หลังจากมื้ออาหารค่ำที่เต็มไปด้วยบทสนทนาอันแสนจะตื่นเต้นทว่ากลับจบลงด้วยความเรียบง่ายอย่างน่าประหลาด ธีร์ก็ปลีกตัวเดินขึ้นบันไดกลับมายังห้องนอนมาสเตอร์สวีตของคฤหาสน์สิรินทรา เพื่ออาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลและกลิ่นคาวเลือดที่ติดตัวมาตลอดทั้งวัน
เสียงสายน้ำจากฝักบัวเรนชาวเวอร์ดังกระทบพื้นกระเบื้องหินอ่อนดังแว่วออกมาจากห้องน้ำ ในขณะที่บนเตียงคิงไซส์กลางห้องกว้าง 'เพียงฟ้า' กำลังนั่งเอนหลังพิงพนักเตียงโดยมีโน้ตบุ๊กเครื่องบางวางอยู่บนตัก
ค่ำคืนนี้นางพญาสาวผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจได้สลัดคราบซีอีโอจอมเฮี้ยบออกไปจนหมดสิ้น หญิงสาวสวมใส่เพียงชุดนอนสายเดี่ยวตัวบางเฉียบที่ตัดเย็บจากผ้าไหมซาตินเกรดพรีเมียมสีแดงเบอร์กันดี ดีไซน์ของมันเรียบหรูดูแพง ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเซ็กซี่เย้ายวนจนแทบจะหยุดหายใจ เนื้อผ้าที่ลื่นและทิ้งตัวแนบสนิทไปกับทุกสัดส่วน โอบรัดทรวดทรงองค์เอวที่เว้าโค้งสมบูรณ์แบบของเธอเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่
คอเสื้อที่เว้าลึกรูปตัววี เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องและร่องอกที่เบียดชิดกันอย่างเย้ายวน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุด กลับเป็นบริเวณหน้าอกที่ตึงเปรี๊ยะดันเนื้อผ้าออกมา เนื่องจากภายใต้ชุดนอนตัวบางนี้ เธอไม่ได้สวมใส่บราหรือชุดชั้นในใดๆ ปิดกั้นเอาไว้เลย เมื่อสัมผัสกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในห้อง ยอดปทุมถันทั้งสองข้างของเธอจึงหดรัดตัวและชูชันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หัวนมสีหวานนูนเด่นดันเนื้อผ้าไหมซาตินขึ้นมาเป็นตุ่มไตอย่างชัดเจน ทุกครั้งที่เธอขยับตัว เนื้อผ้าที่เสียดสีกับยอดอกก็ยิ่งขับเน้นความอวบอิ่มและความเย้ายวนของหญิงสาวให้ดูอันตรายและกระชากใจชายได้มากยิ่งขึ้น
เพียงฟ้าละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก เธอหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาสไลด์หน้าจอ ก่อนจะกดโทรออกหาเพื่อนสนิทของเธอ
ตัดฉากไปที่ร้านชาบูชื่อดังแห่งหนึ่ง ท่ามกลางเสียงน้ำซุปเดือดปุดๆ และเสียงพูดคุยจอแจ 'หยก' และบรรดาลูกทีมสตันต์แมนของเธอกำลังล้อมวงกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและสนุกสนาน
ในขณะที่หยกกำลังคีบเนื้อสไลด์แผ่นโตเข้าปาก โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงร้องเรียกเข้า หญิงสาวเหลือบตามองหน้าจอก็พบว่าเป็นสายเรียกเข้าจากเพื่อนสนิทของเธอ เธอจึงเอื้อมมือไปกดรับสายพร้อมกับเปิดลำโพงแนบหู
"โย่ว... มายเฟรนด์" หยกกรอกเสียงทักทายลงไป ในขณะที่ปากก็กำลังเคี้ยวเนื้อชาบูตุ้ยๆ
"งานวันนี้ราบรื่นดีไหม?" เสียงหวานเรียบของเพียงฟ้าดังสวนมาแทบจะในทันที
หยกชะงักตะเกียบไปนิดหนึ่ง ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ "อะไรของแกวะยัยฟ้า? ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะสนใจ... นี่แกให้ความสำคัญถึงขนาดโทรมาเพื่อถามฉันเรื่องงานเนี่ยนะ?"
หยกกลืนอาหารลงคอ ก่อนที่สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นจะทำงาน เธอปรับน้ำเสียงให้เป็นเชิงหยอกล้อและเปลี่ยนประเด็นทันที "หรือว่า... อย่าบอกนะว่าสามีของพวกเราไม่ได้กลับบ้านน่ะ?"
"คู่หมั้นของฉันก่อนย่ะ!" เพียงฟ้าแหวกลับมาทันควัน "เธอยังไม่ได้งาบเขาเลย อย่ามาขี้ตู่"
"โหย... ทำเป็นพูดดีไป" หยกหัวเราะคิกคัก แหย่เพื่อนสนิทอย่างสนุกปาก "น้ำเสียงแบบนี้... อย่างกับว่าเธอกับเขา 'จ้ำจี้' กันเรียบร้อยแล้วงั้นแหละ!"
คำว่า 'จ้ำจี้' ที่แทงใจดำอย่างจัง ทำเอาปลายสายฝั่งคฤหาสน์สิรินทราถึงกับตกอยู่ในความเงียบงัน... มันเป็นความเงียบที่ยาวนานผิดปกติ นานเสียจนคนที่กำลังตั้งใจจะแซวเล่นๆ เริ่มรู้สึกถึงความผิดสังเกต
ตอนแรกหยกคิดว่าสัญญาณอาจจะขาดหาย หรือสายหลุดไปแล้ว หญิงสาวละโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อมองดูหน้าจอ เมื่อพบว่าเวลายังคงเดินอยู่และสายยังไม่ได้ถูกตัด เธอก็เริ่มกรอกตาไปมา เลือดในกายสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น หยกยกโทรศัพท์กลับมาแนบหูอีกครั้ง ก่อนจะเอามือป้องปากและกระซิบถามเสียงเบาหวิว
"เฮ้ย... อย่าบอกนะว่าเธอกับเขา...?"
"คือว่า!" เพียงฟ้าที่กำลังหน้าแดงก่ำรีบตะเบ็งเสียงแทรกขึ้นมาเพื่อตัดบท ไม่ยอมให้เพื่อนรักได้ซักไซ้ไล่เลียงเรื่องบนเตียงของเธอไปมากกว่านี้ "วันนี้เขาก็กลับมาโดยปลอดภัยแหละ... แต่ว่าก่อนที่เขาจะกลับมาถึงบ้าน มันมีเรื่องอยู่น่ะสิ"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นของเพื่อน หยกก็รู้ทันทีว่าเพียงฟ้าไม่ต้องการตอบคำถามเรื่องนั้น เธอจึงยอมรามือและไม่เซ้าซี้ต่อ แต่เปลี่ยนมาถามด้วยความอยากรู้แทน
"เรื่องอะไรเหรอ?"
"ธีร์เขาไปอัดวศินมาน่ะ..." เพียงฟ้าเล่าด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นปกติ "เห็นเขาบอกว่า อัดไปยับน่าดูเลย... จนตอนนี้น่าจะเข้าไปนอนอยู่ใน ICU แล้วน่ะ"
"โฮ่!" หยกเบิกตากว้าง ร้องอุทานออกมาด้วยความทึ่ง "หมอนี่กลับมาเหยียบประเทศไทยได้แค่ 3 วัน ก็เอาเลยแฮะ... ว่าแต่ คนที่ชื่อวศินนี่ก็ซวยจริงๆ เลยนะ ไปทำอีท่าไหนล่ะเนี่ย ถึงได้โดนตานี่อัดเอาได้?"
"ก็... เหมือนว่าจะมีคนไปเห็นว่าฉันไปเดตกับเขาเมื่อวานนี้ที่ห้าง แล้วก็เอาเรื่องนี้ไปบอกเขาน่ะสิ" เพียงฟ้าตอบกลับไป
หยกพยักหน้าหงึกหงักทำความเข้าใจอยู่เสี้ยววินาที ก่อนที่คิ้วเรียวสวยจะขมวดเข้าหากันแน่น "เดี๋ยวนะ... วศินรู้เรื่องที่เธอไปเดตกับเขา? แล้วทำไมคนที่ชื่อวศินถึงต้องมาเดือดร้อน หรือสนใจเรื่องนี้ด้วยวะ...?"
เสียงของหยกขาดห้วงไป เมื่อสมองของเธอปะติดปะต่อจิ๊กซอว์ทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ หญิงสาวเบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม ตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงหลง "เฮ้ย! เธอคงไม่ได้หมายความว่า... 'วศิน' ที่หมอนั่นไปอัด... ก็คือไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นหรอกนะ!?"
"ก็ใช่น่ะสิ" เพียงฟ้าตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะบอกว่า 'แล้วจะให้เป็นใครไปได้ล่ะ' "นี่เธอคิดว่าเป็นวศินไหนล่ะ? ฉันจะไปพูดถึงใครก็ไม่รู้ที่บังเอิญชื่อนี้ทำไมกัน"
ปลายสายฝั่งร้านชาบูเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่หยกจะตวาดแว้ดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น "โหย! ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ถ้าเป็นฉันนะ ฉันโทรบอกเธอทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่รู้เรื่องแล้วย่ะ! ปล่อยให้รอมาจนป่านนี้ได้ไง!"
ในขณะที่สองสาวกำลังคุยกันอยู่นั้นเอง...
แกร๊ก...
เสียงกลอนประตูห้องน้ำภายในห้องนอนมาสเตอร์สวีตก็ถูกปลดออก ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มที่เพิ่งจะก้าวเดินออกมา
"อา... ค่อยสดชื่นหน่อย" ธีร์เอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหยดน้ำตามเส้นผม
เสียงนั้นดังทะลุเข้าไปในสายโทรศัพท์จนหยกได้ยินอย่างชัดเจน เพียงฟ้าที่เห็นชายหนุ่มเดินออกมาในสภาพเปลือยท่อนบน ก็มีอาการลุกลี้ลุกลนขึ้นมาทันที
"เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ!" เพียงฟ้ารีบเอ่ยตัดบทด้วยความเร่งรีบ "ฝากเอาเรื่องนี้... ไปบอกให้ยัยโรส ฟังด้วยล่ะ! แค่นี้นะ!"
"เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนสิฟ้า! มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน! นี่สรุปว่าเธอกับเขาจ้ำจี้กันแล้ว..."
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
ยังไม่ทันที่หยกจะได้โวยวายจบประโยค เสียงสัญญาณสายหลุดก็ดังแทรกขึ้นมา บ่งบอกว่าคุณหนูแห่งสิรินทรา กรุ๊ป ได้กดชิงวางสายหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หยกค่อยๆ ลดโทรศัพท์มือถือลงมามองหน้าจอด้วยความขัดใจ หญิงสาวบ่นอุบอิบกับตัวเองด้วยความหมั่นไส้เพื่อนรัก
"ยัยนี่... พอได้แฟนเป็นตัวเป็นตนปุ๊บ ก็ทำกับเพื่อนกันแบบนี้เลยนะ"
หยกหรี่ตาลง ริมฝีปากที่เพิ่งจะเคี้ยวชาบูกระตุกยิ้มมุมปากอย่างมาดหมาย "คอยดูเถอะ... ถ้าฉันเป็นฝ่ายทำให้เขา 'ติดใจ' ฉันมากกว่าเธอเมื่อไหร่ล่ะก็... ถึงตอนนั้นล่ะ จะรู้สึก!"
ภายในห้องนอนมาสเตอร์สวีตอันหรูหรา ธีร์ก้าวพ้นกรอบประตูห้องน้ำออกมาด้วยความรู้สึกสดชื่น หยดน้ำเกาะพราวตามมัดกล้ามเนื้อบนแผงอกแกร่งและหน้าท้องที่อุดมไปด้วยซิกซ์แพ็ก ชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมที่เปียกชื้นลวกๆ ก่อนจะเดินกลับมาทิ้งตัวลงนั่งที่ขอบเตียงคิงไซส์
ทว่าเมื่อเขาเงยหน้าขึ้น ก็พบว่า 'เพียงฟ้า' กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ มันเป็นสายตาที่กวาดสำรวจไปทั่วทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างของเขา ราวกับกำลังเอกซเรย์หาความผิดปกติ
ธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือเสียงหัวเราะ "อะไรครับ? มีอะไร... คุณก็ตรวจดูแล้วนี่ครับ ว่าผมไม่ได้บาดเจ็บอะไรตรงไหนเลย"
เพียงฟ้าละสายตาจากแผงอกของเขา หญิงสาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยดุด้วยน้ำเสียงจริงจังและแฝงไปด้วยความห่วงใย "ความจริงแล้ว วันนี้คุณไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียวโดยไม่มีคนคุ้มกันนะคะ... ตอนนี้คุณไม่ใช่ทหารรับจ้างอีกต่อไปแล้วนะ แต่คุณคือทายาทสายเลือดแท้ๆ ของเจ้าสัวสิรินทร์"
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาให้กับความเป็นห่วงนั้น เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ "ผมรู้ครับ... แต่ผมขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ไปนะครับ จะให้เอาคนคุ้มกันไปไว้ตรงไหนล่ะ จะให้ซ้อนท้ายผมไปเหรอ? อีกอย่าง ผมแค่ออกไปขี่รถเล่น ไม่ได้ไปเดินเก็บค่าคุ้มครองซะหน่อยนะครับ"
เพียงฟ้าถึงกับถลึงตาใส่ชายหนุ่มที่เถียงคำไม่ตกฟาก หญิงสาวตัดสินใจปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กดังพับ แล้วนำมันไปวางไว้บนโต๊ะโคมไฟข้างหัวเตียง ก่อนจะตัดบทสนทนา "เอาเถอะค่ะ... เข้านอนกันได้แล้ว"
ทว่า ธีร์กลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียง ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวล้มลงนอนตามที่เธอบอก แต่สายตาคมกริบของเขากลับจดจ่ออยู่กับ 'หน้าอก' ของเธออย่างไม่วางตา ชุดนอนผ้าไหมซาตินสีแดงเบอร์กันดีที่เธอสวมใส่อยู่นั้น มันรัดตึงเปรี๊ยะแนบเนื้อเสียจนเห็นความนูนเด่นของยอดปทุมถันทั้งสองข้างที่กำลังชูชันดันเนื้อผ้าออกมาอย่างชัดเจน
เพียงฟ้าที่สังเกตเห็นสายตาร้อนแรงของหมาป่าหนุ่ม หญิงสาวก็หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอรีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดไขว้กันเพื่อบดบังหน้าอกของตนเองเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยดักคอเสียงหลง "ค... คืนนี้ไม่ได้นะคะ! ฉันยังเจ็บอยู่เลย..."
ธีร์ที่ถูกจับได้ว่าแอบมองและเผลอแสดงความต้องการทางเพศออกไป ชายหนุ่มก็ถึงกับเสียอาการ เขาเกาหัวตัวเองแก้เขินเบาๆ "อะ... นั่นสินะครับ"
เขากระเถิบตัวขึ้นไปนั่งพิงพนักเตียง เตรียมตัวที่จะล้มตัวลงนอน ทว่าสัญชาตญาณกลับบอกเขาว่า เพียงฟ้ายังคงแอบลอบมองมาที่เขาอยู่ ธีร์หันกลับไปสบตากับเธอ นัยน์ตาสีเข้มเลื่อนต่ำลงจากดวงตาคู่สวย ไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อของนางพญาสาว
จู่ๆ คำถามหนึ่งก็โพล่งออกมาจากริมฝีปากของคนหน้าตาย "คุณฟ้า... คุณเคยดูดไอติมมาก่อนไหม?"
เพียงฟ้าเอียงคอเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงงกับคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น หญิงสาวตอบกลับด้วยความซื่อบริสุทธิ์ "ถ้าหมายถึงไอติมแท่ง... ก็ต้องเคยสิคะ ฉันบอกคุณแล้วไง ว่าคนรวยอย่างพวกฉัน ใช่ว่าจะต้องกินแต่ของแพงๆ เสมอไปซะหน่อย"
ธีร์หลบสายตาใสซื่อคู่นั้น เขากลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะอธิบายด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าลงกว่าเดิม "คือว่า... ความจริงแล้ว มันยังมี 'อีกวิธี' ที่สามารถทำคล้ายๆ กันได้อยู่นะครับ"
เพียงฟ้ามองหน้าเขาด้วยความสับสนยิ่งกว่าเดิม "ทำคล้ายกัน? อะไรคะ... คือยังไง? ฉันไม่เข้าใจ"
ธีร์ขยับตัวเข้าประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายของนักล่า "เอาเป็นว่า... เดี๋ยวผมจะค่อยๆ สอนคุณแล้วกันนะครับ แต่ว่า... ผมจะทำให้คุณก่อน"
พูดจบ ธีร์ก็ใช้สองมือจับไหล่บอบบางของเพียงฟ้า แล้วออกแรงผลักเบาๆ บังคับให้เธอนอนหงายราบลงไปบนฟูกหนานุ่ม
"ม... ไม่ได้นะคะ!" เพียงฟ้าร้องห้ามด้วยความตื่นตระหนก สองมือพยายามดันแผงอกแกร่งของเขาเอาไว้ "ฉันยังเจ็บอยู่เลยนะคะ!"
ธีร์จับข้อมือทั้งสองข้างของเธอมากดราบไว้กับที่นอน เขาส่งยิ้มอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ให้กับเธอ "ไม่ครับ... ผมจะไม่ทำ 'แบบนั้น' แต่ผม... จะทำ 'อีกแบบนึง'"
สิ้นคำพูด ริมฝีปากหยักลึกของธีร์ก็โฉบลงมาประกบจุมพิตปิดกั้นคำท้วงติงของเพียงฟ้าในทันที สัมผัสแรกนั้นนุ่มนวลและอ้อยอิ่ง ก่อนจะค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนและดุดันขึ้นตามแรงปรารถนา เรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน ตวัดเกี่ยวรัดกับลิ้นเล็กที่พยายามจะหลบหลีกอย่างเอาแต่ใจ ธีร์ตักตวงความหวานและดูดดึงริมฝีปากของเธอจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าหวาดหวิว
เพียงฟ้าที่พยายามจะต่อต้านในตอนแรก กลับค่อยๆ อ่อนระทวยลงภายใต้รสจูบอันช่ำชองของหมาป่าหนุ่ม สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจขัดขืนได้อีกต่อไป
เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มคล้อยตาม ธีร์ก็ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ชายหนุ่มเลื่อนใบหน้าต่ำลงมา ฝังจมูกโด่งสันลงบนซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นประจำตัวของเธอ ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากต่ำลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอกอวบอิ่ม
ธีร์ไม่ได้ถอดชุดนอนผ้าไหมซาตินของเธอออก แต่เขากลับใช้มือหนากอบกุมและขยำเคล้นเต้าทรวงขนาดพอเหมาะผ่านเนื้อผ้าอย่างหนักหน่วงจนมันบิดเบี้ยวผิดรูป ความนุ่มหยุ่นสู้มือทำให้ชายหนุ่มครางฮือในลำคอด้วยความพอใจ เขาอ้าปากครอบครองยอดปทุมถันที่ชูชันดันเนื้อผ้าอยู่ แล้วออกแรง 'ดูดดึง' ผ่านผ้าไหมซาตินอย่างตะกละตะกลาม!
"อ๊ะ... อ๊า...!"
เพียงฟ้าสะดุ้งเฮือก แอ่นหน้าอกขึ้นรับสัมผัสนั้นโดยอัตโนมัติ ความเปียกชื้นจากน้ำลายของชายหนุ่มซึมผ่านเนื้อผ้าจนแนบสนิทไปกับผิวกาย เมื่อผสานกับลมหายใจร้อนผ่าวและปลายลิ้นที่ตวัดรัวๆ ลงบนตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึกผ่านเนื้อผ้า มันสร้างความเสียวซ่านจนหญิงสาวต้องบิดเร่า ร้องครางออกมาเสียงหลง "อ... อย่านะคะ... ธีร์..."
แต่ธีร์ไม่หยุด ชายหนุ่มปรนเปรอหน้าอกของเธอจนชุ่มฉ่ำไปทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนใบหน้าต่ำลงไปอีก... ต่ำลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องแบนราบ จนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่จุดกึ่งกลางความเป็นหญิงของเธอ
ชายหนุ่มเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋วของเธอ ดึงรูดมันลงไปตามเรียวขาและโยนทิ้งไปให้พ้นทาง ก่อนจะจับเรียวขาสวยทั้งสองข้างแยกออกกว้าง เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอูมที่ยังคงมีรอยแดงจางๆ จากศึกหนักเมื่อคืน กลีบกุหลาบสีสดปิดสนิท ทว่ากลับมีหยาดน้ำหวานใสๆ ซึมเยิ้มออกมาเคลือบความอ่อนนุ่มนั้นเอาไว้ บ่งบอกว่าร่างกายของเธอเองก็มีความต้องการไม่ต่างกัน
เพียงฟ้าเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขาอยู่ตรงจุดไหน หญิงสาวพยายามจะหุบขาเข้าหากันด้วยความอับอาย "ม... ไม่นะคะ! อย่านะคะ... มันสกปรกนะคะธีร์!"
ธีร์ช้อนสายตาขึ้นมองเธอ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ไม่สกปรกหรอกครับ... หวานจะตาย"
พูดจบ ธีร์ก็ก้มหน้าลง ฝังจุมพิตแผ่วเบาลงบนเนินเนื้ออวบอูมนั้น ทำเอาเพียงฟ้าสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะแลบปลายลิ้นร้อนชื้นออกมา แล้วตวัดเลียลงบนรอยแยกของกลีบกุหลาบอย่างแผ่วเบา
"อ๊ายยยย!"
เพียงฟ้ากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและเสียวซ่านอย่างที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในชีวิต สัมผัสเปียกชื้นและอุ่นจัดที่กำลังรุกรานส่วนสงวนที่บอบบางที่สุด ทำให้สมองของเธอแทบจะระเบิด สองมือเรียวขยุ้มผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ สะโพกผายเด้งสวนขึ้นรับจังหวะการตวัดลิ้นของเขาอย่างลืมอาย
ธีร์ใช้สองมือจับยึดสะโพกของเธอเอาไว้แน่น บังคับไม่ให้เธอขยับหนี ชายหนุ่มเร่งจังหวะการรัวลิ้นให้รวดเร็วและดุดันมากยิ่งขึ้น ปลายลิ้นสากตวัดไล้ขึ้นลงตามร่องหลืบ ก่อนจะเน้นย้ำดูดดึงที่ 'ติ่งกระสัน' สีสดอย่างหนักหน่วง ราวกับกำลังลิ้มรสไอศกรีมที่แสนอร่อย
"อ๊ะ... อ๊า... ธีร์... ท... ทำอะไรคะ... อูยยยย..."
เสียงครางหวานหูของเพียงฟ้าดังระงมไปทั่วห้องนอน หญิงสาวดิ้นเร่าๆ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงจนแทบจะขาดใจ สัมผัสที่แปลกใหม่และดิบเถื่อนนี้กำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะของนางพญาสาวจนมอดไหม้ เหลือเพียงความรัญจวนใจที่ชายหนุ่มมอบให้เท่านั้น
...
ในขณะเดียวกัน... ตัดฉากไปยังอีกซีกมุมหนึ่งของมหานคร
ณ บ้านพักส่วนตัวรูปทรงโมเดิร์นที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางที่ถูกปิดไฟจนมืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา กระทบลงบนโซฟาหนังตัวใหญ่ตรงกลางห้อง
บนโซฟาตัวนั้น ปรากฏร่างของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งเอนแผ่นหลังพิงพนักด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลาย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย้ายวนอย่างร้ายกาจ หญิงสาวสวมใส่เพียง 'เสื้อคลุมอาบน้ำ' ผ้าซาตินเนื้อลื่นสีเข้มเพียงตัวเดียว โดยที่สายรัดเอวของมันไม่ได้ถูกผูกปมเอาไว้ ปล่อยให้สาบเสื้อเปิดอ้าออกอย่างจงใจ
ภายใต้ร่มผ้าที่เปิดกว้างนั้น เธอไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าหรือชุดชั้นในใดๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว...
แม้ความมืดจะปกปิดใบหน้าของเธอเอาไว้จนมองเห็นไม่ชัดเจน ทว่ารูปร่างที่สมบูรณ์แบบนั้นก็เพียงพอที่จะสะกดทุกสายตา เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวระดับซูเปอร์โมเดล ผิวพรรณนวลเนียนที่สะท้อนแสงจันทร์ราวกับสลักจากหินอ่อน
แสงสลัวทาบทับลงบน 'หน้าอก' ขนาดใหญ่โตอวบอิ่มที่ล้นทะลักออกมาจากรอยแยกของเสื้อคลุม ยอดอกชูชันอย่างท้าทายสายตา เลื่อนต่ำลงมาผ่านหน้าท้องที่แบนราบ คอดกิ่ว เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอูมบริเวณจุดกึ่งกลางความเป็นหญิง ที่มีกลุ่ม 'ขนเพชร' สีเข้มปกคลุมอยู่บางเบาเหนือรอยแยกของความอ่อนนุ่มที่ยังคงปิดสนิท ทุกสัดส่วนของเธอดูเย้ายวนและอันตราย ราวกับดอกไม้พิษที่พร้อมจะล่อลวงบุรุษเพศให้หลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
หญิงสาวอยู่ในท่ายกสมาร์ตโฟนแนบชิดใบหู ก่อนจะค่อยๆ ลดมือลงเมื่อพบว่าสัญญาณถูกตัดไปแล้ว หน้าจอที่เพิ่งจะดับวูบไป ปรากฏชื่อของคู่สนทนาเมื่อครู่คือ 'หยก'
ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสด ค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาในความมืดมิด... มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ท้าทาย และกระหายในชัยชนะ
เสียงหวานหยดย้อยทว่าแหบพร่าและทรงเสน่ห์ เอื้อนเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาท่ามกลางความเงียบสงัด
"ปล่อยให้พวกฉันรอ... จนต้องปฏิเสธผู้ชายหน้าโง่ไปตั้งหลายปี..."
หญิงสาวหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นิ้วเรียวสวยกรีดกรายลูบไล้ไปตามเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของตนเองอย่างเชื่องช้า "พอมาถึงได้ไม่ทันไร... ก็ก่อเรื่องให้ใจเต้นเลยนะ พ่อหมาป่า"