ราชิดมีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องมองอยู่จึงหันไปมองทางด้านหลังก็จริงดังที่คิดไว้เพราะขณะนี้ชีคฮาคิมกำลังจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยสายตาที่ดูขวางๆ ยังไงชอบกล
“เอ่อ...ท่านชีคครับ มีอะไรจะให้ผมทำหรือเปล่าครับ” องครักษ์หนุ่มเอ่ยถามผู้เป็นาย ซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะด้านหลังของรถ
“คุยอะไรกับมีนา ท่าทางดูสนิทสนมกันเร็วจังนะ”
ถ้าหูของราชิดไม่ฝาดดูเหมือนกระแสน้ำเสียงที่ชีคหนุ่มใช้ถามนั้นจะฟังดูห้วนๆ คล้ายประชดประชันยังไงชอบกลแต่องครักษ์หนุ่มก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร จึงตอบคำถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ก็คุยเื่ทั่วๆ ไปน่ะครับเธอขอให้ผมบอกถึงสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศเราแล้วก็ถามถึงประสบการณ์ในการเดินทางผ่านทะเลทรายของผมด้วยครับ”
ราชิดนึกถึงดวงหน้าหวานและเสียงหัวเราะแจ่มใสของมีนาเขาไม่เคยมีความรู้สึกหวั่นไหวกับผู้หญิงคนไหนแบบนี้มาก่อนเลยมีนากำลังทำให้โลกของเขาสว่างสดใสขึ้น จนมองไปทางไหนก็มีแต่ความสุขทั้งนั้น
ชีคฮาคิมนิ่งเงียบไม่ถามอะไรต่อแต่ภายในใจรู้สึกโมโหมีนาเหลือเกินที่เธอแสดงท่าทางรังเกียจเขา แต่กับราชิดกลับให้ความสนิทสนมและเป็มิตรอย่างรวดเร็วคอยดูเถอะ สักวันหนึ่งเขาจะปราบพยศเธอให้ได้ ชีคหนุ่มมาดหมายอยู่ในใจก่อนถอนใจอย่างหงุดหงิดออกมา
ในยามค่ำคืนอันมืดมิดท้องฟ้ากว้างใหญ่ในราตรีนี้เกือบไร้ซึ่งดวงดาว เพราะถูกแสงนวลของจันทราบดบังไว้ ค่ำคืนนี้พระจันทร์งดงามนักแต่หญิงสาวร่างระหงผู้มีใบหน้างามซึ้งกลับเศร้าหมองหัวใจร้าวรานทุกข์ระทมด้วยผิดหวังในรักแรก
สายลมเย็นๆ พัดมาต้องผิวกาย จนคนร่างบางต้องกระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นขึ้นอีกนิดพร้อมกับนึกถึงคำขอร้องของพี่ชายเมื่อตอนเย็น ซึ่งสร้างความหนักใจระคนสงสัยให้แก่ท่านหญิงฮานีฟายิ่งนัก
‘เอาน่า...น้องทำตามที่พี่บอกเถอะนะ’
‘ทำไมพี่ฮาคิมถึงให้น้องทำอย่างนี้ล่ะคะพี่มีเหตุผลอะไรบอกน้องได้หรือเปล่า’
‘พี่ก็แค่อยากลองใจใครบางคนเท่านั้นเอง เชื่อพี่นะ ทำตามที่พี่บอกแล้วบางทีน้องรักของพี่อาจสมหวังในความรักก็ได้’
คำพูดของพี่ชายฟังดูแปลกๆเธอน่ะหรือจะสมหวังในความรักท่านหญิงฮานีฟายิ้มเศร้าก่อนจะหันไปมองนางกำนัลคนสนิทที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ
“ท่านหญิงคะ ลมตรงระเบียงเริ่มเย็นจัดแล้วนะคะเข้าข้างในเถอะค่ะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
“เรายังอยากชมจันทร์ต่ออีกสักพักหนึ่งก่อน”
“ดึกมากแล้วนะคะ เข้านอนเถอะค่ะ”อามินะยังรบเร้าเพราะกลัวนายหญิงของตนจะไม่สบายไปนางกำนัลสาวมองผู้เป็นายด้วยสายตาห่วงใยร่างงดงามอรชรอ้อนแอ้นที่ดูมีน้ำมีนวลสดใส บัดนี้ดูผอมซูบซีดเซียวลงไปอย่างน่าใจหายในเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
หมู่นี้ท่านหญิงของเธอทานข้าวได้น้อยเหลือเกินแถมยังไม่ค่อยหลับค่อยนอนเอาแต่ร้องไห้อีกด้วยอามินะรู้ใจนายสาวดีว่าที่เป็เช่นนี้เพราะสาเหตุใดความรัก...อานุภาพช่างรุนแรงนักแต่เธอก็เชื่อว่าท่านหญิงของเธอจะผ่านพ้นความเ็ปในครั้งนี้ไปได้ในที่สุด
“ก็ได้”ท่านหญิงฮานีฟาทนการรบเร้าของอามินะไม่ไหวจึงยอมเข้าข้างในขณะเดินไปที่เตียงหญิงสาวก็ถอนใจยาวด้วยความกลัดกลุ้มเมื่อหวนคิดถึงคำพูดของพี่ชายอีกครั้ง
หลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จมีนาก็ขึ้นมานอนเกลือกกลิ้งเล่นอยู่บนห้องของตนเอง เพราะไม่อยากนั่งอยู่ข้างล่างแล้วต้องเจอกับจีน่าหรือมีล่าให้ต้องปะทะคารมกันอีกจะว่าสนุกก็สนุกดีอยู่หรอกนะที่ได้ยั่วโมโหสองแม่ลูกนั่นเล่น แต่บางทีเธอก็เบื่อที่ต้องมาทะเลาะกันด้วยเื่ซ้ำซากจำเจทุกวัน
หญิงสาวลุกขึ้นนั่งแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเบื่อหน่ายนับั้แ่เธอมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยได้ออกไปเที่ยวที่ไหนเลยเพราะซาอิดยังไม่ว่างพี่ชายเธอขอเวลาเคลียร์งานให้เรียบร้อยก่อนถึงจะพาเธอเที่ยว เนื่องจากไม่อยากคอยกังวลเื่งาน
วันนี้เธอเบื่อเหลือเกินเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีแล้วมีนาล้มตัวลงนอนอีกครั้งแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียงนอนหลายตลบก่อนจะลุกขึ้นนั่งอีกครั้งเมื่อตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วว่าวันนี้เธอจะขอออกไปเที่ยวข้างนอกบ้างเมื่อตั้งใจแน่วแน่แล้วหญิงสาวก็รีบลุกจากเตียงจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าและหยิบข้าวของที่จำเป็ใส่กระเป๋าสะพายใบเก่งของตนเองจากนั้นก็เดินออกจากห้องไปอย่างร่าเริง
“คุณแม่คะ นั่นมันนังมีนานี่คะ มันจะออกไปไหนของมันนะ” จีน่าเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นมีนาเดินไปขึ้นรถที่มีคนขับรถคอยเปิดประตูรอรับอยู่ที่หน้าบ้าน
“ช่างมันเถอะ ก็ดีแล้วนี่ที่มันออกไปได้อยู่บ้านก็ขวางหูขวางตาเราซะเปล่าๆ” มีล่าบอกอย่างไม่สนใจ เธอยังคงเปิดนิตยสารดูไปเรื่อยๆจนบุตรสาวต้องหันมามองด้วยความแปลกใจ
“นี่คุณแม่ไม่สนใจมันแล้วเหรอคะ ทำไม่นี้ดูคุณแม่เฉยจังเลยอย่าบอกนะคะว่าคุณแม่จะรามือยอมปล่อยให้พี่ซาอิดแต่งงานกับมัน”
“เปล่า แต่แม่มีแผนการที่จะกำจัดมัน ซึ่งดีกว่าที่เราจะไปนั่งหาเื่มันอยู่ทุกวันนี้ซะอีก”
“แผนอะไรเหรอคะ”จีน่าถามอย่างสนใจ
“อีกไม่นานลูกก็จะรู้เอง วางใจเถอะจีน่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยและทุกอย่างก็จะต้องเป็ของเราด้วย”มีล่ายิ้มเย็นด้วยสายตามีเลศนัย และไม่ว่าจีน่าจะเซ้าซี้ถามเท่าไรเธอก็ไม่ยอมตอบเพราะแผนการของเธอถ้าทำสำเร็จก็ดีไปแต่ถ้าไม่สำเร็จลูกสาวของเธอจะต้องอยู่รอดปลอดภัยต่อไป
ซาอิดมาที่คฤหาสน์ทัจยาร์ฮา เมื่อชีคฮาคิมโทรไปบอกว่ามีเื่งานอยากจะปรึกษาด้วยชายหนุ่มนั่งคุยงานกับเพื่อนในห้องทำงานอยู่พักใหญ่ๆพอคุยเสร็จก็พากันเดินไปที่ห้องโถงใหญ่
ซาอิดหวังได้พบท่านหญิงฮานีฟาที่มักจะมานั่งรอพร้อมรอยยิ้มหวานและขนมที่เธอทำอยู่เสมอแต่ครั้งนี้เขากลับพบเพียงความว่างเปล่าจึงรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาทันที
ฮานีฟาไปไหนทำไมไม่มานั่งรอเขาพร้อมของว่างเหมือนเคยกันนะ
ความสงสัยของซาอิดถูกชีคฮาคิมให้ความกระจ่างเมื่อชีคหนุ่มเอ่ยถามนางกำนัลที่อยู่แถวนั้น
“ท่านหญิงอยู่ไหน”
“อยู่ที่สวนดอกไม้กับแขกค่ะท่านชีค” ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ พลางโบกมือไล่ให้นางกำนัลออกไป
“มีแขกคนอื่นนอกจากฉันด้วยเหรอ”ซาอิดเลิกคิ้วสูง ชีคฮาคิมอมยิ้มนิดๆหลุบเปลือกตาลงเพื่อปิดบังประกายตาเ้าเล่ห์ไว้ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ก็คงเป็คุณดีญ่าล่ะมั้งเห็นหลายวันมานี่เขามาหาฮานีฟาบ่อยๆ คุยกันถูกคอเชียวล่ะ”
“ดีญ่า? ใครกัน ผู้หญิงหรือผู้ชาย”ซาอิดไม่รู้ตัวว่าได้เผลอถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดราวกับจะคาดคั้นออกมาชีคฮาคิมจึงยิ่งสนุกมากขึ้นไปใหญ่ จึงออกเดินนำไปยังสวนดอกไม้พลางตอบคำถามเพื่อนไปด้วย
“ผู้ชายสิ คุณดีญ่าเขาเป็นักธุรกิจอัญมณีเขาเอาเครื่องประดับมาให้ฉันดูก็เลยได้รู้จักกับฮานีฟา คุณดีญ่าเป็คนดีมากนะรูปหล่อและอัธยาศัยก็ดี เป็สุภาพบุรุษมากๆ เลยล่ะ นี่ซาอิด...นายยังจำคำพูดเมื่อวานก่อนของฉันได้ไหม”
“อะไร” ซาอิดถามส่งๆไปเพราะใจนั้นร้อนรนแปลกๆ อยากไปที่สวนดอกไม้เร็วๆ เหลือเกิน
“ก็ที่ฉันบอกว่าฮานีฟาควรแต่งงานได้แล้วไงฉันว่าน้องสาวฉันพบคนที่ควรคู่แล้วล่ะอีกไม่นานฮานีฟาคงมีข่าวดีต่อจากงานแต่งของนายก็ได้”ชีคฮาคิมหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี จึงเป็ที่ขวางหูขวางตาของซาอิดนัก
แต่แล้วเสียงหัวเราะก็ขาดหายไป เมื่อทั้งสองคนเดินมาถึงสวนดอกไม้แล้วเห็นภาพหนึ่งเข้าพอดีชีคหนุ่มจ้องภาพตรงหน้าเขม็งในขณะที่ซาอิดคำรามก้องก่อนจะวิ่งปรี่เข้าไปกระชากร่างสูงใหญ่ ที่กำลังโอบประคองร่างท่านหญิงฮานีฟาอยู่ออกจากนั้นก็ประเคนหมัดใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ทันให้ตั้งตัวทันที
ท่านหญิงฮานีฟากรีดร้องด้วยความใเมื่อเห็นคนที่ช่วยตนเองไว้ไม่ให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นโดนทำร้ายหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองซาอิดจึงได้เห็นใบหน้าอันดุดันถมึงทึงแลดูน่ากลัวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนมิหนำซ้ำวงแขนของเขายังกอดรัดตัวเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก ฮานีฟาพยายามปลดมือหนาออกจากเอวเพื่อจะไปดูอาการของคนที่ถูกชกจนล้มลงไป
“อยู่เฉยๆ นะฮานีฟา”ชายหนุ่มดุใส่และยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเมื่อเห็นเธอดิ้นรนจะไปหาผู้ชายตรงหน้าให้ได้
“พี่ซาอิดปล่อยน้องเถอะค่ะ น้องจะไปดูอาการคุณดีญ่าดูปากของเขาท่าจะแตกนะคะ พี่ซาอิดไม่น่าทำรุนแรงกับเขาเลย”
“แค่นี้มันยังน้อยไปมันบังอาจมาลวนลามน้องแล้วยังจะไปเข้าข้างมันอีก”
“ไม่ใช่นะคะ คุณดีญ่าช่วยน้องไว้ต่างหากเขามาช่วยประคองไว้ไม่ให้น้องล้มค่ะ” ฮานีฟาอธิบายความจริงให้ฟังเมื่อได้รู้ความจริงอารมณ์ของซาอิดก็เย็นลงแต่อารมณ์หึงหวงที่เ้าตัวยังไม่รู้ตัวยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจชายหนุ่มจึงยังไม่ยอมปล่อยมือและหันไปบอกดีญ่าเสียงห้วนนิดๆ ว่า
“ผมขอโทษแล้วกันที่เข้าใจคุณผิดเดี๋ยวผมจะให้นางกำนัลมาทำแผลให้คุณก็แล้วกันนะ ส่วนฮานีฟาผมคงต้องขอตัวเธอไปก่อน เพราะผมมีเื่จะคุยกับเธอ” จบคำซาอิดก็จับมือท่านหญิงฮานีฟาไว้ แล้วฉุดดึงให้เดินตามเข้าบ้านไปด้วยกันโดยไม่สนใจชีคฮาคิมกับดีญ่าอีกเลย
ซาอิดพาท่านหญิงฮานีฟามาที่ห้องนั่งเล่นคฤหาสน์หลังนี้เขามาบ่อยเสียจนรู้ว่าห้องไหนเป็ห้องไหนยังไม่ทันเดินไปถึงโซฟาคนถูกฉุดมาก็รู้สึกเวียนศีรษะและใจหวิวๆ ขึ้นมาสองขาก็เหมือนไม่มีแรงเดิน จนหญิงสาวต้องทรุดตัวลงนั่งกับพื้นทำให้ซาอิดใมากและรีบเข้าไปช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากนั้นก็พาไปกึ่งนั่งกึ่งนอนที่โซฟา
“ฮานีฟา! น้องเป็อะไรไป”
“น้องไม่เป็อะไรหรอกค่ะพี่ซาอิดแค่รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยเท่านั้น” เธอตอบเสียงเบาหวิวพาให้คนฟังใจไม่ดี
“พี่ว่าน้องไปหาหมอดีกว่านะรู้ไหมว่าหมู่นี้น้องดูซูบเซียวลงไปเยอะนี่ได้กินได้นอนพักผ่อนเพียงพอหรือเปล่าจ๊ะ”เขาถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าให้เธอ
ท่านหญิงฮานีฟายิ้มเศร้าน้ำตาปริ่มจะหยดจนต้องพยายามกลั้นเอาไว้ ก่อนจะพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ
“ถ้าอย่างนั้นพี่ว่าพี่โทรไปตามหมอให้มาตรวจหน่อยจะดีกว่า” ชายหนุ่มทำท่าจะลุกไปโทรศัพท์ตามหมอจริงๆหญิงสาวจึงรีบคว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้
“อย่าเลยค่ะ น้องไม่ได้เป็อะไรมากจริงๆคือ...ความจริงแล้วน้องโกหกค่ะน้องไม่ค่อยได้ทานอาหารและก็พักผ่อนน้อยก็เลยไม่ค่อยมีแรง”
“พี่ว่าแล้วเชียว ทำไมถึงไม่ค่อยทานข้าวล่ะมีเื่อะไรไม่สบายใจหรือเปล่าปรึกษาพี่ได้นะ”เขานั่งลงข้างๆ พลางจับมือบางมากุมเอาไว้แล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ น้องแค่เบื่อๆ อาหารเท่านั้นเอง”
“ถึงเบื่อก็ต้องทานนะต่อไปนี้น้องต้องทานอาหารทุกมื้อแล้วก็ต้องทานเยอะๆ ด้วยเข้าใจไหม” ซาอิดสั่งเสียงนุ่มพร้อมยิ้มอบอุ่นให้
ฮานีฟาพยักหน้ารับแล้วฝืนยิ้มตอบใบหน้าเศร้าสร้อยที่คอยเอาแต่ก้มหลบของเธอ ทำให้ชายหนุ่มอดที่จะเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันไม่ได้ซาอิดมองดวงหน้างามซึ้งนิ่งๆเหตุการณ์ที่สวนดอกไม้กำลังทำให้เขาสับสนกับความรู้สึกของตนเอง
เขายอมรับว่าโกรธมากที่เห็นฮานีฟาอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นและนอกจากโกรธแล้วก็ยังรู้สึกหวงมาก เพราะไม่อยากให้ชายใดได้แตะเนื้อต้องตัวเธอแม้ปลายก้อยเขาต้องเป็บ้าไปแล้วแน่ๆ เขารักเธอเหมือนน้องสาวคนหนึ่งไม่ใช่เหรอแต่ทำไมถึง...หึงหวงราวกับเธอเป็คนรักของเขาหรือว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาจะหลอกตัวเองมาโดยตลอดกันนะ
ซาอิดถอนใจยาว ยังคงสับสนกับความรู้สึกของตนเองเพราะไม่แน่ใจว่าระหว่างความรักฉันพี่น้องกับความรักฉันหนุ่มสาวอย่างไหนคือความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีให้กับฮานีฟากันแน่
“ฮานีฟา...พี่ไม่รู้นะว่าพี่ไปทำอะไรให้น้องโกรธแต่ถึงยังไงพี่ก็ต้องขอโทษด้วย ยกโทษให้พี่เถอะนะ รู้ไหมว่าพี่ไม่สบายใจเลยที่น้องทำตัวเหินห่างกับพี่แบบนี้”
“น้องไม่ได้โกรธอะไรพี่ซาอิดเลยนะคะ” หญิงสาวตอบตรงกับใจ เธอไม่ได้โกรธเขาจริงๆแต่แค่น้อยใจและเสียใจที่เขาจะแต่งงานกับหญิงอื่นเท่านั้น
“ถ้าไม่ได้โกรธ ก็อย่าทำตัวเหินห่างกับพี่อีกเลยนะกลับมาเป็ฮานีฟาของพี่คนเดิมเถอะ..ได้ไหมจ๊ะ” น้ำเสียงของเขาช่างอ่อนหวานยิ่งนักทำให้ท่านหญิงฮานีฟาอดยิ้มออกมาไม่ได้หญิงสาวฝืนกล้ำกลืนน้ำตาไว้แล้วพยักหน้าให้เป็คำ ตอบถึงแม้จะเ็ปแค่ไหนก็ช่างมันเถอะ เธอทนได้เพื่อคนที่เธอรักต่อไปนี้เธอจะพยายามทำตัวเป็น้องสาวที่ดีของเขาเหมือนเดิม
“ขอบใจนะ แล้วพี่ยังมีอีกเื่หนึ่งที่อยากขอห้ามด้วย” ซาอิดเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ต่อไปนี้น้องห้ามไปใกล้ชิดผู้ชายคนอื่นอีกอย่างเด็ดขาดเข้าใจไหมผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ พี่ไม่อยากให้ฮานีฟาถูกเอาเปรียบ”
“ค่ะ”ท่านหญิงฮานีฟารับคำอย่างไม่คิดโต้แย้ง เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากใกล้ชิดผู้ชายคนไหนอยู่แล้วเช่นกันขณะที่คนทั้งสองมัวแต่พูดคุยกันและเอาแต่สนใจกันและกันอยู่นั้นจึงไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีชายหนุ่มอีกคนยืนเฝ้ามองอยู่เงียบๆที่มุมอับด้านหนึ่งของห้องนั่งเล่น
ชีคฮาคิมกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อเห็นเพื่อนรักดูแลเอาใจใส่ฮานีฟาอย่างดีเขาไม่คิดที่จะเข้าไปขัดจังหวะให้บรรยากาศเสียจึงเฝ้ายืนดูอยู่ห่างๆ แบบนี้ต่อไปเหตุการณ์ที่สวนดอกไม้ทำให้ชีคหนุ่มแน่ใจแล้วว่าซาอิดมีใจให้น้องสาวของเขาอย่างแน่นอนเขาไม่รู้หรอกว่าเพื่อนจะรู้ตัวหรือเปล่า แต่สำหรับคนที่เฝ้าสังเกตดูอยู่อย่างเขา มั่นใจเลยว่าซาอิดมีอาการหึงหวงอย่างเห็นได้ชัดที่เห็นฮานีฟาอยู่ในอ้อมแขนของดีญ่าซึ่งเป็นายทหารที่เขาอุปโลกน์ว่าเป็นักธุรกิจอัญมณีขึ้นมาเพื่อลองใจเพื่อน
ทว่าบอกตามตรงตอนที่เข้าไปเห็นเหตุการณ์ในตอนแรกเขาก็โกรธเหมือนกันเพราะคิดว่าทหารของเขาทำเกินกว่าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนี่ถ้าซาอิดไม่เข้าไปจับแยกเสียก่อนอาจเป็เขาเองที่ทำเช่นนั้นแล้วอาจทำให้แผนการที่วางไว้ล่มไม่เป็ท่า
แผนการนี้นับว่าได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อแล้วเขาจะทำอย่างไรต่อไปดีล่ะ เขาไม่แน่ใจว่าซาอิดรู้ใจของตัวเองหรือเปล่าแล้วถ้าใช่ก็หมายความว่าเพื่อนรักของเขารักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันอย่างนั้นเหรอโอ้...เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าซาอิดจะทำเช่นนั้นได้
ชีคฮาคิมนึกถึงมีนาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เขาสงสารทั้งมีนาและน้องสาวของตนเองจับใจ ชายหนุ่มไม่อยากให้ทั้งสองคนต้องเ็ปเสียใจแต่จะทำยังไงดีล่ะจะมีทางไหนช่วยได้บ้างนะ ทางที่ไม่ต้องมีใครเจ็บช้ำหรือหากจะต้องเจ็บก็ขอ ให้เจ็บน้อยที่สุด
ชีคหนุ่มครุ่นคิดอย่างหนักแล้วริมฝีปากหนาก็แย้มยิ้มออกมาเมื่อคิดได้วิธีหนึ่ง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆแล้วหันหลังให้กับภาพหนุ่มสาวเบื้องหน้า ั์ตาคู่คมมีเลศนัยนั้นเปล่งประกายระยิบระยับอย่างคนที่มีความสุขกับแผนการที่คิดจะทำต่อไป
มีนากดชัตเตอร์ถ่ายภาพอาคารบ้านเรือนตามเส้นทางที่เดินไปเรื่อยๆอย่างเพลิดเพลิน ถึงแม้อากาศจะร้อนไปหน่อยแต่หญิงสาวก็สู้ไม่ถอยเพราะไม่อยากกลับบ้านไปนั่งๆ นอนๆ เล่นอยู่แต่ในห้องเพียงลำพังอีก
มีนามองนาฬิกาที่ข้อมือตนเองก็พบว่าได้เวลานัดกับคนขับรถแล้วซึ่งอีกฝ่ายจะมารอรับเธอยังจุดที่จอดส่งหญิงสาวเก็บกล้องใส่กระเป๋าไว้แล้วเดินไปที่ริมถนน หันมองซ้ายขวาพอเห็นถนนว่างก็รีบวิ่งข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามทันทีแต่ความที่รีบมากไปหน่อยจึงวิ่งไปสะดุดกับก้อนหินที่ตกอยู่บนถนนเข้าเธอเลยล้มลงไปในท่าตะครุบกบก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนก็พอดีกับที่มีเสียงบีบแตรรถดังขึ้น
มีนายืนตกตะลึงเมื่อเห็นรถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งตรงมาทางเธอด้วยความเร็วขณะนั้นเธอทำอะไรไม่ถูกจึงยืนตัวแข็งอยู่กับที่ แล้วจู่ๆ ร่างของเธอก็ถูกกระชากออกมาจากบริเวณนั้นทำให้รถวิ่งแล่นผ่านตัวหญิงสาวไปอย่างเฉียดฉิว พร้อมกันนั้นก็มีเสียงะโด่าของคนขับที่เธอฟังไม่เข้าใจดังตามมา
“คุณมีน...คุณมีนครับ”
“คุณราชิด!” มีนารู้สึกตัวและพอเห็นหน้าคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ก็จำได้ทันที
“ครับผมเอง คุณเป็ยังไงบ้างครับาเ็ตรงไหนบ้างหรือเปล่า”ราชิดมองสำรวจร่างบางอย่างเป็ห่วง เมื่อครู่นี้หัวใจเขาเกือบวายนี่ถ้าเขามาช่วยเธอไว้ไม่ทันคง... ชายหนุ่มขับไล่ความคิดแย่ๆ ออกไปจากหัวสมองและบอกตัวเองว่าจะไปคิดในแง่นั้นทำไมอีก ในเมื่อเวลานี้เธอก็ปลอดภัยดีแล้ว
“ฉันไม่เป็อะไรหรอกค่ะขอบคุณนะคะที่ช่วยไว้ไม่อย่างนั้นฉันคงได้ตายเป็ผีเฝ้าถนนแน่ๆ” มีนาส่งยิ้มอย่างซาบซึ้งใจให้เมื่อเริ่มหายใจทั่วท้องมากขึ้นหัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่นี้ก็กลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง
“คุณมาทำอะไรแถวนี้ครับ”
“อ๋อ...ฉันมาเดินดูอะไรเล่นแก้เบื่อน่ะค่ะเพราะไม่อยากจะนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้านทั้งวัน”
“ถ้าอย่างนั้นผมขออาสาพาเที่ยวได้ไหมครับ ไหนๆเราก็เจอกันแล้ว และวันนี้ผมก็ว่างทั้งวันด้วย ได้ไหมครับคุณมีน” ราชิดเอ่ยอาสาอย่างกระตือรือร้น วันนี้เขาไม่มีงานจะต้องไปทำที่ไหนเพราะท่านชีคของเขาอยู่บ้านทั้งวันชายหนุ่มจึงออกมาซื้อของใช้บางอย่างและไม่นึกเลยว่าจะได้พบมีนาที่นี่เขาดีใจจนบอกไม่ถูก ไม่อยากจะคิดเลยว่านี่อาจเป็พรหมลิขิตก็ได้
“ถ้าไม่เป็การรบกวนคุณล่ะก็ตกลงค่ะแต่ฉันขอไปบอกคนขับรถก่อนนะคะ ป่านนี้คงมารอรับฉันกลับบ้านแล้ว”
“ได้สิครับ เดี๋ยวคุณมีนให้เขากลับบ้านไปก่อนเลยก็ได้เพราะถ้าเที่ยวเสร็จแล้วผมจะไปส่งคุณมีนที่บ้านเองครับ”
“โอเคค่ะ” มีนายิ้มกว้างอย่างสดใสพาให้หัวใจหนุ่มหวั่นไหวราชิดเดินตามร่างบางไปด้วยใจที่เป็สุข เขามั่นใจว่าวันนี้จะต้องเป็วันที่เขามีความสุขที่สุดอย่างแน่นอนเพราะได้เที่ยวกับผู้หญิงที่พึงพอใจ
หลังจากหญิงสาวบอกกับคนขับรถเสร็จแล้วชายหนุ่มก็พาเธอไปที่รถยนต์ของเขา แล้วขับพาเธอไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆที่เขาเคยเล่าให้เธอฟังในวันแรกที่ได้รู้จักกันอย่างมีความสุข