
ลูซี่ลูบท้องแล้วนั่งรอเรียกเข้าห้องตรวจก่อนจะออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบอายุครรภ์สี่เดือนกว่าๆสำหรับอดีตนางแบบสาวชื่อดังย่อมดูอึดอัดมากกว่าคนปกติเพราะรูปร่างที่เคยแบนราบก่อนหน้านี้ทำให้ใช้ชีวิตได้คล่องตัวผิดกับตอนนี้ที่รู้สึกอึดอัดจนไม่อยากลุกเดินไปไหน
“ว่าไง”ลูซี่กดรับสายแล้วก็ทำสีหน้าตึงเครียด
“ขอสามแสน”น้ำเสียงห้วนๆทำให้ลูซี่โกรธจนตัวสั่น
“เหี้ย! เมื่อวานเอาไปหนึ่งแสนวันนี้สามแสนที่ผ่านมาแกผลาญไปเป็สิบล้านแล้วนะเล่นอะไรนักหนาพนัน”
“มันเสียต้องเอาคืนรีบๆล่ะไม่งั้นกูจะเตะให้ท้องแตกเลยไม่เชื่อก็ลองดู”
“อย่าทำลูกฉันนะ รอใบนัดก่อนแล้วจะรีบไปโอนให้”
“ดีอยู่ด้วยกันต้องเห็นใจกันสิวะเมียรัก”
“ไอ้…” ลูซี่ไม่ทันได้ด่าปลายสายก็กดวางไปเสียแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นอัครวิชช์มีนัดไปเที่ยวทะเลกับครอบครัวของคู่หมั้นแม้ว่าฝ่ายหญิงจะบอกปัดไปหลายรอบแล้วแต่ครั้งนี้เป็การไปฉลองบ้านพักตากอากาศหลังใหม่ที่นางแสงระวีเป็คนซื้อและ้าเพิ่มความสัมพันธ์ของสองครอบครัวให้แน่นแฟ้นขึ้นแต่ทุกอย่างกลับไม่คลาดจากสายตาของลูซี่เลย
ซู่ววว… เสียงน้ำทะเลซัดฝั่งทำให้ไพลินรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างหญิงสาวปลีกตัวออกมาเดินเล่นเพียงลำพังเพราะอึดอัดกับสถานะของตนกับเขา ขาเรียวย่ำบนหาดทรายอย่างเพลิดเพลินก่อนเสียงทักจะดังอยู่ใกล้ๆ
“เดี๋ยวก่อนสิ”
“คุณลูซี่”ไพลินยังจำลูซี่ได้แม่นพร้อมกับสำรวจที่ท้องของลูซี่
“ฉันมาตามสามีคืน”
“หมายถึง…พี่อัครเหรอ” ไพลินสีหน้าสลดเล็กน้อย
“พ่อของลูกในท้องฉันเองเธอคงเข้าใจนะฉันี้เีพูดยาวๆ เขาหมั้นกับเธอเพราะอะไรเธอคงรู้ดีเพราะเงินแค่นั้นล่ะ”
“ฉันไม่ได้อยากหมั้น”
“ไม่เชื่อ เงินต่อเงินทั้งนั้น ถ้าไม่อยากเสื่อมเสียทั้งตระกูลว่าแย่งผัวชาวบ้านไปถอนหมั้นซะ”
“พี่อัครรู้ไหมว่าคุณท้อง”
“รู้แต่เขาขัดเื่งานหมั้นไม่ได้”ลูซี่พยายามโกหกให้เนียนที่สุดเพื่อให้ไพลินเห็นใจคนท้องอย่างตน
“ฉันไม่เคยคิดแย่งสามีใคร และที่สำคัญฉันมีศักดิ์ศรีมากพอไม่จำเป็ต้องวิ่งไล่จับผู้ชายไม่ว่าจะรวยแค่ไหน”
“ให้มันจริงเถอะไม่ใช่อ่อยสามีฉันจนหลงโงหัวไม่ขึ้น”
“คุณ! ถ้าพูดดีไม่เป็ก็กลับไปซะแล้วรอฟังข่าวดีเื่สามีคุณฉันคืนให้แน่แค่ผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง ฉันไม่้า”น้ำเสียงที่ดูหนักแน่นทำให้ลูซี่ค่อนข้างสบายใจว่าไพลินคงทำตามที่สัญญาเอาไว้ได้
อัครวิชช์เดินตามหาคู่หมั้นอยู่นานกว่าจะเจอว่านั่งอยู่หาดทรายเพียงลำพังเขาพยายามทำตัวให้ไพลินประทับใจหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังไร้วี่แววว่าหญิงสาวจะใจอ่อน
“มาคนเดียวอีกแล้วนะ”
“อย่ามานั่งใกล้ฉัน”
“ทำไมล่ะน้องลิน”
“สกปรก” ไพลินพูดโดยไม่ยอมมองหน้าเขา
“มีอะไรน้องลินน้ำเสียงไม่ค่อยดีเลยบอกพี่ได้นะ”
“ฉันจะขอถอนหมั้น”
“ไม่ได้ พี่ไม่ยอม” เขาตอบโดยไม่ได้มองหน้าของคู่หมั้นแม้แต่น้อยในขณะที่หัวใจเขากลับรุ่มร้อนดั่งไฟสุมทรวง
“ต้องยอม เด็กต้องมีพ่อถ้าพี่มีความเป็คนอยู่ก็คิดถึงลูกเอาไว้ให้มากๆ”
“ลูก… ลูกใคร”
“ทำไมถามแบบนั้นหรือว่านอนไม่ช้ำหน้าเลยไม่รู้ว่าทิ้งไข่ไว้ที่ใครอย่างนั้นเหรอ”
“หรือว่า เื่ลูซี่ น้องลินรู้เื่ลูซี่เหรอครับ”
“ใช่ เขามาทวงสามีคืนฉันไม่รอถามคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ เอาไปเลยแหวนเฮงซวย!” ไพลินพูดแล้วก็ถอดแหวนเขวี้ยงใส่หน้าอกเขาแล้วรีบลุกวิ่งหนีไป
“เดี๋ยวสิ อะไรกันลูซี่มาที่นี่อย่างนั้นเหรอ”เขามองรอบๆเพราะคิดว่าถ้าลูซี่มาที่นี่จริงคงแอบดูอยู่บริเวณนี้อย่างแน่นอนและเขาก็เจอจนได้เพราะลูซี่รู้สึกเสียดท้องจนเดินไม่ไหวเลยยืนนิ่งๆข้างที่พักหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้หาดบริเวณนั้น
“คุณอัคร”ลูซี่ใเมื่อเขาเดินตรงไปหาแต่ก้าวขาหนีไม่ทัน
“ทำอะไรลงไปเื่เด็กในท้องฉันเองยังไม่แน่ใจเลยว่าลูกใครเป็ลูกฉันจริงไหมแล้วทำไมไปบอกไพลินว่าเป็ลูกฉัน”
“ก็ลูกคุณจริงๆ”
“เราสองคนไม่ทันได้รักกันเลยเราแค่สนุกไม่ใช่เหรอ”
“แต่ลูซี่รักคุณ”
“ผมไม่ได้รักคุณผมแค่ชอบในตอนแรกผมยอมรับว่าเ้าชู้อยากได้นางแบบดังๆ”
“แต่เรามีลูกด้วยกันคุณต้องแต่งงานกับลูซี่”
“ผมจ่ายให้ทุกเดือนคุณไม่พอใจหรือไงการแต่งงานไม่ใช่เรื่อ่งเล่นๆนะ คุณแม่ไม่ยอมแน่นอน”
“ลูซี่คงเลือกไม่ได้ ลูซี่้าพ่อให้ลูกคงต้องป่าวประกาศบอกให้ชาวโลกรับรู้แล้วล่ะดูสิว่าชื่อเสียงจะเสื่อมเสียแค่ไหนกันนะเมื่อผู้บริหารหนุ่มไฟแรงฟันแล้วทิ้งผู้หญิงท้องก็ไม่รับผิดชอบ”
“อย่าทำบ้าๆนะ”
“แต่งงานแล้วจะจบไม่แต่งก็จบเหมือนกันคือพวกคุณจบ”
“เอาเท่าไร”
“เงินที่คุณมีมันทำให้ฉันสุขสบายไปอีกหลายชาติฉัน้าคุณ”
“สุดท้ายก็้าเงิน ไม่ได้รักกันแล้วจะแต่งงานกันทำไม”
“พาลูซี่ไปเจอคุณแม่แล้วคุยเื่แต่งงานไม่อย่างนั้นเป็ข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้แน่นอนค่ะ”
“ลูซี่”เขาเองเพิ่งเจรจาได้ลูกค้ามาใหม่สองรายหากเื่เสื่อมเสียมาเกิดตอนนี้คงไม่มีผลดีต่อภาพลักษณ์บริษัทอย่างแน่นอนอัครวิชช์จำใจพาลูซี่ไปเจอกับทุกคนเพราะคิดว่าบางทีมารดาคงจัดการเื่นี้ได้ดีกว่าตน
นางแสงระวีใเอามือทาบอกแล้วทำท่าจะเป็ลมเมื่อลูซี่คาดคั้นเื่งานแต่งต่อหน้าทุกคน
“คุณแม่คะหลานอยู่ในท้องไม่คิดอยากเจอเหรอคะเงินฟาดหัวไม่ได้ค่ะ”
“เธอ้าอะไรกันแน่ฉันจ่ายไปสิบล้านแล้วนะ”
“คุณแม่ให้เงินลูซี่สิบล้านเหรอครับ” อัครวิชช์ถามด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เคยรับรู้เื่นี้มาก่อนเลย
“แม่ผิดเองที่คิดว่าคนแบบนี้จะรักษาคำพูด”
“งานแต่งต้องจัดภายในสิบวันค่ะลูซี่จะหาสถานที่เองคุณแม่จ่ายเงินก็พอ”ลูซี่พูดจบก็เดินจากไปปล่อยให้สองครอบครัวนั่งนิ่งท่ามกลางความเงียบและตึงเครียดสักพักอลันก็เดินตรงมาหาอัครวิชช์แล้วซัดกำปั้นใส่เขาหนึ่งครั้ง
“เพื่อนเฮงซวย!” อลันโพล่งออกมาต่อหน้าทุกคน
“คุณคะทำไมให้มันเลยเถิดแบบนี้เกิดนักข่าวรู้เสื่อมเสียไปหมดเลยนะคะ”นางพจมานหันมาถามนางแสงระวีด้วยความร้อนใจ
“ฉันควบคุมไม่ได้ คุณพจเอาไงดีคะ”
“ฉันไม่ให้ลูกสาวแต่งงานนะคะนอกจากจะจัดการยัยผู้หญิงคนนั้นได้เสียก่อน”
“ยัยลูซี่คนเดียวทำให้พังหมดเลย” นางแสงระวีพูดด้วยความโกรธ
“อย่าไปโทษลูซี่เลยโทษลูกชายเราเองเถอะ”นายอุทิศพูดแล้วส่ายหน้าเพราะเขารู้ดีนิสัยเ้าชู้นั้นได้มาจากเขาเต็มๆ
“ลูกสาวผมมีโอกาสเจอคนดีๆมากมายผมผิดหวังมาก”นายไกรสรพูดจบก็เดินออกไป
“แม่ไปดูคุณพ่อนะลูก”
“ผมว่าเรากลับดีกว่าครับมันไม่สนุกแล้วล่ะ”อลันเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีก
ในขณะที่ไพลินได้แต่มองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆหญิงสาวถอยหลังแล้วหลบพี่ชายที่กำลังเดินหาใครสักคนซึ่งก็คงเป็ตนอย่างแน่นอน
“ไม่เจอ”อลันพึมพำแล้วก็หันไปมองพ่อกับแม่ที่นั่งคุยกันอยู่ที่หน้าระเบียง
“โอ๊ะ” เสียงร้องของผู้หญิงดังอยู่ใกล้ๆทำให้อลันรีบเดินไปดูและคนที่ล้มที่พื้นทรายก็คือลูซี่นั่นเอง
“คุณลูซี่”เขาใเพราะเืสดๆทะลักออกจากหว่างขาลูซี่หน้าซีดแล้วเป็ลมหมดสติส่วนอลันรีบอุ้มลูซี่แล้วก็ะโหาไพลิน
“ช่วยด้วยครับคุณลูซี่เป็ลมใครก็ได้ออกมาช่วยผมที”เสียงดังลั่นหน้าบ้านพักทำให้ทุกคนแตกตื่นวิ่งออกมาดู
“คุณลูซี่เืออกเต็มเลย” ไพลินวิ่งตามเสียงร้องเรียกของพี่ชายเพื่อมาดูเหตุการณ์พร้อมกับเบิกตาโตด้วยความใแต่ก็ยังพอมีสติเปิดประตูรถให้พี่ชายส่วนอัครวิชช์ก็รีบมานั่งที่คนขับแทนอลันแล้วเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็รีบขับรถเพื่อพาลูซี่ไปโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ
“แท้งแน่ๆ”นางแสงระวีเอามือป้องปากแล้วก็หันไปมองหน้าสามี
“ถ้าเด็กนั่นเป็ลูกตาอัครจริงก็เป็หลานเรานะคุณ”
“ฉันรู้แต่ฉันไม่ชอบยัยลูซี่”
“ผมว่าเรากลับกันดีกว่าครับ ปล่อยให้สามีภรรยาเขาจัดการปัญหาชีวิตกันเองดีกว่า”เมื่อทุกคนเห็นด้วยกับอลันก็รีบเก็บกระเป๋าและเดินทางกลับทันทีส่วนไพลินนั่งเงียบมาตลอดทางเพราะไม่เคยคิดว่านอกจากเื่เฮงซวยในคืนนั้นแล้วจะมีเื่แย่ๆอย่างวันนี้เกิดขึ้นกับตนอีก
‘ฉันเกลียดแก’