บทที่ : 20
“ตอนนี้น่าจะพอไหวแล้วมั้งนะ...” วันนี้ก็เป็เวลากว่าสิบวันแล้ว ที่เยว่ฮวาได้ไปขออนุญาตบิดาเพื่อที่จะออกไปนอกจวน ซึ่งตลอดสิบวันที่ผ่านมานั้นนางยังไม่ได้ออกไปไหนเลย ซึ่งหากนับเวลาั้แ่นางตื่นขึ้นมาในโลกนี้ ก็กินเวลามาร่วมสองอาทิตย์แล้ว
ซึ่งใน่เวลานี้นางก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขดี อาจจะมีเหนื่อยบ้างเพลียบ้าง เพราะนางพยายามที่จะฝึกฝนให้หนักขึ้นเมื่อร่างกายเริ่มที่จะชินกับความเ็ป
และยิ่งผ่านไปนางก็ยิ่งฝึกหนักมากเสียจนแม้แต่องครักษ์กับบ่าวรับใช้ภายในจวนยังใ กับความแข็งแกร่งที่มากขึ้นอย่างรวดเร็วชนิดที่มันเข้าขั้นน่าน่ากลัวไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้บ่าวหญิงชายภายในจวนก็ค่อยๆ เกรงในพลังของนายหญิงน้อยผู้นี้ขึ้นในทุกๆ ขณะ และก็ไม่มีใครกล้าที่จะปริปากเื่ภายในออกไปนอกจวน เพราะได้รับคำสั่งโดยตรงมาว่าให้รับใช้หญิงสาวด้วยชีวิต ทุกคนจึงไม่มีใครกล้า
จะมีก็แต่คนที่จางเผิงไห่ส่งเข้ามาเท่านั้นที่รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นเป็ระยะๆ แน่นอนว่าผู้เป็บิดาเองก็ใมากในตอนแรก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะปล่อยผ่านมันไป แล้วพยายามที่จะช่วยบุตรสาวปกปิดสิ่งต่างๆ เอาไว้อย่างถึงที่สุด
ส่วนสิ่งที่พวกเขาพยายามอย่างมากที่จะปกปิดมันเอาไว้นั้น ก็คือความสามารถในการเติบโตที่มากมายมหาศาลชนิดที่แม้แต่ยอดคนในตำนานในนิทานยังทำได้ไม่เท่านางด้วยซ้ำ
และภายหลังจากนี้ก็มีคนปากสว่างที่พยายามจะคาบข่าวนี้ออกไปขาย ซึ่งนางก็หายสาบสูญไปตลอดกาลในท้ายที่สุด...
“เอ่อ...แบบนี้ไม่เรียกว่าพอได้แล้วเ้าค่ะ มันเรียกว่าเหนืุ์ไปแล้ว คุณหนูในตอนนี้แข็งแรงเทียบเท่ากับเหล่าองครักที่นายท่านต้องใช้เงินมหาศาลจ้างมาแล้วด้วยซ้ำเ้าค่ะ” หลิงหลินที่เริ่มจะชินกับความแปลกประหลาดของนายหญิงน้อยที่นับวันก็ยิ่งแปลกไปเรื่อยๆ แต่หลังจากที่ผ่านมาสิบกว่าวัน นางก็เริ่มชินกับมันแล้ว ถึงจะมีอะไรที่แปลกไปกว่านี้ก็คงจะไม่แปลกสำหรับคุณหนูของนางแล้วกระมัง
เพราะอันที่จริงในตอนที่นางยังเด็ก ก็เคยเห็นยอดยุทธ์ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศมาก่อน ก็เลยไม่ได้คิดว่ามันแปลกอะไรมากนัก แม้จะหาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าคนแบบนี้จะไม่เคยมีอยู่จริง...
ยิ่งคำอธิบายว่านางในตอนที่จะตายนั้น ได้ถูกคนประหลาดช่วยยื้อเอาไว้จากความตาย จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้นมันก็ไม่แปลกเท่าไรนัก
ยิ่งในตอนนั้นหน้าผาที่คุณหนูตกไปก็ลึกเกือบๆ ห้าสิบเมตร แต่กลับรอดชีวิตมาได้มันก็ปาฏิหาริย์แล้ว ถ้าคนที่ตกลงไปลึกขนาดนั้นแล้วรอดมาได้...
อย่างอื่นก็คงไม่แปลก...
“อย่างนั้นหรอ...”
เยว่ฮวาตอบกลับอย่างไม่แน่ใจนัก ในตอนแรกนางก็ค้างคาใจในหลายๆ อย่าง จึงลองถามเล่นๆ ถึงเื่พลังพิเศษเหมือนในหนังกำลังภายใน อย่างพวกพลังปราณอะไรทำนองนั้น ซึ่งปรากฏว่าพลังพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ลึกลับอะไร เพียงแต่ว่าคนที่จะสำเร็จในระดับสูงนั้นมีน้อยเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น ยิ่งเป็ในเมืองเล็กๆ แบบนี้แล้วด้วยมีน้อยคนนักที่จะเก่งกาจถึงขั้นสะท้านฟ้าะเืดิน
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี...
เพราะแบบนี้เื่ที่เยว่ฮวากุขึ้นจึงมีน้ำหนักขึ้นมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น
จากตอนแรกที่แม้แต่บิดายังมาถามไถ่ แต่พออธิบายถึงคนปริศนาที่มาช่วยเหลือทุกอย่างก็จบลงอย่างง่ายดาย...
ถึงจะจบง่ายแบบแปลกๆ แต่ถ้าทุกอย่างมันผ่านไปด้วยดีมันก็ดีแล้วละนะ
“ก็ใช่สิเ้าคะ ตอนนี้คุณหนูแข็งแรงพอๆ กับผู้ชายตัวโตๆ แล้ว ทั้งๆ ที่ผ่านไปได้แค่ครึ่งเดือนเท่านั้น...” หลิงหลินกล่าวออกมาด้วยแววตาเป็ประกาย “ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังบอบบางราวกับผ้าที่พร้อมจะปลิวไปตามลมแท้ๆ”
‘นี่ขนาดยังไม่ได้ใช้พลังออกไปเต็มที่ยังขนาดนี้ ตกลงนี่มันอะไรกันแน่...’
เยว่ฮวาเองก็กใจในความสามารถของตัวเองไม่ต่างจากคนอื่นนัก แต่พอคิดว่าในวันหน้าตัวเองจำเป็ต้องใช้มันเพื่อปกป้องตัวเองแล้ว นางก็ไม่ได้ใส่ใจมันอีก เพราะสุดท้ายแล้วความแข็งแกร่งก็เป็หนึ่งสิ่งที่ผู้คนใฝ่ฝันและพยายามเพื่อที่จะได้มันมา การที่นางมีไว้ในก็ดีแค่ไหนแล้ว
“ว่าแต่พี่ได้ส่งคนไปบอกที่เรือนหลักหรือยัง ว่าวันนี้เราจะออกไปนอกจวน”
“แจ้งเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ อีกไม่นานคงกลับมาพร้อมๆ กับสำรับเช้าเ้าค่ะ”
“ดีๆ”
นางพยักหน้ารับอย่างผ่อนคลาย ในขณะที่กำลังแต่งตัวอย่างง่ายๆ อยู่
ต้องเท้าความก่อนว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้านี้ เนื่องจากนางมีแต่ชุดเก่าๆ ที่ใช้มานานจนแทบจะเรียกว่าเสื้อผ้าไม่ได้แล้วนั้น นายท่านจึงให้ช่างเสื้อเข้ามาวัดตัวแล้วตัดชุดให้กับหญิงสาวเป็จำนวนมาก
แต่ด้วยความที่เยว่ฮวาที่มาจากโลกเดิมนั้นไม่ได้คิดที่จะแต่งตัวให้หวือหวามากนัก เพราะนางไม่ค่อยชอบความ “เยอะ” เท่าไรนัก ชุดของนางส่วนมากจึงเป็ชุดเรียบๆ ที่ไม่ได้มีอะไรมาก ซึ่งส่วนมากนอกจากใช้ผ้าเนื้อดีจากกลุ่มการค้าสกุลจางเองแล้ว นางก็แค่ให้ตัดชุดเรียบๆ ที่มีแค่การปักดิ้นลายต่างๆ ที่ไม่ได้ฉูดฉาดนัก ส่วนสีเองก็เน้นสีโทนเย็นสบายๆ ตา อย่างเช่นสีฟ้าอ่อน เขียวอ่อน ชมพูอ่อน อะไรพวกนั้น
วันนี้นางก็สวมชุดผ้าเนื้อดีสีฟ้าครามปักลายดอกไม้ที่นางวาดเป็แบบให้ ซึ่งมันก็ออกมาดูดีไม่หยอกเลยทีเดียว เมื่อรวมกับผิวหน้าขาวเนียนที่เพียงแค่ประแป้งบางๆ ไม่ได้โบ๊ะจนหนาเตอะอย่างที่หญิงสาวทั่วไปนิยมกัน มันทำให้นางยิ่งดูดีขึ้นไปอีก
ทั้งนั้นทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมา ตัวนางก็พัฒนาไปมากเสียจนถ้าไม่รู้จักกันก็คงไม่มีทางคิดอย่างแน่นอนว่านางเคยผอมแห้งแรงน้อยจนใกล้ตายมาก่อน...เมื่อไม่ถึงเดือนที่ผ่านมา
“ว่าแต่ทางฮูหยินรองล่ะเป็อย่างไรกันบ้าง ่นี้แทบไม่ได้ยินข่าวอะไรจากทางนั้นเลย แถมไม่ได้มาหาเื่พวกเราเหมือนปกติด้วย”
“เห็นพวกบ่าวพูดกันว่า ั้แ่นายท่านไปพูดคุยในวันถัดมาหลังจากที่คุณหนูไปร่วมทานอาหารด้วย หลังจากนั้นฮูหยินรองกับฮูหยินผู้เฒ่าต่างก็เก็บเนื้อเก็บตัวมากทีเดียวเ้าค่ะ แทบจะไม่ออกไปวุ่นวายที่ไหนนอกจากจัดการงานบ้านทั่วไปเ้าค่ะ...”
“ส่วนคุณชายใหญ่เองก็กลับไปยังกลุ่มการค้าั้แ่สามวันแรกแล้ว ส่วนคุณชายรองเองก็จากไปเป็คนแรกั้แ่วันแรกเ้าค่ะ”
“แล้วพี่หญิงละ...”
“คุณหนูถิงถิงก็ฝึกการเข้าพิธีอยู่กับแม่สื่อที่จ้างมาเ้าค่ะ”
“...จริงด้วยสินะ นางใกล้จะเข้าพิธีแล้วนี่”
เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายเยว่ฮวาอดไม่ได้ที่จะลากเสียงยาว ไม่กี่วันพี่สาวต่างมารดาคนที่ ที่เคยรังแกมานานปีก็กำลังจะแต่งงานออกเรือนไปแล้ว
‘เอาไว้ค่อยกลับมาจัดการ่ใกล้ๆ งานก็แล้วกัน’
“เ้าค่ะ...อ๊ะสำรับมาแล้วเ้าค่ะ”
“อื่ม เดี๋ยวพี่ไปแจ้งท่านองครักษ์ด้วยแล้วกันว่า่ยามซื่อเราจะออกไปข้างนอกกัน ได้เวลาออกไปสำรวจโลกภายนอกจริงๆ เสียที”
“ทราบแล้วเ้าค่ะ”
..............................................
ยามซื่อ (巳:sì) คือ 09.00 – 10.59 น.