“อ๊าก…”
เสียงร้องด้วยความเ็ปดังก้องในหูของทุกคน กลุ่มผู้รอดชีวิตหวาดกลัวจนตัวสั่นในขณะที่วิ่งหนีสุดชีวิต แต่ทางด้านหลัง นอกจากจะมีซอมบี้ฟันเหล็กแล้ว ยังมีซอมบี้ฝูงใหญ่ติดตามมาอีกด้วย ตอนนี้พวกเขาจะขึ้นไปข้างบนก็ไม่ได้ จะลงข้างล่างก็ไม่ได้อีกแล้ว
“อ๊าก…”
ในทันใดนั้น เกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้นใกล้ตัว ซอมบี้ฟันเหล็กะโลงมาจากเพดานและกดตัวผู้รอดชีวิตสองคนให้อยู่บนพื้น แต่ก่อนที่เซี่ยปู้เอ้อร์จะได้ลงมือทำอะไร กรงเล็บของซอมบี้ฟันเหล็กก็ควักหัวใจผู้รอดชีวิตออกมา หลังจากนั้นเธอจึงก้มลงกินหัวของพวกเขา
เืและสมองกระเด็นเปื้อนตัวเซี่ยปู้เอ้อร์ เด็กหนุ่มเกือบฉี่ราดออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่เคยเจอซอมบี้ที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน อีกอย่างซอมบี้ตัวนี้กินแต่สมองมนุษย์ มันไม่สนใจหัวใจ หรือเนื้อ หรือชิ้นส่วนอื่นเลย ถ้าเธอยังฆ่าคนด้วยความเร็วระดับนี้ คงไม่เหลือผู้รอดชีวิตเลยสักคนในอีกครึ่งชั่วโมงต่อจากนี้แน่นอน
“รีบเข้าไปหลบในห้องครัวเร็วเข้า…”
หลี่โหยงร้องะโและชี้มือไปตามทางเดิน แต่บางคนก็ไม่ยอมเชื่อฟังเธอ พวกเขาวิ่งหนีกลับเข้าไปในห้องเดิมและปิดประตู แต่ประตูไม้ธรรมดาจะหยุดยั้งสุดยอดซอมบี้อย่างเด็กสาวได้อย่างไร ซอมบี้ฟันเหล็กใช้กรงเล็บเจาะประตูและดึงหัวคนออกมาจากช่องว่างบนประตูนั้น
“อ๊าก…”
หญิงสาวที่ใช้จังหวะนั้นวิ่งหนีออกมา ส่งเสียงกรีดร้องอย่างสยองขวัญ เธอถูกชายศีรษะล้านวิ่งชนจากด้านหลังจนล้มลงกระแทกพื้น เธอกลิ้งไปบนพื้นสองตลบก่อนที่จะหยุดแน่นิ่งด้วยความหวาดกลัว แต่นอกจากฝูงซอมบี้ที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอแล้ว แม้แต่ซอมบี้ฟันเหล็กก็หันมาจ้องมองเธอด้วย หญิงสาวผู้หวาดกลัวตัวแข็งทื่อ ไม่สามารถขยับตัวได้อีกแล้ว เธอลืมไปแล้วว่าตนเองควรจะวิ่งหนีไป
“ฟึบ”
ในขณะที่ซอมบี้ฟันเหล็กะโเข้าหาเธอ หอกประดิษฐ์เล่มหนึ่งก็แทงสวบใส่เด็กสาวอสูรกาย ซอมบี้ฟันเหล็กม้วนตัวกลับไปยืนสี่ขาบนพื้น แต่ไม่มีใครคิดเลยว่าเมื่อเซี่ยปู้เอ้อร์แทงซ้ำเข้าไปที่หัวของเธอ หัวของซอมบี้ฟันเหล็กกลับไม่เป็อะไรเลย แต่ใบมีดบนปลายหอกของเขาได้หักไปแล้ว
“รีบหนีไป…”
เมื่อเห็นว่ายังมีฝูงซอมบี้อยู่อีกเยอะ เซี่ยปู้เอ้อร์ก็รีบคว้าตัวหญิงสาวลุกขึ้นจากพื้น แต่เขาไม่คิดเลยว่าซอมบี้ฟันเหล็กจะไม่ได้ตามมาเล่นงานเขา แต่เธอกลับหันไปพุ่งเข้าใส่ฝูงซอมบี้ที่เดินตามมา และภาพที่เด็กหนุ่มได้เห็นก็คือ เด็กสาวอสูรกายไม่ต่างไปจากสิงโตที่กระโจนเข้าใส่ฝูงไฮยีน่าด้วยความดุร้ายเป็อย่างยิ่ง
“...”
เซี่ยปู้เอ้อร์สับสนจนพูดอะไรไม่ออก ดูเหมือนเด็กสาวอสูรกายจะเป็ซอมบี้ที่เสียสติไปแล้วอย่างแท้จริง เธอฆ่าซอมบี้ทุกตัวด้วยความบ้าคลั่ง พวกมันไม่สามารถสู้กลับได้เลย ในอากาศมีแต่หยดเื เศษเนื้อและแขนขามนุษย์ปลิวว่อน ซอมบี้ตัวแล้วตัวเล่าถูกฆ่าทิ้ง เด็กสาวอสูรกายผู้นี้คือเครื่องจักรสังหารดีๆ นี่เอง
“ไปกันเถอะ…”
หญิงสาวที่ก่อนหน้านี้เด็กหนุ่มช่วยเอาไว้ ตอนนี้กลับต้องดึงเซี่ยปู้เอ้อร์ให้ออกเดิน เขากลับมาได้สติอีกครั้ง และรีบวิ่งตามหญิงสาวไป แต่เด็กสาวอสูรกายลงมือสังหารพวกซอมบี้ได้รวดเร็วมาก แม้แต่ซอมบี้ที่เหลืออยู่ก็ยังรีบวิ่งหนีไปด้วยความกลัวตายรอบสอง
“แฮ่…”
ทันใดนั้น เด็กสาวอสูรกายส่งเสียงคำรามออกมาเหมือนคนวิกลจริตสติแตก มันคือเสียงกรีดร้องของคนบ้าที่อยากจะตายไปพร้อมกับคนอื่นๆ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่กล้าแม้แต่จะยกมืออุดหู เขาเห็นโก่วเม่ยโบกมือมาให้จากหลังประตูห้องบานหนึ่ง เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่กล้าเหยียบเท้าลงไปบนพื้นเพราะกลัวจะมีเสียงดัง จึงเลือกเดินไปที่ประตูด้วยการเหยียบไปบนตัวศพที่เรียงรายอยู่บนพื้น
“เร็วเข้าสิ…”
หญิงสาวที่เซี่ยปู้เอ้อร์ช่วยชีวิตเอาไว้กระซิบ เธอวิ่งไปที่ประตูแต่สะดุดล้ม เซี่ยปู้เอ้อร์โดดเข้าไปช่วยดึงเธอลุกขึ้นทันที เขาไม่เดินบนตัวศพอีกแล้ว แต่หันกลับมาใช้วิธีวิ่งไปยังประตูด้วยความเร็วสูงสุดแทน
“ปัง”
เมื่อเซี่ยปู้เอ้อร์กับหญิงสาวเข้ามาในห้องแล้ว โก่วเม่ยก็ปิดประตูทันทีก่อนที่เด็กสาวอสูรกายจะมาถึงเพียงนิดเดียว หลี่โหยงและคนอื่นๆ รีบนำข้าวของในห้องมากั้นไว้หลังประตู ไม่ว่าจะเป็เตาสแตนเลสหนักอึ้งไปจนถึงถังใส่เบียร์ก็มีมาหมด เซี่ยปู้เอ้อร์พบว่าห้องที่พวกเขาเข้ามาคือห้องครัวขนาดเล็ก
“ฟึบ”
ในทันใดนั้น กรงเล็บแหลมคมได้แทงทะลุบานประตูเข้ามาทำให้ถังใส่เบียร์แตกออก โต่วโต่วดึงนี้มีดสับกระดูกออกมาแล้วพุ่งเข้าไปพยายามตัดกรงเล็บของอีกฝ่าย แต่หญิงสาวที่หลบหนีมาพร้อมกับเซี่ยปู้เอ้อร์ะโขึ้นว่า “หาของไปกั้นประตูเอาไว้ เราไม่มีทางฆ่าเธอได้หรอก”
ด้วยเหตุนี้ ของทุกอย่างที่อยู่ภายในห้อง จึงถูกนำมาขวางไว้หลังประตูอย่างบ้าคลั่ง แม้แต่หม้อและกระทะสำหรับทำอาหารก็ถูกนำมาขวางเอาไว้ด้วย แต่เด็กสาวอสูรกายก็พยายามพังประตูต่อไป จากช่องว่างที่พอมองเห็นอยู่ ทุกคนทราบแล้วว่าบานประตูกำลังจะหลุดออกจากวงกบ และเตาสแตนเลสที่ขวางอยู่ก็ค่อยๆ ขยับเลื่อนออกทีละเล็กละน้อย
“อยู่เฉยๆ ทุกคนอย่าขยับ…”
หญิงสาวคนเดิมดึงเซี่ยปู้เอ้อร์กับคนอื่นๆ ให้ถอยห่างจากประตู หลังจากนั้นทุกคนก็ทำได้เพียงสวดภาวนา แม้แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ก็ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ผู้รอดชีวิตทั้งหมดทำได้เพียงจ้องมองบานประตูอยู่ในความเงียบด้วยความตึงเครียด มีเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผากเหมือนสายน้ำ
“แฮ่…”
แล้วเสียงการพังประตูก็เงียบหายไป เช่นเดียวกับเสียงร้องด้วยความขมขื่นของซอมบี้ฟันเหล็ก เสียงเดียวที่ดังอยู่ในตอนนี้ก็คือเสียงร้องไห้กระซิกๆ ของคนภายในห้อง ทุกสายตากำลังจับจ้องไปที่หญิงสาวซึ่งเซี่ยปู้เอ้อร์ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่เธอก็ยกมือทำท่าบอกให้ทุกคนอยู่ในความเงียบ พร้อมกับจ้องมองไปที่ประตูโดยไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย
ผ่านไปได้อึดใจใหญ่ เสียงร้องของเด็กสาวอสูรกายก็ค่อยๆ ดังห่างออกไป เซี่ยปู้เอ้อร์แอบมองผ่านรูโหว่บนประตูที่เธอทำเอาไว้ เขาเห็นเงาร่างที่มีเืเปื้อนไปทั่วตัวเดินหายลับไปตามเฉลียงทางเดินแล้ว
“เฮ้อ นี่มันอะไรกันเนี่ย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ทิ้งตัวนั่งลงในกองเบียร์ด้วยความหมดแรง เหงื่อออกทั่วตัวเหมือนคนที่เพิ่งอาบน้ำ หญิงสาวที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ทิ้งตัวนั่งลงบนถังเบียร์ใบหนึ่ง ก่อนที่จะส่ายศีรษะตอบเขาว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันเคยพลาดคิดเข้าไปช่วยเธอมาแล้ว แต่เธอจะบ้าคลั่งทันทีถ้ามีใครไปแตะต้องตัวเธอ เราจะไปเข้าใกล้เธอไม่ได้!”
“ที่นี่มันเหลือเชื่อจริงๆ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์ดึงบุหรี่ออกมาพร้อมกับกวาดสายตาสำรวจทั่วห้องครัว ในขณะนี้มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่ 6 คน สองในหกคือหลี่โหยงกับเลขานุการของเธอ และในตอนนี้โต่วโต่วก็กำลังสำรวจหาของกินภายในห้องครัว ก่อนที่จะหยิบขนมออกมาจากกล่อง
“เราจะทำยังไงกันดี มีไอ้พวกซอมบี้อยู่เต็มไปหมด…”
ชายศีรษะล้านที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างพูดขึ้น แต่ในขณะที่ไม่มีใครทันตั้งตัวนั้นเอง หญิงสาวที่เซี่ยปู้เอ้อร์ช่วยชีวิตเอาไว้ได้ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปคว้าเข็มขัดของเขาและยกร่างของชายศีรษะล้านโยนออกไปนอกหน้าต่าง เสียงร่างของเขาตกกระแทกพื้นกับเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นเกือบจะพร้อมๆ กัน ส่งผลให้ทุกคนตกอยู่ภายใต้ความตกตะลึง
“ฉันยอมแพ้เลย พี่สาว จะโหดไปไหนเนี่ย…”
หลี่โหยงยกมือปิดปากที่อ้าค้าง ไม่มีใครคิดเลยว่าหญิงสาวผู้นั้นจะกลายเป็ฝ่ายที่ฆ่า ไม่ใช่ฝ่ายถูกฆ่า หลังจากที่เซี่ยปู้เอ้อร์ไปก้มหน้ามองดูที่หน้าต่างแล้ว เขาก็เห็นว่าชายศีรษะล้านกำลังถูกฝูงซอมบี้รุมกินโต๊ะ ไม่ต่างจากดอกไม้ที่ถูกผีเสื้อรุมตอม ชายศีรษะล้านส่งเสียงร้องออกมาได้เพียงไม่กี่ครั้ง ก่อนที่ร่างกายจะถูกฉีกกระชากออกเป็ชิ้นๆ
“เขามันสมควรตาย…”
หญิงสาวยกมือกอดอกสีหน้าเ็า แต่สองตากำลังจ้องมองมาที่เซี่ยปู้เอ้อร์ซึ่งยักไหล่พูดว่า “ถ้ามันจำเป็จริงๆ ผมก็จะฆ่าเขาเหมือนกัน แต่กับคนสวยอย่างคุณเนี่ยนะ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย”
ทันใดนั้นหญิงสาวส่งยิ้มให้เขาและพูดว่า “ขอบคุณที่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันชื่อชวี่เจียหลี่ ฉันเป็นักข่าว”
“ผมชื่อเซี่ยปู้เอ้อร์…”
เซี่ยปู้เอ้อร์มองเธออย่างระวังตัว ชวี่เจียหลี่เป็หญิงสาวอายุ 28 ปี สวมใส่ชุดกระโปรงสีชมพู เธอตัวสูงและผอมบาง จึงดูเหมือนนักแบดมินตันหานหยู่ ถึงแม้ว่าจะอายุเยอะกว่าและไม่ได้สวยเท่ากับหลี่โหยง แต่ทรวดทรงองค์เอวของชวี่เจียหลี่ก็น่ามองอยู่ไม่น้อย แต่ติดตรงที่เธอน่าจะเป็คนดุร้ายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
“เซี่ยปู้เอ้อร์? ชื่อน่าสนใจดีนี่…”
ชวี่เจียหลี่มองเด็กหนุ่มด้วยความสนใจ แต่เซี่ยปู้เอ้อร์ไม่ได้มองเธออีกแล้ว เขาหันหน้ามองไปนอกหน้าต่าง ด้านนอกเป็ทางเดินที่เชื่อมระหว่างสองตึก และมีทางผ่านสำหรับเดินมายังไนท์คลับ รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูสีขาวของหวังเอ้อโกวจอดอยู่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร
“โชคดีนะที่มีซอมบี้อยู่ไม่เยอะ…”
เซี่ยปู้เอ้อร์กำหมัดด้วยความดีใจ ใต้หน้าต่างบานนี้มีซอมบี้แค่เพียง 7 - 8 ตัวเท่านั้น ไม่ใช่งานยากสำหรับเขาเลยที่จะกำจัดพวกมัน ทันใดนั้นจมูกของเด็กหนุ่มได้กลิ่นอุจจาระ หลี่โหยงเดินเข้ามาถามเขาว่า “นายมีกุญแจรถคันนั้นหรือเปล่า?”
“กุญแจเสียบอยู่ในรถ แค่ขึ้นรถได้ก็ขับออกไปได้แล้ว…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันกลับมาแล้วหยิบแตงโมชิ้นหนึ่งส่งเข้าปากอย่างมีความสุข แต่หลี่โหยงชี้มือออกไปนอกหน้าต่างพูดอย่างประหลาดใจว่า “ใครบอกนายว่ากุญแจอยู่ในรถ ฉันนี่แหละเห็นหวังเอ้อโกวล็อคประตูรถเองกับตา หมอนั่นมันอวดฉันด้วยว่านี่เป็รถนำเข้าจากยุโรป”
“ว่าไงนะ ล้อกันเล่นใช่ไหม…”
เซี่ยปู้เอ้อร์หันกลับมา แต่หลี่โหยงตอบหน้าเครียดว่า “หลังจากที่ฉันขับรถชน ฉันก็เลยติดรถของเขามา อีกอย่างรถเขามันต้องใช้กุญแจพิเศษ นี่นายปล่อยให้เขาหลอกได้ยังไง ไอ้หมอนั่นมันไม่ใช่คนดีหรอกนะ”
“แม่งเอ๊ย! เราโดนหลอกเหรอวะเนี่ย…”
เซี่ยปู้เอ้อร์กำแตงโมในมือจนแหลกละเอียด ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าหลี่เสว่จู๋พยายามจะบอกอะไรเขา หวังเอ้อโกวตั้งใจหลอกให้เขาลงมาเพื่อกำจัดพวกซอมบี้ ถ้าไม่มีกุญแจรถ ต่อให้แยกชิ้นส่วนรถเป็ชิ้นๆ พวกเขาก็ไม่มีทางขับมันออกไปได้