ณ ชานเมืองเขตตะวันตกของเมืองหลวง ภายในโรงงานรกร้าง บนหัวของเฉินหาวมีผ้าพันแผลพันอยู่ส่วนมือขวาก็ถูกเข้าเฝือก ใบหน้าแดงก่ำ จ้องมองไปยังเบื้องหน้าด้วยใบหน้าดุร้าย เขวี้ยงโทรศัพท์ในมือลงพื้นจนแตกเป็เสี่ยงๆ
“พวกแกฟังฉันให้ดีๆ นะ อีกเดี๋ยวถ้าไอ้ขยะเย่เทียนเฉินมันกล้ามาล่ะก็ไม่ต้องพูดจาไร้สาระ จัดการส่งมันไปปรโลกซะ มันตายฉันรับผิดชอบเอง” เฉินหาวคำรามออกมาด้วยความโกรธ
เฉินหาวแทะโลมเย่เชี่ยนเหวินที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมเมืองหลวง ถูกเย่เทียนเฉินอัดจนเกือบตายรอดชีวิตกลับมาอย่างยากลำบาก แต่กลับไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ใช้อิทธิพลของเฉินหู่พ่อของตนรวบรวมชายฉกรรจ์มาสามสิบกว่าคนทั้งหมดต่างถืออาวุธจำพวกกระบองเหล็กและมีดไว้ในมือ ลักพาตัวเย่เชี่ยนเหวินมาที่โรงงานร้านในชานเมืองเขตตะวันตกแห่งนี้เตรียมล่อเย่เทียนเฉินให้มาที่นี่เพื่อให้ตนเองแก้แค้น
“นายน้อยเฉิน เ้าเย่เทียนเฉินถึงยังไงก็เป็ของคนตระกูลเย่ ถ้าหากว่าทำมันตายล่ะก็เกรงว่า......” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่เป็หัวหน้ากล่าวาด้วยความกังวลเล็กน้อย
“จะกลัวอะไร?” เฉินหาวถามเสียงต่ำอย่างไม่สบอารมณ์
“ถึงยังไงตระกูลเย่ก็นับว่าเป็ตระกูลชั้นสามของเมืองหลวง เกิดฆ่าเย่เทียนเฉินตายถึงตอนนั้นตระกูลเย่คงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ หากสืบพบล่ะก็...”
“เฮอะ ตระกูลเย่ก็แค่ตระกูลกากๆ แค่ตระกูลชั้นสามตระกูลหนึ่งเท่านั้นทั้งยังเป็ตระกูลชั้นสามที่ตกต่ำลงตั้งนานแล้ว จะนับเป็อะไรได้ ฆ่ามันให้ฉันก็พอ”เฉินหาวร้องหึมาอย่างเหยียดหยาม
ที่มุมปากของชายวัยกลางคนผู้เป็หัวหน้าเองปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นมาชายคนนี้มีฉายาว่าหนูบ้าน รูปร่างแม้จะสูงใหญ่บึกบึน แต่คาแหลมหน้าตอบดูน่าเกลียดมาก เขาหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากอก ยิ้มชั่วร้ายพลางกล่าวว่า “หากมีอาวุธนี้อยู่ต่อให้เ้าเย่เทียนเฉินมีสามเศียรหกกร ยังไงก็ต้องตาย”
เ้าหนูบ้านขณะที่พูด ก็นำของในมือส่งให้เฉินหาว จนเฉินหาวใชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรับของสิ่งนั้นมา พูดอย่างกังวลใจเล็กน้อยว่า “ไอ้ปืนนี่ในสถานการณ์ปกติไม่ใช้จะดีกว่าในจีนการใช้ปืนฆ่าคนกับการใช้มีดฆ่าคนมันคนละเื่กันเลยนะ!”
“แน่นอนครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ไม่ต้องใช้ แต่ถ้าจำเป็ต้องใช้ ก็สนใจมากขนาดนั้นไม่ได้แล้วล่ะครรับ”ห้าวจื่อกล่าวพลางยิ้มชั่วร้าย
เฉินหาวพยักหน้า ซ่อนปืนพกไว้ในกระเป๋าเสื้อ ดวงตาปรากฏแววชั่วร้ายพ่อของตนเป็งูเ้าถิ่นในเขตใต้แห่งนี้ ไม่เคยมีใครกล้าล่วงเกินตนเอมาก่อน บวกกับพี่ชายของพ่อเองก็มีอิทธิพลใต้ดินในเมืองหลวงมีชื่อเสียงขจรขจาย ต่อให้ฆ่าเย่เทียนเฉินตาย เกรงว่าตระกูลเย่ก็คงไม่กล้าทำอะไรตนเองอยู่ดี
“ไอ้สารเลว แกต้องไม่ตายดีแน่” ตอนนี้เอง เย่เชี่ยนเหวินที่ถูกจับมัดไว้บนเก้าอี้ด้านข้างเห็นว่าเฉินหาวสามารถควักปืนขึ้นมายิงพี่ชายของตนให้ตายได้ในทันทีก็เปิดปากพูดออกมาอย่างดุร้าย
“หึ เย่เชี่ยนเหวิน ฉันบอกให้เธอมาเป็ผู้หญิงของฉันมาตั้งนานแล้วเธอไม่ฟัง ตอนนี้พี่ชายเธอมาหาเื่ฉัน ขอเพียงแค่เธอเต็มใจมาอยู่กับฉันฉันก็จะไว้ชีวิตสุนัขของพี่ชายเธอก็ได้” เฉินหาวเดินไปเบื้องหน้าของเย่เชี่ยนเหวินแล้วพูดออกมาอย่างหยิ่งยโส
“เหอะ! คนอย่างแก ต่อให้ตายฉันก็ไม่ชอบแกหรอก”
เพียะ!
เฉินหาวตบหน้าเย่เชี่ยนเหวิน สองตาแดงก่ำจ้องมองไปยังเย่เชี่ยนเหวินแล้วคำรามว่า“นังผู้หญิงสารเลว ฉันไว้หน้าเธอแต่เธอไม่เอา คิดว่าพี่ชายเธอจะช่วยเธอได้งั้นเหรอ? คิดว่าตระกูลเย่เจ๋งมากเหรอไง? ตระกูลเย่ตกต่ำไปนานแล้วพี่ชายของเธอก็เป็แค่ตัวตลกของเมืองหลวง เป็แค่เศษสวะ ต่อให้ฉันฆ่าพี่ชายของเธอ ก็ไม่มีใครกล้ามาทำอะไรเฉินหาวคนนี้หรอก”
เย่เชี่ยนเหวินถลึงมองเฉินหาวอย่างดุร้าย ไม่อยากจะเสวนากับคนประเภทนี้แม้แต่คำเดียวอยู่แล้วเธอทำได้เพียงภาวนาเงียบๆ อยู่ในใจ ภาวนาให้เย่เทียนเฉินพี่ชายของตนเองไม่ต้องมามันอันตรายเกินไป คราวนี้เฉินหาวเรียกอันธพาลมาสามสิบกว่าคน ทุกคนต่างก็ถือกระบองเหล็กและมีดอยู่ในมือทั้งยังมีปืนพกที่เ้าหนูบ้านพกมาอีก หากเย่เทียนเฉินมาคนเดียว คงจะเป็ผลร้ายมากกว่าผลดี
“พูดตามตรง เธอนี่สวยจริงๆ แถมยังซิงอยู่ด้วยสินะฉันเฉินหาวจะทำให้เธอพอใจได้แน่นอน” เฉินหาวกลืนน้ำลาย กล่าวออกมาในขณะที่จ้องมองหน้าอกอันตั้งตระหง่านของเย่เชี่ยนเหวิน
“แก...แกจะทำอะไร?” เมื่อเย่เชี่ยนเหวินเห็นสองตาของเฉินหาวจับจ้องอยู่ที่ตนก็ถามด้วยน้ำเสียงโมโหอย่างตื่นตระหนก
“ทำอะไร? ก็ต้องเป็เื่ที่ผู้ชายผู้หญิงเขาทำกันไงล่ะแต่เธอวางใจเถอะ ฉันไม่ทำตอนนี้หรอก ฉันจะรอทำตอนที่เย่เทียนเฉินพี่ชายของเธอมาให้มันมองน้องสาวของตัวเองถูกคนอื่นข่มขื่นโดยที่ทำอะไรไม่ได้ ให้มันรู้ถึงจุดจบที่กล้ามาลงมือกับฉันเฉินหาว”เฉินหาวคำรามออกมาอย่างจองหองเป็ที่สุด
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เฉินหาวรอจนกระทั่งแทบจะหมดความอดทนประเด็นก็คือเมื่อเห็นความงดงามของ
เย่เชี่ยนเหวิน ก็ยิ่งควบคุมความตื่นเต้นของตนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะดอมดมดอกไม้ดอกนี้แล้ว
“แม่งเอ้ย ฉันว่าไอ้ขยะเย่เทียนเฉินมันไม่กล้ามาแล้วล่ะ เ้าหน้าหนูแกใช้มือถืออัดคลิปไว้ให้ฉันด้วยฉัน้าให้คนทุกคนในเมืองหลวงได้เห็น และยิ่งอยากให้เย่เทียนเฉินได้เห็น ว่าฉันเฉินหาวจะทำลายเย่เชี่ยนเหวินยังไง”สองตาของเฉินหาวมองเย่เชี่ยนเหวินอย่างหื่นกระหาย
“แก...ออกไปนะ ออกไป อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา...” เย่เชี่ยนเหวินเห็นว่าเฉินหาวจู่ๆก็คลุ้มคลั่งขึ้นมา จึงดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่ไม่สามารถที่ดิ้นหลุดจากเชือกที่มัดตนเองอย่างแ่าได้
“ฉันแนะนำให้เธออยู่นิ่งๆ หากปรนนิบัติฉันดี จะไม่เกิดอะไรขึ้นไม่งั้นรอจนฉันเล่นจนเสร็จแล้ว จะให้สหายสามสิบกว่าคนที่อยู่ข้างล่างมาร่วมสนุกด้วยกัน” เฉินหาวยิ้มด้วยใบหน้าดุร้าย
“กรี๊ด ออกไปนะ ออกไป...” เย่เชี่ยนเหวินใช้เท้าถีบใส่เฉินหาวสุดชีวิตแต่กลับขยับตัวไม่ได้ น้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ในใจรู้สึกหวาดถึงขีดสุด
“อย่าโทษฉันเลย ถ้าจะโทษก็โทษพี่ชายเธอสิ มันกล้าลงมือกับฉันเองช่างไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำเลยจริงๆ...”
เฉินหาวกล่าวพลางจะยื่นมือไปจับหน้าอกของเย่เชี่ยนเหวินในตอนที่สองตาของเขาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ตูม! เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว ประตูเม้วนของโรงงานร้างทั้งบานถูกชนจนปลิวเฉินหาวและพรรคพวกใจนถอยหลังไปหลายก้าว
เย่เทียนเฉินขี่มอเตอร์ไซด์คันนั้น กระทั่งหมวกกันน็อกก็ไม่ได้ใส่ชนใส่ประตูม้วนขนาดใหญ่จนปลิวออกไป ก่อนจะจอดมอเตอร์ไซด์ไว้กลางโรงงานร้าง มองเฉินหาวด้วยใบหน้าเ็า
“โอ้ ไม่คิดเลยว่าไอ้ขยะอย่างแกจะกล้ามาจริงๆ รีบมาคุกเข่าให้ฉันซะสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตสุนัขของแก”เมื่อเฉินหาวเห็นว่าเย่เทียนเฉินมาจริงๆ ก็กล่าวพลางอดขมวดคิ้วไม่ได้
“ปล่อยน้องสาวฉันซะ!” เย่เทียนเฉินเพียงแค่เอ่ยประโยคนี้อย่างเรียบง่าย
“พี่ รีบหนีไป รีบหนีไปเถอะ พวกมันมีปืน รีบหนี...”
เย่เชี่ยนเหวินเองก็คิดไม่ถึงว่าพี่ชายของตนเองจะมาคนเดียวจริงๆ เพื่อช่วยเธอ พี่ชายไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีอันตรายเลยสักนิดเหมือนกับตอนเด็กๆ ไม่มีผิด พี่ชายยังคงรักเธอเหมือนเดิม
“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่แล้ว!”
เย่เทียนเฉินลงจากรถมอเตอร์ไซด์ ใบหน้าไม่ปรากฏอารมณ์ใดเลยแม้แต่น้อยเขากล่าวพลางเดินตรงไปยัง
เย่เชี่ยนเหวินผู้เป็น้องสาวอย่างเ็า
“แม่งเอ๊ย พวก พวกแกยังจะมัวตะลึงหาพระแสงอะไรอยู่ ฆ่าไอ้ขยะนี่สิเว้ย”เฉินหาวคิดไม่ถึงว่าเมื่อเย่เทียนเฉินเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้จะไม่มีอาการเกรงกลัวหรือถดถัยเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้าเดินเข้ามาตรงๆ อีก จึงคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้นทันที
ชายฉกรรจ์สามสิบกว่าคนที่ถือกระบองเหล็กและมีดในมือต่างพากันพุ่งเข้าหาเย่เทียนเฉินเย่เทียนเฉินยังคงไม่หยุดฝีเท้าของตนเอง กำหมัดทั้งสองแน่น ไม่ได้กระตุ้นพลังพิเศษภายในร่างกายของตนเองการสู้กับคู่ต่อสู้ที่เป็คนธรรมดาพวกนี้ ยังไม่จำเป็ต้องใช้พลัง
ฉัวะ!
ชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาด้านหน้าสุดฟันมีดลงไปยังบริเวณศีรษะของเย่เทียนเฉินเย่เทียนเฉินประกายตาเย็นเยียบลงในบัดดล ลงมือทีหลังแต่ถึงก่อน หมัดหนึ่งซัดเข้าไปที่หน้าอกของชายฉกรรจ์ผู้นั้นจนปลิวออกไปชนชายหลายคนที่พุ่งตามเข้ามาข้างหลังอย่างรุนแรงแล้วล้มลงไปนอนกองกับพื้นเป็แถบ ทุกคนต่างพากันร้องโอดครวญออกมาส่วนชายฉกรรจ์คนที่ถูกเย่เทียนเฉินใช้หมัดซัดนั้นบริเวณหน้าอกยุบลงไปเกรงว่าหัวใจจะถูกเย่เทียนเฉินอัดจนแหลกไปแล้ว
ผัวะๆๆ ต่อจากนั้นแทบไม่ต้องคิด สองหมัดที่แกร่งดั่งเหล็กของเย่เทียนเฉินกวัดแกว่งออกไปอย่างไม่ขาดสายทุกหมัดที่ต่อยออกไปจะมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งถูกต่อยกระเด็น ไม่มีใครเข้าใกล้ตัวเขาได้ซึ่งนี่ยังคงอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่ได้กระตุ้นพลังพิเศษ
เฉินหาวตื่นตะลึง ห้าวจื่อที่ยืนข้างๆ เขาก็ปากอ้าตาค้างเช่นกันกระทั่งเย่เชี่ยนเหวินที่น้ำตาไหลเต็มหน้าก็ยังมองเย่เทียนเฉินผู้เป็พี่อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตานึกไม่ถึงเลยว่าพี่ชายของตนเองจะยอดเยี่ยมเช่นนี้ ต่อให้จะเป็เย่เทียนเฉินที่กลายเป็ทหารหน่วยรบพิเศษหาก้าจัดการชายฉกรรจ์สามสิบกว่าคนที่มีกระบองเหล็กและมีดอยู่ในมือในพริบตาเดียวก็ไม่สามารถจัดการได้ง่ายดายเช่นนี้ แต่เย่เทียนเฉินรับมือกับพวกลูกสมุนอันธพาลกลุ่มนี้ราวกับจัดการกับหุ่นไม้ก็ไม่ปานทำให้ผู้คนใจนแทบจะกัดลิ้นตัวเอง
ห้านาที เพียงห้านาทีเท่านั้น กระบองเหล็กและมีดตกกระจายอยู่เต็มพื้นชายฉกรรจ์สามสิบกว่าคนต่างก็นอนกร้องโอดอวยอยู่บนพื้น ใบหน้าของเย่เทียนเฉินยังคงมองเฉินหาวอย่างไร้อารมณ์พร้อมกับเดินเข้าไปหาในสายตาของเขาเฉินหาวคือคนที่ตายไปแล้ว ในกล้ามาลงมือกับคนสำคัญของตนเอง ก็จำเป็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!
“นี่...ทำได้ไงกัน?” เฉินหาวใเสียจนเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาเต็มใบหน้า ตอนแรกคิดว่าลูกสมุนที่โเี้สามสิบกว่าคนของตนต่อให้เย่เทียนเฉินเคยเป็ทหารมาก่อน ต่อให้ร้ายกาจกว่าก็ต้องถูกอัดจนหน้าจมดินแน่นอน แต่ความเป็จริงช่างเหนือความคาดหมายของผู้คนเย่เทียนเฉินในตอนนี้ราวกับเทพแห่งความตายก็ไม่ปาน สิ่งใดก็ไม่สามารถขวางการก้าวเดินเพื่อช่วยเหลือน้องสาวของเขาได้
“หึ เ้าหมอนี่มันยังพอมีฝีมืออยู่บ้าง ให้ฉันจัดการมันเอง!”
ห้าวจื่อร้องหึอย่างเ็า กำหมัดแน่น เดินออกมาอย่างมาดเท่ ใช้นิ้วชี้ข้างขวาชี้ไปยังเย่เทียนเฉินพูดว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าแกจะพอมีฝีมือยู่บ้าง ขอฉันเล่นกับแกสักสองสามกระบวนท่าหน่อยซิอย่าถูกอัดจนร้องไห้ขี้มูกโป่งก็แล้วกัน!”
เย่เทียนเฉินยังคงไม่พูดอะไร ในสายตาของเขาตอนนี้แค่อยากจะช่วยเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็น้องสาวเท่านั้นส่วนคนอื่นๆ เื่อื่นๆ ล้วนไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขาทั้งนั้นถ้าใครกล้ามาขวาง จะใช้หมัดถล่มให้ยับ
“รนหาที่ตาย!”
ห้าวจื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินไม่สนใจตนเองก็พลันรู้สึกอับอายจะอย่างไรฝีมือของเขาก็ไม่ได้แย่ อย่างน้อยๆ ก็เก่งกว่าไอ้พวกลูกกะจ๊อกพวกนี้มากแต่กลับถูกเย่เทียนเฉินดูิ่ เขาคำรามออกมาครั้งหนึ่งก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเย่เทียนเฉินด้วยความรวดเร็ว
จวนจะเข้าถึงตัว ห้าวจื่อก็หัวเราะอย่างเ็าออกมาครั้งหนึ่งอย่างมาดเท่ะโสูงขึ้นหนึ่งเมตรกว่า หมัดทั้งสองโบกสะบัดไปทางเย่เทียนเฉินไม่หยุด เขาคิดว่าหากตนเองใช้กำลังทั้งหมดจะต้องทำให้เย่เทียนเฉินพ่ายแพ้ได้อย่างแน่นอนโดยเฉพาะตนเองยังเคยฝึกฝนวรยุทธ์ของพรรควรยุทธ์โบราณมาก่อน
เมื่อเฉินหาวเห็นว่าฝีมือของห้าวจื่อแข็งแกร่งขนาดนี้ มือที่ยื่นเข้าไปหยิบปืนในกระเป๋าเสื้อก็ชักกลับมาเขาคิดว่าห้าวจื่อจะสามารถเก็บเย่เทียนเฉินได้แน่นอน
เปรี้ยง!
เมื่อเผชิญหน้ากับห้าวจื่อที่แยกเขี้ยวยิงฟันเย่เทียนเฉินเพียงแค่ใช้เท้าเตะออกไปครั้งหนึ่ง ดูภายนอกเป็เพียงการเตะธรรมดาๆ แต่กลับเตะห้าวจื่อที่ะโสูงขึ้นไปเมตรกว่าๆกระเด็นออกไปตกลยพื้นพื้นอย่างรุนแรง ส่งเสียงร้องออกมาราวกับหมูถูกเชือด