ตอนที่ 5 ผมเป็หนี้คุณ
ขณะเหอจวินตื่นใ เสียงเบาเอ่ยถามดังเข้ามาในประสาทรับฟัง
“ลุกขึ้นยืนไหวไหม?”
ไม่ทราบว่าหลินเยี่ยจัดการชายผมบลอนด์เรียบร้อยเมื่อใด แต่ตอนนี้เดินมาหาเธอแล้ว
สายตาเขามองไปยังกระดุมสองเม็ดที่ถูกปลด เผยให้เห็นผ้าลายลูกไม้ที่อยู่ด้านใน
ทันใดนี้เองที่เหอจวินเผยสีหน้าแดงก่ำ
เธอพยักหน้าตอบ เอนกายพิงกับโต๊ะทำงาน พยายามพยุงตัวขึ้น แต่เพราะร่างกายครึ่งหนึ่งไร้เรี่ยวแรง เธอถึงกับเกือบล้มไปอีกครั้ง
หลินเยี่ยพบเห็นจึงเข้าไปช่วยประคอง ตอนนี้เองที่พลังเมฆาไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายเหอจวินไปโดยเงียบงัน
ยาชาสิ้นฤทธิ์และเลือนหายรวดเร็ว ประหนึ่งหิมะที่โดนแสงแดดละลายหาย
ขณะหลินเยี่ยช่วยพาเธอไปนั่งที่เก้าอี้ อาการชาก็หายไปแทบหมดสิ้น
“ขอบคุณ ขอฉันถามหน่อย เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่า?” เหอจวินติดกระดุมที่หน้าอก พยายามปรับสภาพอารมณ์ตัวเองก่อนเผยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมมาหางานทำ แผนกต้อนรับแจ้งว่าคุณยุ่งมากจึงให้ผมรอถึงบ่ายสาม พอเกิดนึกอารมณ์ไม่ดีเลยแอบย่องเข้ามา” หลินเยี่ยกล่าวบอกพร้อมรอยยิ้มบาง
ลิฟต์ในอาคารคงไม่อาจใช้งานได้ เพราะจำเป็ต้องใช้บัตรยืนยันตัว
ทว่าคอมเพรสเซอร์แอร์ที่แขวนอยู่นอกอาคาร สำหรับหลินเยี่ยแล้วไม่ต่างอะไรกับบันได
เหอจวินใบหน้าเศร้าลงเมื่อได้ยินประโยคนั้น สายตาจับจ้องเลขาฯที่เสียชีวิตไปแล้ว “มันคงจะดีถ้าคุณมาเร็วกว่านี้”
เหอจวินเผยใบหน้าโศกยามได้ยินคำกล่าว สายตาหันมองทางเลขาฯที่เสียชีวิต “คุณมาเร็วกว่านี้คงดี”
“แต่ละคนมีชะตากรรมที่ต้องเผชิญ และวันนี้คงไม่เหมาะสมพูดเื่งานแล้ว ไว้ผมกลับมาพบคุณอีกครั้งแล้วกัน” ไม่ว่ายุคไหนหลินเยี่ยก็ไม่เคยปลอบโยนใคร และไม่ทราบด้วยว่าควรกล่าวอะไรออกดี
อีกเพียงไม่นานตำรวจและพนักงานรักษาความปลอดภัยต้องขึ้นมาที่เกิดเหตุ
เขาไม่อยากเป็ที่สะดุดตา มันอาจสร้างความยุ่งยากในอนาคต
จบเื่ราวตรงนี้เขาจึงเดินออกจากห้องทำงานไป
“เดี๋ยวก่อน”
เหอจวินรีบลุกขึ้นพร้อมกล่าวออก “ขอถามชื่อคุณไว้หน่อย หลังจากนี้ฉันจะเจอคุณได้ยังไง”
“หลินเยี่ย”
ความเด็ดเดี่ยวเผยชัดที่มุมปากของหลินเยี่ย “ไม่ต้องตอบแทนหรอก ผมเป็หนี้คุณอยู่แล้ว”
“ไว้ผมจัดการเื่ตัวเองเรียบร้อยแล้วจะมาพบคุณ”
“เื่ตำรวจฝากคุณจัดการด้วย ผมไม่ชอบความยุ่งยาก”
กล่าวคำจบเขาก็ออกจากห้องทำงานไป
เหอจวินนิ่งค้าง ความรู้สึกอันซับซ้อนปรากฏในใจ
ชายนามว่าหลินเยี่ย อย่างไรก็ไม่น่าเคยพบเจอกันมาก่อน แต่เธอกลับเกิดความรู้สึกคุ้นเคย ราวกับรู้จักเขามาหลายปีแล้ว
เป็ความรู้สึกที่ประหลาด
แม้หัวใจของเธอที่แห้งเหือดมีแต่ฝุ่นเกาะเต็ม ตอนนี้ราวกับปรากฏรอยแตกร้าว
ยังมีประโยคที่กล่าว “ผมเป็หนี้คุณ” มันฟังดูเลื่อนลอยอย่างไม่อาจหาต้นตอ
ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน อย่างนั้นเป็หนี้ฉันั้แ่เมื่อไหร่?
สายตานางมองแผ่นหลังของหลินเยี่ย ในใจยามนี้เปี่ยมด้วยความอยากรู้
“พบเจอกันครั้งนี้ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคุณเป็ใคร” เหอจวินกล่าวกับตัวเองในใจ
หลินเยี่ยกลับออกไปแล้ว เธอค่อยโทรเรียกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อเรียกให้ตำรวจมาจัดการต่อ
ตอนนี้เธอนั่งยองกับพื้น จัดแจงเสื้อผ้าเลขาฯที่เสียชีวิตให้เรียบร้อย ปิดตาที่เผยอาการตื่นตระหนักพร้อมกล่าวออกเสียงเบา “ชาติหน้าขอมาเป็พี่น้องกันอีกครั้ง ครอบครัวของเธอฉันจะดูแลให้อย่างดี อย่าห่วงอะไรอีกเลยนะ”
หลินเยี่ยกลับมาถึงชั้นล่าง ตอนนี้เดินชนเข้ากับพนักงานต้อนรับที่มีสีหน้าซีดเผือด
เพราะอาจเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากประธานเมื่อครู่ ตอนนี้จึงยังอกสั่นขวัญหาย จนแทบไม่มีเวลาสนใจหลินเยี่ย
หลังเดินกลับจากอาคารใหญ่ หลินเยี่ยเผมเสียงหัวเราะขื่นขมกับตัวเอง
โชคชะตาคล้ายคลึงกันจนน่าประหลาดใจ
เหอจวินเมื่อชาติก่อน เธอถูกทายาทลำดับที่สองวางยา เป็เขาช่วยเธอเอาไว้ได้ สุดท้ายเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวให้เธอ
ชาตินี้มาพบ กลับกลายเป็ว่าเจอนักฆ่า
เื่นี้ไม่ควรเร่งร้อน อีกสองสามวัน รอเหอจวินจัดการสะสางเื่ราวให้เรียบร้อย เขาค่อยกลับมาอีกครั้งยังได้
พบว่าใกล้เที่ยงแล้ว หลินเยี่ยขับรถมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้า
เขาคิดซื้อหาของเล่นให้ยี่ยี่
ด้วยฐานะคนเป็พ่อ เวลาให้ของขวัญลูกสาวสุดที่รัก มันคือ่เวลาแห่งความสุขและความสำเร็จ ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้
หลินเยี่ยคิดถึง่เวลานี้มาตลอดนับพันปี มันเป็่เวลาที่แทบไม่มีอะไร แต่มันล้ำค่าต่อเขาอย่างมหาศาล
ถึงห้างสรรพสินค้าต้าหยาง เลือกอยู่พักหนึ่งเขาค่อยถูกใจตุ๊กตาหมีขนนุ่มสีชมพูตัวใหญ่
ขณะเดินถึงประตูห้าง ปลายสายตาหลินเยี่ยพบเห็นอะไรบางอย่าง
ชายที่ดูดีมีภูมิฐาน แต่งกายเรียบร้อย แบรนด์เนมั้แ่หัวจรดเท้า ตอนนี้โอบแขนสาวสวยในชุดเรียบร้อยอย่างสนิทสนมเดินออกจากห้างไปไกล
เฉียนเจียง!
ชาติก่อน อีกฝ่ายคือคนที่ทำหลงซือหยิงเกิดความผิดปกติทางจิตใจ หลอกเอาเงิน หลอกเพื่อเชยชมร่างกายของเธอ
ครั้งนั้นที่หลงซือหยิงคบหากับเฉียนเจียง หลินเยี่ยไม่ทราบเื่ หลังก้าวสู่หนทางเซียนและแก้แค้นได้สำเร็จ หลินเยี่ยกลับมาพบหลงซือหยิงอีกครั้ง ตอนนั้นเองที่ได้ทราบว่าเธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาลจิตเวชไปแล้ว
ั้แ่เขาไปพบหลงซือหยิงครั้งนั้น หนึ่งปีผ่านพ้น เฉียนเจียงหายสาบสูญไปจากเมือง ไม่มาแม้ดูอาการของเธอ
ตอนแรกเหอจวินคิดไปสืบหาข้อมูลชายคนนี้ เพราะเื่ราวจำฝังลึก ขนาดผ่านพ้นนับพันปีเขายังจดจำได้ขึ้นใจ
หาได้คาดคิดไม่ว่าจะพบเจออีกฝ่ายที่นี่
ในเมื่อพบเจอที่ตอนนี้ ในเมื่อยังไม่มีเื่ราวใด ใจของหลินเยี่ยเริ่มครุ่นคิด
หลงซือหยิงเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ประสบการณ์แทบไม่มี คำเตือนที่บอกไปเมื่อก่อนหน้านี้ เธอคงมองเป็เพียงลมที่พัดผ่าน
แท้จริงแล้วหลินเยี่ยไม่ใช่เก่งกาจด้านชักนำผู้อื่นให้คล้อยตาม ต่อให้ฝึกตนเป็เซียนนับพันปี เื่ราวในใจเขายังคงมีเพียงหนึ่งที่วนเวียน ไม่ใช่ปล่อยเลือนหายแบบผู้อื่นที่ไร้ซึ่งหัวใจ
ขณะเดียวกันเขาก็ให้ความสำคัญกับผู้เป็มิตร บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ
หลงซือหยิงคือแม่ทูนหัวของยี่ยี่ หลินเยี่ยไม่อาจนิ่งเฉยมองเธอพบเจอเื่เลวร้าย
เพราะแบบนั้นเขาจึงตามทั้งสองออกจากห้างไป
เฉียนเจียงโอบกอดผู้หญิงคนนั้นขึ้นรถ BMW คันหรูซีรีส์ 5 ไป ขณะที่หลินเยี่ยนำตุ๊กตาหมีขนปุยวางไว้เบาะหลัง ตอนนี้เริ่มขับตามอีกฝ่ายไป
ไม่นานทั้งสองที่เป็เป้าหมายติดตามก็จอดรถ เป็หน้าประตูโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง
หญิงสาวเผยท่าทีเขินอาย ตอนนี้ถูกเฉียนเจียงดึงตัวเข้าโรงแรมไป
“เหมือนจะเป็เหยื่อรายเก่าก่อนถึงคราวหลงซือหยิง” หลินเยี่ยยกยิ้มที่มุมปาก เขาไปหาที่จอดรถ
ในห้องชุดใหญ่สุดหรูของโรงแรม
เฉียนเจียงมองหญิงสาวอย่างลุ่มหลงพร้อมลูบศีรษะเธอ “หนิงเมิ่ง ผมรอมาหลายปีแล้ว ผมมั่นใจว่า์ส่งคุณลงมา คุณคือคนนั้นที่ผมรอคอยมาแสนนาน”
“ราวกับเกิดความรู้สึกคุ้นเคยอันบอกไม่ถูกในครั้งที่พบเจอคุณเข้า”
“เวลานั้นผมสาบานไว้ ผมจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อปกป้องคุณ ทำให้คุณกลายเป็ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก”
หนิงเมิ่งก้มหน้า ใบหน้าแดงก่ำ คำราวกระซิบเอ่ยถาม “คุณปากหวานเกินไปแล้ว ประโยคเมื่อครู่ทำเอาหัวใจฉันเต้นแรง”
“เพราะพรหมลิขิตชักพา หากไม่ใช่ที่ปาร์ตี้คนดังเมื่อวันก่อน ผมคงไม่มีโอกาสได้รู้จักคุณ”
“พรหมลิขิตก็เหมือนดังเวทมนตร์ มีอยู่อย่างลึกลับ ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็น แต่ทราบว่ามันมีอยู่อย่างแน่นอน”
ั์ตาเฉียนเจียงเผยความภาคภูมิ เสียงเขาลดต่ำเบาลงกล่าวออกอย่างชวนให้ค้นหา “แม้วันก่อนไม่ได้พบกัน แต่บางทีอาจถูกชักนำให้พบเจอกันที่อื่น อาจเป็บนทางเท้า โรงภาพยนตร์ หรือแม้แต่ใต้ต้นไม้ที่สวนสาธารณะ ทั้งหมดล้วนเป็พรหมลิขิตทั้งสิ้น”
“หนิงเมิ่ง ผมรักคุณ”
ทั้งถ้อยคำและสภาวะอารมณ์ของเฉียนเจียง มันทำหญิงสาวหลัวมัวเมา เธอหลับตาลงพร้อมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
อ๊อด~
ขณะริมฝีปากคนทั้งสองเกือบััต่อกัน เสียงหนึ่งดังจากนอกประตู “เฉียนเจียง มีคน้าพบเจอคุณ”