เสียงหวีดร้องด้วยความใจากริมฝีปากอวบของหญิงสาวหน้ากลมวัย20 ต้น ๆ ดังขึ้น ดวงตายาวรีบัดนี้เบิกกว้างเมื่อมองไปที่ิัคล้ำบนแขนชายฉกรรจ์ใบหน้าคมเห็นว่าเหมือนมีตัวอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน
ดันผิวให้ปูดขึ้นมาเป็ลูกนูน ๆ แล้วเคลื่อนที่วิ่งขึ้นวิ่งลงเธอกลัวจนตัวสั่น ไม่เคยเห็นสิ่งที่สยองต่อความรู้สึกอย่างนี้มาก่อน
เข้มอ้าปากกว้างดวงตาเหลือกถลนด้วยความกลัวและเ็ปต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองการเคลื่อนที่แต่ละครั้งของเ้าก้อนกลม ๆแทบจะแยกเนื้อให้ล่อนออกจากกระดูก เขาร้องโอดโอยแล้วลงไปดิ้นงอหงิกอยู่กับพื้นใบหน้าที่เคยหล่อเหลา บัดนี้บิดเบี้ยวเหยเก
“โอย โอ๊ย ช่วยด้วย ปวดอ๊าก”
“พี่เข้ม พี่เข้มจ๊ะ มันคืออะไร”
“มะ ไม่ ไม่รู้พี่ปวดแทบขาดใจ ช่วยด้วย โฉมไปบอกปู่โสม พ่อ แม่แล้วก็ไอ้คมด้วย”
“จ้ะ ๆ พี่ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ พี่อดทนเอาไว้นะ อย่าเพิ่งเป็อะไรไปล่ะ นึกถึงคุณพระเอาไว้นะพี่ฉันจะประคองพี่มานอนบนแคร่”
“โอ๊ย ไม่ไหวแล้วไอ้ตัวอันนี้มันวิ่งจะออกจากแขน เข้าหัวใจพี่แล้ว ถ้ามันกินหัวใจพี่ล่ะ ปวดปวดเหลือเกิน อา”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าแทบกระชากหัวใจโฉมผู้เป็ภรรยาหมาด ๆ ให้ด่าวดิ้นตามไปด้วย เธอไม่รั้งรออีกต่อไปร่างอวบได้สัดส่วนปล่อยมือจากการประคองร่างแกร่งของสามีวิ่งจ้ำอ้าวไปยังบ้านไม้สักหลังใหญ่ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านเล็กของเธอกับสามีสักเท่าไหร่โฉมส่งเสียงขอความช่วยเหลือตลอดเวลา
“ปู่ พ่อ แม่ คมช่วยพี่เข้มด้วย พี่เข้มแย่แล้ว”
เสียงดังแหวกอากาศด้วยความหวาดกลัวสร้างความตื่นตะลึงจากบุคคลทั้งสี่ที่โฉมกล่าวถึง พากันหันไปมอง ลุกขึ้นจากวงข้าวโดยพร้อมเพรียงกัน
“ใครวะ ร้องเสียงดังจัง”
“เสียงโฉมครับปู่สงสัยจะมีเื่ ได้ยินว่าพี่เข้มแย่แล้ว”
“อะไรนะลูก เข้มแย่แล้วพี่คล้าย ลูกเราเป็อะไรไป เราไปดูลูกกันเถอะ”
“นั่นสิแม่มวย พ่อลุกไหวไหมฉันจะช่วยประคอง”
“หึ ไอ้คล้ายดูถูกคนแก่อย่างไอ้โสมเกินไปแล้วโว้ย ข้าแข็งแรงยิ่งกว่าหนุ่ม ๆ อย่างไอ้คมเสียอีก”
สิ้นคำชายวัยเจ็ดสิบร่างกำยำเต็มไปด้วยรอยสักบนผิวเนื้อจนเขียวพรืด ดีดตัวยืนตระหง่านสองมือกำเข้าหากันแน่น ดวงตาทอประกายจัดจ้า แม้ว่าผมหงอกตามอายุขัย ทว่าเนื้อหนังบนใบหน้ากลับตึงเปรี๊ยะราวกับคน 40 ต้น ๆ
ความมหัศจรรย์ของปู่โสมในข้อนี้สร้างความกังขาให้เกิดแก่คมหลานชายคนเล็กผู้ถอดความหล่อเหลาออกมาราวกับเป็คนเดียวกัน
“ปู่โสมจ๊ะ ช่วยด้วยช่วยพี่เข้มด้วย”
ร่างอวบขาวตะกายขึ้นบันไดด้วยอาการตาลีตาเหลือกครั้นเห็นปู่โสมยืนอยู่ เธอปราดเข้าหาแล้วทรุดลงไปกอดขาเอาไว้จนแน่นเสียงร้องไห้ดัง ๆ จึงตามมา ทุกคนมองโฉมด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือนังโฉม”
“นั่นสิ พอขึ้นบ้านมาได้กอดเข่าปู่ร้องไห้ยังกับว่ามีคนกำลังจะตาย”
“จริง ๆ จ้ะแม่ พี่เข้มจ้ะพี่เข้ม”
“เดี๋ยวก่อนนังโฉมตั้งสติให้ดี ค่อย ๆ พูด ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายข้า”
“ช้าไม่ได้แล้วพ่อพี่เข้มเป็อะไรไม่รู้ จู่ ๆเหมือนมีลูกอะไรซ่อนอยู่ใต้เนื้อ วิ่งขึ้นวิ่งลงพี่เข้มเจ็บแทบขาดใจ พี่เข้มบอกว่ามันกำลังวิ่งเข้าสู่หัวใจ”
“หา !หลานข้าเจอขนาดนั้นเลยหรือ ไอ้พวกอวิชชา มันกับข้าจะต้องเห็นดีกัน”
ปู่โสมกระทืบเท้าดังปัง พื้นะเืเลือนลั่น ทุกคนสะดุ้ง หน้าเผือดสีรู้ว่าชายสูงวัยผู้นี้กำลังโกรธจัด ยังไม่ทันจะอ้าปากซักถามปู่โสมเผ่นพรวดโลดทะยานลงจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว ขัดจากคนวัยชรา คล้าย มวยคมพร้อมด้วยโฉมเห็นดังนั้นพากันไล่หลังลงมาติด ๆ กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาถึงรังรักของเข้มใจแทบหล่นวูบเมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความเ็ปของชายหนุ่มดังขึ้น
“โอ๊ย ! ใครก็ได้ช่วยข้าที ปวดจะตายอยู่แล้ว”
“ไอ้เข้มลูกพ่อนี่มันเกิดอะไรขึ้น หา นี่มันตัวอะไรวิ่งวนอยู่ในเนื้อเอ็ง พ่อ พ่อ ต้องช่วยหลานนะดูซิ มันเจ็บเสียจนตาเหลือกแทบถลนออกมานอกเบ้าแล้ว”
“เออ ข้ารู้น่าไม่ปล่อยไอ้พวกใช้มนตร์มารเล่นงานหลานข้าหรอกวะ ฮึ คงคิดว่าแน่กล้าปล่อยของใส่หลานกู มันจะต้องเจ็บหนักร้อยเท่าพันทวี”
“พ่อไอ้เข้มมันโดนอะไร”
“โดนของน่ะสิถามได้มันคงไปซ่าทำให้ใครหมั่นไส้น่ะสิ ถึงเจอดีแบบนี้พวกเอ็งช่วยกันหามมันขึ้นมานอนบนแคร่นี้ เร็วเข้า”
ไม่ต้องบอกซ้ำเป็ครั้งที่สองคมกับคล้ายช่วยกันหามร่างที่ยังคงดิ้นพราดๆ ให้ขึ้นมานอนบนแคร่ท่ามกลางสายตาเป็ห่วงของมวยกับโฉมจับมือกันร้องไห้ด้วยความสงสารกลัวว่าเข้มจะมีอันเป็ไปแต่ไม่กล้ามองดูเ้าลูกนูนที่ยังคงวิ่งขึ้นลงบนแขนชายหนุ่ม มันน่ากลัวและสยดสยองเกินไป
เสียงเข้มยังคงกรีดร้องโหยหวนตลอดเวลาพ่อกับน้องชายช่วยกันจับมือ กดขาเอาไว้ เพราะเขาพยายามลุกขึ้นนั่งปู่โสมเห็นดังนั้นนั่งสมาธิหลับตาบนเก้าอี้ไม้ โดยนั่งอยู่เหนือหัวหลานชายริมฝีปากได้รูปขมุบขมิบไปมา ภาษาแปลก ๆ ที่ไม่มีใครได้ยินดังขึ้น
เสียงท่องมนตร์นั้นบางครั้งห้วนกระชั้นและบางคราโหยหวน ผู้ที่ได้ยินต่างเย็นะเื ไปตาม ๆ กัน
“ไม่ไหวแล้ว ฉันกำลังจะตาย”
“พี่เข้มทำใจดี ๆ ไว้”
“นั่งโฉม เบา ๆ ห้ามพูดปู่กำลังใช้สมาธิ”
เสียงห้วนห้าวจากคล้ายดังขึ้นปรามลูกสะใภ้ไม่ให้ส่งเสียงรบกวนสมาธิจากปู่โสม บัดนี้คาถาที่สวดเริ่มเร็วและดังขึ้นก้องสะท้านในความรู้สึกให้หวาดหวั่น
จู่ ๆหมาดำตัวใหญ่จากไหนไม่รู้กระโจนพรวดเข้ามายืนจังก้า ประจันหน้ากับปู่โสมดวงตามันวาววับ อ้าปากกว้างโชว์ฟันขาวคมน่ากลัว
“เฮ้ย ! หมาดำ มาจากไหนวะ ไอ้คมไล่มันไปทีซิ”
“ไม่ต้องหรอกไอ้คล้าย พวกเอ็งนิ่งๆ ไว้อย่ากลัว ข้าจัดการมันเอง ไอ้สันดาน มันคิดอยากลองดีกับข้าเดี๋ยวเถอะมึงได้เจ็บกลับไป วิชาสกปรกจริง ๆ มาในร่างหมา”
จากคำพูดของชายสูงวัยบอกให้รู้ว่าหมาดำตัวนี้ไม่ธรรมดาเกิดจากมนตร์ของใครบางคนบังคับให้มันมาที่นี่ เพื่อเล่นงานจอมคาถาอย่างปู่โสม
ฝ่ายนั้นคงไม่ธรรมดาเช่นกันวิชาคงแก่กล้าไม่น้อย แต่ปู่โสมหาได้หวั่นแต่อย่างใดเ้าหมาดำตัวนั้นยังคงจ้องหน้าปู่โสม ตาวาววับดูเผิน ๆ เหมือนระเรื่อด้วยสีแดงก่ำ
“ฮื่อ แฮ่”
“มึงมันจะแน่สักแค่ไหนวะไอ้อวิชชาโสโครก พรางตัวอยู่ในหมา สันดานต่ำจริง ๆ”
สิ้นคำปู่โสม เ้าหมาดำหูชันราวกับฟังรู้เื่พุ่งกระโจนใส่ แต่แล้วมันก็ต้องสะดุ้งร่างบิดงอกลางอากาศเมื่อปู่โสมเป่าลมพรวดออกจากปากอัศจรรย์เป็อย่างยิ่งทุกคนที่เห็นต่างพากันมองตะลึงตาค้างเหมือนมีแมลงสีดำตัวเล็ก ๆ พุ่งเข้าใส่เ้าหมาตัวนั้น แล้วมุดชอนไชเข้าไปในขน เสียงมันร้องลั่น
“โอ๊ย ! อ๊าก”
คุณพระช่วย!เสียงที่เปล่งออกมานั้นเป็เสียงคนแก่ โหยหวนสุดสยอง ก่อนจะทิ้งร่างลงกับพื้นแต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์ มันยังคงยืนทำตาลุกโชน น่ากลัวไม่น้อยลูกหลานที่เห็นต่างพากันผวาเข้าหากันด้วยความกลัว
เข้มที่ยังคงนอนบิดตัวไปมาด้วยความเ็ปบัดนี้ความกลัวเข้ามาแทนที่ ลุกขึ้นนั่ง เนื้อตัวสั่นเทา เขาสบตากับเ้าหมาดำตัวนั้นร่างชาวาบราวกับต้องมนตร์สะกด
“ยังไม่ไปอีกหรือไอ้เดรัจฉาน มีของดีแต่เอามาใช้ในทางที่ผิด เสียชาติเกิดจริง ๆ”
“มึงไม่ต้องพูดมากเตรียมตัวพบกับความฉิบหายได้แล้ว”
“ไอ้สถุลจนป่านนี้ยังไม่สำนึกตัวอีกบอกมา มึงเป็ใคร ทำร้ายหลานข้าทำไม”
“ไม่จำเป็ที่กูจะต้องบอกมึงไอ้โสม”
“หา นี่มึงรู้จักกูด้วยดีงั้นเตรียมตัวตายเถอะ”
ปู่โสมผู้ไม่ยอมแพ้ใครเช่นกันท่องคาถาด้วยเสียงดัง ๆ หน้าตาบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดมุ่นลูกหลานต่างเอาใจช่วยให้ผู้นำครอบครัวปราบเ้าจอมมารร้ายให้ดับดิ้นขณะเดียวกันหมาดำที่มีดวงจิตของผู้มีอาคมขลังยังคงส่งเสียงหอนโหยหวน ทำท่าท้าทายมันมองไปที่เข้มด้วยตาลุกโชน เข้มเ็ปแทบขาดใจเมื่อสิ่งที่อยู่ใต้ิัทำท่าจะพุ่งเข้าไปสู่หัวใจ
“มึงไม่หยุดทำร้ายหลานกูงั้นก็เจอดี นี่แน่ะ โอมเพี้ยง”
ปู่โสมเป่าพรวดไปยังร่างหมาดำที่ยังคงอหังการใช้คาถามนต์ดำเล่นงานเข้มมันหันขวับพร้อมกับสะดุ้ง ส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป เืสีแดงสด ๆทะลักออกจากดวงตาทั้งสองข้างจมูกและปากกว้าง กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งทุกคนยกมือปิดจมูกเอาไว้แน่น
“มึง จำเอาไว้ กูจะกลับมาอีกไอ้โสม”
สิ้นคำอาฆาตร่างหมาดำล้มตึงลงกับพื้นฝุ่นตลบฟุ้ง จู่ ๆ เกิดลมพัดอย่างรุนแรง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเศษใบไม้และฝุ่นแดง ๆถูกหอบขึ้นไป หมุนเป็วงเกลียวแล้วพุ่งหายไปทางทิศใต้ ปู่โสมมองตามด้วยดวงตาวาววับ