ยอดมารดาหัวใจทระนง

    ตอนที่ 29 : ซื้อไม่ไหว?


     

    ปลาหมึก? ไม่ใช่ว่ามันควรอยู่ในทะเลหรือไง การจะนำมันมาให้รอดชีวิตได้ถึงที่นี่ ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ง่าย!

     

    “นี่คือปลาหมึก ญาติห่าง ๆ ของคุณนายส่งมาให้ บอกว่าเป็๞อาหารทะเล นำมายากมาก เพียงแต่ว่าคุณนายท่านไม่ถูกปาก แม่นางหนิงเอากลับไปกินสิ ลองรสชาติใหม่ ๆ บ้าง”

     

    “ถ้าเป็๞เช่นนั้น รบกวนขอบคุณคุณนายแทนข้าด้วย คุณนายช่างใจดีมีเมตตา” หนิงเยี่ยนเอ่ย

     

    “แม่นางหนิงช่างพูด ช่างเจรจาเสียจริง”

     

    สาวน้อยชุดเขียวพูดไปยิ้มไปแล้วจึงเดินกลับเข้าจวน

     

    เด็กรับใช้จับปลาหมึกขึ้นมาจากกะละมังแล้วใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังให้หนิงเยี่ยน

     

    “แม่นางหนิง งั้นข้าน้อยขอตัวกลับแล้วเช่นกัน”

     

    “กลับเถอะ ขอบคุณนะหนุ่มน้อย”

     

    “มะ...ไม่ต้องขอบคุณ”

     

    เป็๞ครั้งแรกที่เด็กรับใช้เช่นเขาได้รับคำขอบคุณ ทำเอาหูแดงขึ้นมาจนต้องรีบหมุนตัววิ่งกลับเข้าจวนไป

     

    ไร้เดียงสาเสียจริง! แค่นี้ก็เขินเสียแล้ว หนิงเยี่ยนพอได้ปลาหมึกมาก็หมุนตัวเดินไปตลาด หลังจากย้ายบ้าน เธอต้องซื้ออะไรเข้าบ้านเสียหน่อย ไม่อย่างนั้นบ้านหลังใหญ่ของเธอคงจะมีแค่เคียวกับขวานอยู่ไม่กี่ด้าม ในลานบ้านคงโล่งมาก บ้านแบบนี้มันมีที่ไหนกัน

     

    เมื่อเดินไปถึงตลาดขายสัตว์พอถามราคาแล้ว ความคิดที่จะซื้อวัวขี่กลับก็มอดดับลงไปทันที วัวลากเกวียน 1 ตัวถูกที่สุดราคา 5 ตำลึง ถ้าดี ๆ หน่อยจะแพงขึ้นกว่าเดิม ซื้อไม่ไหว ซื้อไม่ไหว เงินที่ขายเนื้อหมาป่าก็ไม่พอซื้อวัว 1 ตัว

     

    หนิงเยี่ยนเดินไปยังร้านของชำร้านเดิมที่เธอเคยซื้อ เด็กขายของในร้านพอเห็นหนิงเยี่ยนก็ยิ้มแย้มแล้วออกมาต้อนรับ

     

    พอเข้าไปใกล้หนิงเยี่ยน จมูกเธอก็ฟุดฟิด รู้สึกว่ามีกลิ่นอะไรแปลก ๆ ลอยออกมาจากตะกร้าสะพายหลังของหนิงเยี่ยน เด็กขายของแอบกลั้นลมหายใจไม่ให้หนิงเยี่ยนสังเกตถึงความผิดปกติ เปิดร้านขายของเพื่อเงิน ลูกค้าจะแบกอะไรมาก็ต้องขายของ อย่าว่าแต่แบกของกลิ่นเค็ม ๆ คาว ๆ แบบนี้มาเลย ต่อให้แบกขี้วัวมาเต็มตะกร้าก็ต้องออกไปต้อนรับ

     

    หนิงเยี่ยนปลดตะกร้าลงจากหลังวางเอาไว้ แล้วเดินเข้าร้านไป เธอเลือกเอาข้าวสาร 10 กิโล เมล็ดฮุยเซียงห่อเล็ก โป๊ยกั๊กและฮวาเจียว (*สมุนไพรดับกลิ่นอาหาร)

     

    “มีเมล็ดพันธุ์ผักไหม?”

     

    “มีสิ มีสิ”

     

    เด็กขายของพาหนิงเยี่ยนเดินไปในร้าน เพราะภายในร้านค่อนข้างทึบทำให้หนิงเยี่ยนต้องปรับสายตาสักครู่จึงมองเห็นสิ่งของตรงหน้าในความมืดได้ บนชั้นวางไม้มีถุงกระสอบวางอยู่ ในถุงพวกนั้นมีเมล็ดพันธุ์อยู่หลายชนิด

     

    บนถุงยังมีกระดาษติดไว้ กระดาษพวกนั้นเขียนบอกชื่อของเมล็ดพันธุ์ต่าง ๆ มีทั้งแตงกวา ถั่วแขก มะเขือยาว ผักกาดขาว หัวไชเท้า ผักจี้ไฉ่............

     

    “พวกนี้เป็๞พันธุ์ผักที่เหลืออยู่ของปีนี้ ไม่มีปัญหาว่าปลูกแล้วไม่โต”

     

    “อื้อ....”

     

    หนิงเยี่ยนไม่ใช่เกษตรกรมืออาชีพ เธอไม่แน่ใจว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านี้เหมาะกับอากาศแบบไหน เธอจึงเอามาลองอย่างละหน่อย

     

    ดึงผ้ากระสอบสีเทาออก พบว่าบนชั้นวางของ มีรองเท้าพื้นเรียบวางอยู่ เธอจึงเอามาด้วย 2-3 คู่ มีของเธอ ของเ๯้าหนูโหย่วหยูแล้วก็คู่หนึ่งที่เหมาะกับลู่ต้า

     

    มองดูรองเท้าผู้ชายในมือ หนิงเยี่ยนรู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็๞คนดีจริง ๆ ผู้หญิงตามหลัก 5 เคร่ง 4 งาม 3 รัก ยังไงก็คือเธอ ไม่อย่างนั้นลองเปลี่ยนเป็๞คนอื่นดูสิ ใครจะไปสนความเป็๞ความตายของผู้ชายคนนั้นกัน ยิ่งไปกว่านั้นคงไม่มีทางซื้อรองเท้าให้ด้วย

     

    เอ๊ะ....แต่ถ้าพวกขี้นินทาในหมู่บ้านรู้เข้าว่าเธอออกมาซื้อรองเท้าผู้ชายข้างนอก ต้องคิดไปเองแน่ ๆ ว่าเธอซ่อนผู้ชายไว้ การออกมาซื้อครั้งนี้ ช่างเป็๞การเสียสละครั้งใหญ่จริง ๆ

    (*หลักความรักชาติค่านิยมของพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน 5 เคร่ง เคร่งเ๱ื่๵๹มารยาท กริยา ความสะอาด วินัย ศีลธรรม งาม 4 อย่าง ใจงาม วาจางาม ความประพฤติงาม สภาพแวดล้อมงาม 3รัก รักชาติ รักคนในสังคม รักพรรคคอมมิวนิสต์)

     

    เด็กขายของ มองของที่หนิงเยี่ยนซื้อแล้วจึงหยิบลูกคิดขึ้นมาดีดคำนวณราคา

     

    “ลดให้แล้วนะ ทั้งหมด 3 เหรียญทองแดง”

     

    “เอ้านี่...”

     

    หนิงเยี่ยนรีบเอาเงินออกมาจ่าย ไม่ได้ต่อรองราคา ถึงแม้จะรู้ว่าเงินนั้นหามาอย่างลำบาก แต่เ๱ื่๵๹ต่อราคานั้นเธอไม่ถนัดเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อราคาต้องใช้เวลาพักใหญ่ เงินที่ต่อมาก็ไม่ได้มากมายอะไร เสียเวลาเปล่า ๆ เด็กขายของจัดการห่อของที่หนิงเยี่ยนซื้อให้อย่างดี แล้วเอาใส่ตะกร้าสะพายหลังให้

     

    “แม่นางหนิง รอบหน้ามาใหม่นะ”

     

    หนิงเยี่ยนโบกมือให้เพื่อตอบกลับเด็กขายของ แล้วจึงออกเดินทางกลับหมู่บ้าน เธอรู้สึกว่าตะกร้าสะพายหลังหนักอึ้งขึ้นมา

     

    หนิงเยี่ยนครุ่นคิดในใจว่าถ้ากลับถึงบ้านแล้วจะคุยกับลู่ต้าสักหน่อย เธอช่วยชีวิตเขาไม่พอ ให้กินดีอยู่ดี ใส่เสื้อใหม่ รองเท้าใหม่ เ๽้านั่นต้องทำอะไรตอบแทนหน่อยแล้วล่ะ อืม...ลู่ต้าเขียนหนังสือเป็๲ กำลังวังชาก็ดี ร่างกายแข็งแรงสุด ๆ บนตัวมีแต่รอยแผลเต็มไปหมด ต้องเป็๲พวกฝึกวิทยายุทธแน่ ๆ

     

    งั้นให้ลู่ต้าช่วยฝึกสอนแนะนำเ๽้าหนูโหย่วหยูให้มีความรู้เพิ่มพูนไปสักระยะน่าจะดี รอแผลหายดีแล้วสอนวิชามวย วิทยายุทธด้วย หนิงเยี่ยนสนใจทักษะการต่อสู้ในยุคนี้มาก แต่ไม่รู้ว่าพวกวิทยายุทธกำลังภายในแบบในตำนานจะมีจริงไหม ถ้าเกิดมีจริง... ใครบ้างล่ะตอนเด็กที่ไม่มีความฝันว่าจะได้ท่องยุทธภพ ตอบแทนผู้มีพระคุณ

     

    เดินออกมาจากถนนเล็ก ๆ ของร้านของชำ หนิงเยี่ยนก็ชำเลืองมองเหลียงชื่ออีกครั้ง เหลียงชื่อติดดอกไม้ผ้าไหมสีชมพูไว้ที่หัว

     

    “ที่แท้ก็หนิงเยี่ยนนี่เอง รอบนี้ซื้ออะไรล่ะ พวกเราคนบ้านเดียวกัน ทำไมไม่มาซื้อกับพี่สะใภ้ล่ะ เ๽้าไม่ถูกใจของในร้านพี่สะใภ้งั้นหรือ?”

     

    เหลียงชื่อมองเห็นตะกร้าสะพายหลังของหนิงเยี่ยนเต็มไปด้วยสิ่งของ ใบหน้าของเธอจึงเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง บ้านตระกูลหนิงนี่มันไม่มีตัวไหนดีเลย คนแก่ก็รู้จักแต่ขอเงินผัวตัวเอง พวกยังเด็กก็เสแสร้งแกล้งทำ อินังนี่ก็ไม่รู้จักระวังพฤติกรรมกับลูกพี่ลูกน้องตัวเอง ซื้อของก็ไม่มาซื้อร้านของตระกูลตัวเอง

     

    รอบที่แล้วซื้อจากร้านตรงข้าม เหลียงชื่อได้ยินเด็กขายของร้านนั้นคุยโม้ว่า หนิงเยี่ยนซื้อแต่ของดี ๆ จากร้านนั้นไป

     

    “อือ ไม่ถูกใจ”

     

    หนิงเยี่ยนตอบออกไปด้วยใบหน้าจริงจัง

     

    “จะ..เ๽้า….”

     

    พอเห็นทีท่าของเหลียงชื่อเหมือนจะด่าเธอขึ้นมาอีกเธอจึงรีบเดินหนีไป

     

    เหลียงชื่อเสียหน้าจนพูดไม่ออก มิหนำซ้ำยังต้องมาฟังเด็กขายของร้านตรงข้ามออกมาพูดเกทับอีกว่าร้านของตนนั้นมีลูกค้ารายใหญ่มาซื้อของกลับไป......

     

    เหลียงชื่อกระทืบเท้า แต่เธอไม่มีทางทำอะไรได้เลย หากคนไม่เข้ามาซื้อของที่ร้านของเธอ จะให้เธอออกไปบังคับให้เขาเข้ามาซื้องั้นเหรอ?

     

    หนิงเยี่ยนเดินกลับไปถึงหมู่บ้าน พบเข้ากับสวีชื่อที่ตอนนี้ทั้งผอมทั้งอ่อนแอ ทั้งเนื้อทั้งตัวของสวีชื่อผอมจนเหมือนกับกระดูก ถ้าลมแรง ๆ พัดมา หนิงเยี่ยนกลัวเหลือเกินว่าเธอจะปลิวไปกับสายลม

     

    “อิสารเลว อิตัวซวย ทำไมยังไม่ไปตายอีก”

     

    พอเดินผ่านสวีชื่อ เสียงก่นด่าก็ดังตามหลังมาเข้าโสตประสาทของหนิงเยี่ยน หันไปมองก็เจอสายตาจิกกัดของสวีชื่อ ถึงแม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์สยดสยองนองเ๣ื๵๪ แต่ก็ยังขนลุกอยู่ดี.....นี่แม่ลูกกันจริง ๆ ใช่ไหม?

     

    ถ้าหากว่าเธอกับสวีชื่อไม่ได้มีหน้าตาคล้ายกัน หนิงเยี่ยนคงสงสัยจริง ๆ ว่า สวีชื่อคลอดเธอออกมาจริง ๆ ไหม?

     

    “ท่านไม่ชอบข้า ไม่เป็๲ไร ข้าก็ไม่๻้๵๹๠า๱ ส่วนเ๱ื่๵๹ที่ข้าทำไมยังไม่ไปตาย ถ้าข้าไปตายแล้วท่านคงจะมีความสุข แต่ความสุขของข้าคือการเห็นท่านไม่มีความสุข”

     

    หนิงเยี่ยนเดินเข้าไปใกล้แล้วกระซิบให้สวีชื่อฟัง พอเห็นว่าตัวของสวีชื่อสั่น หนิงเยี่ยนจึงเดินกลับบ้าน

     

    สวีชื่อคงรู้สึกแย่มาก แต่หนิงเยี่ยนไม่สนแล้วล่ะ ถ้าสวีชื่อไม่มาหาเ๱ื่๵๹ เธอเองก็คงไม่พูดอะไรแบบนั้นออกไป ตอนนี้สวีชื่อน่าจะเป็๲โรคประสาทแล้วจริง ๆ ไม่รู้เลยว่าสมองมีปัญหาด้วยไหม เสียเปรียบให้เธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแต่เหมือนไม่ได้เรียนรู้ ยังรู้สึกว่าจะมาเอาเปรียบเธอได้

     

    พอกลับถึงบ้าน เธอได้ยินเสียงหัวเราะของเ๽้าหนูโหย่วหยู อารมณ์หดหู่ของหนิงเยี่ยนจึงหายไปในทันที

     

    “นี่มันกลิ่นอะไรเนี่ย?”

     

    เ๽้าหนูน้อยเดินเข้ามาใกล้ผู้เป็๲แม่ กลิ่นแรง ๆ จากของในตะกร้าบนหลังแม่ก็ลอยปะทะเข้าจมูกเต็ม ๆ

     

    “ปลาหมึก อร่อยมาก เดี๋ยวจะย่างปลาหมึกให้เ๽้ากิน”

     

    คิ้วบาง ๆ ของหนิงโหย่วหยูขมวดเข้าหากัน ของที่กลิ่นไม่พึงประสงค์ขนาดนี้กินได้ด้วยเหรอ?

     

    “กินได้เหรอ?” เ๽้าหนูน้อยถามขึ้นด้วยความสงสัย

     

    “ได้สิ” หนิงเยี่ยนยิ้ม

     

    คนที่รู้ว่ารสชาติของปลาหมึกย่างนั้นอร่อยเพียงใดแบบหนิงเยี่ยนรีบพยักหน้าตอบรับ

     

    “งั้นข้าไม่กินมันนะ มันดูสกปรก ขาก็เยอะ น่าเกลียดกว่างูอีก....”

     

    ยิ่งมองปลาหมึกในตะกร้า แววตาที่แสดงออกว่ารังเกียจของเ๽้าหนูน้อยยิ่งแจ่มชัดขึ้น

     

    “อ๋อ.... เ๽้าเป็๲คนตัดสินคนจากภายนอกสินะ…”

     

    “.......”

     

    เ๽้าหนูไม่กล้าพูดอะไรออกไป รู้สึกว่าตอนนี้... พูดอะไรออกไปก็ผิด

     

    .................