ตอนที่ 14 รากฐานวิญญาณ
ตอนที่ 14 รากฐานวิญญาณ พลังวิญญาณถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายก่อนที่จะมีบางอย่างหลุดออกมาจากภายในแก่นก้นบึ้งลึกสุดของจิตวิญญาณ คีย์รู้สึกเช่นนั้นจริงๆพลังวิญญาณมันไหลเวียนจากเส้นชีพจรทั้งร่างกายเส้นเลือดอวัยวะก่อนที่มันจะถูกปลดปล่อยออกมา บนฝ่ามือข้างซ้ายที่ถูกยกขึ้นมามันมีพลังวิญญาณสีฟ้าถูกปลดปล่อยออกมาแล้วก่อกำเนิดกลายเป็นแสงสีฟ้าที่สว่างไสว แสงสีฟ้านั้นค่อยๆสว่างไสวขึ้นเรื่อยๆก่อนที่มันจะค่อยๆสงบลงแล้วเหลือเพียงแค่แสงสว่างสีฟ้าเล็กๆที่เหมือนกับแสงของหิ่งห้อยในยามค่ำคืนเท่านั้นทั่วทั้งบริเวณเงียบสนิทฮาเดสและคีย์ได้ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองสิ่งที่อยู่ภายในมือ แสงสว่างสีฟ้าที่เหมือนกับแสงหิ่งห้อยเล็กๆที่เปล่งประกายอยู่บนฝ่ามือ มีพลังวิญญาณเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นที่แผ่ซ่านออกมาแล้วดูไร้ซึ่งอำนาจและพลัง“ นี่มันอะไรกัน? ” คีย์ได้เงยหน้าของตัวเองขึ้นไปมองที่ฮาเดสที่น่าจะให้คำตอบเรื่องนี้ได้สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามจ้องมองมามันทำให้ชายร่างกายสูงใหญ่ถึงกับเบนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง “ เจ้าใช้นี่แหละไปต่อสู้กับมัน~ ”ท่าทางการพูดของอีกฝ่ายดวงตาทั้งสองข้างหรี่เล็กลงเพื่อเพ็งเล็งทันที “ แล้วจะให้ผมใช้ยังไง ”“ อื้ม~ ปาใส่มัน ” ในขณะที่กำลังพูดยังไม่กล้าจะหันใบหน้ามาสบตากับเขาเลย คีย์รู้ได้ทันทีว่าฮาเดสเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีวิธีการใช้อย่างไร“ คุณไม่รู้ใช่มั้ย... ”ชายร่างกายสูงใหญ่ด้านหน้าหันมาพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างทะเล้นแล้วก็ยกมือของเขามาวางไว้ที่หัวไหล่ของลู่หาน “ ทำใจซะเจ้าหนู~ ดูเหมือนว่ารากฐานวิญญาณของเจ้าจะเป็นของไร้ประโยชน์ ”อีกฝ่ายพูดออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างทะเล้น แต่คีย์ที่อยู่ด้านหน้ากับมีท่าทางที่แตกต่างออกไปใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่กับส่งสายตาทิ่มแทงมาที่ฮาเดสเมื่อเห็นสายตาและใบหน้าเช่นนั้นจ้องมองมาที่ตนเองฮาเดส ก็ลดท่าทางทีเล่นทีจริงของตัวเองแล้วก็กลับมาอยู่ในท่าทางจริงจัง ทั้งสองข้างยกขึ้นมากอดอกก่อนที่จะเปิดปากแล้วเรื่องอธิบาย “ เรื่องเช่นนี้มันเกิดขึ้นได้ ฝึกฝนจุดวิญญาณหรือพวกนักล่าวิญญาณส่วนใหญ่ก็มีรากฐานวิญญาณเป็นพลัง 1 อย่างในการต่อสู้กับพวกวิญญาณแค้น ”“ แต่ว่าก็มีบางคนที่ได้รากฐานวิญญาณออกมาเป็นรากฐานวิญญาณที่ไม่ได้มีคุณสมบัติในการต่อสู้แบบเดียวกับเจ้าในตอนนี้ ” อธิบายออกมาเป็นเรื่องเป็นราวแต่คีย์ก็ได้รู้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ภายในมือเขามันใช้การไม่ได้“ มันแสดงว่าเจ้าสิ่งนี้ใช้การไม่ได้ ”“ ก็ตามนั้นแหละ รากฐานวิญญาณมันมีหลากหลายรูปแบบซึ่งวิธีการใช้ของมันก็แตกต่างกันออกไป ตอนแรกข้าคิดว่าเจ้าจะได้รากฐานวิญญาณที่เป็นพวกอาวุธมาซะอีก ”“ วิญญาณแค้นที่อยู่ตรงนั้นล่ะผมจะทำยังไง ”“ มือเปล่า.. ” ฮาเดสยิ้มออกมา“ เฮ้อ!!! ” คีย์ได้ถอนหายใจลากยาวออกมา“ ช่วยไม่ได้สินะเอาแบบนั้นก็ได้ครับ~ ไปกันเถอะ!!! ”“ มันต้องแบบนี้สิ!! ” จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ได้เคลื่อนที่มุ่งตรงไปยังจุดที่คีย์สามารถตรวจจับวิญญาณแค้นได้ถึง 2 ตน มันเป็นเพราะว่าเขาอยู่ภายในร่างวิญญาณและก็เปิดจุดวิญญาณเรียบร้อยแล้วการเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่ามนุษย์ เขาสามารถออกแรงวิ่งไปด้านหน้าได้โดยที่ตนเองมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นจากการส่งเสริมของพลังวิญญาณทั้งแรงวิ่งแรงกระโดดทุกๆอย่างถูกเพิ่มขึ้น คีย์ได้เลือกเส้นทางที่ดีที่สุดที่เป็นทางลัดให้มุ่งตรงไปถึงบริเวณจุดนั้น เขาใช้เวลาในการวิ่งประมาณ 15 นาทีก็เดินทางไปถึง ตึกสูงใหญ่มากมายที่ล้อมรอบผู้คนเดินพลุ่งพล่านอยู่ตามถนนมากมาย บริเวณนี้หลุดออกมาจากบริเวณย่านชุมชนแออัดที่เป็นที่ตั้งอยู่ของบ้านของคีย์ออกมา มันทำให้ย่านนี้เป็นย่านที่เจริญรุ่งเรืองมากแม้จะในยามดึกดื่นเช่นนี้แล้วก็ยังมีผู้คนเดินไปมาและรถวิ่งสัญจรอย่างไม่ขาดเท้าทั้งสองข้างได้หยุดลงหลังจากที่เดินทางมาถึงจุดที่เขาสัมผัสถึงพลังของวิญญาณแค้นได้ “ ทำไมร่างกายของผมมันถึงเหนื่อยละ. ” จะได้ลองวิ่งมาหลายกิโลเมตรโดยที่ไม่ได้พักมันก็ทำให้คีย์สัมผัสได้ว่าตอนนี้แม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างของวิญญาณแต่ก็ยังมีอาการเหนื่อยหอบแม้จะไม่มากขนาดเท่าร่างกายปกติก็ตาม “ รู้สึกแล้วสินะ นี่แหละแม้ว่าจะถอดวิญญาณออกจากร่างกายแต่ว่าสุดท้ายแล้วเจ้าก็ยังมีชีวิตอยู่ การเหนื่อยล้าหรือว่าการบาดเจ็บมันจะส่งผลไปถึงหลักของเจ้า ”“ เพราะฉะนั้นตอนสู้กับพวกวิญญาณแค้นก็ระวังตัวเข้าล่ะ เพราะว่าถ้าบาดเจ็บร่างกายของเจ้าเองก็บาดเจ็บเหมือนกัน ” ฮาเดสที่ยืนอยู่ข้างๆพูดขึ้นคีย์ได้หันไปรับฟังเอาไว้ก่อนที่เขาจะกลับมาอยู่ในท่าทางราบเรียบแล้วจ้องมองไปด้านหน้า ผู้คนมากมายที่เดินผ่านร่างกายของเขาไป ตอนนี้คีย์ไม่ได้สนใจผู้คนเหล่านั้นเลยสิ่งที่เขาสนใจคือซอยเล็กๆที่ตั้งอยู่ติดกับถนนคนเดิน จากจุดที่เขายืนอยู่ก็ห่างออกไปประมาณ 20 เมตรเขาสัมผัสได้ถึงวิญญาณแค้นจากจุดนั้นพวกมันมีถึงสองตัว ...ทั้งสองพากันเดินตรงเข้าไปที่บริเวณซอยเล็กๆที่ปรากฏขึ้นจากการสร้างโดยมีช่องว่างห่างระหว่างตึกทั้งสองมุมตึกที่มืดมิดมันเป็นทางเดินลากยาวที่ไม่มีแสงสว่างไสวส่องผ่านเข้ามาถึง บริเวณด้านในเย็นเฉียบบรรยากาศที่ปกคลุมอยู่รอบบริเวณเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ร่างของวิญญาณแค้น 2 ตัวที่เป็นชายร่างกายสูงผอมทั้งสองสวมใส่ชุดนักโทษสีกากี ดวงตาทั้งสองข้างของมันกำลังแดงฉานราวกับเลือดเต็มไปด้วยความสะใจที่มือทั้งสองข้างของพวกมันกำลังบีบคอของชายวัยกลางคนที่ดื่มเหล้าจนเมามายอยู่ ชายวัยกลางคนทั้ง 2 ที่โดนวิญญาณแค้นลากเข้ามาภายในมุมตึกที่มืดมิดพวกเขาทั้ง 2 ได้ดิ้นทุรนทุรายพยายามจะทำให้ตนเองหลุดออกจากมือของพวกมัน “ อ๊าก!! ช่วยด้วย!! ” มันเป็นเสียงออกมาจากลำคออย่างสุดเสียงเพื่อที่จะร้องเรียกให้ผู้คนด้านหน้าเข้ามาช่วย แต่ทว่าเหมือนกับมิติปิดกั้นที่ไม่มีเสียงใดสามารถส่งผ่านออกไปถึงด้านนอกได้ชายวัยกลางคนทั้งสองที่สวมใส่เครื่องแบบออฟฟิศได้ดิ้นทุรนทุรายก่อนที่จะนิ่งไป ลมหายใจของพวกเขาเริ่มแผ่วเบาลงเรื่อยๆแต่ก่อนที่มันจะมอดดับลงผัวะ!!!! ร่างของวิญญาณแค้นตอนแรกได้โดนบางอย่างกระแทกเข้าที่หน้าของมันทำให้ร่างกายของมันกระเด็นเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ตู้บ!! ตู้บ!!! ร่างกายของมันกระเด็นกลิ้งไปพื้นก่อนที่จะหยุดนิ่ง มันทำให้วิญญาณแค้นอีกตนหนึ่งได้หยุดมือของมันก่อนที่มันจะลงมือสังหารคนผู้นั้น แล้วใช้ดวงตาทั้งสองข้างมองตรงไปที่ต้นตอของเสียงที่เกิดขึ้น ร่างของคีย์ได้ปรากฏกายออกมาเมื่อครู่เขาได้ออกแรงต่อยวิญญาณแค้นตนนั้นให้กระเด็นออกไป ดวงตาที่สงบนิ่งเหมือนกับใบหน้าได้ปลายสายตาไปมองที่มนุษย์ทั้งสอง“ ดูเหมือนว่าจะยังไม่ตายนะ.. ” สัมผัสของเขาสามารถสัมผัสได้ถึงชีพจรที่ยังเต้นอยู่ของชายสองคนนี้ คีย์ได้ละสายตาของตนเองกลับไปจ้องมองกับวิญญาณแค้นที่อยู่ด้านหน้า บริเวณด้านหลังของคีย์มีร่างของฮาเดสที่ยืนกอดอกพิงผนังเพื่อเฝ้ามองอยู่เมื่อมองเห็นฮาเดสที่ยืนอยู่ด้านหลังของคีย์ วิญญาณแค้นสองตนนั้นมันเริ่มทำการแสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจออกมา ใบหน้าของมันซีดเผือดเม็ดเหงื่อมากมายไหลซึมออกมาแววตาแดงก่ำกำลังสั่นคลอนและเต็มไปด้วยความหวาดกลัววิญญาณแค้นทั้งสองคนล่วงรู้ถึงความอันตรายและสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของผู้ที่อยู่ด้านหลัง กลิ่นไอแห่งการทำลายล้างคราบเลือดและเสียงกรีดร้องกำลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของฮาเดส รอยยิ้มที่มุมปากเริ่มปรากฏออกมา มันกลายเป็นรอยยิ้มที่สั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกายของวิญญาณแค้น 2 ตนนั้น พวกมันทั้งสองล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่าพวกมันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นั้น พวกมันได้ตัดสินใจจะหันหลังแล้วหนีออกบริเวณนี้ แต่เมื่อพวกมันหันหลังและก้าวเท้าออกไปได้เพียงแค่ครึ่งก้าวเสียงอันเคร่งขรึมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังได้ดังขึ้นมา “ ถ้าพวกเจ้าหนีได้ตายอีกรอบแน่ ”เสียงที่ดังออกมาจากปากของฮาเดสเสียงนั้นหยุดทุกการเคลื่อนไหวเท้าที่ก้าวออกไปเพียงแค่ครึ่งก้าวก็ต้องถอยกลับมาที่เดิม ใบหน้าของพวกมันที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวหันกลับมาอย่างช้าๆประเชิญหน้ากับคีย์อีกครั้ง วิญญาณแค้นสองตนนั้นมันรู้ดีว่าถ้ามันหนีไปจากจุดนี้หรือว่าก้าวออกไปเพียงแค่ก้าวเดียวพวกมันได้ตายอย่างที่ชายผู้นั้นได้พูดออกมาอย่างแน่นอน “ ถ้าพวกเจ้าสามารถเอาชนะชายผู้นี้ได้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป แต่ว่าถ้าพวกเจ้าจะหนีก็ได้ตายอีกรอบ ” ฮาเดสเริ่มขู่วิญญาณแค้น 2 ตนนั้น พวกมันแสดงใบหน้าหวาดกลัวก่อนที่จะจ้องมองมาที่คีย์ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย แต่ตอนนี้ทางเลือกของพวกมันมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นคือการฆ่าเจ้าคนผู้นี่ซะ ในสายตาของพวกมันคีย์ไม่ได้มีพลังรุนแรงหรือว่าความน่ากลัวเลยสักนิด “ เข้ามาสิ.. ”วิญญาณแค้น 1 ตนพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วการเคลื่อนที่ของมันอยู่ในระดับความรวดเร็วเหนือมนุษย์ เมื่อพุ่งตรงเข้ามามือทั้งสองข้างยื่นไปด้านหน้าพร้อมจะคว้าจับคอของคีย์ ดวงตาอันเรียบเฉยแม้ว่าภายในใจจะไม่ได้รู้สึกสงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้แต่คีย์ก็มองเห็นการเคลื่อนไหวของมันอย่างชัดเจน เขาก้าวเท้าหลบไปด้านข้างเพียงเล็กน้อยก็สามารถหลบการโจมตีของมันได้แล้ว ร่างของมันพุ่งผ่านเขาไป คีย์รู้สึกดีแบบบอกไม่ถูกเขาสามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจคิดด้วยร่างกายที่แข็งแรงมากขึ้น เท้าข้างซ้ายยกขึ้นก่อนจะออกแรงเตะเข้ากลางร่างกายของมัน โครม!!!! ขาที่ถูกเหวี่ยงออกไปอย่างเต็มแรงเตะเข้าที่หน้าท้องทำให้ร่างของวิญญาณแค้นตนนั้นเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ตู้บ~ “ อ๊าก. ” หมัดทั้งสองข้างกำแน่นดวงตาของคีย์แม้จะเรียบเฉยแต่ปรากฏบางอย่างออกมา ความตื่นเต้นในพลังที่ตนเองได้รับมันแฝงเร้นเอาไว้ลึกๆอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น “ แบบนี้ไม่ต้องใช้รากฐานวิญญาณอะไรนั่นก็ได้ ”เขาจ้องมองไปที่วิญญาณแค้นด้านหน้า “ เข้ามาสิ... ”จบตอน