ พวกเขาถึงได้รู้ว่าที่แท้แล้วอาจารย์ของพวกเขานั้นเป็คนใจดีมากคนหนึ่ง
“พี่เหอ พี่ฟ่านหลิน วันนี้ข้าพาหรานเอ๋อมาส่งพวกท่าน เพราะอยากให้พวกท่านช่วยดูแลนางสักระยะหนึ่ง” ท่านย่ากู้บอกวัตถุประสงค์อย่างไม่ปิดบัง “เพราะลูกชายกับลูกสะใภ้เพิ่งเสียไป ข้ากลัวว่านางจะเอาแต่คิดถึงบิดามารดาจนกลายเป็เด็กเงียบขรึม หากนางได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ นางอาจจะหายจากอาการโศกเศร้าได้เร็วขึ้น”
“เดิมทีข้ากับท่านพี่ก็กำลังคิดถึงเื่นี้อยู่เหมือนกัน เพียงแต่เราเกรงใจครอบครัวเ้าก็เลยยังไม่อยากเข้าไปยุ่ง และเ้าก็อย่าได้เกรงใจพวกเราเลย หรานเอ๋อก็เป็หลานของพวกเราเหมือนกัน พวกเราก็เป็ห่วงนางไม่ต่างจากพวกเ้าหรอกนะ” ท่านยายเหอยิ้มตอบ
“อีกอย่างหนึ่งที่ข้าตัดสินใจเช่นนี้ก็เพราะข้าอยากอาศัย่เวลานี้ดัดนิสัยบุรุษในบ้านข้าด้วย หากยังขืนให้พวกเขาเลี้ยงดูหรานเอ๋ออย่างตามใจ ข้ากลัวว่าในภายหน้าหากนางต้องออกเรือน นางจะไม่เป็ที่รักของครอบครัวสามีเ้าค่ะ” ท่านย่ากู้พูดต่อ
“ข้าเห็นด้วยกับเื่นี้เหมือนกัน หากยังปล่อยให้หรานเอ๋อถูกบุรุษในตระกูลเ้าเลี้ยงดูอย่างตามใจ นางต้องเสียคนไปแน่ เหอะ! เ้าแก่กู้ก็ไม่เคยเปลี่ยน ตัวเองทำตัวเหลวไหลยังไม่พอ ยังจะมาทำให้หลานสาวของข้าเสียคนไปอีก” ท่านตาเหอพูดถึงเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขากับท่านปู่กู้เป็เพื่อนรักกันมาก็จริง แต่ั้แ่ที่มีกู้เสี่ยวหรานเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ ชายชราทั้งสองกลับพยายามทำตัวให้เป็ที่รักของหลานสาวอย่างไม่มีใครยอมใคร “เ้าวางใจเถอะจิ่นฮวา ข้ากับฮูหยินจะอบรมสั่งสอนหรานเอ๋อให้เป็สตรีที่เพียบพร้อมได้อย่างแน่นอน”
ผ่านไปแล้วหลายเดือนที่กู้เสี่ยวหรานถูกส่งมาอยู่ที่บ้านของท่านตาท่านยาย นางปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เป็อย่างดี นางใช้เวลาในแต่ละวันเข้าเรียนกับท่านตาพร้อมกับเด็กคนอื่นในหมู่บ้าน ่เย็นก็จะช่วยท่านยายรดน้ำและเก็บผักในแปลงผักหลังบ้าน วันนี้หลังจากรดน้ำที่แปลงผักเสร็จ กู้เสี่ยวหรานก็มานั่งเล่นที่โต๊ะหินหลังบ้าน พร้อมกับมองท้องฟ้าอย่างเบื่อหน่าย
“ทำไมเอาแต่นั่งถอนหายใจเล่า” ท่านยายเหอเดินถือเค้กช็อกโกแลตหน้านิ่มพร้อมกับนมอุ่นๆ มาวางไว้ตรงหน้าหลานสาวสุดที่รักอย่างนึกเอ็นดู “ลองชิมขนมของยายก่อนดีไหม รับรองว่าเ้าจะอารมณ์ดีขึ้นกว่านี้แน่”
“ข้ายังไม่หิวเ้าค่ะท่านยาย” กู้เสี่ยวหรานยังไม่หันมามองถาดขนม ั้แ่ที่นางมาอยู่ในร่างนี้ท่านยายก็ทำแต่ขนมเปี๊ยะโบราณให้นางกินเท่านั้น ความจริงแล้วนางก็ไม่ใช่คนเลือกกิน เพียงแต่การได้กินขนมชนิดเดียวกันเป็เวลานานมันก็ทำให้เบื่อกันได้ไม่ใช่หรือ
“ไม่ใช่ว่าใครจะได้กินขนมชิ้นนี้ของยายง่ายๆ นะ แม้แต่ท่านแม่ของเ้ายังเคยกินแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”
“ท่านแม่เคยกินแค่ครั้งเดียว แต่ข้ามาอยู่ที่นี่ครึ่งปี ข้าได้กินขนมเปี๊ยะฝีมือท่านยายไปยี่สิบครั้งแล้วนะเ้าคะ” กู้เสี่ยวหรานตอบเซ็งๆ ทั้งที่ยังไม่หันกลับไปมอง
ท่านยายเหออมยิ้มและสังเกตหลานสาวไปด้วย หากนางเดาไม่ผิด กู้เสี่ยวหรานที่นั่งถอนหายใจอยู่ตรงนี้คงเป็กู้เสี่ยวหรานอีกคนที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้แน่ๆ เพื่อพิสูจน์ความคิดของตนเอง นางจึงเข้าไปในมิติแล้วหยิบขนมกับเครื่องดื่มสองชิ้นนี้ออกมา
“ขนมชิ้นนี้เป็สูตรลับของท่านยายทวดเชียวนะ เ้าไม่อยากลองจริงหรือ ถ้าเ้ายังไม่ยอมหันมา ยายจะน้อยใจจริงๆ แล้วนะ”
กู้เสี่ยวหรานไม่มีทางเลือก นางจึงหันมามองขนมช้าๆ เมื่อเห็นขนมกับเครื่องดื่มตรงหน้า “นี่...นี่มันเค้กนี่เ้าคะ!”