
แม้ปากจะเอ่ยออกไปเช่นนั้นแต่ใบหน้าของเด็กชายกลับดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หากเราเข้าเรียนที่นี่ อาจจะเป็โอกาสดีที่เด็กกำพร้าอย่างเราจะเรียนรู้เื่การเอาตัวรอดบนโลกใบนี้
เดาได้ไม่ย
แม้ปากจะเอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่ใบหน้าของเด็กชายกลับดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
หากเราเข้าเรียนที่นี่อาจจะเป็โอกาสดีที่เด็กกำพร้าอย่างเราจะเรียนรู้เื่การเอาตัวรอดบนโลกใบนี้
เดาได้ไม่ยากเลยว่านักเรียนทุกคนคงจะเป็ลูกขุนนางชั้นสูงแน่นอนถ้าเราจะเข้าไปอยู่ในสถานที่แบบนั้นจะไหวไหมนะ แค่คิดก็กลุ้มใจ
จะว่าไปเราก็ไม่มีทางเลือกแหละถ้าปฏิเสธไปพวกเขาก็คงปล่อยตัวเราไปอยู่หรอกแต่จากนี้ไปเราจะเอายังไงกับชีวิตดีก็ยังไม่รู้เลย
ริโอะวางแผนอยู่ในหัวพักหนึ่ง
“เช่นนั้นกระหม่อมขอน้อมรับน้ำพระทัยของพระองค์อย่างไม่เกรงใจพ่ะย่ะค่ะ”
ริโอะตอบรับรางวัลพระราชทานด้วยเสียงราบเรียบ
ฟิลลิปพยักหน้ารับ
“ถือว่าเป็อันตกลงข้าจะจัดการค่าเรียนั้แ่แรกเข้าจนเ้าจบการศึกษาเอง และตกรางวัลให้อีก100 เหรียญทอง”
เสียงกระซิบกระซาบดังกระหึ่มทั่วท้องพระโรงรางวัลนี้มันจะมากเกินไปแล้ว!
เงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนในประเทศนี้ มีทั้งหมด 6ชนิด ได้แก่ เหรียญทองแดงเล็ก เหรียญทองแดงใหญ่ เหรียญเงินเล็ก เหรียญเงินใหญ่เหรียญทอง และเหรียญเวทมนตร์
ค่าของเงินเริ่มจากเหรียญทองแดงเล็กไปจนถึงเหรียญทองอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละหน่วย ห่างกัน 10 เหรียญ (เช่น 1 เหรียญเงินเล็กแลกได้ 10เหรียญทองแดงใหญ่)
แต่มีเพียงเหรียญเวทมนตร์เท่านั้นที่เป็ข้อยกเว้นจำนวนของเหรียญประเภทนี้มีใช้กันอยู่น้อยมากในท้องตลาดในการทำการค้าปกติจึงใช้เหรียญทองแทนค่าเงินที่สูงที่สุด
ค่าแรกเข้าของโรงเรียนเบลต์ลัมต์เป็เงิน 10 เหรียญทองค่าลงทะเบียนเรียน 30 เหรียญทองต่อปี
สรุปคือ ต้องชำระเงิน 40 เหรียญทองในปีแรกส่วนปีถัดไปจ่ายเฉพาะค่าเรียนปีละ 30 เหรียญทอง
ซึ่งรายได้เฉลี่ยของขุนนางที่ไร้ที่ดินนั้นตกปีละ 40 เหรียญทองเท่านั้น
หากเปรียบเทียบให้ดูเช่นนี้แล้วพอจะเข้าใจมากขึ้นว่าค่าเรียนของที่นี่แพงมากแค่ไหนใช่ไหม?
การที่จะให้เด็กกำพร้าต่ำต้อยเข้าเรียนในโรงเรียนเบลต์ลัมต์นั้นสำหรับพวกขุนนางที่ชอบดูถูกดูแคลนคนจนแล้วถือว่าเป็เื่ร้ายแรงมาก
มิหนำซ้ำพระาายังพระราชทานเงินให้อีกจำนวนมากแก่กับเด็กกำพร้าคนนี้อีกในใจของพวกขุนนางทั้งหลายจึงบังเกิดแรงต่อต้าน
ริโอะพอจะรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกๆที่เปลี่ยนไปภายในท้องพระโรงได้
“เป็พระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”
เขาเลือกที่จะเมินเฉยต่อแรงกดดันรอบข้างแล้วก้มหัวสดุดีแก่องค์ราชัน
◇ ◇ ◇
ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่โรงเรียนเบลต์ลัมต์ตั้งอยู่ที่ชั้นบนสุดของหอคอยหลัก
อาจารย์ใหญ่ที่ว่านั่นคือกลาเซียร์ ฟอนเทียน่า
เขาเรียกเซเรีย แคลร์ที่เพิ่งจะเข้ามาเป็อาจารย์สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่1 มาที่ห้อง
เมื่ออาจารย์สาวเข้าไปในห้องแล้วก็พบกับกลาเซียร์ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานใหญ่ั์ซึ่งตั้งอยู่ด้านในสุดของห้อง
จากระเบียงที่อยู่เื้ัชายชรานั้นสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของนครหลวงเบลต์ลันต์ได้ทั่วทั้งเมือง
“อาจารย์ใหญ่ฟอนเทียน่าเรียกพบข้าหรือคะ?”
“อืม... เข้ามาก่อนสิ”
เซเรียกล่าวคำทักทาย กลาเซียร์จึงพยักหน้ารับ
รอยเหี่ยวบนหน้าของอาจารย์ใหญ่แสดงออกถึงความชราภาพแต่เขาเป็คนชราที่ยังแข็งแรง
“ข้ามีเื่จะคุยกับเ้าเื่ของเด็กกำพร้านักเรียนใหม่น่ะ”
“ท่านหมายถึงริโอะใช่ไหมคะ?”
“ใช่ข้าตัดสินใจว่าจะให้เขาอยู่ห้องที่เ้ารับผิดชอบหน่ะ”
“รับทราบค่ะ”
หากเป็อาจารย์ทั่วไปอาจจะรู้สึกไม่พอใจที่ต้องให้เด็กกำพร้าเข้ามาเรียนในห้องของตน
แต่เซเรียกลับไม่เป็เช่นนั้น
“แม้เ้าจะอายุยังน้อยและเพิ่งเข้ามาใหม่ได้ไม่นานแต่ข้าฝากความหวังไว้ด้วยนะ”
“ได้ค่ะ จะพยายามค่ะ”
เซเรียตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“อืม... หลังจากนี้ต่างหากล่ะที่ปัญหาจะเกิดขึ้นอาจารย์เซเรียคิดยังไงกับเด็กกำพร้าคนนั้น บอกข้ามาตรงๆ”
“อืม... ข้าคิดว่าเขาดูเป็ผู้ใหญ่และฉลาดเกินวัยค่ะ”
เซเรียคิดสักพักก่อนจะแย้มริมฝีปากงามตอบ
“หืม? ยกตัวอย่างให้ข้าฟังซิ”
กลาเซียร์ถามอย่างสนอกสนใจ
“อย่างแรกเลยเขาเข้าใจสถานการณ์ที่ตัวเองกำลังเผชิญ อยากเรียนรู้ในสิ่งที่ตัวเองขาดรู้จักประเมินสถานการณ์ ปรับตัวง่าย และมีไหวพริบค่ะ”
เซเรียบรรยายเกี่ยวกับริโอะ
“หืมมมเขาทั้งถูกลากมายังพระราชวังด้วยเื่การลักพาตัวถูกทรมานแล้วยังโดนบีบบังคับให้เข้าโรงเรียนในนามรางวัลพระราชทานอีก เ้าไม่คิดว่าเขาอาจไม่พอใจบ้างเหรอ? 《เวทกำเนิดไฟ》”
กลาเซียร์ถามความเห็นเซเรียแล้วร่ายเวทมนตร์ปรากฏสัญลักษณ์ดาวบนปลายนิ้วชายชราก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็เปลวเพลิงอาจารย์ใหญ่นำเปลวไฟเล็กๆ ที่กำเนิดขึ้นมาจุดไปป์ที่เขาคาบไว้
อาจารย์ใหญ่สูบไปป์จนควันเกาะตัวกันเป็กลุ่มเล็กๆ
“ก็คงไม่พอใจเท่าไร แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไรค่ะ”
“อืม”
กลาเซียร์เอ่ยแล้วพ่นควันบุหรี่
อาจารย์ใหญ่จ้องมองควันที่ลอยฟุ้งในอากาศเขามีสีหน้าครุ่นคิด
“เอ่อ มีอะไรหรือคะ?”
เซเรียเดาไม่ออกว่ากลาเซียร์้าจะสื่ออะไรจึงเอ่ยถามขึ้น
“ก็แค่คิดว่าปฏิกิริยาของเด็กคนนั้นดูไม่เหมือนเด็กทั่วไป”
กลาเซียร์ไม่ได้ตอบคำถามตรงๆ
“ปฏิกิริยาไม่เหมือนเด็กเหรอคะ?”
เซเรียเอียงคอถาม
“อืม... ถ้าสมมติว่าจู่ๆเ้าโดนจำคุกแถมยังมีชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้มาทำร้ายร่างกาย เ้าจะรู้สึกเช่นไร?”
“รู้สึกแย่สุดๆ เลยค่ะ จิตใจข้าคงจะได้รับการกระทบกระเทือนอาจจะกลายเป็โรคหวาดระแวงไปเลยค่ะ”
เซเรียตอบด้วยสีหน้าเ็ป
เพราะลองจินตนาการเอาตัวเองไปอยู่ในเหตุการณ์
แล้วรู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับการตกนรกบนดิน
“ถูกต้อง เพราะเ้าเป็ผู้หญิงไงล่ะเลยรู้สึกกลัวมากกว่าผู้ชายนี่แหละที่เรียกว่าปฏิกิริยาของเด็กหรือก็คือปฏิกิริยาของคนปกติหากเป็คนธรรมดาก็คงจะก่นด่าผู้ที่ทำร้ายตัวเอง แม้แต่ผู้ใหญ่ยังควบคุมอารมณ์ได้ยากเลย”
กลาเซียร์พูดแฝงความนัย
เซเรียหรี่ตาคู่งามมองชายชรา
“สรุปคือ หมายความว่ายังไงหรือคะ?”
“เท่าที่ฟังเ้าเล่า เขาไม่แสดงกิริยาแบบเด็กทั่วไปมารยาทตอนเข้าเฝ้าก็ดูไม่ออกว่าเพิ่งเคยทำ”
“อันนั้นข้าเป็คนสอนเขาเองตอนแรกเขาก็ไม่รู้อะไรเลยค่ะ”
เซเรียตอบปัดเพื่อปกป้องริโอะ เธอรู้สึกโมโหอย่างไม่รู้ตัว
“อืม...เท่าที่ได้ยินมาเขาขอให้สอนให้ไม่ใช่หรือ? เด็กทั่วไปคงไม่มองการณ์ไกลขนาดนั้นหรอก”
“ก็เขาเป็คนฉลาดไงค่ะ”
กลาเซียร์พูดจาอ้อมค้อมจึงถูกตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ของเซเรีย
“เื่นั้นข้าเองก็ไม่เถียง คนฉลาดแบบนี้นอกจากเขาแล้วก็มีองค์หญิงคริสติน่าและเ้าซึ่งเป็อาจารย์ด้วยอายุเพียง 12 ปี หรือว่า...”
พูดทิ้งไว้เท่านี้แล้วกลาเซียร์ก็ไม่แสดงสีหน้าอันใดอีก
“หรือว่าอะไรคะ?”
เซเรียถามด้วยสีหน้าจริงจัง
“ช่างเถอะจากนี้ไปเขาคงเจอกับเื่ลำบากอีกมากมายอยากให้ผู้รับผิดชอบอย่างเ้าคอยดูแลเขาหน่อยถ้ามีอะไรผิดแปลกเกิดขึ้นให้รีบแจ้งข้าทันที ข้าวางใจเพราะเป็เ้านะ”
กลาเซียร์พูดแล้วยิ้ม
“ได้ค่ะ”
เซเรียยังคงมีสีหน้างุนงง
“ข้ารู้ว่างานวิจัยเ้าล้นมือ่นี้คงจะทำงานวิจัยช้าเพราะมัวแต่ยุ่งเื่ที่พระราชวังสินะเ้าก็ดูแลเขาเท่าที่จะทำได้แล้วกัน”
“เข้าใจแล้วค่ะ ธุระท่านมีเท่านี้ใช่ไหมคะ?”
เซเรียคาใจเื่ความคิดของกลาเซียร์แต่ถามไปก็คงจะไม่ได้คำตอบ เซเรียจึงอยากรีบออกจากห้องนี้เร็วๆ
“อืม ไปทำงานต่อเถอะ”
“เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะคะ”
เซเรียโค้งทำความเคารพ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
(เจอเขาทีไรอึดอัดทุกทีเลย)
คิดแล้วอาจารย์สาวก็ถอนหายใจเบาๆ
◇ ◇ ◇