หลังจากผ่านการอ่านหนังสืออย่างเอาเป็เอาตายมา สุดท้ายการสอบของอาทิตย์นี้ก็สิ้นสุดลง พร้อมกับนักศึกษาจำนวนมากที่เก็บกระเป๋าเพื่อทยอยกลับบ้านใน่ปีใหม่ของจีน ดีนะสาขาของฉันสอบเสร็จไวกว่าคนอื่นๆ เลยถือว่าปิดเทอมไวกว่าสาขาบางสาขาอยู่หนึ่งอาทิตย์ ทำให้หอพักและในบริเวณของ มหาลัยมีนักศึกษาเหลืออยู่ไม่มาก ฉันกับถิงถิงยังคงอยู่ที่มหาลัย เพราะไม่ได้กลับบ้าน ทำได้เพียงโทรหาที่บ้านเพื่อส่งความคิดถึงไปให้
“อ่ะ นี่ของแก ตงหยางฝากมาให้”
ฉันได้แต่ลุกขึ้น แล้วเอื้อมมือไปหยิบบัตรที่ถิงถิงเอามาให้
“บัตรดูหนังสองใบจากชมรมถ่ายรูป รูปของแกได้รางวัล”
“อึ้ย!! จริงดิ แกคงไม่ได้ใช้เส้นช่วยฉันหรอกใช่ไหม”
“เปล่า…ภาพแกกับรุ่นพี่ถ่ายได้สวยจริงๆนะ แกลองเข้าไปดูในเพจชมรมสิ ตงหยางคงประกาศรางวัลพร้อมอัพรูปผู้ชนะได้รางวัลแล้วล่ะ”
ฉันหยิบโทรศัพท์แล้วกดเข้าไปดูเพจชมรมเหมือนที่ถิงถิงบอก รูปของฉันกับรุ่นพี่ที่ควงแขนแล้วสบตากัน ฉันที่มองรุ่นพี่แล้วทำท่าทำทางเขินอายยกขาข้างนึงขึ้นไปด้านหลัง โชว์ร่าอยู่ในเพจจนมีคนมากมายมาแสดงความคิดเห็นและกดไลค์กันรัวๆ
ဝ__ဝ////
“หวานมากเลยค่ะ”
“เหมาะสมกันสุดๆค่ะ”
“เชียร์ค่ะ”
“ไม่ได้นะ รุ่นพี่ซีอ่าวเป็ของฉัน”
ฉันเข้าไปอ่านคอมเม้นท์แล้วเอาแต่ยิ้มบิดไปบิดมา จนถิงถิงเดินเข้าไปเอามือทาบหน้าผากฉัน
“แล้วแกว่างไปดูหนังกับฉันไหมล่ะ”
ฉันหันไปถามถิงถิงเื่ตั๋วหนังที่อยู่ในมือ
“จะมาชวนฉันทำไมล่ะ ไปชวนคู่แกสิ”
“อ๋ออออ…..”
ฉันยิ้มแล้วพยักหน้าเข้าใจสิ่งที่ถิงถิงบอกใบ้ฉันมา
//^—^//
หลังจากได้ฟังการบอกใบ้ของยัยถิงถิง ฉันก็ไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดโทรหาคู่ของฉันที่ถิงถิงบอกทันที
“อัลโหลค่ะ รุ่นพี่ซีอ่าว ฟางฟางนะคะ”
“อ๋อ ว่าไงฟางฟาง”
“พรุ่งนี้รุ่นพี่ว่างไหมคะ พอดีเราชนะการแข่งขันการถ่ายรูปคู่ของชมรมนะคะ ก็เลยได้ตั๋วหนังมาสองใบ รุ่นพี่สะดวกไปดูหนังกันไหมคะ แล้วก็อยากเลี้ยงข้าวที่รุ่นพี่พาฉันไปเที่ยวเมื่อครั้งก่อนด้วยนะคะ”
รุ่นพี่เงียบไปสักแป็บ ปล่อยให้ฉันที่ทั้งตื่นเต้น และลุ้นกับคำตอบที่จะได้รับจากปลายสายจนตัวชาไปหมด
“อืม ได้สิ เจอกันพรุ่งนี้นะ”
// > v < //
ฉันหันไปพยักหน้าให้ถิงถิง เป็อันบอกว่ารุ่นพี่ตกลงไปกินข้าวดูหนังกับฉันแล้ว ฉันกับถิงถิงลุกขึ้นกอดกันแล้วะโโลดเต้นเป็วงกลมด้วยความดีใจ
“อย่าลืมแผนขั้นที่สามล่ะ”
“อืม!”
(โรงภาพยนตร์)
ฉันใส่กระโปรงยาวสีขาวกับเสื้อแขนยาวลายลูกไม้สีชมพู และกระเป๋าสะพายข้างสีขาว {ที่ยืมมาจากถิงถิง} พาตัวเองมานั่งรอรุ่นพี่อยู่ที่นั่งหน้าโรงหนัง ตอนนี้เป็เวลาหนึ่งทุ่ม หนังจะเริ่มฉายตอนสองทุ่มตรง ฉันได้แต่ดูนาฬิกาที่ใส่มา ตอนนี้ทุ่มครึ่งก็ยังไม่มีวี่แววของรุ่นพี่ ฉันจึงลุกขึ้นไปซื้อน้ำกับป๊อปคอนมาไว้ก่อน เผื่อรุ่นพี่มาจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปซื้ออีก
“อีกสิบนาทีจะสองทุ่มแล้ว”
ฉันที่ชะเง้อแล้วชะเง้ออีกมองไปยังตรงทางเดินเพื่อมองหารุ่นพี่ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววรุ่นพี่เลย
“โทรหาดีกว่า ตู๊ดดด ตู๊ดดดด~”
“ตึก ตึก ตึก ตึก”
อยู่ๆก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาหยุดตรงหน้าฉัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองฉัน
“แฮกๆๆ ขอโทษทีฟางฟาง รถติดมากเลย”
รุ่นพี่ที่มีเหงื่อไหลข้างแก้มเงยหน้าขึ้นมาพูดขอโทษฉัน ทั้งทีเสียงพูดยังไม่ดังเท่าเสียงหอบจากการหายใจไม่ทัน รู้ได้เลยว่ารุ่นพี่พยายามวิ่งมาหาฉัน
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันก็พึ่งมาถึงค่ะ”
เพื่อไม่ให้รุ่นพี่ซีอ่าวรู้สึกผิด ฉันเลยจำใจต้องโกหกพี่เขาไป ฉันหยิบกระดาษเช็ดชู่ที่มีอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาแล้วจะซับเหงื่อที่หน้าให้รุ่นพี่
“อ๋อ ไม่เป็ไร เดี่ยวพี่เช็ดเอง ขอบใจมาก เราเข้าไปกันเถอะ”
รุ่นพี่รับกระดาษเช็ดชูไปไว้ในมือแล้วค่อยๆซับเหงื่อที่ไหลข้างแก้มของตัวเอง ก่อนจะมาช่วยฉันถือป๊อปคอนแล้วเดินเข้าไปในโรงหนังกัพร้อมกัน
“รุ่นพี่ว่าคนนั้นต้องเป็……”
“..............”
ฉันที่มัวแต่กินป๊อบคอนและดูหนังจนออกรสออกชาด กำลังหันไปชวนรุ่นพี่คุย แต่รุ่นพี่กลับนอนหลับไปแล้ว
“สงสัยคงเพลียจากที่วิ่งมาเมื่อกี้แน่เลย”
ฉันได้แต่พึมพำแล้วปล่อยให้รุ่นพี่นอนแบบนั้นต่อไป
“รุ่นพี่อยากกินอะไรคะ”
หลังจากดูหนังจบ (ของฉันคนเดียว) ฉันกับรุ่นพี่ก็เดินมาหาของกินกันต่อ
“พี่มีร้านลับ สนใจไหม”
“ได้ค่ะ”//^—^//
ฉันได้แต่ยิ้มแล้วตอบรับไป
หลังจากที่นั่งรถมาได้สักพัก รุ่นพี่ก็พาฉันเดินเข้าในซอยเล็กๆซอยหนึ่ง สองข้างทางทั้งมืดและเงียบจนเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา {หรือว่ารุ่นพี่จะหลอกฉันไปฆ่านะ นี่หรอที่แม่บอกว่าอย่าพึ่งเชื่อใจคนที่พึ่งรู้จักกัน}
ในตอนที่ความคิดของฉันเริ่มตีแล้ว
“ถึงแล้ว”
อยู่ๆรุ่นพี่ก็พาฉันมาถึงบ้านไม้หลังนึงที่ดูสดใสเพราะประดับไฟไว้ทั่ว ด้านในมีผู้คนไม่มากนัก รุ่นพี่พาฉันมานั่งตรงริมระเบียงเพื่อดูวิวลำธารน้ำใสที่ไหลผ่าน รุ่นพี่สั่งอาหารให้ฉัน ก่อนจะเดินไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นของร้านมาดื่ม
“เป็ไง อร่อยไหม ร้านนี้เป็ร้านลับของพี่กับตงหยางเลยนะ”
“อร่อยค่ะ คือว่า….แพงไหมคะ”
รุ่นพี่ได้แต่หัวเราะแล้วส่ายหน้า
“ไม่แพง ไม่ต้องห่วงพี่ไม่ให้ฟางฟางเลี้ยงหรอก เดี่ยวพี่เลี้ยงเอง”
“ไม่ได้ๆ ฉันบอกรุ่นพี่ไปแล้วว่าจะเลี้ยงรุ่นพี่เป็การขอบคุณเื่ครั้งก่อน”
ฉันที่พยายามปฏิเสธรุ่นพี่เสียงแข็ง จนในที่สุดรุ่นพี่ก็ยอมแพ้
“............”
“............”
อยู่ๆการสนทนาก็เงียบลง เหลือเพียงเสียงของโต๊ะข้างๆกับเสียงขวดเบียร์ที่กระทบโต๊ะของรุ่นพี่ ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อลดความเงียบนี้แล้วล่ะ เอาล่ะเริ่มปฏิบัติภารกิจได้แล้วข้าวฟาง
“รุ่นพี่ไม่กลับบ้านหรอคะปิดเทอมแล้ว”
“พี่ว่าจะหางานทำดูก่อนนะ ปีสามแล้วต้องเริ่มหางานไว้ได้แล้วนะ น่าจะกลับปีใหม่ทีเดียวเลย”
“อ๋อค่ะ”
“แล้วรุ่นพี่ไม่พาแฟนกลับไปกินข้าวที่บ้านหรอคะปีใหม่นี้”{ฉันถามอะไรออกไปเนี้ย}
รุ่นพี่ได้แต่ยิ้ม แล้วยกขวดเบียร์ขึ้นดื่มอีกครั้ง
“พี่ยังไม่มีแฟน”
{ //^—^// } ภายในใจของฉันตอนนี้เริ่มลุ้นหนักขึ้นเรื่อยๆกับคำถามที่ตัวเองถามรุ่นพี่
“แล้วรุ่นพี่มีคนที่ชอบอยู่ไหมคะ”
ฉันได้แต่ยกน้ำขึ้น เพื่อทำเป็ไม่ได้สนใจกับคำถามที่พึ่งถามไปเมื่อกี้
“มีสิ ชอบมานานแล้ว”
//^—^// {บ้าจริง พูดตรงจัง}
“แล้วทำไมไม่สารภาพรักล่ะคะ เผื่อเขารออยู่นะคะ”
“กลัวเขาปฏิเสธนะสิ”
รุ่นพี่พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างออกได้ชัด
“แล้วน้องฟางฟางล่ะ มีแฟนยัง”
{อุ๊ยยยยยๆๆๆแอบถามๆ}
“ยังค่ะ ยังโสดสนิท”
“อ๋อๆ แล้วมีคนที่แอบชอบอยู่บ้างไหม มาเรียนที่นี้ก็นานแล้วนิ”
“อือ…ก็มีค่ะ รอให้เขามาสารภาพอยู่ค่ะ เห็นไหมคะรุ่นพี่ผู้หญิงเขาก็ต่างรอให้ผู้ชายมาสารภาพกันทั้งนั้นแหละค่ะ อย่าไปกลัวค่ะ สำเร็จแน่นอน”//^—^//
“อืม….นั้นพี่ต้องลองบ้างแล้วล่ะ”
หลังจากรุ่นพี่ทำหน้าอมทุกข์อยู่ทั้งนานในที่สุดเขาก็เริ่มยิ้มได้แล้ว
“วันนี้สนุกมากเลยค่ะ นั้นหนูไปก่อนนะคะ แล้วอย่าลืมทำตามหนูแนะนำนะคะ หนูรออยู่นะคะ”
“อ่ะ?”
“อ๋อ คือ….หมายถึงรอฟังข่าวดีของรุ่นพี่อยู่นะคะ”
“อ๋อโอเค บายบ่าย”
“บายบ่ายค่ะ”
“เกือบไปแล้วๆ”
ฉันรีบเดินขึ้นบันไดไปบ่นไปเื่ความปากไวของตัวเอง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง แล้วเปิดประตูเข้าไปพบกับห้องที่เงียบเหงาเหลือเพียงฉันคนเดียวที่อยู่ในห้อง เพราะพี่เสี่ยวเหมยไปฝึกงานกับเพื่อน ่นี้ฉันเลยไม่ได้เจอพี่เสี่ยวเหมยมาสักระยะแล้ว
การปิดเทอมภาคเรียนแรกผ่านไปไวมาก ฉันใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือเรียนล่วงหน้าเพราะศัพท์ที่ใช้เริ่มยากขึ้น บางครั้งมีเวลาว่างก็ออกไปเที่ยวไปออกกำลังกายบ้าง แต่่ปลายปี ที่นี้อากาศเริ่มหนาวมากอุณหภูมิเริ่มติดลบ ทำให้ไม่ค่อยเห็นใครออกมาเดินไปไหนกัน ส่วนยัยถิงถิงไปร่วมงานปีใหม่ที่บ้านเกิดของพี่ตงหยาง ซึ่งถิงถิงชวนฉันนะ แต่ฉันไม่อยากไปเป็ก้าง แล้วอีกอย่างถิงถิงก็จะได้เจอพ่อแม่ตงหยางครั้งแรกด้วยฉันเลยขอตัวอยู่ห้องดีกว่า เผื่อรุ่นพี่ซีอ่าวตัดสินใจมาสารภาพรักฉัน่วันปีใหม่ขึ้นมาแล้วหาฉันไม่เจอจะทำยังไงล่ะ ฉันเลยได้แต่จำใจอยู่หออย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ก่อนปีใหม่ก็แล้ว ปีใหม่ก็แล้ว หลังปีใหม่จะเปิดเทอมสองอยู่แล้ว ฉันยังไม่เห็นวี่แววแฟนในอนาคตของฉันเลย (ตึกตักไปเองก่อน) ฉันได้แต่คิดในใจว่ารุ่นพี่อาจจะติดงานเพราะรุ่นพี่เคยบอกว่าจะหาที่ฝึกงาน หรือไม่ก็ไปญาติที่ต่างจังหวัดก็ได้ ค่อยรอดู่เปิดเทอมทีเดียวแล้วกัน และแล้วเหลือเวลาอีกสองวันที่มหาลัยจะเปิดเทอมสอง นักศึกษาบางคนก็เริ่มทยอยกลับมากันั้แ่อาทิตย์ที่แล้ว ตอนนี้มีนักศึกษากลับมากันเยอะแล้ว
“อัลโหล ฟางฟาง นี้พี่เสี่ยวเหมยนะ”
ฉันกดรับสายเบอร์ที่โทรเข้ามา
“พี่เสี่ยวเหมยหรอคะ คิดถึงจังเลย จะกลับมาเมื่อไหร่คะ?”
“พี่จะกลับพรุ่งนี้แหละจ้า วันนี้วันเกิดพี่ พี่ก็เลยจะชวนฟางฟางกับถิงถิงไปงานวันเกิดพี่ที่ร้านคาร์ราโอเกะร้านประจำชื่อว่าเพลงเพลิน จะมีเพลงหลายประเทศด้วยนะ มาให้ได้นะ พี่มีเฟอร์ไพรส์จะบอกด้วยนะ”
“อ๋อ ได้ค่ะ เจอกันค่ะ”
หลังจากนัดแนะกับยัยถิงถิงเรียบร้อย ฉันก็ไปหาชุดสวยๆที่มีอยู่ แต่ส่วนใหญ่เสื้อผ้าที่มีอยู่มีแต่เสื้อยืด กางเกงยีน แต่ก็นะการเป็ตัวเองสำคัญที่สุด หลังจากเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกก็วนมาจบกับเสื้อยืดและกางเกงยีนเหมือนเดิม
ตอนนี้ฉัน ถิงถิง และรุ่นพี่ตงหยางมายืนรอพี่เสี่ยวเหมยอยู่ตรงหน้าร้านตามเวลานัดหมายกับพี่เสี่ยวเหมยไว้ อยู่ๆถิงถิงก็เดินมาจับมือฉันแล้วเขย่าเบาๆ ก่อนจะส่งสายตาให้ฉันมองไปทางข้างหน้า ฉันที่เห็นถิงถิงทำท่าทางใก็เลยหันไปทางที่ถิงถิงบอก ฉันเห็นพี่เสี่ยวเหมยเดินมากับรุ่นพี่ซีอ่าว แต่ที่ต้องใและอึ้งหนักกว่าเดิมอีกก็คือ ทั้งสองคนเดินจับมือกันมา ทำเอาในสมองของฉันมึนงงไปหมด
“รอนานไหม ”
เมื่อเดินมาถึงพี่เสี่ยวเหมยก็เดินมาทักทายพวกเราที่ยืนรออยู่
“เฮ้ยยยยอะไรยังไงเนี่ยเพื่อน สุดท้ายก็กลับไปคืนดีกันแล้วหรอ ข่าวดีสุดๆ”
หลังจากที่รุ่นพี่ตงหยางพูดจบ ถิงถิงก็หันมามองหน้าฉันแล้วสายหัวเพื่อบอก {ว่าเธอไม่รู้เื่เลย}
“คนนี่ไง ที่พี่เคยเล่าให้ฟัง ขอแนะนำอย่างเป็ทางการ ซีอ่าวแฟนพี่เอง เฟอร์ไพรส์ไหม”
ဝ__ဝ!////
“จริงๆ แล้วเรารู้จักกันแล้วล่ะ ฟางฟางเป็รุ่นน้องสาขาฉัน แล้วก็รู้อีกด้วยว่าฟางฟางเป็รูมเมทของเธอ ฉันเลยดูแลให้เป็อย่างดีเลยล่ะ แล้ววันก่อนพี่ต้องขอบใจฟางฟางมากเลยนะที่พูดให้พี่คิดได้ ทำให้พี่มีความกล้าที่จะไปสารภาพกับเหมยเหมยอีกครั้งนึง”
รุ่นพี่ซีอ่าวหันมาขอบใจฉันที่เห็นสีหน้าได้ชัดว่าเลยว่าจริงจังสุดๆั้แ่เคยรู้จักกันมา
ဝ__ဝ!!!////
{วันหลังชวนเหมยเหมยมาด้วยนะ แม่ไม่ได้เจอนานแล้ว} อยู่ๆภาพที่แม่รุ่นพี่พูดถึงใครคนนึงก็แว๊บขึ้นมาในหัว ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าเป็ใคร…..
“ฟางฟาง พี่มีเื่จะบอกอีกเื่นึง พรุ่งนี้พี่ต้องย้ายออกจากหอพักแล้วนะ เพราะพี่ต้องไปฝึกงานอีกที่นึง เลยจะเช่าห้องอยู่ข้างนอกไปเลย จะได้สะดวก แต่ถ้าวันไหนพี่เข้ามหาลัย เราค่อยนัดเจอกันนะ”
“อ๋อออ…..โอเคค่ะ แต่พี่เสี่ยวเหมยต้องมาหากันบ้างนะคะ”
ช็อคแล้วช็อคอีก เฟอร์ไพรส์สุดๆ ตอนนี้ไม่รู้ว่าฉันทำหน้าแบบไหนอยู่ ในใจทั้งรู้สึกสับสนปนเปกันไปหมด จะร้องไห้หรือดีใจกับพี่เสี่ยวเหมย ตอนนี้ฉันไม่รู้เลยจริงๆว่าจะเอายังไงต่อ ถิงถิงได้แต่บีบมือฉันเพื่อปลอบใจฉัน แต่ฉันอยากจะหันไปบอกเพื่อนว่าฉันโอเค แต่ตอนนี้ฉันกลับยิ้มไม่ออกเลย เหมือนิญญาของฉันอยู่ๆก็ออกจากร่างไปโดยไม่บอกกล่าว ปล่อยให้กายหยาบยังคงนั่งดูรุ่นพี่กับพี่เสี่ยวเหมยหวานกันต่อไป หลังจากที่เข้ามาในร้านคาร์ราโอเกะ ห้อง 103 เป็ห้องใหญ่ที่มีอาหารและเครื่องดื่มเตรียมเอาไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ฉันได้แต่นั่งยกแก้วแล้วยกแก้วอีก
“แกพอแล้ว แกดื่มเยอะไปแล้วนะ แกเมาแล้วนะ”
ถิงถิงหันมาแย้งแก้วของฉัน ที่จำไม่ได้ว่าดื่มไปกี่แก้วแล้วออกจากมือ ฉันจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบไมค์ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วกดหาเพลงที่้าจะร้อง
“ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก”
“ดนตรี〜〜”
“เพลงนี้อวยพรให้กับรุ่นพี่ทั้งสองคนให้รักกันมากๆนะคะ รักกันนานๆนะคะ ฉันยินดีกับทั้งคู่จริงๆ จริงๆนะคะ จากใจฉันเลย”
หลังจากพร่ำเพ้ออยู่สักพัก ดนตรีก็พามาจนถึงท่อนฮุก
〜“เลี้ยงส่ง ให้ความปวดร้าวความเศร้าทำเอาเจ็บ”〜~〜
〜“เลี้ยงส่ง ให้เธอกับเขาได้รักกันนานนาน”〜~〜〜
〜“ขอให้เธอโชคดีพ้นจากคนคนนี้ที่เธอไม่้า”〜~〜
〜“เช็คบิลทีฉันซื้อความเสียใจ ฉันจะจ่ายเองงงงงงงงงง”〜〜
ตรงไม่ตรงดนตรีไม่รู้เลย แต่เนื้อร้องตรงแน่นอน รุ่นพี่ได้แต่ฟังแล้วปรบมือตามโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพลงนี้มีความหมายว่าอะไร หลังจากเพลงจบทุกคนยังคงปรบมือให้ฉันอยู่เลย มีเพียงถิงถิงที่ทำหน้าอึกอักๆแล้วมองมาที่ฉัน
“ไปเข้าห้องน้ำแป็บนะคะ เดี๋ยวมา”
“เดี๋ยวฉันไปเป็เพื่อน”
“ไม่เป็ไรๆ ฉันไปเองได้”
ฉันตอบกลับถิงถิงก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้อง ในระหว่างที่เดินไปหาห้องน้ำก็ยังคงมีเสียงเพลงจากห้องแต่ละห้องที่เดินผ่านไปเรื่อยๆดังอยู่ตลอดเวลา จนมาถึงห้องน้ำจนได้